ตุลาคม 2557

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
28
29
30
31
 
 
เป็นเบาหวานกินยังไงดี.....กินนั่น กินนู่น กินนี่ ได้รึเปล่า???
 การควบคุมอาหารและเลือกทานอาหารเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องการเป็นสิ่งที่จำเป็นและต้องทำเป็นอันดับแรกเลยค่ะ


น้ำตาลรู้ตัวว่าเป็นเบาหวานด้วยระดับน้ำตาลในเลือดสูงที่ 254 mg/dL

และ Hb A-1C หรือน้ำตาลสะสมที่ 11.2%

(ค่าปกติคือไม่ควรเกิน 110 mg/dL และ 6% ตามลำดับ)


เรียกว่าระดับน้ำตาล.....โคตรสูง

เคยถามเพื่อนหมอว่าเคยเจอสูงที่สุดเท่าไหร่วะคะ

มันตอบว่า 18%.....อาการที่มาคือช๊อกแสนสาหัส และปางตายค่ะ



การควบคุมอาหารจึงเป็นสิ่งแรกที่ควรทำก่อนในเบื้องต้น

โดยเฉพาะการควบคุมอาหารในหมวดคาร์โบไฮเดรท

อันได้แก่ ข้าว  แป้ง  และ ผลไม้


ขอไม่พูดถึงขนมหวาน และน้ำหวานเลยนะคะ เพราะนั่นคือสิ่งที่ "ต้องงด" ค่ะ

หมอว่า ให้มองว่ามันคือยาพิษซะจะได้ไม่อยากกิน

แหม.....หมอ ยาพิษอันหอมหวาน บางขณะก็คิดว่า ตายเป็นตายก็ได้วะ 555++




เอาล่ะค่ะ เรามาเรียนรู้เกี่ยวกับหมวดอาหารแลกเปลี่ยนกัน


หมวดที่ 1 - แป้ง, คาร์โบไฮเดรท



แป้ง 1 ส่วน มีโปรตีน 2 กรัม คาร์โบไฮเดรท 15 กรัม ให้พลังงาน 80 kCal

ได้แก่

ข้าวสวย  ข้าวเหนียว  ขนมปัง  ขนมจีน  บะหมี่สุก  ก๋วยเตี๋ยว   ข้าวโพด   เผือก


จำไว้ว่าเราไม่ควรกินของสีขาว แป้งสีขาวมันย่อยเร็วย่อยง่าย ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงเร็ว

เพราะมันดูซึมได้เร็ว ร่างกายจะกำจัดน้ำตาลออกไปได้ไม่ทัน

เราจึงควรกินแป้งที่ไม่ขัดสี ไม่ขัดขาว เพราะพวกนี้จะมีไฟเบอร์ที่ทำให้ย่อยช้า

และดูดซึมช้า ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลไม่ให้ขึ้นสูงเร็ว

คนเลือดหวานอย่างเราๆต้องทาน  ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต

ขนมจีนข้าวกล้อง เส้นหมี่ข้าวกล้อง แป้งสาลีไม่ขัดสี

จากประสบการณ์.....ขนมปังโฮลวีตและข้าวกล้อง ช่วยให้อิ่มและคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี





