Welcome to my blog
2 วัน 1 คืน ฮาชิโนะเฮะ (Hachinohe) เที่ยวลัดเลาะเลียบชายฝั่งทะเลอีสานญี่ปุ่น


สถานที่ท่องเที่ยว : ศาลเจ้าคาบุชิมะ (Kabushima Shrine), Japan
พิกัด GPS : 40° 32' 19.55" N 141° 33' 26.75" E

รีวิวนี้เป็นส่วนหนึ่งของทริปโทโฮะกุตอนเหนือเป็นเวลา 7 วัน 6 คืนครับ หลังจากในตอนที่ผ่านมา ผมได้เล่าถึง เมืองฮิโรซากิ (Hirosaki) และ เมืองอาโอโมริ (Aomori City) ไปแล้ว สำหรับตอนนี้ เราออกเดินทางจากตัวเมืองอาโอโมริลัดเลาะเลียบชายฝั่งทะเล เพื่อเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางต่อไป นั่นก็คือ เมืองที่มีชื่อว่า ฮาชิโนะเฮะ (Hachinohe) โดยผมได้ใช้เวลาอยู่ที่เมืองนี้เป็นเวลา 2 วัน 1 คืนครับ

รู้จักกับเมืองฮาชิโนะเฮะ (Hachinohe)

ฮาชิโนะเฮะ (Hachinohe) เป็นเมืองท่าที่ตั้งอยู่บริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดอาโอโมริในภูมิภาคโทโฮะกุ โดยติดอยู่กับจังหวัดอิวาเตะครับ โดยที่นี่ขึ้นชื่อในด้านการเป็นแหล่งประมง ทำให้มีพวกอาหารซีฟู้ดอยู่ค่อนข้างเยอะ

 

สำหรับในด้านประวัติศาสตร์นั้น ที่นี่เคยเป็นหนึ่งในพื้นที่วัฒนธรรมโจมง ซึ่งเป็นวัฒนธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 17–19 เมืองนี้อยู่ภายใต้การปกครองของ ตระกูลนาเนะบุ (Nanbu Clan) ซึ่งเป็นไดเมียวของแคว้นโมริโอกะที่ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดอิวาเตะ และต่อมาได้แยกตั้งเป็น แคว้นฮาจิโนะเฮะ (Hachinohe Domain) โดยมีศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่ปราสาทฮาจิโนะเฮะ แต่ปัจจุบันตัวปราสาทจะไม่หลงเหลืออยู่แล้ว และพื้นที่นั้นได้กลายเป็นสวนสาธารณะมิยางิ (Miyagi Park) ไปแทน

ต่อมาในยุคเมจิ เมืองนี้เริ่มพัฒนาเป็นท่าเรือประมงสำคัญ และในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองก็ได้กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกจังหวัดอาโอโมริอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันฮาจิโนะเฮะยังคงรักษาเสน่ห์ของเมืองท่าโบราณไว้ได้อย่างกลมกลืนกับความทันสมัย เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาทั้งในด้านวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของชาวท้องถิ่น

 

 
การเดินทางไปยังเมืองฮาชิโนะเฮะ

เช่นเดียวกับเมืองอื่นๆของญี่ปุ่น ที่นี่มีรถไฟทั้งแบบธรรมดาและรถไฟความเร็วสูง (Shinkansen) ครับ สำหรับรถไฟธรรมดา ให้ตั้งต้นที่ สถานีอาโอโมริ (Aomori Station) โดยต้องขึ้นรถไฟสาย Aomori Railway ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้นประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ค่ารถไฟ 2,320 เยน ส่วนรถไฟความเร็วสูงนั้นจะเรียกว่า Tohoku Shinkansen ถ้ามาจากในตัวเมืองอาโอโมริ เราต้องตั้งต้นจาก สถานีชินอาโอโมริ (Shin-Aomori Station) โดยจะใช้เวลาเดินทางเพียง 20-30 นาที ค่ารถไฟอยู่ที่ 3,920 เยน นอกจากนี้ ใครที่เดินทางมาจากเมืองอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นโตเกียว (Tokyo), เซ็นได (Sendai) หรือโมริโอกะ (Morioka) ก็สามารถขึ้นรถไฟขบวนนี้ได้เช่นกันครับ
 

