มีดพร้านาป้อ

สมาชิกหมายเลข 2523412
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2559
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
1 สิงหาคม 2559
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 2523412's blog to your web]
Links
 

 

หลักสูตรท้องถิ่น มีดพร้านาป้อหน้าแรก




    ขออนุญาตทาง/ลาว สตาร์ ที่นำเพลงมาประกอบบทเรียนนะค่ะ



davdav
ภาพถ่ายเมื่องานบุญทาดหลวง นครหลวงเวียงจันทน์เมื่อวันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2559 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 วันลอยกระทง
ขออนุญาตน้องมุกดาวัน สันติพอน ที่นำภาพนี้มาประกอบบทเรียนนะครับ
ຂອອນຸຍາດນ້ອງມຸກດາວັນ ສັນຕຶພອນທີ່ນຳຮຼບເງາມາປະກອບບດຮຣນເດີ້
เนื้อหากรุณาเลื่อนลงนะค่ะ

ฟังเพลงเพราะๆจากนักร้องลาวบ้านนา (ขออนุญาตทีวีลาวสตาร์ทีวี ยูทูปและเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงชุดนี้ด้วยนะครับที่นำเพลงมาประกอบบทเรียน))
ผู้สร้างไฟล์

ผู้สร้างไฟล์  นายศิริ จันตุด
    วุฒิการศึกษา
     สายสามัญ พ.ศ. 2509 ม.ศ. จากโรงเรียนยุวราษฎร์วิทยา (ปัจจุบัน โรงเรียนตรังคริสเตียนศึกษา
     สายอาชีพ ป.กศ. 2510 - 2511 จากวิทยาลัยครูสงขลา
      กศ.บ. 2517 - 2518 วิชาเอกภาษาไทย จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒิ      

                   วิทยาเขต  ประสานมิตร  สุขุมวิท  กรุงเทพมหานคร เป็นนิสิตรุ่นแรกของมหาวิทยาลัย
                   เป็นบัณฑิต รุ่นที่ 2
   ......................................................................................................................
มีดพร้านาป้อเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้านนาป้อ องค์การบริหารส่วนตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง เนื้อหาทั้งหมดเป็นเรื่องเกี่ยวกับการตีมีดพร้าและเครื่องมือทางการเกษตรอื่นอีกหลายชนิด
เนื้อหาต่างๆจะแบ่งออกเป็นบทๆดังนี้

บทที่ 1 ประวัติชุมชน
บทที่ 2 ประวัติการตีมีด
บทที่ 3 โรงงานตีมีด
บทที่ 4 ผลิตภัณฑ์จากโรงงาน
บทที่ 5 อุปกรณ์ในการตีมีด
บทที่ 6 การตีมีด
บทที่ 7 การจำหน่าย
บทที่ 8 ปัญหาและอุปสรรค
         - บรรณานุกรม
         - ภาคผนวก
..............................................................................................................
แบบทดสอบก่อนเรียน

คำสั่ง ให้กาเครื่องหมาย / ที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว

1. ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด
     ก  มีดมีสองแบบคือห้วตัดกับหัวงอ   
     ข  ถ่านที่ใช้คือถ่านไม้โกงกางกับไม้ยางพารา
     ค  การใช้ความร้อนตีมีดใช้สูเครื่องเป่าลมไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว
     ง  การลับมีดใช้เครื่องลับมีดแบบเคลื่อนที่ดีกว่าแบบติดอยู่กับที่

2. มีดพร้านาป้อมีแหล่งกำเนิดจากที่ใด
     ก  ภาคกลาง   ข  ภาคใต้   ค  ิภาคเหนทอ   ง   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
3. การตีมีดเริ่มมาตั้งแต่สมัยใด
     ก  อยุธยาตอนต้น  ข  สุโขทัย  ค  รัตนโกสินทร์ตอนปลาย  ง  อยุธยาตอนปลาย
4. ผลผลิตข้อใดไม่ใช่ผลผลิตจากโรงตีมีด
     ก  จอบ   ข  ค้อน   ค ตะขอเกี่ยวกระเบื้อง  ง  เสียม
5. เหล็กชนิดใดใช้เวลาตีนานที่สุด
     ก   เหล็กแผ่น   ข  เหล็กมัด  ค  เหล็กรางรถไฟ   ง  จานรถไถนา
6. ถ่นที่นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงนำมาจากไม้อะไร
     ก  ไม้โกงกาง   ไม้พยอม   ค   ไม้เคี่ยม  ง   ไม้ยางพารา
7. เหล็กแหนบคือเหล็กอย่างไร
     ก  แหนบรถกะบะ   ข  แหนบรถสิบล้อ  ค  แหนบรถบรรทุก  ง  แหนบรถไถนา
8. การชุบใช้น้ำอย่างไร
     ก น้ำอุ่น   ข น้ำร้อน   ค  น้ำมัน   ง  น้ำเย็น
9. ธาตุอะไรเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดของเหล็ก
     ก  คาร์บอน   ข   นิเกิล   ค  ซิลิคอน  ง  แมงกานีส
10. ขั้นตอนสุดท้ายของการตีเหล็กคือขั้นตอนใด
     ก   ชุบ    ข   ลับ    ค   ขึ้นบ้อง   ง  ตัดเหล็ก
................................................................................................................
เฉลย:  ก  ข้อ 7  ข้อ 9  ข้อ 10
          ข  ข้อ 2
          ค  ข้อ 4  ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 1
          ง  ข้อ 3  ข้อ 8
...................................................................................................................

