Welcome to my blog
5 วัน 4 คืน หาดใหญ่ เส้นทางจากเมืองวัฒนธรรมสู่เกาะสวรรค์แดนใต้ (ตอนที่ 2: ตำนานเกาะหนูเกาะแมว)


สถานที่ท่องเที่ยว : เกาะหนู เกาะแมว, สงขลา Thailand
พิกัด GPS : 7° 14' 9.36

วันที่หนึ่ง

ทริปนี้ออกเดินทางจากกรุงเทพเหมือนเดิมครับ โดยครั้งนี้ผมเลือกใช้บริการของสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ไฟลท์ของเราออกจากสนามบินดอนเมือง ตอนประมาณ 11 โมง กว่าจะถึงสนามบินหาดใหญ่ก็เกือบบ่ายโมงแล้วครับ

 
แม้ว่าจะชื่อ ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ (Hat Yai International Airport) แต่จริงๆ สนามบินนี้ตั้งอยู่ใน อำเภอคลองหอยโข่ง ซื่งห่างจากใจกลางเมืองหาดใหญ่ประมาณ 15 กิโลเมตร การเดินทางเข้าเมืองหาดใหญ่ก็มีอยู่หลายวิธี เช่น แท็กซี่, Grab หรือรถเช่า แต่ในทริปนี้ ผมจะมาแนะนำบริการ Airport bus ของสนามบินหาดใหญ่ครับ
 

 
รถ Airport bus นี้จะคิดค่าบริการอยู่ที่ 60 บาทตลอดสาย โดยเราจะต้องซื้อตั๋วได้ที่บูธที่อยู่ตรงทางออกสนามบิน (ต้องเดินออกมานอนสนามบินก่อนนะครับ ถึงจะเจอ) โดยรถจะวิ่งจากสนามบินผ่านตลาดกิมหยง หอนาฬิกา เซ็นทรัลเฟสติวัล ก่อนจะไปสุดสายที่ บขส.หาดใหญ่
 

การเดินทางไปยังเมืองสงขลา

เนื่องจากทริปนี้ ผมต้องการเดินทางไปที่ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ดังนั้น ผมเลยลงที่ หอนาฬิกาหาดใหญ่ หรือที่คนท้องถิ่นเรียกกันว่า หน้าหอ เพื่อต่อรถตู้ไปยังเมืองสงขลา โดยค่ารถตู้จะอยู่ที่ 34 บาทครับ

 

 
รถตู้จะพาเรามาส่งที่ หอนาฬิกาเมืองสงขลา จากตรงนี้ สามารถเรียกสามล้อ วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือ Grab ให้ไปส่งที่โรงแรมได้ แต่ผมเลือกนั่งวินมอเตอร์ไซค์แถวนั้นครับ เลยได้เรื่องตั้งแต่วันแรกเลย
 

 
จริงๆ จากหอนาฬิกาเมืองสงขลา ไปที่ โรงแรมเลคอินน์ ที่อยู่ใกล้กับประตูเมืองเก่าสงขลา ระยะทางจริงๆมันแค่ 1 กิโลกว่าๆ ถ้านั่งวินมันควรจะอยู่ที่ 20-30 บาท แต่ด้วยความที่ผมปากหนัก คิดว่า เรามาที่นี่หลายรอบแล้ว เลยไม่ได้ถามราคาก่อนขึ้น พอไปถึงโรงแรมเลยโดนเรียกราคาไป 60 บาท พอเถียงอยู่ซักพัก คนขับก็ไม่ยอม ด้วยความที่ขี้เกียจทะเลาะเลยยอมให้ไป แต่หลังจากนั้น ผมเลิกขึ้นมอเตอร์ไซค์ที่นี่เลยครับ เรียก Grab ไปเลย อาจจะแพงกว่านิดหน่อย แต่ไม่โดนแบบนี้แน่นอน


โรงแรมเลคอินน์ (Lake Inn)

เป็นที่พักของผมในคืนแรกครับ จริงๆต้องขอบคุณเพจ Lost is fun ของคุณโอ๊ต-ครับ-ผม แห่งห้องบลูแพลนเน็ตที่แนะนำโรงแรมนี้ ที่นี่เป็นที่พักใกล้ย่านเมืองเก่าสงขลา เห็นวิวทะเลสาบสงขลา ใกล้แหล่งท่องเที่ยวและย่านของกินต่างๆ

