Welcome to my blog
4 วัน 3 คืน ซินจ่าวดานัง สัมผัสเสน่ห์แห่งดินแดนเวียดนามกลาง (ตอนที่ 2: ฮอยอัน มรดกโลกที่มีชีวิต)


สถานที่ท่องเที่ยว : สะพานญี่ปุ่น, เมืองเก่าฮอยอัน, Vietnam
พิกัด GPS : 15° 52' 33.95" N 108° 19' 33.35" E


วันที่หนึ่ง

ทริปนี้ผมเริ่มต้นจากสนามบินดอนเมือง ไปถึงยัง ท่าอากาศยานนานาชาติดานัง (Danang International Airport) ตอน 9 โมงเศษ ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าครับ (เวลาที่กรุงเทพกับดานังเท่ากัน)

 
ถึงแล้วครับ ท่าอากาศยานนานาชาติดานัง (Danang International Airport) ที่นี่เป็นสนามบินที่เป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคเวียดนามกลาง โดยภาพรวม สนามบินนี้ถือว่าดูดีใช้ได้เลย ปัจจุบันมีไฟลท์ต่างประเทศมาลงค่อนข้างเยอะโดยเฉพาะจากไทย จีน และเกาหลีใต้
 

การเดินทางจากสนามบินดานังไปยังเมืองฮอยอัน

สำหรับทริปนี้ จุดหมายแรกของเราก็คือ เมืองฮอยอันครับ

คำถามคือ แล้วเราจะไปที่นี่ยังไง จริงๆการเดินทางจากสนามบินไปยังเมืองฮอยอันมีหลายวิธี เช่น แท็กซี่สนามบิน, รถเช่า, Grab หรือ รถรับส่งของทางโรงแรม แต่สำหรับทริปนี้ ผมเลือกใช้บริการจองรถรับส่งจากสนามบินไปยังโนงแรมผ่าน Klook ซึ่งเป็นแอปด้านการท่องเที่ยวชื่อดัง ที่มีบริการหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะจองรถ จองทัวร์ ไปจนถึงบัตรผ่านต่างๆ ผมลองใช้มา 2 ทริปแล้ว ประทับใจทั้งสองทริป และที่สำคัญ การจองบริการผ่านแอปนี้ จะได้ในราคาส่วนลดครับ

ทริปนี้ผมจองรถไปยังฮอยอันได้ในราคาประมาณ 400 บาท หารต่อคนก็เหลือแค่คนละ 100 กว่าบาทเท่านั้นเอง

 
 
ที่พักในเมืองฮอยอัน

สำหรับที่พักในเมืองฮอยอัน ผมเลือกพักที่ Hoi An travel lodge hotel ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว อยู่ใกล้กับ Hoi An old town  ข้อดีของที่นี่คือ บรรยากาศดี ทำเลเยี่ยม พนักงานเป็นมิตร

ผมจองห้อง Deluxe แบบ Twin ผ่าน booking ได้ในราคาคืนละ 1,622 บาท หารต่อคนก็ตกคนละ 811 บาทต่อคืนครับ (จริงๆ ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่ผมมาพักที่นี่ ทุกอย่างยังคงประทับใจเหมือนเดิม ถ้าใครมาฮอยอันแนะนำครับ)

ใครสนใจที่พักนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่
https://hoiantravellodge.com/
 
 
รู้จักกับเมืองฮอยอัน

ฮอยอัน (Hoi An) หรือที่ภาษาเวียดนามออกเสียงว่า โห่ย-อัน เป็นเมืองท่าบน ปากแม่น้ำทูโบน (Tho Bon river) ตั้งอยู่ในเขต จังหวัดกว๋างนาม (Quang Nam) ทางตอนกลางของประเทศเวียดนาม

ในอดีตฮอยอันก็เคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรจามปาเช่นเดียวกับส่วนอื่นๆของเวียดนามกลาง ในอดีตเมืองนี้มีชื่อว่า ไฮโฟ ต่อมาชาวเวียดนามก็สามารถผนวกภูมิภาคนี้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรไดเวียต ฮอยอันจึงทำหน้าที่เป็นเมืองท่าที่สำคัญของเวียดนามในช่วงศตวรรษที่ 16-17 มีชาวต่างชาติเข้ามาทำการค้าขายในเมืองนี้เป็นจำนวนมากทั้งชาวจีน, ชาวญี่ปุ่น, ชาวดัตช์ และชาวอินเดีย บ้านเมืองที่นี่จึงได้รับอิทธิพลจากชาติต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้ ว่ากันว่า ในช่วงพีคที่สุด ฮอยอันเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกด้วยครับ