บทที่ 1 ประวัติชุมชน
คำว่านาป้อหมายถึงชุมชนหนึ่งอยู่ในตำบลควนปริง มีอาณาเขตค่อนข้างจะใหญ่ใช้เรียกชุมชนในหลายหมู่บ้าน คำว่านาป้อ นับบริเวณของหมู่ที่ 1 หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 7 หมู่ที่ 8และหมู่ที่ 9 อยู่ในการปกครองขององค์การบริหารส่วนตำบลควนปริง
คำว่า “นาป้อ” ซึ่งเป็นชื่อเรียกชุมชนนั้น เล่ากันมาว่าแต่เดิมบริเวณทุ่งนาทางทิศเหนือซึ่งเป็นอาณาเขตของหมู่ที่ 1, 3 ม7 ม8และ 9 เป็นทุ่งป่าละเมาะมีต้นกะพ้ออยู่เป็นส่วนใหญ่ เมื่อชาวบ้านบุกเบิกทำเป็นที่นาจึงเรียกว่า นากะพ้อ ต่อมาเพี้ยนเป็น นาพ้อ และนาป้อ ในที่สุด ปัจจุบันบริเวณที่ทำนาดังกล่าวไม่มีการทำนาแล้ว ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามยุค สมัย ที่นาบางส่วนถูกขายให้นายทุนปลูกปาล์มน้ำมัน บางส่วนปลูกยางพรา บางส่วนใช้เป็นโรงตีมีด ( เช่นของนายประเวช ชิตจันทร์ เป็นต้น) ทุ่งนาดังกล่าวเมื่ทางรัฐบาลได้ตัดถนนเลี่ยงเมืองตรังทำให้เป็นส่วนหนึ่งบริเวณวงแหวนรอบใน
องค์หการบริหารส่วนตำบลควนปริง
สภาพทั่วไป
ที่ตั้ง ตำบลควนปริง เป็นตำบลหนึ่งใน 15 ตำบลของอำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ห่างจากที่ว่าการอำเภอเมืองตรังทางทิศใต้ ประมาณ 12 กิโลเมตร ห่างจากท่าอากาศยานตรังประมาณ10 กิโลเมตร
ภูมิประเทศ ลักษณะภูมิประเทศของตำบลควนปริง มีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มมีน้ำท่วมทุกปี ในบริเวณ หมู่ที่ 2 ,4 , 5 และหมู่ที่ 6 และเป็นที่ราบลุ่มบางตอนของ หมู่ที่ 1 , 3 , 7 , 8 และ 9 ลักษณะดินโดยทั่วไปเป็นดินตื้นถึงปานกลาง มีการระบายน้ำได้เร็ว เป็นดินเนื้อละเอียดที่มีก้อนกรวดหรือศิลาแลงปะปน บางแห่งจะมีก้อนศิลาแลงขนาดใหญ่โผล่อยู่ทั่ว ๆ ไป พบในสภาพพื้นที่ราบ
สภาพภูมิอากาศและปริมาณน้ำฝน
ลักษณะภูมิอากาศของตำบลควนปริงทั่วไปเหมือนกับภูมิอากาศของอำเภอเมืองตรัง คือ ได้รับน้ำฝนจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนตุลาคมและมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ในเดือนตุลาคม เดือนเมษายนและมีฝนตกชุกในเดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ปริมาณน้ำฝนตลอดปีประมาณ 2,117.2 มิลลิเมตร/ปี (ข้อมูล ณ วันที่ 20 มีนาคม 2552)
แหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญในตำบลควนปริง
– แม่น้ำตรัง ไหลผ่านหมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 6 ไปตามแนวตะวันออกมีความยาวประมาณ 3,000 เมตร – คลองควนปริง (แยกจากแม่น้ำตรัง) ไหลผ่านหมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 6 ไปตามแนวตะวันออก – คลองเมือง (แยกจากคลองควนปริง) ไหลผ่านหมู่ที่ 2 , 4 และหมู่ที่ 8 บางส่วน – ห้วยโคลน (เป็นห้วยน้ำที่แยกมาจากพรุขามของตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง ) ไหลผ่านหมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 7 บางส่วน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่มีน้ำใช้ตลอดปี มีความยาวประมาณ 3,000 เมตร
ข้อมูลสาธารณูปโภค (ประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์)
ประปาหมู่บ้านมี 14 แห่ง -บ่อโยกมี 3 บ่อ -การไฟฟ้า มีไฟฟ้าเข้าถึงทุกหมู่บ้านและทุกครัวเรือน - ฝายน้ำล้น 1 แห่ง
อาณาเขตตำบล

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลบางรัก อำเภอเมืองตรัง
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลบางหมาก อำเภอกันตัง
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลทับเที่ยงและตำบลโคกหล่อ
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลควนธานี อำเภอกันตัง

จำนวนหมู่บ้าน 9 หมู่บ้าน
ตำบลควนปริง แบ่งการปกครองเป็น 9 หมู่บ้าน อยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ปี 2549 ได้แก่ หมู่ที่ 1 บ้านเกาะปริง
หมู่ที่ 2 บ้านโคกสะท้อน
หมู่ที่ 3 บ้านไซหนุน
หมู่ที่ 4 บ้านหลวนช้าง
หมู่ที่ 5 บ้านควนปริง
หมู่ที่ 6 บ้านควนปริง
หมู่ที่ 7 บ้านทุ่งหวัง
หมู่ที่ 8 บ้านนาป้อ หมู่ที่ 9 บ้านกลาง
สภาพทางเศรษฐกิจ
อาชีพ
– ทำสวนยางพารา
– รับจ้าง
– ทำการเกษตร
– ตีเหล็ก ประเภทเครื่องมือเครื่องใช้จากโลหะ
หน่วยธุรกิจในเขต อบต.
– โรงงานอุตสาหกรรม 1 แห่ง ( บมจ.ตรังผลิตภัณฑ์อาหารทะเล จำกัด )

การบริการพื้นฐาน

การคมนาคมของตำบลควนปริง มีการคมนาคมทางบกโดยมีทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 403 และทางหลวงชนบท หมายเลข 22051 เป็นถนนสายหลัก สภาพถนนส่วนใหญ่เป็นหลุมเป็นบ่อ ทำให้การคมนาคมไม่สะดวกนัก การบริการในตำบลระหว่างตัวเมืองตรังมีรถยนต์โดยสารรับจ้างประจำทาง(รถสามล้อ) และรถจักรยานยนต์รับจ้างประจำทางให้บริการตลอดทั้งวัน
การโทรคมนาคม
– โทรศัพท์สาธารณะ 6 แห่ง
– ตู้สัญญาณโทรศัพท์ TOT 1 แห่ง
แหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค
– แหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคในตำบล ส่วนใหญ่ใช้น้ำจากระบบประปาหมู่บ้าน และบ่อน้ำตื้น มีระบบประปาส่วนภูมิภาคบางในถนนสายหลัก ได้แก่ ถนนสายกันตัง ในหมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 6 แต่ในช่วงฤดูแล้งจะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เนื่องจากบ่อน้ำตื้น และระบบประปาบาดาลส่วนใหญ่แห้ง และต้องขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่นทุกปี
สภาพทางสังคม
สถาบันการศึกษา
– ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลควนปริง 1 แห่ง
– โรงเรียนประถมศึกษา 2 แห่ง
– โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา 2 แห่ง
– มหาวิทยาลัย 1 แห่ง
องค์กรทางศาสนา
– วัด 2 แห่ง
– มัสยิด 5 แห่ง
ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
– ที่ทำการสายตรวจตำรวจตำบล 1 แห่ง
หน่วยงานต่างๆ
– ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร 1 แห่ง
…………………………………………….

