วิจารณ์ The Grey หนังดรามา-ปรัชญา ที่แฝงตัวมาในคราบหนังแอคชั่น แอดเวนเจอร์

THE GREY
ดรามา-ปรัชญา ที่แฝงตัวมาในคราบหนังแอคชั่น แอดเวนเจอร์

ก่อนที่จะดูภาพยนตร์เรื่องนี้ผมได้มีโอกาสอ่านความเห็นจากผู้ชมหลายๆท่าน ซึ่งส่วนใหญ่มีกระแสตอบรับที่ไม่ค่อยดีนักกับตอนจบของเรื่อง หลังจากได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งตัวผมคิดเอาเองตั้งแต่แรกแล้วว่าคงไม่มีอะไรให้จดจำนัก เพราะโครงเรื่องแนวนี้มีการสร้างกันมาหลายรอบ และเป็นโครงเรื่องที่ไม่มีความซับซ้อนอะไรนัก คนกลุ่มหนึ่งเครื่องบินตก ติดอยู่ในที่ห่างไกล พยายามเอาชีวิตรอดโดยมีพระเอกเป็นแกนหลักของเรื่อง ตัวละครร่วมกันต่อสู้กับอันตรายต่างๆ จนนำไปสู่บทสรุปที่พระเอกรอดชีวิต สำหรับเรื่องนี้ก็เดินเรื่องตามสูตรเดียวกันต่างกันตรงที่ผู้กำกับพยายามจะสอดแทรกความเป็น ดรามาเข้าไปในหนังด้วย ด้วยการจงใจนำเสนอเกี่ยวกับมุมมองของชีวิตผ่านตัวละครหลายๆคน เช่น พระเอกของเรื่อง ออตเวย์ (เลียม นีสัน) ตัวละครตัวนี้สูญเสียภรรยาอันเป็นที่รักและไม่คิดว่าการมีชีวิตอยู่ของตนมีความหมายอีกต่อไปจนครั้งนึงเกือบที่จะฆ่าตัวตาย สำหรับผู้รอดชีวิตจากเครื่องบินตกคนอื่นๆนั้นที่เด่นสุดคือ ดิแอซ ตัวละครที่พยายามจะมีเรื่องกับพระเอกตลอดเวลา เป็นตัวละครที่พยายามทำตัวกร่างเป็นนักเลง แต่แท้จริงนั้นกลับเป็นคนมีปมด้อย ชีวิตไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน จนต้องสร้างภาพลักษณ์ขึ้นมาเป็นเกราะป้องกัน เมื่อถึงคราวจวนตัวจริงๆก็แสดงธาตุแท้ถึงความขี้ขลาดออกมาให้เห็น ในส่วนผู้รอดชีวิตที่เหลือบทหนังเพียงกล่าวถึงปูมหลังและชีวิตครอบครัวแบบผ่านๆ เท่านั้น
หนังเรื่องนี้สามารถแบ่งแยกออกได้เป็นสองส่วนหลักคือส่วนของแอคชั่นและส่วนของดรามา อย่างที่กล่าวตั้งแต่ต้นแล้วว่าตัวหนังมีความพยายามสอดแทรกความเป็นดรามาเข้ามาแต่เอาเข้าจริงส่วนของดรามานี้กลับทำได้ไม่ดีและทำให้ภาพรวมของหนังไม่กลมกลืน ทั้งนี้ในทางกลับกันในส่วนของแอคชั่นผู้กำกับสามารถสร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้ชมได้ดี โดยเฉพาะซาวด์และดนตรีประกอบนั้นถือว่าเด่นมาก เมื่อส่วนประกอบสองส่วนนี้มารวมอยู่ด้วยกัน ผลลัพท์ที่ได้กลับไม่ดีเท่าที่มันควรจะเป็น ส่งผลให้อารมณ์ของหนังมีการตัดสลับไปสลับมาอย่างไม่กลมกลืนระหว่างความตื่นเต้นที่ผู้ชมสามารถอินไปด้วยในหลายๆฉากไล่มาตั้งแต่เหตุการณ์เครื่องบินตก การจู่โจมจากฝูงสุนัขป่ายามกลางคืน การหลบหนีจากที่แจ้งเข้าไปยังภูเขา การไต่ข้ามหน้าผาสูงชัน ตัดสลับกับฉากดรามาอันจืดชืดที่แทรกเข้ามาเป็นระยะอย่างไม่ถูกจังหวะจะโคน
กล่าวถึงตัวหนังในแง่ของความเป็นดรามา(ที่ยังไม่ลงตัว)นั้น ผู้กำกับจงใจและตั้งใจให้การดำเนินเรื่องตั้งแต่ต้นเรื่องตลอดไปจนถึงตอนจบ มีความเกี่ยวโยงกับปรัชญาในชีวิตหลายๆอย่าง ซึ่งหนึ่งในนั้นที่เราเห็นได้ชัดคือบทกลอนซึ่งพระเอกจำได้เมื่อสมัยเป็นเด็ก 

