Welcome to my blog
3 วัน 2 คืน ลัดเลาะโอกินาว่า เกาะสวรรค์ทะเลใต้ของญี่ปุ่น (ตอนที่ 1: เตรียมตัวเที่ยวโอกินาว่า)

 
สถานที่ท่องเที่ยว : Okinawa, Japan
พิกัด GPS : 26° 12' 44.46" N 127° 40' 50.52" E
 

ถ้าพูดถึงเกาะโอกินาว่า ในมโนภาพของแต่ละคนอาจจะมีความแตกต่างกันออกไป บางคนอาจจะนึกถึงทะเล ในขณะที่บางคนอาจจะนึกถึงความเป็นญี่ปุ่น หรือบางคนอาจจะนึกไปถึงเกาะสวรรค์แบบฮาวาย
 

ส่วนตัว ผมได้ยินชื่อ โอกินาว่าครั้งแรกที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่อยุธยา ตั้งแต่ตอนประมาณชั้นประถม ในขณะนั้นพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรอยุธยากับอาณาจักรต่างๆ เช่น จีน ญี่ปุ่น ฮอลันดา โปรตุเกส แต่มีอยู่อาณาจักรหนึ่งที่ผมสะดุดหูเป็นพิเศษก็คือ อาณาจักรริวกิว ซึ่งเป็นหมู่เกาะอยู่ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น หลังจากวันนั้นชื่อนี้ก็ยังติดอยู่ในหัวมาโดยตลอด
 

ตลอดระยะเวลาหลังจากนั้น ในอีก 10 กว่าปีต่อมา ผมได้รับข้อมูลของเกาะนี้จากอีกหลายๆแหล่ง จนกระทั่งทราบว่าอาณาจักรนี้ในปัจจุบันคือ เกาะโอกินาว่า ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม ในด้านวัฒนธรรมประเพณี และผู้คนบนเกาะนี้ แทบจะมีความแตกต่างจากญี่ปุ่นโดยสิ้นเชิง ดินแดนนี้จึงกลายเป็นสถานที่ในฝัน ที่หวังไว้ว่า วันหนึ่งจะมาเยือนให้ได้ แต่ก็ด้วยข้อจำกัดหลายๆอย่าง ทั้งเวลา และเงิน ทำให้ไม่ได้มาเที่ยวที่นี่ซักที
 

จนกระทั่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมาสายการบินพีชแอร์ได้เปิดเส้นทางบินตรง จากกรุงเทพ (สุวรรณภูมิ) ไปยังเกาะโอกินาว่า ในราคาแค่หลักพันและมีการอัดโปรอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดผมก็สามารถจับโปรที่ออกมาในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมได้ ในราคาไป-กลับเพียง 4,160 บาท และในที่สุดทริปนี้จึงเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 27-29 กรกฎาคม 2560 
 


รู้จักกับโอกินาว่า
 

เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางใต้สุดของญี่ปุ่น ประกอบด้วยหมู่เกาะนับร้อยเกาะ เรียงเป็นแนวยาวกว่าหนึ่งพันกิโลเมตร โดยเรียงตัวจากทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะคิวชูไปจนถึงเกาะไต้หวัน
 

เมืองหลวงของจังหวัดโอกินาว่าคือ นาฮา (Naha) ตั้งอยู่ทางใต้ของเกาะโอกินาว่า ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดของหมู่เกาะ
 

ในอดีตเกาะโอกินาว่าเป็นที่ตั้งของ อาณาจักรริวกิว ซึ่งเป็นอาณาจักรที่อิสระ มีกษัตริย์ วัฒนธรรม และประเพณีเป็นของตัวเอง รวมทั้งมีเศรษฐกิจที่รุ่งเรืองจากการค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เช่น อยุธยา, ปัตตานี, มะละกา) ,จีน และญี่ปุ่น ก่อนที่จะถูกผนวกให้เป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิญี่ปุ่น และยังเคยอยู่ภายใต้การปกครองของสหรัฐอเมริกา หลังช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเป็นเวลาเกือบ 30 ปี
 

