Welcome to my blog
4 วัน 3 คืน ฟุกุอิ ดินแดนไดโนเสาร์ของประเทศญี่ปุ่น (ตอนที่ 1: Fukui City)


สถานที่ท่องเที่ยว : สถานีรถไฟฟุกุอิ (Fukui Railway Station), Japan
พิกัด GPS : 36° 3' 43.64" N 136° 13' 24.74" E


ทริปนี้ผมไปมาในวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ปี 67 โดยเป็นทริปยาวเที่ยวในแถบ ภูมิภาคโฮคุริคุ (Hokuriku) -ของประเทศญี่ปุ่น ไล่ตั้งแต่จังหวัด ฟุกุอิ (Fukui), อิชิกาวะ (Ishikawa) และ โทยามะ (Toyama) เป็นเวลารวมกันทั้งสิ้น 7 วัน 6 คืนครับ โดยในรีวิวชุดนี้ ผมจะขอรีวิวแบ่งเป็นทีละจังหวัด ซึ่งบล็อกนี้ ผมจะเริ่มรีวิวที่ จังหวัดฟุกุอิ (Fukui) ก่อน โดยผมได้ใช้เวลาอยู่ที่จังหวัดนี้ยาวๆถึง 4 วัน 3 คืนครับ
 
รู้จักกับจังหวัดฟุกุอิ (Fukui)

ถ้าพูดถึง จังหวัดฟุกุอิ (Fukui) มั่นใจว่าคนส่วนใหญ่ไม่น่าจะรู้จักที่นี่กัน จริงๆแล้วฟุกุอิ เป็นจังหวัดหนึ่งของญี่ปุ่นที่อยู่ในแถบ ภูมิภาคโฮคุริคุ (Hokuriku)  โดยที่ตั้งของจังหวัดนี้จะอยู่ทางตอนเหนือของเมืองที่คนไทยรู้จักกันอย่าง โอซาก้า (Osaka) และมีพื้นที่ติดกับ จังหวัดเกียวโต (Kyoto) ที่เป็นเมืองหลวงเก่าอันโด่งดังนั่นเอง

 

แม้ว่าจังหวัดฟุกุอิจะอยู่ติดกับเกียวโต แต่ที่ผ่านมา ที่นี่ก็เหมือนเป็นจังหวัดที่ถูกลืม อาจจะด้วยการเดินทางในสมัยก่อนที่ยังไม่สะดวกมากนัก แต่หลังจากที่มีการเปิดใช้งานรถไฟความเร็วสูงสาย Hokuriku Shinkansen ผ่านที่จังหวัดนี้ ที่นี่ก็เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น โดยสิ่งที่ทำให้ฟุกุอิเป็นที่รู้จักก็คือ ไดโนเสาร์ นั่นเองครับ
 

เนื่องจากในอดีตในยุคครีเตเชียสเมื่อกว่า 65 ล้านปีก่อน บริเวณหุบเขาของจังหวัดฟุกุอิที่ปัจจุบันคือ เมืองคัตสึยามะ (Katsuyama) เป็นถิ่นที่อยู่ของไดโนเสาร์มากมายหลากหลายสายพันธุ์ แต่สิ่งที่ทำให้บริเวณนี้มีความพิเศษก็คือ ชั้นดินตรงนี้มีการฟอร์มตัวหินตะกอน ทำให้ซากดึกดำบรรพ์มีการทับถมเกิดเป็นฟอสซิล บริเวณนี้จึงมีการค้นพบไดโนเสาร์มากที่สุดของประเทศญี่ปุ่น และมากเป็นอันดับต้นๆของโลก ในบรรดาไดโนเสาร์ที่ค้นพบทั้งหมด มีอย่างน้อย 5 สายพันธุ์ที่เป็นไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ ได้แก่
  • ฟุกุอิแรปเตอร์ (Fukui Raptor)
  • ฟุกอิซอรัส (Fukuisaurus)
  • ฟุกุอิเวเนเตอร์ (Fukuivenetor)
  • ฟุกุอิไตตัน (Fukuititan)
  • โคชิซอรัส (Koshisaurus)