Once more into the fray...
For one one last good fight
Live and die today
Live and die today

กับฉากจบที่ช็อคผู้ชมส่วนใหญ่ ส่วนฉากอื่นๆที่ต้องมีการคิดลึกกันซักหน่อย ทั้งการพยายามฆ่าตัวตาย การเขียนจดหมายถึงภรรยาที่ตายไปแล้ว การเก็บกระเป๋าของเพื่อนๆที่เสียชีวิตไปแล้ว การยอมจำนนต่อชะตากรรมที่ริมแม่น้ำของตัวละครคนหนึ่ง แววตาไม่ยอมแพ้ของพระเอกตอนท้ายเรื่อง สิ่งเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกันอยู่ ฉากสำคัญอีกฉากคือการที่พระเอกวิงวอนต่อพระเจ้าเพื่อขอให้ทรงชี้ทางสว่าง ชี้ทางออกให้แก่ชีวิตในยามที่อับจน แสดงให้เห็นปรัชญาเกี่ยวกับชีวิตและศาสนาของชาวตะวันตกได้อย่างชัดเจน
เมื่อเรานั่งดูหนังเรื่องนี้จนจบ จะเห็นได้ว่าตัวหนังที่แท้จริงซึ่งผู้กำกับพยายามนำเสนอนั้นคือความเป็นดรามาแฝงปรัชญาชีวิต ที่ว่าด้วยเรื่องราวการต่อสู้กับความตายโดยนำเสนอผ่านตัวละครแต่ละคนซึ่งมีมุมมองต่อชีวิตและความตายที่แตกต่างกันดังเช่น ดิแอซ กับ ออตเวย์ คนหนึ่งบอกกับเราว่าต้องการเพียงมีอะไรกับผู้หญิงซักคนก่อนตายก็พอ และเมื่อความหวังในการรอดชีวิตริบหรี่ลงก็เลือกที่จะยอมแพ้และยอมรับในชะตากรรมแต่โดยดี ในทางตรงกันข้ามอีกคนซึ่งสูญเสียภรรยาไปและต้องการฆ่าตัวตายในตอนต้นเรื่องกลับไม่ยอมแพ้และยึดมั่นที่จะมีชีวิตอยู่แม้ในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่ตนไม่มีทางชนะ
บทสรุปของหนังเรื่องนี้แท้จริงแล้วตัวหนังไม่ใช่หนังแอคชั่นผจญภัย ด้วยเหตุนี้ถ้าผู้ชมเข้าไปดูโดยคาดหวังว่าต้องการความตื่นเต้นกับฉากแอคชั่นต่างๆก็อาจต้องผิดหวังเป็นธรรมดาเพราะแกนหลักของหนังเป็นเรื่องเกี่ยวกับปรัชญาเพียงแต่เอาฉากแอคชั่นมาเป็นเครื่องประกอบเท่านั้น การเข้าไปชมหนังเรื่องนี้จะดูสนุกสำหรับผู้ชื่นชอบหนังแนวปรัชญา หรือแนวดราม่า ซึ่งฉากจบแบบนี้ไม่ถือเป็นเรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด 6.5/10 ครับ




Create Date : 16 สิงหาคม 2555
Last Update : 16 สิงหาคม 2555 15:16:50 น.
Counter : 4411 Pageviews.

2 comments
  
ตอนเห็นตัวอย่างหนัง ก็นึกว่าแอคชั่นลุ้นหนีตายมันส์แน่
แต่ก็อย่างที่วิจารย์ล่ะค่ะ บางครั้งดราม่ามันมาไม่เข้าจังหวะจะโคน
เมื่อแรกมีความคาดหวังสูง เมื่อไม่ใช่ตามนั้นเลยผิดหวังพอสมควร
โดย: prysang วันที่: 16 สิงหาคม 2555 เวลา:20:50:40 น.
  
ตัวอย่างทำออกมาคนละอารมณ์กับตัวหนัง คนเลยตั้งความหวังกันไว้เยอะครับผม คิดว่าคงจะเหมือนลุ้นกันสนุกเหมือน taken สุดท้ายเลยแป้กไปเต็มๆ
โดย: sirichumsaeng วันที่: 17 สิงหาคม 2555 เวลา:8:28:30 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

sirichumsaeng
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สิงหาคม 2555

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31