แผนเที่ยว
วันที่หนึ่ง - ออกเดินทางจากเมืองอาโอโมริมายังเมืองฮาจิโนเฮะด้วยรถไฟสาย Aomori Railway
- เดินทางต่อไปยังสถานี Hon-Hachinohe
- เช็คอินเข้าที่พัก (Hotel Route Inn Hon-Hachinohe Ekimae)
- เดินเที่ยวย่านกลางคืน Hachinohe Yatai Village: Mirokuyokocho
วันที่สอง - เที่ยวท่าเรือทาเทฮานะ (Tatehana Wharf) / ศาลเจ้าคาบูชิมะ (Kabushima Shrine)
- ออกเดินทางต่อไปยังเมืองโมริโอกะ
ที่พักในเมืองฮาจิโนะโฮะ
ทริปนี้ทั้งทริปผมพักที่โรงแรมในเครือ Route Inn ทั้งหมดเลยครับ อย่างที่ฮาจิโนะเฮะ ผมเลือกพักที่ Hotel Route Inn Hon-Hachinohe Ekimae ข้อดีของโรงแรมในเครือนี้คือ มักจะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ (ที่นี่ก็ติดกับสถานีรถไฟ Hon-Hachinohe) สะอาดตามมาตรฐานญี่ปุ่น และมักจะมีออนเซ็นให้ ส่วนราคาอยู่ในระดับกลางๆค่อนไปในทางถูก และค่าห้องรวมอาหารเช้าไว้แล้ว (โรงแรมญี่ปุ่นมักจะไม่ค่อยรวมอาหารเช้าให้ ถ้าอยากทานต้องจ่ายเพิ่ม) แต่ข้อเสียสำคัญคือห้องแคบครับ เหมาะสำหรับคนที่จะใช้ห้องสำหรับนอนตอนกลางคืนอย่างเดียว
ผมจองโรงแรมนี้ผ่าน Trip.com ได้ในราคาคืนละ 2,051 บาทต่อคนรวมอาหารเช้าครับวันที่หนึ่ง
ทริปนี้เราเริ่มต้นจากเมืองอาโอโมริครับ โดยเราได้นั่งรถไฟสาย Aomori Railway มาลงที่ สถานีฮาจิโนะเฮะ (Hachinohe station) ซึ่งด้านหน้าของสถานีจะมีรูปปั้นที่ชื่อว่า Praise of the Sea” ออกแบบโดย Sawada Seiko เป็นรูปนางเงือกถือคลื่น สะท้อนความเป็นเมืองชายฝั่งของที่นี่ สถานีรถไฟฮาจิโนะเฮะตั้งอยู่นอกตัวเมืองครับ จากตรงนี้เราต้องนั่งรถไฟต่อไปที่ สถานีฮนฮาจิโนะเฮะ (Hon-Hachinohe station) ซึ่งเราจองโรงแรมไว้ที่นั่น
ข้อดีของการนอนที่สถานีนี้ก็คือ ที่นี่อยู่ใกล้กับย่านกินดื่มใจกลางเมือง โดยเฉพาะที่ ย่านมิโรคุ-โยโคโช (Miroku-Yokocho) ซึ่งเป็นย่านแผงลอย (Yatai) ที่จะขายในช่วงกลางคืนภายใต้บรรยากาศแบบย้อนยยุคแบบญี่ปุ่นยุคโชวะ
ย่านนี้ประกอบด้วยร้านแผงลอยขนาดเล็กประมาณ 26 ร้านเรียงรายอยู่ในตรอกแคบๆ แต่ละร้านมีที่นั่งเพียง 7–8 ที่ ทำให้ลูกค้าได้พูดคุยอย่างใกล้ชิดกับเจ้าของร้านและคนท้องถิ่นอย่างอบอุ่น เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่น
วันที่สอง
วันนี้เรามีแผนนั่งรถไฟเลียบชายทะเลสาย Hachinohe Line เพื่อไปยังศาลเจ้าริมทะเลที่ชื่อว่า ศาลเจ้าคาบุชิมะ (Kabushima shrine) ครับ แต่ก่อนที่เราจะไปถึงศาลเจ้า ผมก็อยากแวะไปเที่ยวตลาดเช้าของเมืองนี้ก่อน เราเลยมาลงที่ สถานีมุตสึมินาโตะ (Mutsu Minato Station)
จากสถานีเราเดินมาที่ ท่าเรือทาเทฮานะ (Tatehana Wharf) ซึ่งถ้ามาเที่ยวในวันอาทิตย์ที่นี่จะมีตลาดเช้าริมท่าเรือแบบนี้ครับ
ท่าเรือทาเทฮานะ (Tatehana Wharf) ถือเป็นท่าเรือที่สำคัญที่สุดของเมืองฮาจิโนะเฮะ โดยมีการจัด ตลาดเช้าทาเทฮานะ (Tatehana Wharf Morning Market) โดยความร่วมมือของชาวเมือง ตั้งแต่ปี 2000 เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและสร้างพื้นที่พบปะของผู้คน ปัจจุบัน ตลาดเช้าแห่งนี้ได้เติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในตลาดเช้าที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีร้านค้ามากกว่า 300 ร้าน และดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากทุกวันอาทิตย์ในช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วง (ยกเว้นช่วงฤดูหนาว)