 
ส่วนในด้านประวัติศาสตร์ ฟุกุอิเป็นที่ตั้งของแคว้นโบราณ ที่มีเจ้าผู้ครองแคว้นหรือไดเมียวเป็นผู้ปกครองนั่นก็คือ แคว้นเอจิเซ็น (Echizen) โดยผู้ปกครองแคว้นนี้จะเป็นคนใน ตระกูลอาซาคุระ (Asakura clan) ซึ่งเป็นแคว้นที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจเนื่องจากอยู่บนเส้นทางการค้าระหว่างเอโดะ (Edo) และเกียวโต (Kyoto) รวมทั้งยังสามารถใช้เป็นเส้นทางทางทะเลติดต่อกับต่างประเทศได้ด้วย แต่เนื่องจากตระกูลนี้อยู่คนละฝั่งกับโอดะ โนบุนากะ แคว้นเอจิเซ็นจึงถูกรุกรานและเมืองหลวงของแคว้นที่ปัจจุบันคือ เมืองอิชิโจดานิ (Ichijodani) ก็ถูกเผาทำลายทั้งหมด (เมืองนี้เดี๋ยวผมจะเอามารีวิวในตอนหน้านะครับ)

หลังจากสงครามที่ทุ่งเซกิกาฮาระ เมื่อตระกูลโทกุกาวะ สามารถรวบรวมแผ่นดินญี่ปุ่นให้เป็นปึกแผ่น บริเวณที่เป็นจังหวัดฟุกุอิในปัจจุบันส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การปกครองของ ตระกูลมัตสึไดระ (Matsudaira) ซึ่งสืบทอดมาจากลูกชายคนที่สองของโชกุนโทกุกาวะ จนถึงยุคปฏิรูปเมจิ จังหวัดฟุกุอิจึงถูกตั้งขึ้นในปี 1871 โดยมีเมืองหลวงที่เป็นศูนย์กลางการปกครองชื่อว่า นครฟุกุอิ (Fukui city)

 

 
ปัจจุบันฟุกุอิถือว่าเป็นจังหวัดที่ค่อนข้างจะชนบทและห่างไกล คนไทยน้อยคนที่จะมาเที่ยวที่นี่ รีวิวก็หาได้น้อยเหลือเกิน ผมเลยจะมารีวิวจังหวัดนี้ ในบล็อกนี้และบล็อกต่อๆไปนะครับ

การเดินทางเข้าสู่จังหวัดฟุกุอิ

ปัจจุบันการเดินทางมาที่จังหวัดฟุกุอิทำได้ง่ายมากครับ เพราะรถไฟความเร็วสูงสาย Hokuriku Shinkansen เพิ่งเปิดให้บริการมายังจังหวัดนี้เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2567 ทำให้การเดินทางจากโตเกียวใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น ส่วนใครที่เดินทางจากโอซาก้าหรือเกียวโต ให้นั่งรถไฟด่วนพิเศษขบวน Thunderbird ไปยังเมืองที่มีชื่อว่า สึรุกะ (Tsuruga) จากนั้นให้นั่งรถไฟความเร็วสูงสาย Hokuriku shinkansen มายัง เมืองฟุกุอิ (Fukui City) โดยทั้งหมดนี้จะใช้เวลาเดินทางรวมการเปลี่ยนขบวนรถไฟประมาณ 2-3 ชั่วโมงครับ

 

สำหรับในทริปของผม จะเป็นการเดินทางมายังฟุกุอิจากสนามบินคันไซในจังหวัดโอซาก้าจากนั้นก็จะเดินทางต่อไปยังเมืองต่างๆของภูมิภาคโฮคุริคุ ดังนั้น เพื่อให้ประหยัดค่าเดินทาง ผมเลยเลือกใช้ JR Kansai Hokuriku Area Pass ซึ่งจะครอบคลุมการเดินทางในแถบเมืองเหล่านี้ รวมทั้งภูมิภาคคันไซ ไม่ว่าจะเป็นโอซาก้า, นารา (Nara), เกียวโต (Kyoto), โกเบ (Kobe) โดยสามารถใช้ได้ 7 วันติดต่อกัน

ใครที่มีแผนเที่ยวประมาณนี้ แนะนำให้ลองพิจารณาเลือกใช้พาสตัวนี้ดูนะครับ โดยราคาพาสคิดเป็นเงินไทยจะอยู่ที่ประมาณ 4 พันบาท

ทางไปจอง https://www.klook.com/th/activity/2771-7-day-jr-kansai-hokuriku-area-pass-jr-pass/

 