...............................................................................................................

บทที่ 2 ประวัติการตีมีด

การตีมีดไม่ทราบประวติที่แน่นอนว่าเริ่มตีตั้งแต่เมื่อไร ถามคนเฒ่า คนแก่บอกว่า เมื่อเขาเกิดมาก็เห็นมีการตีมีดกันแล้ว ทราบจากเวลาบวงสรวงบรรพบุรุษที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาตีมีด จะเอ่ยนามถึงชื่อ หม่อมเพชร (เพ็ด) หม่อมคง พระยาโถมน้ำ พระยาโถมไฟ (จากคำบอกเล่าของนายโอะ จับปรั่ง ช่างตีมีดคนหนึ่ง/ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) รุ่นต่อมาก็โต๊ะผมเด็น (โต๊ะเป็นคำเรียกญาติผู้ใหญ่ของศาสนาอิสลามใต้ หมายถึง ปู่ ย่า ตา ยายหรือผู้อาวุโสอื่นๆ)เป็นอันดับแรก จากนั้นก็จะเอ่ยถึงช่างโกบ ช่างสา ช่างปาน ช่างหลีช่างเหนาะ ช่างแดง ฯลฯ เป็นต้น
ในการบวงสรวงจะประกอบพิธีในเดือนหก ทางจันทรคติ ซึ่งจะตรงกับเดือนพฤษภาคม การบวงสรวงจะมีด้ายแดง ด้ายขาวจะผูกเวียนเครื่องมือทุกชิ้นที่ใช้ในการตีมีด นอกจากนั้นจะมีข้าวตอก ดอกไม้ ขนมโคลูกใหญ่ 1 ลูก ขนมโคลูกเล็กๆหลายลูก ขนมโคลูกเล็กมี่ทั้งแบบมีใส้และไม่มีใส้ ขนมโไม่มีใส้มีทั้งลูกสีขาวและสีแดง มะพร้าวอ่อน ธูป เทียน ข้าวแกง หมากพลูทั้งที่ตำละเอียดและยังไม่ได้ตำ เมื่อกล่าวบวงสรวงเสร็จก็จะเอาน้ำมะพร้าวรดอุปกรณ์ทุกชิ้น จากนั้นก็จะรับประทานอาหารร่วมกันเป็นอันเสร็จพิธี
จากการสอบถามคุณประเวช ชิตจันทร์ เจ้าของโรงตีมีดกล่าวว่า การตีมีดมีมาประมาณ 5 – 6 ชั่วคนๆคนละ 40 ปีก็ประมาณ 250 ปีแล้ว คงจะช่วงสมัยอยุธยาตอนปลายอาจจะตรงกับรัชชสมัยของพระบรมโกศ (2275-2301) พระเจ้าอุทุมพร (2304 – 2339)หรือ พระเจ้าเอกทัศน์ (2301 – 2310 ) (ผู้เขียน)ก็ได้

(ดูประวัติรายชื่อกษัตริ์ยสมัยอยุธยาได้ที่ //www.thaigoodview.com/node/2107)


 จากคำบอกเล่า(คุณประเวช ชิตจันทร์เล่าว่าในสมัยพระยารัษฎานุประดิษฐ์ (คอซิมบี้ ณ ระนอง)เจ้าเมืองตรังมีการตัดถนนจากตรังไปพัทลุงได้ใช้คนงานจำนวนวนมากในการบุกร้างถางพง สิ่งสำคัญที่อำนวยความสะดวกและเป็นเครื่องมือก็คือมีดพร้านาป้อนั่นเอง
ปัจจุบันพิธีบวงสรวงหาดูได้ยากขึ้นเพราะคติทางศาสนาอิสลามให้ยึดมั่น ถือมั่นในพระองค์อัลเลาะห์องค์เดียวห้ามกราบไหว้ ยกย่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รูปปั้น เครื่องรางของขลังใดๆหรือบุคคลอื่น พิธีนี้ได้ยกเลิกไป แต่ยังหาดูได้จากโรงตีมีดบางโรง



..............................................................................................................

บทที่ 3 ผลผลิตจากโรงงาน
       โดยความเป็นจริงแล้วแม้จะชื่อว่าโรงตีมีดหรือโรงตีเหล็กแต่ในโรงงานยังผลิตอุปกรณ์อื่นๆอีก เช่น จอบ เสียม คราด เหล็กขุด เหล็กตัดทะลายปาล์ม มีดตัดหญ้า มีดอีโต้ กรรไกรหนีบหมาก มีดกรีดยางเป็นต้น

มีดที่โรงงานตีจะมี  5 ขนาดหรือเรียกว่า 5 เบอร์ ดังนี้
1.เบอร์ 0 เป็นมีดเบอร์ใหญ่ที่สุด จะตีตามใบสั่งของลูกค้า
2. เบอร์ 1 ขนาดความยาวของมีด 14 นิ้วครึ่ง
3. เบอร์ 2 ขนาดความยาว 14 นื้ว
4. เบอร์ 3 ขนาดความยาว 13 นิ้วครึ่ง
5. เบอร์ 5 เป็นเล่มเล็กที่สุด ใช้เป็็นของฝาก



มีดหัวแหลม (หัวงอ)


มีดหัวตัด(ลืมงอ)


มีดแก้วหน้าม้า
IMG_0079

เหล็กขนทะลายปาล์ม

IMG_0071
เหล็กขุด (ทองเสี้ยว)


มีดปังตอ


มีดอีโต้ มีดปังตอ



จอบ



มีดเหน็บ


เหล็กขุดติน



ขวาน



ขวาน


มีดไอ้ครก ใช้พกพาส่วนตัว


มีดคอ

มีดที่ลับเสร็จแล้วรอชุบ


กรรไกรหนีบหมาก



เหล็กพรวนดิน


กระต่าย (เหล็กขูดมะพร้าว)