 
 
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากที่นี่เป็นโรงแรมเก่าครับ หลายคนอาจจะมองว่า คลาสสิค แต่บางคนก็อาจจะมองว่า น่ากลัว ก็แล้วแต่ชอบนะครับ สำหรับสภาพห้องโดยรวม ก็ถือว่า สะอาดใช้ได้ ผมจองที่พักนี้โดยตรงผ่านเพจของโรงแรม ได้ที่ราคาคืนละ 600 บาทครับ (ไม่รวมอาหารเช้านะ แต่ไม่เป็นปัญหา เพราะแถวนั้นมีของกินอร่อยๆเยอะมาก)
 

 
ถ้าใครสนใจจะจอง ติดต่อได้ทางเพจนี้นะครับ
https://www.facebook.com/โรงแรมเลคอินน์-669619326506132/

เนื่องจากเรามาถึงที่พักตอนบ่ายแล้ว เลยไม่ค่อยมีเวลาเที่ยวมากนัก ในวันแรก ผมเลยเน้นเที่ยวที่ เขาตังกวน, แหลมสมิหลา, ประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำ (การเดินทางไปยังแต่ละจุด สามารถเรียก grab win ไปได้ ค่ารถจะอยู่ระหว่าง 30-40 บาทครับ)

เขาตังกวน

เป็นเนินเขาเล็กๆของเมืองสงขลา ที่เราต้องลิฟต์ขึ้นไป (ค่าลิฟต์ = 30 บาท)

 

ด้านบนเขาตังกวนจะมีเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลา ซึ่งเป็นเจดีย์โบราณไม่ทราบที่มา แต่ถูกบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 4 ต่อมาในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุ ให้มาประดิษฐานไว้ เพื่อเป็นที่สักการะบูชาของประชาชนชาวสงขลา
 

นอกจากเจดีย์ ที่นี่ยังเป็นที่ประดิษฐานขององค์หลวงปู่ทวดด้วยครับ
 

ด้านบนเราสามารถมองเห็นวิวเมืองสงขลาได้แบบพาโนราม่า ถ้าขึ้นมาบนนี้ จะสังเกตว่า เมืองสงขลา ล้อมรอบด้วยทะเล 2 ฝั่งคือ ทะเลอ่าวไทย และ ทะเลสาบสงขลา ด้วยเหตุนี้ สงขลาจึงถูกเรียกว่าเป็น เมืองสองทะเล
 



ถ้ามองออกไปทางทะเลฝั่งอ่าวไทย จากบนนี้เราจะมองเห็น เกาะหนูและเกาะแมว ครับ
 

นอกจากนี้ จากด้านบนของเขาตังกวน จะมีบันไดเดินลงมายัง ศาลาพระวิหารแดง ซึ่งเป็นอาคารพลับพลาที่ประทับของในหลวงรัชกาลที่ 5 ซึ่งได้รับอิทธิพลทางสถาปัตยกรรมมาจากทางยุโรป
 

หาดสมิหลา

ใครมาสงขลา แล้วไม่ได้แวะที่นี่ ผมว่าเหมือนมาไม่ถึงสงขลาครับ สิ่งที่น่าสนใจลำดับแรกคือ ประติมากรรมนางเงือก ซึ่งปัจจุบันมีอายุมากกว่า 50 ปีแล้ว และเคยโดนวางระเบิดไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน แต่ปัจจุบันถูกซ่อมแซมจนสวยเหมือนเดิมแล้ว

 

ประติมากรรมหนูกับแมว อยู่ใกล้ๆกับนางเงือกครับ สร้างขึ้นตามตำนานเกาะหนูเกาะแมวที่กล่าวไว้ว่า

มีพ่อค้าชาวจีนผู้หนึ่งคุมเรือสำเภาเดินทางมาค้าขายระหว่างจีนกับสงขลาเป็นประจำ วันหนึ่งพ่อค้าผู้นี้ได้ซื้อหมากับแมวลงเรือไปยังเมืองจีนด้วย