ส่วนพาสอื่นๆที่สามารถใช้เดินทางไปยังจังหวัดฟุกุอิได้ ได้แก่
  • JR Hokuriku Arch Pass เหมาะสำหรับใช้เดินทางจากโตเกียวไปยังโอซาก้า โดยผ่านที่เมืองฟุกุอิด้วย (สามารถใช้ได้ 7 วันติดต่อกัน)
  • JR Takayama Hokuriku Area Pass เหมาะสำหรับใช้เดินทางจากนาโกย่าไปยังโอซาก้า โดยผ่านที่เมืองทากายามะ (Takayama) รวมทั้งเมืองฟุกุอิด้วย (สามารถใช้ได้ 5 วันติดต่อกัน)

บัตร Have Fun in Fukui Pass

ข้อดีของการมาเที่ยวในบางจังหวัดที่ไม่ใช่จังหวัดท่องเที่ยวที่โด่งดังของญี่ปุ่นก็คือ ทางการท้องถิ่นจะมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวอย่างๆเราๆประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้อีกเยอะ ที่ฟุกุอิก็เช่นกันครับ ที่นี่จะมีพาสที่เรียกว่า บัตร Have Fun in Fukui Pass

 

ข้อดีของการซื้อพาสตัวนี้ก็คือ เราจะสามารถเลือกสิทธิพิเศษ 3 อย่างในลิสต์ต่อไปนี้
  • ตั๋วเข้าชมพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์จังหวัดฟุกุอิ (Prefectural Dinosaur Museum)
  • ตั๋วเข้าชมปราสาทมารุโอกะ (Maruoka castle)
  • ตั๋วเข้าชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเอจิเซ็นมัตสึชิมะ (Echizen Matsushima Aquarium)
  • ตั๋วขึ้นรถไฟสาย Echizen Railway แบบไม่จำกัดจำนวนเที่ยวเป็นเวลา 1 วัน
  • บัตรเข้า Awara onsen
  • บัตรรับประทานอาหารมูลค่า 1,200 เยนตามร้านค้าที่กำหนดในจังหวัดฟุกุอิ
  • ตั๋วคูปองช็อปปิ้ง 1,000 เยนที่ห้าง Happiring
 
พาสตัวนี้สามารถซื้อได้ผ่าน Klook ครับ และถ้าใครมีแผนจะซื้อ JR Kansai Hokuriku Area Pass อยู่แล้ว แนะนำให้ซื้อคู่กันไปเลย จะได้ราคาที่ถูกกว่าซื้อแยก


แผนเที่ยว
 
วันที่หนึ่ง
  • เช้า: เดินทางจากสนามบินคันไซในจังหวัดโอซาก้ามายังเมืองฟุกุอิ
  • บ่าย: เช็คอินเข้าที่พัก (Hotel Route Inn Fukui Ekimae)
  • บ่าย-เย็น: เที่ยวในเมือง ได้แก่ สถานีรถไฟเมืองฟุกุอิ, สวนโยโกะกัง (Yokokan garden), ซากปราสาทฟุกุอิ (Fukui castle ruin) และทางเดินริมแม่น้ำอะซุวะ (Asuwa River Cherry Blossom Row)
 
วันที่สอง
  • เช้า: นั่งรถไฟท้องถิ่นสาย Kuzuryu line เพื่อไปเที่ยวเมืองอิจิโจดานิ (Ichijodani)
  • ชมพิพิธภัณฑ์ตระกูลอาซาคุระแห่งเมืองอิจิโจดานิ (Fukui Prefectural Ichijodani Asakura Family Museum), ซากปรักหักพังประวัติศาสตร์อิจิโจดานิ (Ichijodani Asakura Castle Ruin) และเมืองจำลองอิจิโจดานิ (Ichijodani Restored Townscape)
  • บ่าย: นั่งรถเมล์ท้องถิ่นไปยังวัดเอเฮจิ (Eiheiji Temple) / เที่ยววัดเอเฮจิ
  • เย็น: เดินทางกลับเข้าตัวเมือง (นครฟุกุอิ)
 
วันที่สาม
  • เช้า: เดินทางด้วยรถไฟท้องถิ่นสาย Echizen railway  เพื่อไปยังเมืองคัตสึยามะ (Katsuyama)
  • เที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองคัตสึยามะได้แก่ ศาลเจ้าฮากุซันเฮเซนจิ (Hakusan Heisenji shrine), พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์จังหวัดฟุกุอิ (Fukui Prefectural Dinosaur Museum),วัดพระใหญ่เอจิเซ็น (Echizen Daibutsu) และปราสาทคัตสึยามะ (Katsuyama castle)
  • เย็น: เดินทางกลับเข้าตัวเมือง (นครฟุกุอิ)
 