โอกินาว่า ก็กลับคืนสู่ใต้การปกครองของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 1972
 

นอกจากนี้ จังหวัดนี้ยังเป็นจังหวัดที่คนมีอายุเฉลี่ยมากที่สุด โดยผู้ชายมีอายุเฉลี่ยยืนยาวถึง 90.1 ปี และผู้หญิงมีอายุเฉลี่ยถึง 93.2 ปี ซึ่งมากที่สุดในโลก สาเหตุที่คาดกันนั้นก็น่าจะเป็นเพราะว่าสภาพของสังคมและอาหารที่ถูกสุขลักษณะ
 


เที่ยวช่วงไหนดี

โอกินาว่ามีภูมิอากาศที่ค่อนข้างเฉพาะตัว แตกต่างจากบริเวณส่วนใหญ่ของญี่ปุ่น กล่าวคือ จะร้อนมากกว่า และมีฝนมากกว่าภูมิภาคอื่นๆ (อากาศคล้ายๆที่เมืองไทย)
 

- ฤดูหนาว --> อยู่ระหว่างเดือน มค.- กพ. อากาศโดยรวมค่อนข้างเย็น (แต่ไม่หนาวเหมือนภูมิภาคอื่น) ฝนน้อย เที่ยวสะดวกครับ (สามารถมาชมดอกซากุระที่แรกของญี่ปุ่นได้ ในช่วงเดือนมค.)
 

ฤดูใบไม้ผลิ --> อยู่ระหว่างเดือน มีค.-เมย. อากาศอุ่นขึ้น (แต่ก็อยู่ในเกณฑ์เย็นๆ สำหรับคนไทย) ฝนเริ่มมีเยอะขึ้น แต่ก็ถือว่าเป็นอีกช่วงที่น่าเที่ยว
 

- ฤดูฝน --> อยู่ระหว่างเดือน พค.-มิย. อากาศเริ่มร้อน ฝนเยอะ ผมแนะนำให้เลี่ยงช่วงนี้
 

ฤดูร้อน --> เดือน กค. ในช่วงนี้ฝนน้อย อากาศค่อนข้างร้อนแบบเหนียวตัว ถือเป็นช่วง High season ของเกาะ
 

- ฤดูไต้ฝุ่น --> อยู่ระหว่างเดือน สค. – ตค. ฝนจะกลับมาเยอะอีกครั้ง มีโอกาสเจอไต้ฝุ่นสูง ผมแนะนำให้เลี่ยงช่วงนี้
 

- ฤดูใบไม้ร่วง --> อยู่ระหว่างเดือนพย.-ธค. ฝนน้อยอากาศเย็นสบาย เป็นอีกช่วงที่น่าเที่ยว (แต่ที่นี่ไม่มีใบไม้เปลี่ยนสีนะครับ)
 


โดยสรุป ช่วงที่ควรหลีกเลี่ยงคือ ฤดูฝน และฤดูไต้ฝุ่น ส่วนฤดูร้อน ถ้าใครไม่ชอบก็เลี่ยง (แต่เท่าที่ผมไปในช่วงนี้ ผมว่ามันก็ไม่ได้ร้อนขนานนั้น ถ้าคุณทนอากาศเมืองไทยได้ ก็ทนร้อนของที่นั่นได้ ไม่ต่างกันมาก)
 

สิ่งสำคัญที่สุดคือ แดดที่นี่โดตรแรง (ไม่ว่าจะฤดูไหนก็ตาม) แนะนำว่าให้เตรียมอุปกรณ์กันแดด ทั้งครีม ร่ม หรือหมวกให้พร้อม
 