เนื่องจากผมไปถึงเกือบ 9 โมง ตลาดเลยวายหมดแล้วครับ แต่ที่นี่ก็ยังเหมาะสำหรับมาเดินเล่นชิลล์ๆ เพื่อชมท่าเรือ และวิถีชีวิตของชาวประมงในแถบนี้
เรานั่งรถไฟต่อมาที่สถานีที่ชื่อว่า ซาเมะ (Same Station) ซึ่งพอออกมาด้านหน้าสถานี เราจะเจอกับปลาฉลามก่อนเลย เนื่องจากคำว่า ซาเมะในภาษาญี่ปุ่น แปลว่า ปลาฉลามนั่นเองครับ
ไฮไลท์ของสถานีนี้ก็คือ ศาลเจ้าคาบุชิมะ (Kabushima Shrine) ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ริมทะเล (เดินจากสถานีไปประมาณ 10 นาทีครับ)
ศาลเจ้าคาบุชิมะเป็นศาลเจ้าที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆที่ชื่อว่า เกาะคาบุชิมะ (Kabushima Island) ครับ โดยศาลเจ้านี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1269 เพื่อบูชาเทพเจ้าผู้คุ้มครองชาวประมงและการเดินเรือ โดยเฉพาะ เทพเบ็นไซเท็น เทพีแห่งน้ำ ความมั่งคั่ง และดนตรี
ความพิเศษของศาลเจ้านี้อีกอย่างก็คือ ที่นี่ได้รับการประกาศให้เป็น อนุสาวรีย์ธรรมชาติแห่งชาติ เพราะเป็นแหล่งทำรังขนาดใหญ่ของ นกนางนวลดำ หรือที่ภาษาญี่ปุ่น เรียกว่า อุมิเนะโกะ (Umineko) โดยจะมีนกนับหมื่นตัวมาทำรังระหว่างเดือนมีนาคมถึงสิงหาคมของทุกปี
บริเวณศาลเจ้านี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทาง Michinoku Coastal Trail ซึ่งเป็นส้นทางเดินป่าริมทะเลที่ยาวและงดงามที่สุดเส้นหนึ่งของญี่ปุ่น โดยทอดยาวตลอดแนวชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของภูมิภาคโทโฮคุครอบคลุมตั้งแต่จังหวัดอาโอโมริไปจนถึงจังหวัดฟุกุชิมะ
ปิดท้ายทริปวันนี้ด้วยข้าวหน้าทะเล หรือไคเซ็นด้ง จาก ร้าน Kaisentei Tokai ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับศาลเจ้าคาบุชิมะครับ ใครมาแถวนี้แนะนำให้มากินเลย อาหารทะเลสดมาก คุณภาพดี และราคาไม่แรง (เมื่อเทียบกับคุณภาพ) ครับ
สำหรับภาพรวมของเมืองฮาชิโนะเฮะ แม้ว่าที่นี่จะไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวหลัก และเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ที่มาอ่านบล็อกนี้ไม่รู้จัก แต่ก็นับว่าเป็นอีกเมืองที่น่าเที่ยว สิ่งที่สัมผัสได้ที่นี่คือ บรรยากาศแบบคนท้องถิ่น ไม่มีความเร่งรีบแบบเมืองใหญ่ ผู้คนเป็นมิตร และใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์และเรื่องราวที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นตลาดเช้าที่คึกคักในวันอาทิตย์ ศาลเจ้าเล็กๆ ริมทะเล หรือย่านกลางคืน ถ้าใครกำลังมองหาจุดหมายที่ท่องเที่ยวที่อันซีน เงียบสงบ ไม่วุ่นวาย และได้สัมผัส "ญี่ปุ่นในแบบที่ยังคงความเป็นญี่ปุ่น" ฮาชิโนะเฮะก็น่าจะเป็นเมืองหนึ่งที่น่าไปเยือนครับ
บล็อกอื่นที่เกี่ยวข้อง
Game roulette dancewiki.site