วันที่สี่
  • เดินทางออกจากเมืองฟุกุอิ ไปยังจังหวัดโทยามะ (Toyama)
ที่พักในเมืองฟุกุอิ

ทริปนี้ผมพักที่ Hotel Route Inn Fukui Ekimae เป็นที่พักติดสถานีรถไฟของเมืองฟุกุอิเลย สามารถเดินไปได้ไม่เกิน 3 นาที โดยผมจองโรงแรมนี้ผ่านแอป Booking.com ได้ในราคาคืนละ 1,800 บาทรวมอาหารเช้าครับ

 
 
สำหรับสภาพโดยรวมของที่นี่ ก็ถือว่าดีงามตามมาตรฐานญี่ปุ่น สะอาด มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ มีออนเซ็นให้แช่ด้วย อาหารเช้าก็ถือว่าดีกว่าที่คิด เป็นบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น แต่ก็มีหลากหลายพอสมควร ถ้าใครเดินทางมาที่นี่ ผมแนะนำเลยครับ
 
วันที่หนึ่ง

การเดินทางของเราในวันแรกของทริปนี้ ผมเริ่มจากสนามบินสุวรรณภูมิมาเปลี่ยนเครื่องที่ ท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย (Noi Bai International Airport) ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม จากนั้นก็บินต่อไปที่ ท่าอากาศยานนานาชาติคันไซ (Kansai International Airport) ของจังหวัดโอซาก้า ด้วย สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ (Vietnam Airline) ครับ

 
 
ปัจจุบันการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น เราสามารถเลือกได้ว่าจะกรอกใบตม.แบบกระดาษ หรือกรอกผ่านเว็บ Visit Japan (https://www.vjw.digital.go.jp/main/#/vjwplo001)  ก็ได้ แต่ว่ากันว่า บางสายการบินเลิกแจกใบตม.แบบกระดาษแล้วนะ ดังนั้น ใครจะไป แนะนำให้กรอกผ่านเว็บไปจะดีกว่า เดี๋ยวนี้กรอกง่าย ไม่ยากเหมือนสมัยก่อนแล้ว
 
 
สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อผ่านตม.ออกมาคือ การแลกพาสครับ หลายคนที่มาญี่ปุ่นบ่อยๆคงทราบดีว่า การใช้พาส ถ้าวางแผนดีๆ จะทำให้ประหยัดค่าเดินทางไปได้เยอะเลย อย่างในทริปนี้ผมเลือกใช้ Kansai Hokuriku Area Pass ซึ่งถ้าจ่ายค่ารถไฟทั้งหมดแบบรายเที่ยว จะต้องเสียเงินมากกว่า 1 หมื่นบาท แต่พอเราใช้พาส เราจะจ่ายแค่ 4 พันกว่าบาทเท่านั้น ประหยัดไปมากกว่าครึ่ง อย่างไรก็ตาม พาสเหล่านี้ เราต้องซื้อก่อนเดินทางเท่านั้น ซึึ่งในทริปนี้ผมเลือกซื้อผ่านแอป Klook เมื่อเราจ่ายเงินเรียบร้อย เราจะได้ออกมาเป็นวอยเชอร์ เมื่อมาถึงที่ญี่ปุ่น เราต้องหาออฟฟิศของการรถไฟญี่ปุ่น (JR west) เพื่อแลกเป็นพาสตัวจริงอีกที

 
สำหรับออฟฟิศสำหรับแลกพาสที่สนามบินคันไซจะอยู่ที่ชั้น 2 บริเวณทางเชื่อมระหว่างสนามบินกับห้าง Aeroplaza ครับ พอแลกออกมาเป็นพาสจริงเสร็จ ก็สามารถบอกเค้าให้ช่วยจองที่นั่งสำหรับรถไฟจากสนามบินคันไซไปยังฟุกุอิได้เลย หรือจะจองด้วยตัวเองผ่านตู้ก็ได้ครับ