 บนสุด มีดเกี่ยวหญ้า (ตัดหญ้าให้วัวชน)
อันกลาง เหล็กขุด ล่างสุดมีดแก้วหน้าม้า

..............................................................................................................
บทที่ 4 โรงงานตีมีด

โรงงานตีมีดเป็นโรงเรือนที่สร้างเล็ก ใหญ่ตามจำนวนเตา ยิ่งหลายเตาโรงเรือนก็จะมีขนาดใหญ่ตามไปด้วย ปกติถ้าเตาเดียวจะมีขนาด 4×6 เมตรหรือ 5×7เมตร ถ้าเป็น 10 เตาจะมีขนาดประมาณ 9×20 เมตร หลังคาเมื่อก่อนจะมุงด้วยจาก ปัจจุบันมุงด้วยสังกะสีหรือกระเบื้อง ไม่มีฝากั้นทั้งสี่ด้าน เปิดโล่งเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
โรงงานตีมีดในชุมชนตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรังมีดังนี้
1. โรงงานของนายประเวช ชิตจันทร์ จำนวน 12 เตา คนงานประมาณ 30 คน ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง ตรัง
2. โรงงานของนายจรูญ สีผม จำนวน 4 เตา คนงาน 10 คน ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง ตรัง
3. โรงงานของนายสมชาย โสะหาบ จำนวน 2 เตา คนงาน 5 คน  ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง ตรัง
4. โรงงานของนา่ยนัตย์ ชิตจันทร์ จำนวน 2 เตา คนงาน 5 คน  ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง ตรัง
5. โรงงานของนายแจ้ง โปหลง จำนวน 1 เตา คนงาน 2 คน  ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง ตรัง
6. โรงงานของนายยะผาด โสะหาบ 1 เตา คนงาน 2 คน  ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง ตรัง
7. โรงงานของนายมะสะเหม จับปรั่ง  จำนวน 1 เตา คนงาน 2 คน  ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง ตรัง
8. โรงงานของนายหมูด ชัณวิจิตต์  จำนวน 1 เตา คนงาน 2 คน  ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง ตรัง
9. โรงงานของนายหร้อเหม ขาวเหมาะ (นันทนาการช่าง) จำนวน 1 เตา คนงาน 2 คน  ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง ตรัง
10. โรงงานของนายฮะหรูน สัญวงษ์  จำนวน 1 เตา คนงาน 2 คน  ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง ตรัง







ใบจากที่ใช้มุงหลังคา

................................................................................................................
บทที่ 5 อุปกรณ์ในการตีมีด

ในโรงตีมีดมีอุปกรณ์ดังนี้

1. เตา ขนาดกว้าง x ยาว = 106 x 200 เซ็นติเมตร
สูง 85 – 100 เซ็นติเมตร




2.ทั่งใช้สำหรับตีแผ่มีด ตกแต่งมีด ส่วนมาก ใช้ทั่งมากกว่าเครื่องมือชนิดอื่นๆ
ทั่ง มี 2 แบบ คือ
2.1 แบบทรงกระบอก เป็นทั่งที่มีมาแต่ก่อน เป็นทรงสูง สูงประมาณ 60 เซนติเมตร หน้าทั่งกว้างประมาณ11 – 14 นิ้ว ด้านล่างฝังลงไปในดิน
ขนาดของทั่งสำหรับงานตีมีด
ทั่งที่ดีควรมีขนาดเหมาะสมกับ การใช้งาน มาตรฐานของงานตีมีดงานร้อน กำหนดให้ขนาดทั่งอยู่ที่ขนาด 35 กิโลกรัมขึ้นไป หรือบางคนจะกำหนดว่าทั่งที่ใช้จะต้องมีน้ำหนักประมาณ 50 เท่าของค้อนหลักที่ใช้ คนไทยเราตัวเล็กๆหวดค้อน 4 ปอนด์สงสัยจะไม่ไหวส่วนใหญ่จะใช้กัน 600 ถึง 1000 กรัมโดยประมาณ ดังนั้นสมมุติว่าเราใช้ค้อนหลัก 1 กิโลกรัม หมายความว่าเราควรใช้ทั่งที่น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัมครับ



2.2 แบบแบน ปัจจุบันจะใช้แบบนี้ เพราะหาซื้อง่ายในท้องตลาด

3. ค้อน ใฃ้สำหรับตีแผ่ ชึ้นรูปมีด ค้อนมี 2 แบบ คือแบบด้ามสั้น ลูกเล็กกว่าแบบที่ 2 สำหรับนายช่าง และอีกแบบสำหรับนายช่างคนที่สอง(ลูกน้อง)มีขนาดใหญ่กว่า ด้ามยาวกว่า คิดเป็นน้ำหนักเป็นปอนด์

4. คีม ใช้สำหรับจับแท่งเหล็ก มีชนิดปากเหมือนกันทั้งสองข้าง และอีกแบบเป็นคีมข้างหนึ่งปากแบนกว่าอีกข้าง

5. ตะหมัง เป็นแท่งเหล็กรูปกลม ใช้สำหรับโค้งงอปลายเหล็กส่วนที่เป็นหัวมีด


6.โดะ ใช้สำหรับขึ้นบ้องมีด ตกแต่งบ้องมีดให้กลม เป็นแท่งเหล็กยาวๆ ส่วนบนโค้งและงอ


7. แท่งเหล็กกลม ใช้สำหรับตกแต่งบ้องมีดให้กลม


8.ไม้กวาดถ่าน สำหรับกวาดถ่านจากที่เก็บถ่านบนเตามาใส่เตาไฟ


9. ตะแกรงร่อนถ่าน ถ่านเมื่อใช้เผาไฟครั้งแรกอาจจะมีเศษเป็นก้อนๆอาจจะเป็นก้อนที่ใหญ่ๆสามารถนำมาใช้ได้อีกจึงใช้ ตะแกรงร่อนเพื่อเอาแต่ก้อนโตๆ


10.เครื่องตัดเหล็ก ใช้สำหรับตัดเหล็กออกเป็นท่อนๆ


11. เครื่องลับมีด ใช้ลับมีด มี 2 แบบ คือแบบมือถือและแบบติดตั้งถาวร

แบบมือถือ

 แบบสายพาน ติดตั้งถาวร
12. สูบลม ใช้สำหรับสูบลมเพื่อไปเป่าไฟในเตา เป็นรูปทรงกลม ยาวประมาณ 2 เมตร ปัจจุบันเลืกใช้แล้ว