1 ส่วน =  ข้าวสวย 1 ทัพพี

              ข้าวต้ม 2 ทัพพี

              วุ้นเส้น 2 ทัพพี

              ข้าวเหนียว 1/2 ทัพพี

              ขนมจีน 1 จับ

              บะหมี่ 1/2 ก้อน

              เส้นก๋วยเตี๋ยว 1/2 ทัพพี

              ขนมปัง  1 แผ่น

              ข้าวโพด 1/2 ฝัก

               ฟักทอง  1 ทัพพี



หมวดที่ 2 - โปรตีน, เนื้อสัตว์





เนื้อสัตว์เป็นของที่กินได้ โดยไม่ต้องคิดมากสักเท่าไหร่สำหรับสาวเบาหวาน

แต่......ในเนื้อสัตว์มีไขมันเป็นส่วนประกอบด้วย มากน้อยต่างกันไป

ซึ่งคนเป็นเบาหวาน มักจะมีโรคคู่หูคือความดันโลหิตสูงด้วย

ดังนั้นการเลือกทานเนื้อสัตว์ก็เลยอาจจะต้องระมัดระวังไปด้วย


ในกรณีที่น้ำตาลเป็น.....น้ำตาลไม่มีปัญหาเรื่องความดันโลหิตค่ะ

มันปกติ 110/70 หรือ 120/80 

คลอเรสเตอรอลก็ไม่ได้มีปัญหาประมาณ 130-150 mg/dL เท่านั้น


เพราะฉะนั้น.....หมวดเนื้อสัตว์เลยกินได้เท่าที่ใจอยากเลยค่ะ

เพียงแต่ระวังเรื่องไขมันนิดนึง จากประสบการณ์พบว่าไขมันอย่างพวกคลอเรสเตอรอล

จะทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลยากขึ้นค่ะ






หมวดที่ 3 - ผัก

หมวดนี้เราจะแบ่งผักเป็น 2 ประเภทค่ะ


1. ผักที่ให้พลังงานน้อยมาก สามารถกินได้ไม่จำกัดปริมาณ

เช่น ผักกาดขาว, ผักกาดเขียว, กะหล่ำปลี, มะเขือเทศ, แตงกวา, บวบ, ฟัก, ผักบุ้ง








2. ผักที่มีคาร์โบไฮเดรท ต้องจำกัดปริมาณในการทาน

เช่น แครอท, ดอกแค, ถั่วลันเตา, ถั่วฝักยาว, ข้าวโพดอ่อน, บล็อกโคลี่

1 ส่วนของผักแบบนี้ ผักสด 2 ทัพพี, ผักสุก 1 ทัพพี



อาหารหมวดนี้สำคัญมากค่ะ เพราะมันเป็นไฟเบอร์ที่จะช่วยดูดซับแป้งไว้

ทำให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายช้าลงไปด้วย

วิธีการกิน.....จากประสบการณ์พบว่า


การกินผักเข้าไปตอนท้องว่าง แล้วค่อยกินอาหารตาม จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือด

สูงขึ้นอย่างช้าๆ และ ร่างกายสามารถกำจัดน้ำตาลได้ดีกว่าค่ะ





หมวดที่ 4 - ผลไม้





ผลไม้ทุกชนิดมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบค่ะ ในช่วงแรกของการเป็นเบาหวาน

คุณหมอขอให้งดทานผลไม้ไปเลยค่ะ เพื่อควบคุมให้กลับมาอยู่ในระดับปกติให้เร็วที่สุด

แต่พอเราเริ่มควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ ก็กลับมาทานได้บ้าง

ขีดเส้นใต้.....2 เส้น หนาๆ

กลับมาทานได้บ้างนะคะ


ผลไม้ทุกชนิดจะทานได้อย่างจำกัด ประมาณ 1 กำปั้น หรือ วางในจานรองถ้วยกาแฟ

ผลไม้บางชนิดต้องงดไปเลยค่ะ เพราะน้ำตาลสูงมาก อย่างทุเรียน ละมุด ขนุน น้อยหน่า


ดังนั้นผลไม้จึงเป็นอาหารที่ต้องนับส่วนในการทานด้วยค่ะ






1 ส่วน =  กล้วยน้ำว้า 1 ลูก

              กล้วยหอม 1/2 ลูก

              เงาะ 4 ลูก

              ชมพู่ 3 ลูก

              มังคุด 4 ลูก

              มะม่วง 1/2 ลูก

              ฝรั่ง 1/2 ลูก

              แอ๊ปเปิ้ล 1 ลูก

              ส้มเขียวหวาน 1 ลูก

              แตงโม 5-6 ชิ้นคำ

              มะละกอ 8 ชิ้นคำ

              สับปะรด  8 ชิ้นคำ

              สตรอเบอรี่  13 ลูก



หมวดที่ 5 - ไขมัน

อาหารในหมวดนี้เราก็รู้ๆกันอยู่เนอะ ว่าควรระมัดระวังกัน 

ขนาดน้ำตาลไม่มีปัญหาเรื่องไขมันในเลือด แต่ก็ยังต้องระวังและลดปริมาณไขมันบ้างค่ะ

หลีกเลี่ยงอาหารทอด ใส่กะทิ และเบเกอรี่ต่างๆ

การมีไขมันในเลือดสูงมักจะทำให้ควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือดยากค่ะ




หมวดที่ 6 - นม





นมเป็นอาหารที่ต้องนับส่วนด้วยนะคะ ถึงจะมีโปรตีนสูง แต่ก็มีไขมันและน้ำตาลด้วย

น้ำตาลแลคโตสในนม ก็เป็นน้ำตาลแบบนึงเช่นกันค่ะ


นม 1 ส่วน = 240 ml.


นมสามารถทานได้ทุกแบบค่ะ แต่คุณหมอจะแนะนำให้ทาน นมพร่องมันเนย

เพราะให้พลังงานน้อยกว่า และไม่ค่อยมีไขมันค่ะ


งด....พวกนมที่ปรุงแต่งรสเลยนะคะ ยิ่งนมเปรี้ยวนี่โบกมือลาเลยค่ะ

เค้าใส่น้ำตาลลงไปเยอะมากๆๆๆๆ

แต่จะมีนมเปรี้ยวบางยี่ห้อที่ใส่ Stevia หรือ หญ้าหวานลงไปแทน อันนั้นดื่มได้ค่ะ


โยเกิร์ตก็ทานได้ค่ะ แต่ต้องเป็นโยเกิร์ตสูตรที่ไม่ใส่น้ำตาล หรือใส่สารให้ความหวานแทน