ถึงแล้วครับฟุกุอิ สิ่งแรกที่โดดเด่นของที่นี่ก็คือ สถานีรถไฟครับ อย่างที่บอกไปในตอนแรกว่า ฟุกุอิเป็นเมืองแห่งไดโนเสาร์ ทางการจังหวัดฟุกุอิเลยนำเอาหุ่นจำลองของไดโนเสาร์ตั้งอยู่หน้าสถานีเลย โดยไดโนเสาร์ที่จัดแสดงหน้าสถานีตรงที่ เป็นสายพันธุ์ที่ค้นพบที่จังหวัดฟุกุอิแห่งนี้ครับ

 
 




นอกจากหุ่นจำลองของไดโนเสาร์แล้ว ที่นี่ยังมีภาพวาดสามมิติไดโนเสาร์สายพันธุ์ค่างๆ และยังมีกิมมิคต่างๆเกี่ยวกับไดโนเสาร์ทั่งทั้งสถานีเลยครับ
 




 
จากสถานีเราเอากระเป๋าไปฝากไว้ที่โรงแรม แล้วก็เดินไปที่ ซากปราสาทฟุกุอิ (Fukui Castle Ruin) ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดย ยูกิ ฮิเดยาสุ (Yuki Hideyasu) บุตรชายคนที่สองของโชกุนโทกุกาวะ อิเอยาสุในปี 1601 ปัจจุบันเหลือแต่ซาก แต่ก็เป็นจุดชมวิวซากุระของเมืองฟุกุอิ
 

 

เดินมาจากปราสาทไม่ไกลมาก จะเจอกับ สวนโยโกะกัง (Yokokan Garden) ซึ่งเป็นสวนประจำ ตระกูลมัตสึไดระ (Matsudaira) ที่ปกครองเมืองฟุกุอิในสมัยก่อน สวนนี้มีค่าเข้าชมคนละ 220 เยนครับ
 





พอถึงช่วงเย็นๆ เราก็เดินมาเที่ยวต่อที่ ริมแม่น้ำอะซุวะ (Asuwa River Cherry Blossom Row) ที่ปกติในช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน จะดอกซากุระจะเบ่งบานเป็นแนวยาวเป็นกิโลๆ จนที่นี่ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 100 จุดชมซากุระที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น
 


 

 
ทริปนี้แต้มบุญผมสูงมากครับ เพราะผมไปช่วงสงกรานต์ที่ปกติซากุระตรงนี้จะโรยไปแล้ว แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทำให้ตอนที่ไปเป็นช่วงที่ซากุระกำลังบานเต็มที่ (Full Bloom) พอดี
 

มื้อเย็นวันนี้ เรามากินข้าวที่ร้าน Fuku Fuku chaya ที่ชั้นสองของห้าง Happaring ของกินในวันนี้เป็น เซตข้าวมันปูซูไว ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดนี้

เซตนี้ทั้งเซต ราคาไม่เบาครับ อยู่ที่ 2680 เยน โชคดีที่เรามีคูปองที่ได้จาก Have Fun in Fukui Pass เลยประหยัดไปได้เกือบครึ่งเลย

 

พอเราทานอาหารเย็นเสร็จ ก็กลับไปเช็คอินเข้าที่พัก แล้วก็พักผ่อน การเที่ยวที่ฟุกุอิในวันแรกก็ขอจบเพียงเท่านี้ครับ

ในตอนหน้าผมจะมารีวิวการเที่ยวที่จังหวัดนี้กันต่อ โดยผมจะไปเที่ยวที่เมืองประวัติศาสตร์ของแคว้นเอจิเซ็น อย่าง เมืองอิจิโจดานิ (Ichijodani) จากนั้นจะไปเที่ยวที่วัดนิกายเซ็นอย่าง วัดเอเฮจิ (Eiheiji temple) ฝากติดตามกันต่อด้วยนะครับ

บล็อกอื่นที่เกี่ยวข้อง



Create Date : 08 มิถุนายน 2567
Last Update : 4 กรกฎาคม 2567 21:11:20 น. 0 comments
Counter : 236 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku


ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

เจ้าสำนักคันฉ่องวารี
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




ชอบท่องเที่ยว สนใจประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และการเมืองระหว่างประเทศ

Blog นี้จะใช้เขียนความทรงจำในการเดินทาง และวิธีการเดินทางอย่างละเอียด เผื่อใครจะมาตามรอย หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ

ถ้าชอบ blog เนื้อหาประมาณนี้ ฝากกดติดตามด้วยนะครับ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เจ้าสำนักคันฉ่องวารี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.