เวลา
 

แม้ว่าจะเป็นเกาะนอกแผ่นดินญี่ปุ่นแต่ก็ใช้เวลา Time Zone เดียวกัน คือเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมงเหมือนภูมิภาคอื่นๆของญี่ปุ่น
 

ตม. และวีซ่า
 

เหมือนส่วนอื่นของญี่ปุ่นครับคือ คนไทยได้ฟรีวีซ่า 15 วัน (คือมี passport ก็ไปได้เลย)
 

ส่วนเรื่องตม. โดยปกติ ตม.ญี่ปุ่นไม่ค่อยมีชื่อเสียเรื่องการส่งนักท่องเที่ยวกลับมั่วๆเหมือนตม.บางประเทศ โดยส่วนตัวผมว่าการผ่านตม.ญี่ปุ่นสุดแสนจะชิลล์ครับ ยิ่งมาโอกินาว่า ตม. ยิ่งโคตรชิลล์ ไม่ถามอะไรเลยสักคำ  (เพราะคงไม่มีคนไทยหลบหนีมาทำงานที่นี่หรอก)
 

อีกด่านหนึ่งก่อนเข้าประเทศคือศุลกากร ที่ค่อนข้างขึ้นชื่อสำหรับประเทศนี้ เท่าที่ผมก็สังเกต ศุลกากรที่นี่ชิลล์กว่าที่สนามบินอื่นๆของญี่ปุ่นคือ แทบไม่มีการค้นหรือถามอะไรเลย
 

ผู้คนและความปลอดภัย
 

คนพื้นเมืองของโอกินาว่าเรียกว่าชาวริวกิว ถ้ามองลักษณะภายนอกจะเห็นค่อนข้างชัดว่าชาวริวกิวจะมีผิวที่ค่อนข้างคล้ำกว่าคนญี่ปุ่นทั่วไป บางคนก็คล้ายคนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่าชาวญี่ปุ่น นอกจากนี้คนที่นี่ยังมีความเป๊ะที่น้อยกว่าคนญี่ปุ่นทั่วไปทั้งในแง่ความตรงต่อเวลา ระเบียบวินัย และกริยามารยาท ส่วนเรื่องภาษา ชาวริวกิวจะมีภาษาเป็นของตัวเอง แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปพูดภาษาญี่ปุ่นหมดแล้ว (ภาษาอังกฤษก็พอสื่อสารได้ เที่ยวไม่ลำบากครับ)

 

ในแง่ความปลอดภัย ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง แต่ก็มีมุมมืดๆเหมือนกัน สำหรับโอกินาว่า ผมว่าปลอดภัยยิ่งกว่าญี่ปุ่นภูมิภาคอื่นซะอีก เท่าที่เที่ยวมา ผมไม่รู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยเลยแม้แต่นิดเดียว (โอซาก้าหรือโตเกียว ยังรู้สึกว่าบางพื้นที่ไม่ปลอดภัย) เวลาไปเที่ยวก็ระวังตัวตามปกติ แต่ไม่มีอะไรต้องระวังเป็นพิเศษครับ


ระบบเงินตราและค่าครองชีพ
 

เหมือนญี่ปุ่นทั่วไปที่นี่ใช้เงินเยนครับ โดย 3 เยน มีค่าประมาณ 1 บาท (คิดง่ายๆ หารหรือคูณ 3 เอา) สำหรับค่าอาหารที่นี่ราคาอาหารจะถูกกว่าญี่ปุ่นทั่วไปคือ ประมาณมื้อละ 600 เยนต่อคนเท่านั้น (หรือประมาณ 7-8 ร้อยบาทต่อวัน/อาหารสามมื้อ)
 


การเดินทางเข้าสู่เกาะโอกินาว่า
 

สมัยก่อนการเดินทางไปโอกินาว่าทำได้ค่อนข้างยากคือ ต้องไปต่อเครื่องที่ฮ่องกง ไต้หวัน หรือญี่ปุ่นแผ่นดินใหญ่ ราคาตั๋วก็อยู่ประมาณ 1-2 หมื่นบาท (คนไทยเลยไม่นิยมไปกัน)
 