13. สวิทซ์ไฟฟ้า เพื่อให้กระแสไฟฟ้าเป็นตัวเป่าลมแทนสูบลม
14. เครื่องตีเหล็กสำเร็จรูป ใช้ตีเหล็กอัตโนมัติ ตัวเครื่องส่วนที่เครื่องตีจะทำงานตลอดเวลา ใช้คนงานเพียงคนเดียวใส่เหล็กที่ตีตลอดเวลา แต่เครื่องนี้ใช้สำหรับตีแผ่ตัวมีดอย่างเดียว ส่วนการขึ้นบ้องไม่สามารถกระทำได้

15. เครื่องเชื่อม ใช้เชื่อมเหล็กเข้าด้วยกัน


16.ถ่าน ถ่านที่ใช้ใช้ถ่านไม้เคี่ยมเพียงอย่างเดียว ไม้ชนิดอื่นไม่ปรากฏว่านำเอามาใช้และส่วนที่นำมาเผา ถ่านที่ใช้เผาเหล็กจะต้องผ่านการเผาจากที่อื่นก่อน ส่วนที่นำมาเผาคือส่วนที่เป็นตอ และจะต้องเป็นรากที่ฝังอยู่ในดิน เมื่อเผาเสร็จแล้วจะโกยใส่กระสอบ พ่อค้าคนกลางจะไปรับซื้อ มาจำหน่ายอีกทีหนึ่ง  สาเหตุที่ใช้ไม้เคี่ยมก็เพราะไม้ชนิดนี้เมื่อเผาแล้วจะไม่เป็นขี้เถ้า แต่จะเป็นก้อนเล็ก เมื่อนำมาเผาเหล็กจะให้ความร้อนที่ดี ไม่เป็นขี้เถ้าแบบมอดเช่นไม้ทั่วๆไป
เมื่อก่อนชาวบ้านจะหาตอ (ราก)ไม้เคี่ยมใกล้ๆบ้านแต่ปัจจุบันไม่มีแล้วเพราะขุดมาเผาจนหมด ต้องนำมาจากกระบี่เสียเป็นส่วนใหญ่
เคยนำถ่านลิกไนต์มาใช้ทดแทนถ่านไม้เคี่ยมแต่ปรากฏว่าใช้ค่อนข้างยุ่งยาก ติดไฟคงที่ อุณหภูมิสูงเกินไป ควบคุมอุณหภูมิไม่ได้จึงเลิกใช้






17. อ่างน้ำ สำหรับชุบมีด

18.สี แปรงทาสี น้ำมันเคลือบเงา ทินเนอร์ ใช้ในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อผลทางการค้า ทำให้ลักษณะมีดสวยงาม เป็นที่สนใจของลูกค้า

...............................................................................................................
บทที่ 6 การตีมีด