 
เช่นเดียวกับเมืองอื่นๆของญี่ปุ่น การเดินทางด้วยรถไฟถ้าอยากประหยัดต้องวางแผนใช้พาสครับ โดยพาสที่สามารถใช้เดินทางมายังเมืองนี้ได้ ก็ได้แก่
  • JR East Pass: Tohoku Area สามารถใช้เดินทางจากโตเกียวมาถึงที่จังหวัดต่างๆในภูมิภาคโทโฮะคุ รวมทั้งที่อาโอโมริ ปัจจุบันพาสนี้มี 2 แบบคือ แบบใช้ 5 วันติดต่อกัน (30,000 เยน) และแบบใช้ 10 วันติดต่อกัน (48,000 เยน) 
  • JR East-South Hokkaido Rail Pass สามารถใช้เดินทางจากโตเกียวมาถึงที่จังหวัดต่างๆในภูมิภาคโทโฮะคุ รวมทั้งที่อาโอโมริ แล้วใช้ต่อไปถึงเมืองซัปโปโร (Sapporo) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของเกาะฮอกไกโดได้ครับ แต่ระยะเวลาใช้ได้แค่ 6 วันติดต่อกัน ราคาอยู่ที่ 35,370 เยน
  • JR Tohoku-South Hokkaido Rail Pass พาสนี้ใช้ได้แค่จากเซนได (Sendai) ผ่านอาโอโมริ แล้วไปถึงที่เมืองซัปโปโร พาสนี้ก็ใช้ได้ 6 วันติดต่อกัน ราคาอยู่ที่ 30,640 เยนครับ
นอกจากรถไฟแล้ว ที่นี่ยังมีสนามบินที่ชื่อว่า  สนามบินมิซาวะ (Misawa Airport) ซึ่งห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 30–50 นาทีโดยรถบัสหรือแท็กซี่ โดยมีเที่ยวบินของ Japan Airline จากสนามบินฮาเนดะ (Haneda International Airport) ในกรุงโตเกียว (Haneda) มาลงที่สนามบินนี้ทุกวันครับ

อีกวิธีคือ รถบัสจากทั้งกรุงโตเกียว เซ็นได โมริโอกะ และอาโอโมริ ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้เวลานานที่สุด แต่ก็ราคาถูกที่สุด ใครสนใจลองหาข้อมูลดูนะครับ
 
การเดินทางภายในเมืองฮาชิโนะเฮะ

ญี่ปุ่นถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีการคมนาคมขนส่งที่ดีที่สุดในโลก แม้กระทั่งเมืองที่อยู่ห่างไกลอย่างฮาชิโนะเฮะ ก็มีรถไฟขบวนท้องถิ่นสาย Hachiohe Line เที่ยวลัดเลาะตามแนวชายฝั่งไปได้ถึงจังหวัดอิวาเตะได้เลยครับ

สิ่งที่ควรรู้อย่างหนึ่งก็คือ สถานีรถไฟฮาชิโนะเฮะ (Hachinohe Station) อยู่ห่างจากย่านการค้าใจกลางเมืองพอสมควรครับ ถ้าใครต้องการไปย่านการค้า ย่านกินดื่ม และย่านธุรกิจ ต้องนั่งรถไฟสาย Hachinohe Line ไปลงที่ สถานีฮนฮาชิโนะเฮะ (Hon-Hachinohe Staion) อีกทีครับ (ทริปนี้ผมก็พักที่สถานีนี้)


สำหรับรถไฟขบวนท้องถิ่นสาย Hachiohe Line แนะนำให้เช็คตารางรถไฟทาง google map หรือ Japan transit planner ก่อนนะครับ เพราะรถไฟมีไม่ถี่ นานๆมาที ถ้าพลาดทีอาจจะต้องรอรถไฟขบวนใหม่นานเลย
 
แผนเที่ยว

วันที่หนึ่ง
  • ออกเดินทางจากเมืองอาโอโมริมายังเมืองฮาจิโนเฮะด้วยรถไฟสาย Aomori Railway
  • เดินทางต่อไปยังสถานี Hon-Hachinohe
  • เช็คอินเข้าที่พัก (Hotel Route Inn Hon-Hachinohe Ekimae)
  • เดินเที่ยวย่านกลางคืน Hachinohe Yatai Village: Mirokuyokocho
วันที่สอง
  • เที่ยวท่าเรือทาเทฮานะ (Tatehana Wharf) / ศาลเจ้าคาบูชิมะ (Kabushima Shrine)
  • ออกเดินทางต่อไปยังเมืองโมริโอกะ