แต่ปัจจุบันการไปเที่ยวโอกินาว่าทำได้สะดวกมากขึ้น เนื่องจากมีสายการบิน Peach Airline ที่เปิดเส้นทางบินตรง ระหว่างกรุงเทพ (สุวรรณภูมิ) ไปยังเกาะโอกินาว่า ในราคาหลักพัน หรือถ้าจองโปรได้อาจจะได้ไปในราคาแค่ 2-4 พันบาท (ไปกลับ) นอกจากนี้เวลาบินยังค่อนข้าง perfect คือ วันไป-บินออกจากเมืองไทยตอนดึก ถึงตอนโอกินาว่าตอนเช้า และวันกลับ- บินออกจากโอกินาว่าตอนค่ำถึงเมืองไทยตอนดึก ทำให้มีเวลาเที่ยวเต็มวันและทำให้ประหยัดค่าโรงแรมไปได้ 
 


การเดินทางภายในเกาะโอกินาว่า
 

1. ภายในเมืองนาฮะ

ในเมืองหลวงนาฮะของเกาะโอกินาว่า มีระบบ monorail ที่เรียกว่า Yui Rail  ซึ่งถือว่าครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น สนามบิน,ปราสาทชูริ (Shuri Castle) หรือถนน Kosukai dori ส่วนราคาก็ขึ้นกับระยะทาง (สามารถเช็คราคาได้ที่  hyperdia เหมือนเที่ยวเมืองอื่นๆของญี่ปุ่นครับ)
 

ใครที่จะขึ้น monorail หลายๆรอบใน 1 วัน ผมแนะนำให้ใช้  One day pass ในราคา 700 เยนครับ (ก่อนใช้แนะนำให้ลองใช้ hyperdia คำนวณราคาดูก่อนว่าคุ้มมั๊ย)
 


นอกจากระบบ monorail แล้ว ภายในเมือง Naha ยังมี Taxi และ รถเมล์ให้บริการ ซึ่งถ้าใครไปไหนไม่ไกล หรือไปกันหลายๆคน ผมแนะนำให้ใช้ Taxi  ซึ่งราคาของ Taxi ที่นี่ถือว่าไม่แพงมาก (ถูกกว่าเมืองอื่นๆของญี่ปุ่น)
 

2. นอกเมืองนาฮะ
 

สถานที่ท่องเที่ยวภายในเกาะโอกินาว่า ส่วนใหญ่จะอยู่นอกเมือง เช่น Churaumi Aquarium, ผางวงช้าง และ Okinawa world การจะเข้าถึงสถานที่เหล่านี้มีอยู่ด้วยกัน 3 วิธีคือ รถเมล์,เช่ารถขับ และซื้อทัวร์ สำหรับรถเมล์ ผมไม่แนะนำเพราะมีค่อนข้างน้อย และค่อนข้างเสียเวลาต่อหลายต่อ ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่
 

การเที่ยวนอกเมือง  Naha ส่วนใหญ่จะใช้วิธีเช่ารถขับ หรือบัสทัวร์ ซึ่งทั้ง 2 วิธีนี้ก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป
 

เช่ารถขับ

o ข้อดี

    - เที่ยวสะดวกคล่องตัว

    - สามารถเลือกสถานที่ท่องเที่ยวได้ตามใจชอบ และอยากอยู่นานแค่ไหนก็ได้

o ข้อเสีย

    - ต้องทำการบ้านเยอะหน่อย ในเรื่องการเดินทาง

    - ถ้ามีจำนวนคนหารน้อย ค่าใช้จ่ายจะค่อนข้างสูง (วิธีนี้เหมาะสำหรับกรณีที่มีคนไปด้วยเยอะๆจะหารค่ารถ ค่อนข้างถูก)