ในขั้นตอนการตีมีดนี้พอจะแบ่งขั้นตอนออกได้ดังนี้
ก. การเตรียมเหล็ก
ข. การขึ้นบ้อง
ค. การตีแผ่ตัวมีด
ง. การลับ
จ. การชุบ
ฉ. การตกแต่ง
การเตรียมเหล็ก
เหล็กที่จะเอามาตีเป็นมีดนั้นมีหลายชนิด คิอ เหล็กสำเร็จรูปจากโรงงานซึ่งจะเป็นเหล็กเป็นมัดๆ ทางโรงงานตีมีดจะเรียก เหล็กมัด ซึ่งเหล็กชนิดนี้ไม่ต้องเตรียมอะไรเลยเพียงแต่นำเหล็กแต่ละชิ้นมาใช้ได้เลยตามขนาดของมีดที่จะตีเริ่มจากเบอร์ 0 ซึ่งเป็นมีดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ถัดมาเป็นเบอร์ 1 เบอร์ 2 เบอร์ 3 เบอร์ 4 และเบอร์ 5 ซึ่งเป็นขนาดเล็กที่สุด
ส่วนเหล็กแหนบคนงานก็จะตัดออกเป็นท่อนๆตามขนาดของมีดที่จะตีเช่นเดียวกัน ปกติเหล็กแหนบ1แผ่นจะผ่าออกเป็น 2ชิ้นหรือ2 เล่ม แต่ถ้าแผ่นใหญ่มากๆก็จะได้มีดถึง 4 – 5 เล่ม
ส่วนเหล็กประเภทอื่น เช่น จานรถไถนา คนงานก็จะตัดออกเป็นชิ้นๆตามต้องการ เหล็กท่อนกลมซึ่งจะตัดใช้ทำบ้องก็จะตัดตามขนาดเช่นเดียวกัน เหล็กแผ่นก็เช่นเดียวกัน คนงานก็จะตัดออกเป็นชิ้นเล็กๆเป็นรูปสามเหลี่ยมเหล็กบางครั้งอาจจะมีส่วนเกินในการใช้งานจึงจำเป็นต้องตัดออกในขณะที่ขึ้นบ้องและขึ้นรูปตัวมีดนั้นคนงานจะใช้เหล็กผ่าตัดแต่ถ้าเป็นการเตรียมเหล็กตัดเป็นท่อนๆนั้นจะใช้เครื่องตัดเหล็กอัตโนมัติ
การขึ้นบ้อง
ปัจจุบันการขึ้นบ้องจะใช้วิธีการสองแบบคือ
1. ใช้เหล็กแผ่นเดียวทั้งขึ้นบ้องและตีแผ่เป็นตัวมีด
2. ใช้เหล็ก 2 ชิ้นดังได้กล่าวมาแล้วมาเชื่อมต่อกันแล้วตีขึ้นบ้องอีกด้าน
1. ใช้เหล็กแผ่นเดียว
เป็นการขึ้นบ้องแบบสมัยก่อน คือเมื่อคนงานตัดเหล็กเป็นท่อนได้ขนาดตามต้องการก็จะตีด้านใดด้านหนึ่งขึ้นบ้องเลย การตีแผ่และขึ้นบ้องนี้จะใช้เวลาเผาเหล็กราว 4 – 5 ครั้ง
2.ใช้เหล็ก 2 ชิ้น
รูปแบบที่สองจะต่างกับรูปแบบที่สองโดยคนงานจะไม่ใช้เหล็กสำเร็จรูปหรือเหล็กแหนบแต่จะใช้เหล็กกลม เหล็กกลมนี้เป็นท่อเหล็กกลวงเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1/2,1นิ้ว ต้ดออกขนาดยาว 10 เซ็นติเมตร คนงานจะเชื่อมเข้าด้วยกัน การขึ้นบ้องวิธีนี้จะสะดวกรวดเร็ว ประหยัดแรงงานและถ่าน แต่วิธีนี้ความทนทานจะน้อยกว่าวิธีแรกเพราะบ้องจะหัก บิ่นง่าย
เมื่อตัดเหล็กเสร็จก็จะส่งส่วนที่ตัดนั้นไปยังคนงานที่ตีเพื่อขึ้นบ้อง โดยจะรีดบ้องออกให้แผ่ขยายออกประมาณ 2.5 ถึง 3 นิ้วเมื่อรีดเ้ป็นแผ่นแล้วก็จะใช้ค้อนและโดะเพื่อให้บ้องนั้นกลม คนงานจะขึ้นบ้องให้ได้หลายๆบ้องเป็น 40 – 50 บ้องจึงจะตีขึ้นรูปมีด
การตีเป็นตัวมีดหรือขึ้นรูป
เมื่อขึ้นบ้องเสร็จแล้วคนงานก็จะนำไปตีเป็นตัวมีดหรือขึ้นรูปต่อไป การตีเป็นตัวมีดนายช่างคนแรกจะเป็นส่วนสำคัญในการตีเพราะสามารถวินิจฉัยว่าจะตีแผ่ออกไปกว้างขนาดไหน ตรงไหนควรตัดออก ตรงควรให้หนา หรือบาง ลูกน้องจะตีตามที่นายช่างตี อุปกรณ์ที่ใช้ตีขึ้นรูปจะใช้ทั้งค้อนเล็ก ค้อนใหญ่ เหล็กผ่า โดะ ตะหมัง ที่โค้งหัวมีดหรือส่วนที่เกี่ยวข้อง เมื่อตีได้ตามต้องการแล้วก็จะส่งให้ฝ่ายลับต่อไป
การลับ
การลับเป็นขั้นตอนต่อไป การลับในสมัยก่อนจะใช้ตะไบจากต่างประเทศ เช่นจากประเทศอังกฤษ เยอรมันนี เท่าที่ผู้เขียนจำได้จะมียี่ห้อ นิโคลสัน ตราตา ตราตะไบไขว้ เป็นต้น ยี่ห้อที่กล่าวมานี้ใช้งานคงทน ใช้ได้นาน คม
เมื่อหมดอายุการใช้งานหรือลับได้ไม่ค่อยคมแล้วสามารถนำมาตีเป็นมีดต่อไปได้อีก การใช้ตะไบลับปัจจุบันเลิกใช้แล้วเพราะกว่าจะได้สักเล่มต้องใช้เวลาหลายนาที ค่าแรงก็แพง
ปัจจุบันใช้เครื่องลับที่เป็นเครื่องยนต์ เครื่องลับมี2 แบบ คือแบบเคลื่อนที่ใช้มือจับ โดยจะใช้เครื่องจับซึ่งเรียกว่า “กรามช้าง” จับไว้กับที่แล้วใช้เครื่องลับลับไปมา อีกแบบหนึ่งเป็นแบบถาวรติดตั้งอยู่กับที่ แบบนี้ผู้ลับจะถือมีดเคลื่อนไหวลับไปลับมา
ทั้ง 2 แบบสรุปได้ว่าต่างกันคือแบบเคลื่อนที่ มีดจะอยู่กับที่ ส่วนอีกแบบตัวมีดจะเคลื่อนไหวไปมา
การชุบ
ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของการตีมีดก็คือการชุบ การชุบคือการทำให้คมมีดแข็งแกร่ง คมกริบ ไม่บิ่น หัก งอ เวลาใช้งาน การชุบคือการเผาคมมีดให้แดงแล้วเอาไปจุ่มน้ำอย่างรวดเร็ว จุ่ม 2 – 3 ครั้งแล้วเอาผึ่งลมไว้เพื่อให้สะเด็ดน้ำ เพราะถ้าไม่สะเด็ดน้ำก็จะทำให้เกิดอ๊อกไวด์(สนิม)ได้
คนงานที่มีหน้าที่ในการชุบให้ได้มาตรฐานแต่ละโรงงานนั้นจะต้องเป็นผู้ที่ชำนาญในการชุบ มีเพียง 1 คนหรือ 2 คนเท่านั้น การชุบจะต้องใช้ความชำนาญ การสังเกตว่าอุณหภูมิได้ที่หรือยังเพราะถ้าอุณหภูมิสูงเกินไป (80-100 องศาเซลเซียส)เหล็กก็จะละลาย เวลาชุบคมมีดจะบิ่น หักงอ แม้ว่าแต่ละโรงงานจะมีผู้ที่ชำนาญในการชุบเก่งเพียงใดก็ตามก็ยังปรากฏว่ามีดที่ชุบก็ยังบิ่น หักงอบ่อยๆ น้ำทั่ใช้ชุบจะต้องเป็นน้ำเย็นปกติเสมอ การใช้น้ำครั้งเดียวชุบหลายๆครั้งคมมีดจะไม่ได้มาตรฐานเท่าที่ควร เวลาชุบจึงต้องเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ
การตกแต่ง
มีดที่ชุบและตากให้สะเด็ดน้ำแล้วถือว่าจบกระบวนการตีมีด แต่เนื่องจากโรงงานต้องส่งออกไปจำหน่ายยังท้องตลาดซึ่งมีการแข่งขันสูง ดังนั้นจึงต้องตกแต่งผลิดภัณฑ์ให้สวยงามเป็นที่สนใจของลูกค้า อันดับแรกคือตัวมีดจะต้องนำมาทาสี โดยเฉพาะที่คมมีดนิยมทาสีขาว ตัวมีด บ้องมีดทาสีดำ จากนั้นบางทีก็จะใส่ด้ามเพื่อความสะดวกของลูกค้าไม่ต้องนำไปใส่ด้ามอีก แล้วตัวมีดก็จะใส่ซองกระดาษบอกแหล่งที่มา บรรจุใส่กล่องส่งไปยังลูกค้า
……………………………….