หมากับแมวอยู่บนเรือนานๆเกิดความเบื่อหน่ายจึงปรึกษาหาวิธีการที่จะกลับบ้าน และได้ทราบว่าพ่อค้ามีดวงแก้ววิเศษที่ทำให้ไม่จมน้ำ แมวจึงคิดอุบายโดยให้หนูไปขโมยแก้ววิเศษของพ่อค้ามา และหนูขอหนีขึ้นฝั่งไปด้วย ทั้งสามว่ายน้ำหนีลง จากเรือโดยที่หนูอมดวงแก้วเอาไว้ในปาก ขณะนั้นหนูนึกขึ้นได้ว่าถ้าถึงฝั่ง หมากับแมวคงจะแย่งเอาดวงแก้วไปจึงคิดที่จะหนี ฝ่ายแมวซึ่งว่ายหลังมาก็คิดเช่นกัน จึงว่ายน้ำรี่ไปหาหนู หนูตกใจว่ายน้ำหนีไม่ทันระวังตัว ดวงแก้ววิเศษที่อมไว้จึงตกลงจม หายไปในน้ำ

หนูและแมวต่างก็หมดแรงจมน้ำตายกลายเป็นเกาะหนูเกาะแมวอยู่ที่อ่าวหน้าเมือง ในขณะที่หมาตะเกียกตะกายว่ายน้ำไปจนถึงฝั่ง แต่ก็สิ้นใจตายด้วยความเหน็ดเหนื่อยกลายเป็นหินบริเวณเขาตังกวนอยู่ริมอ่าวสงขลา ส่วนดวงแก้ววิเศษที่หล่นจากปากหนูแตก ละเอียดกลายเป็นหาดทรายแก้วอยู่ทางด้านเหนือของแหลมสน


หาดสมิหลา ถือเป็นชายหาดที่คึกคักที่สุดของเมืองสงขลาครับ ในวันหยุดจะมีผู้คนมากมายมาเล่นน้ำ ปิกนิก รวมทั้งขี่ม้าด้วย


บริเวณหาดสมิหลาจะมีซุ้มประตูเมืองอีกแห่งหนึ่ง
 

 
ใกล้ๆหาดสมิหลาจะมีวงเวียนรูปคนอ่านหนังสือ หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า วงเวียนเช็คชื่อ เพราะมีความเชื่อแปลกๆในหมู่วัยรุ่นสงขลาว่า ถ้ามาที่นี่จะต้องขับรถรอบวงเวียนนี้ แล้วขานชื่อออกมาดังๆว่า “(ชื่อตัวเอง) มาครับ/มาค่ะ” (เพื่ออะไรผมก็ไม่รู้เหมือนกัน)
 

 
ประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำ

ใครที่ไปสิงคโปร์ก็ต้องไปถ่ายรูปกับเมอร์ไลอ้อนใช่ไหมครับ ส่วนคนที่มาสงขลา ก็ต้องมาถ่ายรูปกับ ประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำ ซึ่งตั้งอยู่ตรงปากทางที่ทะเลสาบสงขลามาบรรจบกับทะเลอ่าวไทยครับ

 



 
ทั้งหมดนี้ก็เป็นที่เที่ยวในย่านเมืองสงขลาที่เราไปมาในวันแรกนะครับ จริงๆ เมืองสงขลายังมีอะไรมากกว่านี้ เพราะที่นี่ยังมีย่านเมืองเก่าที่เป็นย่านวัฒนธรรม และก็ยังมีสตรีทอาร์ต พิพิธภัณฑ์ และบ้านเรือนเก่าๆอีกมากมาย ซึ่งทั้งหมดนี้ ผมจะรีวิวต่อในตอนหน้า ฝากติดตามต่อด้วยนะครับ



Create Date : 14 มิถุนายน 2564
Last Update : 25 มิถุนายน 2564 23:16:11 น. 1 comments
Counter : 243 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณแมวเซาผู้น่าสงสาร, คุณKavanich96, คุณnewyorknurse


 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 16 มิถุนายน 2564 เวลา:5:13:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

เจ้าสำนักคันฉ่องวารี
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




ชอบท่องเที่ยว สนใจประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และการเมืองระหว่างประเทศ

Blog นี้จะใช้เขียนความทรงจำในการเดินทาง และวิธีการเดินทางอย่างละเอียด เผื่อใครจะมาตามรอย หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ

ถ้าชอบ blog เนื้อหาประมาณนี้ ฝากกดติดตามด้วยนะครับ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เจ้าสำนักคันฉ่องวารี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.