 

ต่อมา แม่น้ำทูโบนเปลี่ยนทิศทางและตื้นเขินลง ฮอยอันจึงค่อยๆถูกลดความสำคัญลง และดานังก็กลายเป็นเมืองท่าหลักของภูมิภาคนี้ไปแทน ผู้คนจึงค่อยๆลืมเลือนเมืองนี้ไป จนกระทั่ง คาซิเมียซ เควียดโควสกี้ (Kazimierz Kwiatkowski) สถาปนิกชาวโปแลนด์ได้เข้ามาทำการศึกษาได้เข้ามาทำการศึกษาและทำการผลักดันให้ฮอยอันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก ในปี 1999 ทำให้คนฮอยอันสำนึกบุญคุณของท่าน และมีการสร้างอนุสาวรีย์ขึ้นใจกลางเมืองฮอยอัน พร้อมกับมีการจุดธูปบูชาอยู่เสมอ
 

ทุกวันนี้ ฮอยอันยังคงเป็นเมืองขนาดเล็กเช่นเดิม แต่ด้วยเสน่ห์ของ เมืองที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนสีเหลือง แห่งนี้ ทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยือนเป็นจำนวนมาก โดยผู้มาเยือนมักจะมาเยี่ยมชมบ้านเรือนเก่าๆ รวมทั้งร้านค้าขายผลงานทางศิลปะและหัตถกรรม นอกจากนี้ริมฝั่งแม่น้ำยังมีอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ บาร์ และร้านอาหารเปิดเรียงรายอยู่มากมายซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าใช้บริการ (ฝรั่งหลายคนหลงเสน่ห์เมืองนี้ จนมาอยู่ที่นี่เป็นเดือนๆก็มีครับ)
 

การเดินทางภายในเมืองเก่าฮอยอัน

บริเวณเมืองเก่าฮอยอันซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆไม่ใช่บริเวณที่มีพื้นที่ใหญ่โต เราจึงสามารถเดินชมทั้งเมืองได้อย่างชิลล์ๆครับ หรือถ้าใครขี้เกียจก็สามารถเช่าจักรยานปั่นได้

สิ่งที่ต้องระวังคือ พวกรถมอเตอร์ไซค์ จักรยาน และสามล้อที่ต้องคอยระมัดระวัง รวมทั้งมิจฉาชีพต่างๆ ที่อาจล้วงกระเป๋าเวลาที่คนเยอะๆได้ครับ


ตั๋วชมเมืองฮอยอัน

สถานที่เกือบทั้งหมดในเขตเมืองเก่าฮอยอันจะต้องเสียค่าเข้าชม โดยเราสามารถซื้อตั๋วเข้าชมสถานที่ต่างในเมืองฮอยอันได้จากเคาน์เตอร์ขายตั๋วซึ่งมีอยู่ทั่วทั้งเมืองแบบนี้ครับ


 
ในตั๋ว 1 ใบ จะประกอบไปด้วยคูปอง 5 ใบ (ทางด้านขวาของตั๋ว) โดยคูปอง 1 ใบสามารถใช้เยี่ยมชมได้ 1 สถานที่ ดังนั้นในการซื้อตั๋ว 1 ครั้ง เราจึงสามารถเข้าชมได้ 5 สถานที่นั่นเอง (แนะนำให้เข้าชม 5 สถานที่ๆผมจะกล่าวถึงต่อไปนี้ เพราะถือเป็นที่เที่ยวยอดฮิตของเมืองนี้แล้ว)


สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองเก่าฮอยอัน

1. สะพานญี่ปุ่น (Japanese Covered Bridge)

มีชื่อในภาษาเวียดนามว่า จั่วเกิ่ว (Chua Cau) สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมระหว่างชุมชนชาวจีนและชุมชนชาวญี่ปุ่น ในปี ค.ศ.1593


ความน่าสนใจของสะพานนี้คือ บริเวณปลายสะพานจะมีรูปปั้น ลิงถือลูกท้อ กับ สุนัข ซึ่งที่มาก็ยังเป็นที่ถกเถียง บ้างก็ว่า เพราะจักรพรรดิญี่ปุ่นหลายองค์ประสูติในปีวอกและปีจอ แต่บ้างก็ว่า เพราะสะพานนี้เริ่มสร้างในปีวอก และแล้วเสร็จในปีจอต่างหาก