เหล็กกลมใช้ทำบ้องกับเหล็กแผ่นที่ทำตัวมีด นำมาเชื่อมเข้าด้วยกัน



สูบลม

เครื่องลับมีดแบบมือถือ

เหล็กกลมและเหล็กสำเร็จรูป(เหล็กมัด)

เหล็กแผ่นตัดเป็นชิ้นๆใช้ทำจอบ



ตัดแผ่นเหล็กแผ่น


คมมีดตัดทะลายปาล์ม


เชื่อมคมมีดและด้ามเหล็กตัดทะลายปาล์ม


IMG_0051
การตีขึ้นรูป คนซ้ายมือเป็นนายช่างมือ 1 ขวามือนายช่างมือ 2

ใช้โดะตกแต่งบ้อง

ถ่านไม้เคี่ยม

กระสอบบรรจุถ่านไม้เคี่ยม
IMG_0354
ก้อนโตเป็นถ่านลิกไนต์ ก้อนเล็กถ่านไม้เคี่ยม
m36
เหล็กข้ออ้อยใช้ทำด้ามมีดกรีดยาง
IMG_0142
ตะไบลับมีด
m51
อุปกรณ์ตกแต่งตัวมีดเมื่อชุบเสร็จแล้ว


ผลิตภัณฑ์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ควรนำมากล่าวถึง คือการตีมีดกรีดยางและกรรไกรหนีบหมากโดยเฉพาะมีดกรีดยางเป็นที่ต้องการของตลาดมาก โรงงานที่ตีมีดกรีดยางได้คม คุณภาพดีก็แทบจะผลิตไม่ทัน
มีดกรีดยาง
การผลิตไม่ได้มีกรรมวิธีซับซ้อนแต่อย่างใดผิดกับกรรไกรหนีบหมากจะซับซ้อนกว่า ขั้นตอนมีดังนี้
1.การตัดเหล็กทำบ้องด้ามจับ
ในการทำบ้องมีวิธีการทำ 2 แบบ คือ
ก  แบบมีบ้อง
ข แบบด้ามจับ
แบบมีบ้องการตัดเหล็กแบบเดียวกับตัดเหล็กทำบ้องของมีด คือตัดออกเป็นท่อนๆใช้เหล็ก 2 แบบ คือแบบเหล็กท่อนกลมและเหล็กฉากทรงสี่เหลี่ยม ในที่นี้จะกล่าวถึงเหล็กทรงสี่เหลี่ยม เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 เซนติเมตร ยาว 6 เมตร
แบบด้ามจับ ใช้เหล็กข้ออ้อยตัดออกเป็นท่อนๆเช่นเดียวกัน
ในการตัดเหล็กทั้งแบบด้ามจับและแบบมีบ้องจะนำไปเชื่อมกับเหล็กที่ตัดไว้แล้วสำหรับขึ้นรูปและตีเพื่อขึ้นรูปต่อไป จากนั้นก็นำไปลับและชุบ แล้วตกแต่าให้สวยงามนำไปจำหน่ายต่อไป
สำหรับด้ามนั้นอาจจะสั้น ยาวไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับท้องถิ่นเป็นหลัก มีดที่ตีส่งไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือรูปร่างจะใหญ่ ด้ามยาว
มีดบางเล่มจะใช้เหล็กเชื่อมกันสามท่อน ท่อนแรกเป็นเหล็กกลม ท่อนที่สองเป็นเหล็กข้ออ้อย ท่อนที่สามเป็นตัวมีด หริออาจจะสลับกันก็ได้ มีดบางเล่มใช้เหล็กฉากสี่เหลี่ยมท่อนเดียว
IMG_0082
อันกลางเป็นตัวมีดกรีดยางเอามาเชื่อมกับเหล็กท่อนยาวอันบนเชื่อมกันแล้ว
IMG_0067

วิธีตีมีดกรีดยางใช้เหล็กยาวเชื่อมปลายทั้งสองข้าง


IMG_0311
ด้ามใช้ท่อพีวีซีท่อนเดียว
IMG_0312

ด้ามใช้เหล็กสองท่อน


IMG_0313
ใช้เหล็กสองท่อนเหล็กกลมและเหล็กข้ออ้อยทำเป็นด้าม

IMG_0315

ใข้เหล็กกลมและเหล็กฉากสี่เหลี่ยม ในภาพเป็นตรา 55

………………
กรรไกรหนีบหมาก
ปัจจุบันความนิยมลดน้อยลงไปตามวิวัฒนาการของสังคม เพราะแทบจะหาคนกินหมากไม่ได้เลยแต่นำมาอธิบายเพื่อเป็นความรู้เหล็กที่ใช้ ใช้เหล็กแหนบเพราะจะคมกว่า

วิธีประกอบเข้าด้วยกัน

m43
สดงให้เห็นวิธีตีมีดหนีบหมากซึ่งแยกตีเป็น2ท่อน

m41

 ตกแต่งจงอยจงอยปลาย

m45

ส่หมุดระหว่าง 2 ชิ้นเข้าด้วยกัน


...............................................................................................................

บทที่ 7 การจำหน่าย
  มีดที่ตีเสร็จแล้วจะส่งไปจำหน่ายภายในจังหวัดตรัง ทั้งในอำเภอเมืองตรังและอำเภอต่างๆ รวมทั้งส่งไปขายยังต่างจังหวัดทุกจังหวัดในภาคใต้และจังหวัดอื่นๆด้วย ปัจจุบันมีลูกค้าจำนวนไม่น้อยมาซื้อจากโรงงานเลยทีเดียวโดยเฉพาะโรงงานขนาดใหญ่ เช่น โรงงานของนายประเวช ชิตจันทร์ โรงงานของนายจรูญ สีผม เป็นต้น เพราะในบางช่วงมีดที่ตีป้อนตลาดจะผลิตไม่ทัน ลูกค้าจึงมาซื้อที่โรงงาน
มีดเฉพาะท้องถิ่นเช่น มีดเบตง มีดภูเก็ตก็จะส่งไปยังจังหวัดนั้นๆเพราะล้กษณะ รูปแบบเป็นมีดเฉพาะที่