ที่พักในเมืองฮาจิโนะโฮะ

ทริปนี้ทั้งทริปผมพักที่โรงแรมในเครือ Route Inn ทั้งหมดเลยครับ อย่างที่ฮาจิโนะเฮะ ผมเลือกพักที่ Hotel Route Inn Hon-Hachinohe Ekimae ข้อดีของโรงแรมในเครือนี้คือ มักจะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ (ที่นี่ก็ติดกับสถานีรถไฟ Hon-Hachinohe) สะอาดตามมาตรฐานญี่ปุ่น และมักจะมีออนเซ็นให้ ส่วนราคาอยู่ในระดับกลางๆค่อนไปในทางถูก และค่าห้องรวมอาหารเช้าไว้แล้ว (โรงแรมญี่ปุ่นมักจะไม่ค่อยรวมอาหารเช้าให้ ถ้าอยากทานต้องจ่ายเพิ่ม) แต่ข้อเสียสำคัญคือห้องแคบครับ เหมาะสำหรับคนที่จะใช้ห้องสำหรับนอนตอนกลางคืนอย่างเดียว

ผมจองโรงแรมนี้ผ่าน Trip.com  ได้ในราคาคืนละ 2,051 บาทต่อคนรวมอาหารเช้าครับ




วันที่หนึ่ง

ทริปนี้เราเริ่มต้นจากเมืองอาโอโมริครับ โดยเราได้นั่งรถไฟสาย Aomori Railway มาลงที่ สถานีฮาจิโนะเฮะ (Hachinohe station) ซึ่งด้านหน้าของสถานีจะมีรูปปั้นที่ชื่อว่า PraiseoftheSea” ออกแบบโดย Sawada Seiko เป็นรูปนางเงือกถือคลื่น สะท้อนความเป็นเมืองชายฝั่งของที่นี่

 

สถานีรถไฟฮาจิโนะเฮะตั้งอยู่นอกตัวเมืองครับ จากตรงนี้เราต้องนั่งรถไฟต่อไปที่ สถานีฮนฮาจิโนะเฮะ (Hon-Hachinohe station) ซึ่งเราจองโรงแรมไว้ที่นั่น

 
ข้อดีของการนอนที่สถานีนี้ก็คือ ที่นี่อยู่ใกล้กับย่านกินดื่มใจกลางเมือง โดยเฉพาะที่ ย่านมิโรคุ-โยโคโช (Miroku-Yokocho) ซึ่งเป็นย่านแผงลอย (Yatai) ที่จะขายในช่วงกลางคืนภายใต้บรรยากาศแบบย้อนยยุคแบบญี่ปุ่นยุคโชวะ
 


 
ย่านนี้ประกอบด้วยร้านแผงลอยขนาดเล็กประมาณ 26 ร้านเรียงรายอยู่ในตรอกแคบๆ แต่ละร้านมีที่นั่งเพียง 7–8 ที่ ทำให้ลูกค้าได้พูดคุยอย่างใกล้ชิดกับเจ้าของร้านและคนท้องถิ่นอย่างอบอุ่น เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่น
 





 
วันที่สอง

วันนี้เรามีแผนนั่งรถไฟเลียบชายทะเลสาย Hachinohe Line เพื่อไปยังศาลเจ้าริมทะเลที่ชื่อว่า ศาลเจ้าคาบุชิมะ (Kabushima shrine) ครับ แต่ก่อนที่เราจะไปถึงศาลเจ้า ผมก็อยากแวะไปเที่ยวตลาดเช้าของเมืองนี้ก่อน เราเลยมาลงที่ สถานีมุตสึมินาโตะ (Mutsu Minato Station)

 

จากสถานีเราเดินมาที่ ท่าเรือทาเทฮานะ (Tatehana Wharf) ซึ่งถ้ามาเที่ยวในวันอาทิตย์ที่นี่จะมีตลาดเช้าริมท่าเรือแบบนี้ครับ
 

 
ท่าเรือทาเทฮานะ (Tatehana Wharf) ถือเป็นท่าเรือที่สำคัญที่สุดของเมืองฮาจิโนะเฮะ โดยมีการจัด  ตลาดเช้าทาเทฮานะ (Tatehana Wharf Morning Market) โดยความร่วมมือของชาวเมือง ตั้งแต่ปี 2000 เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและสร้างพื้นที่พบปะของผู้คน ปัจจุบัน ตลาดเช้าแห่งนี้ได้เติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในตลาดเช้าที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีร้านค้ามากกว่า 300 ร้าน และดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากทุกวันอาทิตย์ในช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วง (ยกเว้นช่วงฤดูหนาว)
 

เนื่องจากผมไปถึงเกือบ 9 โมง ตลาดเลยวายหมดแล้วครับ แต่ที่นี่ก็ยังเหมาะสำหรับมาเดินเล่นชิลล์ๆ เพื่อชมท่าเรือ และวิถีชีวิตของชาวประมงในแถบนี้
 