    - ราคาสำหรับการเช่ารถต่อวัน ส่วนใหญ่จะค่อนข้างถูก แต่อย่าลืมรวมพวกค่าทางด่วน และค่าน้ำมันด้วยนะครับ (ลองคำนวณดูดีๆ ว่าถูกจริงป่าว ถ้ามีคนหารน้อย ราคาอาจจะแพงกว่าซื้อทัวร์ซะอีก)
 

บัสทัวร์

o ข้อดี

    - ไม่ต้องเสียเวลา plan มาก แค่เลือกแพ็คเกจที่ชอบจ่ายตังค์แล้วไปได้เลย (วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ไปคนเดียว หรือมีตัวหารน้อย)

o ข้อเสีย

     - เวลาในการเยี่ยมชมแต่ละสถานที่ค่อนข้างจำกัด

     - ไม่มีอิสระ, ต้องมาชมในบางสถานที่ๆไม่อยากไป

o บริษัททัวร์ที่โอกินาว่ามีเยอะมากครับ เช่น Jumbo tour หรือ Cerulean blue

o เวลาเลือก Package ให้ดูก่อนนะครับว่า รวมค่าบัตรเข้าชม หรืออาหารกลางวันหรือเปล่า แล้วลองเปรียบเทียบราคาดู
 

สำหรับทริปนี้ ผมเลือกวิธีซื้อทัวร์ผ่าน Cerulean Blue 2 Package เป็นเวลา 2 วันครับ (เดี๋ยวผมจะลงรายละเอียดของแต่ละ Package อีกทีในตอนต่อๆไป)
 


แผนเที่ยว ทริปนี้ใช้เวลาทั้งสิ้น 3 วัน 2 คืนดังนี้ครับ
 

วันที่หนึ่ง

- ขึ้นเครื่องจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังสนามบินนาฮะ บนเกาะโอกินาว่า (MM990)

- เช็คอิน/ ฝากกระเป๋าที่ Abest Hotel Naha Kokusai Dori

- เที่ยว Kaigungo Navy HQ cave

- เที่ยว Shuri Castle

- กลับที่พัก
 

วันที่สอง

ซื้อทัวร์ไปเที่ยวเกาะโอกินาว่าตอนกลางและตอนเหนือ (ทั้งวัน)

- สถานที่ๆแวะชม ได้แก่ Kouri Island, Churaumi Aquarium, Okashigoten (ร้านขายของฝาก),Cape Manza (ผางวงช้าง) และ Ryukyu Village
 

วันที่สาม

- ครึ่งวันเช้า ซื้อทัวร์ไปเที่ยวเกาะโอกินาว่าตอนใต้

- สถานที่ๆแวะชม ได้แก่ Sefa-Utaki (ก้อนหินศักดิ์สิทธิ์), Okinawa World/ Gyukusendo cave และ Tower of Himeyuri

- ครึ่งบ่าย Shopping แวะซื้อของฝากที่ถนน Kokusai dori

- เดินทางไปสนามบิน

- ขึ้นเครื่องบินกลับเมืองไทย (MM989)
 

ที่พัก

ทริปนี้ผมใช้ที่พักที่เดียวเป็นฐานเที่ยวไปตามส่วนต่างๆของเกาะโอกินาว่า โรงแรมที่พักคือ Abest Hotel Naha Kokusai dori ครับ
 

สาเหตุที่เลือกที่นี่คือ ราคาของที่นี่เฉลี่ยต่อคน/ต่อคืนค่อนข้างถูก และคะแนนรีวิวใน booking ก็ค่อนข้างโอเค (เกิน 8) ทั้งในแง่ความสะอาด พนักงาน และทำเลที่ตั้ง รวมทั้ง ใกล้สถานีรถไฟฟ้าและใกล้กับจุดขึ้นรถบัสของทัวร์ที่ผมซื้อไว้ (Cerulean blue) แต่ข้อเสียคือ ห้องค่อนข้างแคบ (ตามสไตล์โรงแรมญี่ปุ่นทั่วไป)
 