จะให้ดีก็ต้องเป็นสูจร Low Fat ด้วยก็จะดีมากค่ะ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องควบคุมปริมาณในการทานอยู่ดี







ทีนี้เราเข้าใจเรื่องหมวดอาหารแลกเปลี่ยนกันแล้ว

เรามาดูกันเรื่องส่วนของอาหารต่อมื้อกันค่ะ


อาหาร 1 มื้อจะแบ่งเป็น 4 ส่วน

ส่วนที่ 1 คือโปรตีนที่ไม่จำกัดจะทานเท่าไหร่ก็ได้

อีก 3 ส่วนเราก็จะแบ่งเป็นแป้งหรือผลไม้หรือนม


เช่น


มื้อเช้า

เราจะกินแป้งเยอะหน่อยนึงอาจจะสัก 2 ส่วน ผลไม้ 1 ส่วน

ก็เลือกทานขนมปังโฮลวีต 2 แผ่น ไข่ดาว 2 ฟอง และ แอปเปิ้ล 1 ลูก

หรือ

ขนมปังโฮลวีตทาตับบด 2 แผ่น ผักสลัด และ ชาสมุนไพรใส่น้ำผึ้ง 1/2 ช้อนชา








มื้อกลางวัน

กินแป้งเต็มที่ เน้นผักและเนื้อสัตว์

ข้าวกล้อง 3 ทัพพี ( 1 ทัพพี = 1 ส่วน)  ผัดดอกขจรกับไข่ หมูทอด และผักสด

ที่ต้องทานผักมากๆ โดยเลือกชนิดที่ไม่จำกัดปริมาณ เพื่อให้มันลงไปช่วย

ในการดูดซึมช้าลงค่ะ ควรกินผักรองท้องก่อนจะกินข้าวนะคะ








มื้อเย็น


อาจจะอยากกินแป้งน้อยๆ และไปหนักที่ผักผลไม้แทน

บางทีก็เคยลองงดแป้งไปเลย ทานพวกโปรตีนแทน มันก็โอเคนะคะ

สเต็กเต้าหู้ ผักสด และ น้ำสลัดซีอิ๊วญี่ปุ่นบัลซามิก






การทานอาหารตามส่วนที่กำหนดไว้ จะทำให้ร่างกายควบคุมปริมาณน้ำตาลได้ดี

บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องทานตามส่วนแบบเป๊ะๆ 

เราอาจจะทานน้อยกว่า แล้วกั๊กไว้ เพื่อให้สามารถแทรกเป็นของว่างระหว่างมื้อได้


เช่น

อาหารกลางวันทานข้าวกล้อง 2 ทัพพี = 2 ส่วน

แล้วกั๊กไว้ 1 ส่วน เผื่อสำหรับตอนบ่ายหิว อาจจะเพิ่ม ขนมปังทาเนยถั่วสักแผ่นเป็นอาหารว่าง

หรือสัปปะรดสัก 8 ชิ้น หรือ ฝรั่งสัก 1/2 ลูก

เป็นต้นค่ะ







อาหารเกือบจะทุกมื้อของน้ำตาลมักจะเป็นข้าวซ้อมมือ หรือ ข้าวกล้อง

ผัก 2/3 และ เนื้อสัตว์ 1/3

และต้องมีผักสดทุกมื้อค่ะ

ทานแบบนี้ทุกวันและเกือบทุกมื้อ เปลี่ยนชนิดอาหารกันไป

แต่สัดส่วนในการทานก็จะประมาณนี้ค่ะ ไม่เปลี่ยนไปมาก


จากน้ำตาลเริ่มต้น 254 mg/dL

ผ่านมา 1 เดือน


น้ำตาลในเลือดลดลงเหลือประมาณ 120-130 mg/dL

ถือว่าเป็นผลที่ค่อนข้างน่าพอใจมากๆค่ะ 

แต่น้ำตาลทานยาควบคู่ไปพร้อมกับการคุมอาหารด้วยนะคะ






ครั้งหน้าจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับเครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดค่ะ






Create Date : 27 ตุลาคม 2557
Last Update : 29 ตุลาคม 2557 12:28:43 น.
Counter : 2186 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#16



bemynails
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 69 คน [?]



ผู้หญิงธรรมดาที่ชอบช๊อปปิ้ง แต่งหน้า เพื่อความสุขเล็กน้อยๆของตัวเอง ในโลกการทำงานที่ผู้ชายเป็นใหญ่
งานออกแบบเป็นชีวิต....ก็ขอออกแบบชีวิตประจำวันด้วยสีสันบ้าง....

เพราะผู้หญิงก็ยังเป็นผู้หญิงวันยังค่ำ.... ^_^


ไม่อนุญาตให้ใช้ข้อมูลหรือชื่อ bemynails ในการนำไปอ้างอิงเพื่อขายสินค้าใดๆค่ะ


แอดเป็นเพื่อนกันใน facebook ได้ค่ะ

bemynails