 
2. บ้านเลขที่ 101 (The Old house Tan Ky)

เป็นบ้านไม้เก่าของคหบดีชาวเมืองฮอยอันตระกูล Tan Ky มีอายุยาวนานถึง 270 ปี และมีสมาชิกในครอบครัวสืบทอดกันมาถึง 7 รุ่น (ปัจจุบัน บ้านนี้ก็ยังคงมีคนอาศัยอยู่บนชั้นสอง)


บ้านนี้มีสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานกันถึง 3 ชาติ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และ เวียดนาม สิ่งที่น่าสนใจของบ้านหลังนี้คือ บ้านนี้จะยาวมากตั้งแต่แม่น้ำไปจรดถนนอีกฝั่งหนึ่ง เนื่องจากในอดีต บ้านนี้ยังเป็นร้านค้า ดังนั้น สินค้าที่ขนส่งมาทางน้ำจะถูกนำเข้ามาทางหลังบ้านเพื่อนำมาขายยังหน้าบ้านที่อยู่ติดกับถนน


บ้านหลังนี้เคยโดนน้ำท่วมมาแล้วหลายครั้ง สิ่งที่น่าสนใจคือ ภายในบ้านจะมีป้ายบอกระดับน้ำ ว่าแต่ละปีน้ำท่วมถึงแค่ไหน ปีที่ท่วมหนักที่สุดคือ เดือนตุลาคม ปี ค.ศ 1964 ที่น้ำท่วมเกือบถึงชั้นสองของบ้านครับ


3. ศาลาประชาคมชาวจีน (Chinese Assembly hall)

เป็นสมาคมชาวจีนที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองฮอยอัน สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1792 ในอดีตถือเป็นจุดศูนย์รวมของพ่อค้าชาวจีนที่อพยพเข้ามาค้าขายในเมืองนี้ ตอนหลังมีการสร้างวัดที่ข้างในและอันเชิญ เจ้าแม่ทับทิม, เทพเจ้าตาทิพย์ และ เทพเจ้าหูทิพย์ ให้ชาวเรือสักการบูชาก่อนออกทะเล






 
4. ศาลเจ้าเฟื้อกเกี๊ยน (Phouc Kien Shrine)

ตั้งอยู่ภายในศาลาประชาคมชาวฝูเจี้ยน (Fujian Chinese Assembly Hall) เป็นที่ประดิษฐานของ เจ้าแม่ทับทิม ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งท้องทะเลของชาวจีน
 

ไฮไลต์อีกอย่างหนึ่งของสถานที่แห่งนี้ คือ รูปปั้นมังกรในสระน้ำ ที่ปั้นได้อ่อนช้อยแต่ดูแข็งแรง มีการประดับเกล็ดมังกรด้วยชิ้นกระเบื้องและแก้วอย่างงดงาม


5. พิพิธภัณฑ์เซรามิก (Ceramic Museum)

ในอดีตฮอยอันเป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางการค้าเซรามิกที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บ้านเล็กๆอายุกว่า 80 ปีแห่งนี้จึงถูกดัดแปลงเพื่อจัดแสดงโบราณวัตถุที่ทำจากเซรามิกทั้งถ้วย ชาม และเครื่องใช้ไม้สอยโบราณต่างๆครับ

 

 
สีสันยามค่ำคืนที่เมืองฮอยอัน

ข้อดีของการมาค้างคืนที่ฮอยอันก็คือ เราจะได้ชมสีสันยามค่ำคืนที่เมืองฮอยอัน (ที่หลายๆคนบอกว่าสวยกว่าในช่วงกลางวัน) หนึ่งในไฮไลท์ที่สำคัญของเมืองฮอยอันก็คือ เทศกาลโคมไฟ (Full Moon Lantern Festival) ซึ่งเดิมทีจะจัดขึ้นเฉพาะในคืนพระจันทร์เต็มดวง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันทางการเมืองฮอยอันจะมีการประดับโคมไฟทุกคืนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เราจึงสามารถมาชมความงดงามของโคมไฟได้ทุกคืนเลยครับ 

 

ทุกๆบ้านและร้านค้า จะพร้อมใจกันประดับโคมไฟหลากสีสันอย่างสวยงาม (ขอเตือนว่า อย่าไปถ่ายรูปโคมไฟส่งเดชนะ บางร้านคิดเงิน โดยเฉพาะร้านที่มีโคมไฟสวยๆ)
 