รายละเอียดเพิ่มเติม:https://www.hotelabest-naha.com/
 


งบประมาณ
 

ทริปนี้ผมใช้งบประมาณไปทั้งสิ้นประมาณ 14,000 บาทครับ (ถือว่าเป็นการเที่ยวญี่ปุ่นที่ถูกมาก) แบ่งเป็นค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ 4,160 บาท (+300 เป็นค่าตัดบัตร), ค่าที่พักต่อคน (2 คืน) 3,600 บาท, ค่าบัสทัวร์ 2,000 บาท นอกนั้นเป็นค่าเข้าชมสถานที่, ค่าอาหาร,ค่าของฝาก และค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆครับ
 

สำหรับรีวิวในตอนแรกก็ขอจบลงเพียงเท่านี้ ในตอนต่อไปผมจะพาไปทำความรู้จักกับพีชแอร์ไลน์ (Peach Airline) สายการบินที่จะพาเราไปเยือนเกาะโอกินาว่า ฝากติดตามด้วยนะครับ
 

ตอนอื่นๆ

ตอนที่ 1: เตรียมตัวเที่ยวโอกินาว่า

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=11-11-2017&group=15&gblog=1
 

ตอนที่ 2: รู้จักกับสายการบินพีชแอร์

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=15-11-2017&group=15&gblog=2
 

ตอนที่ 3: อุโมงค์ลับแห่งเกาะโอกินาว่า

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=22-11-2017&group=15&gblog=3
 

ตอนที่ 4: เรียนประวัติศาสตร์ที่ปราสาทชูริ

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=24-11-2017&group=15&gblog=4
 

ตอนที่ 5: ซื้อทัวร์เที่ยวตอนเหนือของเกาะ

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=26-11-2017&group=15&gblog=5
 

ตอนที่ 6: เที่ยวถ้ำยักษ์ที่ Okinawa World

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=26-11-2017&group=15&gblog=6
 

ตอนที่ 7: กิน ช็อปส่งท้ายที่ถนน Kokusai Dori

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=03-12-2017&group=15&gblog=7




Create Date : 11 พฤศจิกายน 2560
Last Update : 15 พฤษภาคม 2562 23:52:54 น. 4 comments
Counter : 6627 Pageviews.

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่า


โดย: po IP: 171.100.24.32 วันที่: 14 มกราคม 2561 เวลา:8:43:28 น.  

 
ยินดีครับ มีข้อสงสัยอะไรถามได้เลยครับ


โดย: เจ้าสำนักคันฉ่องวารี วันที่: 21 มกราคม 2561 เวลา:16:53:38 น.  

 
สวัสดีค่ะ รบกวนสอบถามหน่อยค่ะว่าทัวร์ไปตอนเหนือซื้อที่ญี่ปุ่นเลยหรือว่าซื้อล่วงหน้าตั้งแต่ที่ไทยคะ ขอบคุณะ


โดย: มะปราง IP: 182.232.181.71 วันที่: 5 พฤษภาคม 2561 เวลา:11:38:32 น.  

 
ผมซื้อล่วงหน้าครับ รายละเอียดลองอ่านในรีวิวตอนที่ 5 นะครับ


โดย: เจ้าสำนักคันฉ่องวารี IP: 1.47.45.75 วันที่: 10 พฤษภาคม 2561 เวลา:11:48:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

เจ้าสำนักคันฉ่องวารี
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




ชอบท่องเที่ยว สนใจประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และการเมืองระหว่างประเทศ

Blog นี้จะใช้เขียนความทรงจำในการเดินทาง และวิธีการเดินทางอย่างละเอียด เผื่อใครจะมาตามรอย หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ

ถ้าชอบ blog เนื้อหาประมาณนี้ ฝากกดติดตามด้วยนะครับ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เจ้าสำนักคันฉ่องวารี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.