เรานั่งรถไฟต่อมาที่สถานีที่ชื่อว่า ซาเมะ (Same Station) ซึ่งพอออกมาด้านหน้าสถานี เราจะเจอกับปลาฉลามก่อนเลย เนื่องจากคำว่า ซาเมะในภาษาญี่ปุ่น แปลว่า ปลาฉลามนั่นเองครับ
 

ไฮไลท์ของสถานีนี้ก็คือ ศาลเจ้าคาบุชิมะ (Kabushima Shrine) ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ริมทะเล (เดินจากสถานีไปประมาณ 10 นาทีครับ)

 


ศาลเจ้าคาบุชิมะเป็นศาลเจ้าที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆที่ชื่อว่า เกาะคาบุชิมะ (Kabushima Island) ครับ โดยศาลเจ้านี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1269 เพื่อบูชาเทพเจ้าผู้คุ้มครองชาวประมงและการเดินเรือ โดยเฉพาะ เทพเบ็นไซเท็น เทพีแห่งน้ำ ความมั่งคั่ง และดนตรี
 

ความพิเศษของศาลเจ้านี้อีกอย่างก็คือ ที่นี่ได้รับการประกาศให้เป็น อนุสาวรีย์ธรรมชาติแห่งชาติ เพราะเป็นแหล่งทำรังขนาดใหญ่ของ นกนางนวลดำ หรือที่ภาษาญี่ปุ่น เรียกว่า อุมิเนะโกะ (Umineko) โดยจะมีนกนับหมื่นตัวมาทำรังระหว่างเดือนมีนาคมถึงสิงหาคมของทุกปี
 
 
 



บริเวณศาลเจ้านี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทาง Michinoku Coastal Trail ซึ่งเป็นส้นทางเดินป่าริมทะเลที่ยาวและงดงามที่สุดเส้นหนึ่งของญี่ปุ่น โดยทอดยาวตลอดแนวชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของภูมิภาคโทโฮคุครอบคลุมตั้งแต่จังหวัดอาโอโมริไปจนถึงจังหวัดฟุกุชิมะ
 





ปิดท้ายทริปวันนี้ด้วยข้าวหน้าทะเล หรือไคเซ็นด้ง จาก ร้าน Kaisentei Tokai ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับศาลเจ้าคาบุชิมะครับ ใครมาแถวนี้แนะนำให้มากินเลย อาหารทะเลสดมาก คุณภาพดี และราคาไม่แรง (เมื่อเทียบกับคุณภาพ) ครับ
 

 
สำหรับภาพรวมของเมืองฮาชิโนะเฮะ แม้ว่าที่นี่จะไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวหลัก และเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ที่มาอ่านบล็อกนี้ไม่รู้จัก แต่ก็นับว่าเป็นอีกเมืองที่น่าเที่ยว สิ่งที่สัมผัสได้ที่นี่คือ บรรยากาศแบบคนท้องถิ่น ไม่มีความเร่งรีบแบบเมืองใหญ่ ผู้คนเป็นมิตร และใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์และเรื่องราวที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นตลาดเช้าที่คึกคักในวันอาทิตย์ ศาลเจ้าเล็กๆ ริมทะเล หรือย่านกลางคืน ถ้าใครกำลังมองหาจุดหมายที่ท่องเที่ยวที่อันซีน เงียบสงบ ไม่วุ่นวาย และได้สัมผัส "ญี่ปุ่นในแบบที่ยังคงความเป็นญี่ปุ่น" ฮาชิโนะเฮะก็น่าจะเป็นเมืองหนึ่งที่น่าไปเยือนครับ

บล็อกอื่นที่เกี่ยวข้อง



Create Date : 18 มิถุนายน 2568
Last Update : 7 กรกฎาคม 2568 19:36:13 น. 1 comments
Counter : 859 Pageviews.
Share to Facebook

 
References:


Game roulette dancewiki.site


โดย: Tabitha IP: 178.83.10.41 วันที่: 1 มิถุนายน 2569 เวลา:5:30:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

เจ้าสำนักคันฉ่องวารี
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




ชอบท่องเที่ยว สนใจประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และการเมืองระหว่างประเทศ

Blog นี้จะใช้เขียนความทรงจำในการเดินทาง และวิธีการเดินทางอย่างละเอียด เผื่อใครจะมาตามรอย หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ

ถ้าชอบ blog เนื้อหาประมาณนี้ ฝากกดติดตามด้วยนะครับ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เจ้าสำนักคันฉ่องวารี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.