..............................................................................................................
บทที่ 8 ปัญหาและอุปสรรค
   การตีมีดในปัจจุบันมีปัฆาและอุปสรรคซึ่งนับวันจะเป็นปัญหาที่แก้ค่อนข้างลำบาก คือ
1. ขาดแคลนแรงงาน
2. ขาดแคลนถ่าน
คนงานที่มีอยู่ในปัจจุบันทุกโรงงานคือ นายช่างตีเหล็กมักจะเป็นคนที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไปโดยประมาณ บางโรงงานมีอายุ 60 ปีขึ้นไปก็มี ซึ่งคนมีอายุเหล่านี้เรี่ยวแรงก็มักถอยลง ส่วนคนที่กำลัง แรงงงานถดถอยบางคนเลิกตีไปเลยก็มี ส่วนคนรุ่นหนุ่มก็ไม่สนใจที่จะสืบทอดความรู้และรักษาภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไว้ อีกทั้งการตีมีดเป็นงานที่ต้องใช้แรงงานอย่างหนัก คนรุ่นใหม่มักจะทนต่องานหนักไม่ไหว บางโรงงานหรือบางแห่งต้องปิดโรงงานเพราะหาแรงงานไม่ได้
ขาดแคลนถ่าน ดังที่กล่าวมาแล้ว เชื้อเพลิงที่สำคัญในการตีมีดคือ ถ่านและต้องเป็นถ่านไม้เคี่ยมอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนไม้อื่นใช้ไม่ได้ เมื่อก่อนสามารถหาวัตถุดิบจากใกล้ๆบ้านได้ ปัจจุบันวัตถุดิบนี้ถูกนำมาใช้จนหมดไป กอร์ปทั้งการทำสวนยางพาราและสวนปาล์มตอไม้เคี่ยมเหล่านี้ถูกไถ ขุดราก ถอนโคนหมด ปัจจุบันถ่านไม้เคี่ยมต้องนำมาจากจังหวัดกระบี่เสียเป็นส่วนใหญ่เนื่องจากหายากจึงทำให้ราคาถ่านไม้เคี่ยมมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งโรงงานต้องหยุดตีมีดเพราะขาดแคลนถ่านก็เคยมี
เคยมีการนำเชื้อเพลิงอื่นมาทดแทนคือ ถ่านลิกไนต์มาใช้แต่มีปัญหาก็คือ ไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ ถ่านลิกไนต์เมื่อติดไฟแล้วจะติดในอุณหภูมิเท่าเดิมหรือมากกว่า ทำให้สิ้นเปลืองมาก และเหล็กเก็บความร้อนเกินละลาย หลอมเหลวง่าย
........................................................................................................................
แบบทดสอบหลังเรียน

คำสั่ง ให้กาเครื่องหมาย / ที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว

1. ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด
     ก  มีดมีสองแบบคือห้วตัดกับหัวงอ   
     ข  ถ่านที่ใช้คือถ่านไม้โกงกางกับไม้ยางพารา
     ค  การใช้ความร้อนตีมีดใช้สูเครื่องเป่าลมไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว
     ง  การลับมีดใช้เครื่องลับมีดแบบเคลื่อนที่ดีกว่าแบบติดอยู่กับที่

2. มีดพร้านาป้อมีแหล่งกำเนิดจากที่ใด
     ก  ภาคกลาง   ข  ภาคใต้   ค  ิภาคเหนทอ   ง   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
3. การตีมีดเริ่มมาตั้งแต่สมัยใด
     ก  อยุธยาตอนต้น  ข  สุโขทัย  ค  รัตนโกสินทร์ตอนปลาย  ง  อยุธยาตอนปลาย
4. ผลผลิตข้อใดไม่ใช่ผลผลิตจากโรงตีมีด
     ก  จอบ   ข  ค้อน   ค ตะขอเกี่ยวกระเบื้อง  ง  เสียม
5. เหล็กชนิดใดใช้เวลาตีนานที่สุด
     ก   เหล็กแผ่น   ข  เหล็กมัด  ค  เหล็กรางรถไฟ   ง  จานรถไถนา
6. ถ่นที่นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงนำมาจากไม้อะไร
     ก  ไม้โกงกาง   ไม้พยอม   ค   ไม้เคี่ยม  ง   ไม้ยางพารา
7. เหล็กแหนบคือเหล็กอย่างไร
     ก  แหนบรถกะบะ   ข  แหนบรถสิบล้อ  ค  แหนบรถบรรทุก  ง  แหนบรถไถนา
8. การชุบใช้น้ำอย่างไร
     ก น้ำอุ่น   ข น้ำร้อน   ค  น้ำมัน   ง  น้ำเย็น
9. ธาตุอะไรเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดของเหล็ก
     ก  คาร์บอน   ข   นิเกิล   ค  ซิลิคอน  ง  แมงกานีส
10. ขั้นตอนสุดท้ายของการตีเหล็กคือขั้นตอนใด
     ก   ชุบ    ข   ลับ    ค   ขึ้นบ้อง   ง  ตัดเหล็ก
................................................................................................................
เฉลย:  ก  ข้อ 7  ข้อ 9  ข้อ 10
          ข  ข้อ 2
          ค  ข้อ 4  ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 1
          ง  ข้อ 3  ข้อ 8
..................................................................................................................
        - บรรณานุกรม

//board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=75&topic_no=196616&topic_id=199119
//www.sfsa.org/sfsa/pubs/cvf/ecs.php
//www.cartech.com/ssalloysprod.aspx?id=2670

//www.kalyanicarpenter.com/x45crsi93-vs.htm
//www.oss.co.th/index.php?optio…d=27&Itemid=26
WWW.KHUANPRING.GO.TH // CDATA[
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
cw-stainless.com/index.aspx?pid=376e536a-8afc-4f32-8f12-d4e4a5e37012
//www.sm-eng.com/material2.htm
//www.maxsteelthai.com/index.php?option=com_content&view=article&id=112%3A-steel-metallurgy&catid=42&lang=th
//th.wikipedia.org/wiki/
//thai-knife.com/archives/2900
basicindustrialmaterials.blogspot.com/2011/11/2_01.html
T
hai Tambon.com
.....................................................................................................................

โปรดไปที่หน้า 2 เนื้อหายังมีต่อ

............................................................................................................


วีดีโอเกี่ยวกับการตีมีด














 

Create Date : 01 สิงหาคม 2559
1 comments
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2559 15:39:45 น.
Counter : 5307 Pageviews.

 

ทำได้น่าสนใจมากๆ ค่ะ

 

โดย: sawkitty 28 สิงหาคม 2559 20:06:41 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.