 
 

ทุกค่ำคืน นอกจากจะมีเทศกาลโคมไฟแล้ว ก็มีกิจกรรม การลอยกระทงกระดาษ ซึ่งเดิมทีจะจัดเฉพาะในคืนพระจันทร์เต็มดวง แต่ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวสามารถหาซื้อและลอยกระทงได้ทุกวันเลยครับ

ข้อควรระวัง: ควรจ่ายเงินค่ากระทงให้เรียบร้อยก่อนนำไปลอย เพราะมีหลายคน เอากระทงมาลอยก่อน แล้วโดนแม่ค้าขายกระทงโก่งราคากระทงจนแพงเวอร์ ต้องระวังครับ

 
 
สำหรับรีวิวการเที่ยวชมเมืองฮอยอันของผมก็ขอจบลงเพียงเท่านี้ครับ ส่วนตัว ผมว่า เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ น่ารัก มีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง สมแล้วกับการที่ได้รับสมญานามว่า มรดกโลกที่ยังมีชีวิต แต่รีวิวของทริปดานังยังไม่จบเพียงเท่านี้ครับ ในตอนหน้าเราจะพาไปชมศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ อาณาจักรจามปา อย่าง ซากปราสาทหินหมี่เซิน (My Son Sanctuary) จากนั้นเราจะไปล่องเรือในแม่น้ำทูโบน ยังไงฝากติดตามในตอนต่อไปด้วยนะครับ

ตอนอื่นๆ

ตอนที่ 1: เตรียมตัวเที่ยวดานัง

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=12-05-2020&group=32&gblog=1

ตอนที่ 2: ฮอยอัน มรดกโลกที่มีชีวิต

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=13-05-2020&group=32&gblog=2

ตอนที่ 3: ตามรอยชาวจามที่หมี่เซิน

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=14-05-2020&group=32&gblog=3

ตอนที่ 4: ดานัง มหานครแห่งเวียดนามกลาง

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=15-05-2020&group=32&gblog=4

ตอนที่ 5: หนาวสุดฟินที่บาน่าฮิลล์

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=16-05-2020&group=32&gblog=5



Create Date : 13 พฤษภาคม 2563
Last Update : 17 พฤษภาคม 2563 22:16:19 น. 6 comments
Counter : 100 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณKavanich96, คุณอุ้มสี


 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 16 พฤษภาคม 2563 เวลา:3:04:48 น.  

 
ยินดีครับ


โดย: เจ้าสำนักคันฉ่องวารี วันที่: 16 พฤษภาคม 2563 เวลา:23:56:18 น.  

 
ผ่านไปผ่านมาหลายคราล่ะ
วันนี้ได้มุดเข้ามาอ่าน
เข้าบล็อกนี้เสียที
เป็นทริปท่องเที่ยว ตปท.
ที่สวยงาม
และน่าสนใจนะคะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 18 พฤษภาคม 2563 เวลา:0:46:15 น.  

 
ขอบคุณนะครับที่เข้ามาเยี่ยมชม :)


โดย: เจ้าสำนักคันฉ่องวารี IP: 184.22.106.51 วันที่: 18 พฤษภาคม 2563 เวลา:21:50:45 น.  

 
เห็นแล้ว..ก็อยากไปอีก
ดาหนัง..เมืองเล็กๆน่ารัก
แต่วันที่ไป คนเยอะมาก
สะพานญี่ปุ่นไม่ว่างเลย
ที่อื่นๆก็เช่นกัน

ขอบคุณรีวิวดีดีนะคร๊าาาา ^^


โดย: sky (สมาชิกหมายเลข 4167110 ) วันที่: 20 พฤษภาคม 2563 เวลา:14:35:01 น.  

 
ยินดีครับ :)


โดย: เจ้าสำนักคันฉ่องวารี IP: 184.22.106.51 วันที่: 20 พฤษภาคม 2563 เวลา:21:55:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

เจ้าสำนักคันฉ่องวารี
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




ชอบท่องเที่ยว สนใจประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และการเมืองระหว่างประเทศ

Blog นี้จะใช้เขียนความทรงจำในการเดินทาง และวิธีการเดินทางอย่างละเอียด เผื่อใครจะมาตามรอย หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ

ถ้าชอบ blog เนื้อหาประมาณนี้ ฝากกดติดตามด้วยนะครับ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เจ้าสำนักคันฉ่องวารี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.