Michael Jackson ไม่ได้ตายไปจากใจพวกเราเลย


เราเกิดในช่วงต้นๆของปี 1980's ช่วงที่ไมเคิล แจ๊คสัน ราชาเพลงป๊อป ผู้โด่งดังในช่วงนั้นกำลังฮอตสุดๆพอดี แน่นอนเราจำอะไรไม่ได้หรอก จนประมาณ 7 ปีถัดมา เราถึงได้พอรับรู้ข่าวเกี่ยวกับเค้า ไม่รู้สินะ ทำไมเค้าต้องมาอยู่ในหัวตลอดตั้งแต่เด็กจนโดต ประหนึ่งว่าเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิต ที่ควรรับรู้่ว่ามีเค้าอยู่นะ แต่อาจจะไม่ได้โดดเด่นในความคิดของเรามากนัก มักจะมีเป็นช่วงๆที่ทำให้เราได้เห็นว่า เค้ามีผลงาน และที่เราเห็นว่าเค้าดังพีคสุดๆในหัวเรา เท่าที่เราพอจะจำความได้มากๆเลยก็คือตอนเราโตแล้ว กับอัลบั้ม Dangerous ที่มีเพลง 'Black or White' และ 'Remember the Time'ด้วยความที่ชื่นชอบในเสียงดนตรี ชื่นชอบในเสียงเพลง ทำให้เราจ้อง Channel V ตลอดเวลา หลังจากกลับจากโรงเรียน จำได้ว่าเราชอบส่งแฟกซ์ไปขอเพลง ไปร่วมเกมส์ มันเลยทำให้เราเห็นพัฒนาการของนักร้องหลายๆคน ทั้ง Britney Spears, Beyonce ตั้งแต่ยังเป็นนักร้องวง Destiny's Child 

เราลืมเค้าไปเลย ด้วยความเป็นเด็ก เรามาคลั่งเค้าอีกที ตอนเค้าจากไปแล้ว น่าเสียดายที่ตอนเค้ายังมีชีวิตอยู่ เราลืมเค้าไป แค่รู้สึกมีเค้าในใจตลอด แต่มานั่งโทษตัวเองก็ไม่ได้อะไร เพราะเค้ากับเรา ก็อยู่คนละที่กันมาก แต่ตอนเราศึกษาอยู่เมืองนอก ถ้ามีโอกาสได้เจอเค้าบ้าง ก็คงดี อาจจะขวนขวายมากกว่าที่เป็นอยู่นี้ 

ผ่านมากว่า 5 ปีแล้ว ที่ราชาเพลงป๊อป เสียชีวิตด้วยหัวใจล้มเหลว หรือที่ทางการเรียกว่า  "acute propofol intoxication" ซึ่งนั่นหมายความว่า เค้าใช้ยาสลบแทนยานอนหลับจนทำให้เค้าถึงแก่ชีวิต เพราะเท่าที่ทราบมา ยาชนิดนี้ พลาดนิดเดียว หยุดหายใจทันที และมีรายงานว่าใช้ในการประหารชีวิตนักโทษในขั้นตอนแรกๆ เพื่อให้หลับอย่างสงบก่อนฉีดสารพิษ 

เรายังไม่เลิกเพ้อเจ้อ แต่อาจจะน้อยลงหน่อย ช่วงที่เค้าไปใหม่ๆ นี่แหละนะ คล้ายๆสุภาษิตว่า "ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา" แต่มันก็ไม่ได้ตรงซะทีเดียว ตอนนี้เราขุดวีดีโอ ซีดี ดีวีดี ที่มีเรื่องของเค้า ตอนเราซื้อช่วงเค้าเสียชีวิตใหม่ๆ มาเก็บไว้ดู รวมถึงหนัง 'The Wiz' ที่เราไม่เคยได้ดูซะที แต่เก็บไว้ก่อน ทำใจได้แล้วจะดู 

วันนี้เราเอาทุกอย่างกลับมาดู หลังจากปี 2009 เราดูไปบางส่วนแล้วก็เก็บไว้อย่างดี จนปี 2014 นี้ เราก็เอามันออกมาดูอีกครั้ง ดูกี่ทีก็ยังรู้สึกว่าเค้าคือ Artist of All time จริงๆ ประมาณว่าเป็นศิลปินที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ที่หาตัวจับได้ยากมาก ประเทศอเมริกามีเพชรเม็ดงามมาก ไม่ต้องเจียระไนเลยด้วยซ้ำ แต่กลับไม่มีใครคิดจะเก็บรักษาเพชรเม็ดนี้ไว้เลย เล็งแต่จะมองหาผลประโยชน์จากเพชรเม็ดนี้อย่างเดียว แต่แฟนเพลงทั่วทุกมุมโลก ยินดีที่จะดูแล และมอบความรักให้แก่เค้า แบบที่เรียกว่า 'unconditional love' เลยก็เป็นได้ มันเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีอะไรทั้งนั้น มีแต่ความหวังดี 

อะไรก็ไม่ทราบ ดลใจให้เรากลับมาสนใจเค้า จนต้องเอาเพลงมาฟังอีกรอบ ตั้งเสียงรอสายเป็นเพลงเค้า ให้รู้สึกเหมือนเค้าอยู่กับเราตลอดเวลา เสียง ring tone ก็เป็นเพลงเค้า อาจน่ารำคาญในสายตาคนอื่น แต่มันทำให้เราแฮปปี้ทุกวันที่ต้องโดยสารรถไฟฟ้าไปทำงาน อยากให้คนไทยที่รักไมเคิล แต่ยังหลับใหลอยู่ ระลึกถึงความดีที่เค้าทำให้ต่อมนุษยชาติ ทั่วโลก ทั้งดนตรี การเต้นท่าต่างๆ ความสนุกสนานตอนเค้ายังมีชีวิต ที่ได้มาสร้างความบันเทิงให้เบิกบานใจ รวมถึงการกุศลที่เค้าก็ทำด้วย 

ตอนหน้า มาต่อเรื่อง รายละเอียดชีวิต  โรคติดศัลยกรรม สีผิว และ การตายของไมเคิล กัน ค่ะ ซึ่งเราเชื่อว่า หลายๆท่านก็ยังไม่เข้าใจอย่างถูกต้องนะ 




Create Date : 27 กรกฎาคม 2557
Last Update : 27 กรกฎาคม 2557 20:59:27 น.
Counter : 1099 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

พรรณราย-Jackson
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เราเป็นคนที่ชื่นชอบไมเคิล แจ็คสันมาก สนใจใคร่รู้ประวัติเค้าจนรู้สึกว่า เค้าเป็นคนที่น่าทึ่งมาก แม้ตอนเค้าโด่งดัง เรายังเด็กมาก แต่รู้สึกว่า ดนตรี และความเป็นธรรมชาติต่างๆมันเข้ามาเป็นหนึ่งในชีวิตที่ต้องเรียนรู้ บางช่วงชีวิต เราลืมเค้าไป และไปสนใจสิ่งที่ต้องดูอยู่ตรงหน้าแทน แต่พอรู้ว่าเค้าจากไป มันเหมือน เพื่อนร่วมโลกหายไปแล้ว เราเชื่อว่าการตายของเค้าเป็นเรื่องจริง คงไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้นแน่นอน แต่ตอนนี้เราเชื่อว่าเค้าไปสู่สรวงสวรรค์แล้วเรียบร้อย เต้นให้เทวดาดูนะคะ
กรกฏาคม 2557

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
28
29
30
31