My Bro, My Boo
























สามพี่น้องถูกคนในหมู่บ้านเรียกว่ากลุ่มนิวเวฟ ซึ่งก็ไม่ได้หมายถึงคลื่นลูกใหม่ของวงการไหน มีพี่คนรองชื่อจงอินที่มั่นใจมากว่าตัวเองหล่อที่สุดทั้งที่บ้านและที่มหาวิทยาลัย และมั่นใจไปถึงอนาคตว่าเข้าทำงานที่ไหนก็ต้องหล่อที่สุดในบริษัทนั้น


พี่คนโตชื่อมินซอกที่น่ารักที่สุดโดยการการันตีของคนที่หล่อที่สุด


และเซฮุนน้องเล็กที่อยู่ระหว่างวัยรุ่นกับวัยหนุ่มสาวแต่ยังทำตัวคล้ายวัยเด็ก ส่วนนึงก็มาจากการเลี้ยงดูที่ทั้งพ่อแม่และพี่ชายคนโตทั้งรักทั้งตามใจสารพัด แต่พี่คนรองมั่นใจว่ามันเป็นเพราะนิสัยของเจ้าตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่าไม่ถูกโฉลกกับคนที่ภูมิใจในวัยหนุ่มของตัวเองสุดๆอย่างเขาแน่ๆ


ทั้งสามคนพี่น้องไปไหนมาไหนก็เดินกันเป็นหน้ากระดาน ไม่ได้ตั้งใจจะทำตัวจิ๊กโก๋หรือท้าทายใครทั้งนั้น แต่เพราะไม่มีใครยอมให้ใครเดินกันสองต่อสอง ซึ่งก็คือจงอินไม่ยอมให้มินซอกเดินกับเซฮุน และเซฮุนก็ไม่ยอมให้พี่ชายสองคนเดินด้วยกัน และแน่นอนว่าพี่คนรองกับน้องคนเล็กจะไม่มีทางเดินด้วยกันเด็ดขาด


กันท่ากันไปมาแบบนี้เลยต้องเดินเรียงหน้ากระดาน ให้มินซอกอยู่ตรงกลาง ทีนี่มันก็เลยดูเหมือนคลื่นเพราะจงอินกับเซฮุนตัวเท่าๆกัน แต่มินซอกเตี้ยกว่าน้องทั้งสองคนร่วมสิบเซ็นติเมตร บวกกับการเป็นครอบครัวที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ที่หมู่บ้านนี้ พวกเขาเลยกลายเป็นกลุ่มนิวเวฟ หรือแก๊งคลื่นลูกใหม่ด้วยเหตุผลนี้เอง









"เซฮุน มาเอาพายแอ็ปเปิ้ลไปให้คุณป้าบ้านข้างๆเราหน่อยลูก" เสียงแม่ตะโกนมาจากในครัวมาพร้อมกับกลิ่นหอมๆของขนมพายที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ


แต่เจ้าของชื่อยังทำเฉย เพราะกำลังเอกขเนกอยู่ในท่าแสนสบาย มีหนังสือการ์ตูนในมือ แถมคนที่เอกขเนกอยู่ข้างๆกันยังเป็นมินซอกอีก แม้ว่าเนื้อแขนนิ่มๆที่แนบสีข้างเขาอยู่ทำให้อ่านการ์ตูนไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ แต่ตอนนี้อะไรก็ไม่สำคัญทั้งนั้น ก้างขวางคอชิ้นเบิ้มที่ชื่อจงอินก็ไม่อยู่ด้วย มันคือสวรรค์บนพื้นพรมดีๆนี่เอง


"เซฮุนนนนนนนนนนน"


แม่ปรับโวลุเพิ่มมจนเสียงพร่า แต่เซฮุนยังทำใจกล้าไม่ไหวติง จนแขนนุ่มๆขยับเพราะเจ้าตัวใช้มันยันร่างกายขึ้นมาในท่านั่ง เซฮุนถึงกับเด้งขึ้นตามราวติดสปริง


"มินซอกไปไหนอะ"


"ก็จะเอาพายไปให้คุณป้าบ้านข้างๆ" พูดพลางปิดนิตยสารวางไว้ข้างตัวแล้วลุกขึ้นยืน


"แต่..."


"ก็แม่เรียก เซฮุนไม่ได้ยินเหรอ"


"โอเคๆ เค้าไปเอง มินซอกอยู่นี่แหละแดดร้อนจะตาย"


ทำท่าอิดออดนิดหน่อยก่อนลุกขึ้นแล้วกดไหล่ให้คนตัวเล็กกว่านั่งลง


ไม่เกินอึดใจก็มีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดโหยหวนมาจากในครัว แน่นอนว่าแม่ไม่ได้โบยลูกชายสุดที่รักด้วยเชือกหวายแช่น้ำเกลือ แค่หยิกเบาๆที่ต้นแขนทำโทษที่แกล้งทำหูทวนลม แต่รีแอ็คของน้องเล็กต้องคูณร้อยเสมอ










เซฮุนกดกริ่งแล้วเขย่งปลายเท้าจนระดับสายตาสามารถมองข้ามประตูรั้วเข้าไปด้านในได้ พอเห็นว่ามีคนเดินมาก็กลับมายืนรอในท่าปกติ


" อ้าวนิวเวฟ แล้วพี่คนรองสุดหล่อไม่มาด้วยเหรอพ่อน้องเล็ก"


พี่สาวคนสวยทักแบบที่เซฮุนอยากจะถอนหายใจใส่แรงๆปล่อยถาดพายลงพื้นแล้วเดินกระแทกเท้ากลับบ้านที่สุด แต่ก็ทำได้แค่คิด พ่อน้องเล็กส่งยิ้มแล้วยื่นขนมในมือให้ ค้อมตัวนิดๆอย่างเด็กที่ถูกสั่งสอนมาอย่างดี


"แม่ทำพายมาให้คุณป้าชิมครับ"


"ว้าววว น่ากินจัง แต่แม่ไม่อยู่ไว้พี่จะบอกให้นะ ฝากขอบคุณแม่น้องเล็กด้วย"


เซฮุนยิ้มรับแม้จะคันปากเหลือเกิน เพราะรู้ว่าพายคงอยู่ไม่ถึงคุณป้าแน่ๆ พี่สาวเอวบางร่างน้อยตรงหน้านี่เขารู้ดีเรื่องกิตติศัพท์กินล้างผลาญ แค่โชคดีที่เกิดมากินไม่อ้วนเท่านั้นเอง อยากจะพูดกันท่าไว้แต่คิดว่าไม่ต่อความยาวสาวความยืดจะดีกว่า เขาเลยโค้งให้แล้วเดินจ้ำอ้าวกลับบ้าน







มินซอกยังไม่ทันได้เปลี่ยนหน้านิตยสารในมือด้วยซ้ำ เด็กส่งพายก็กลับมานอนเอกขเนกตามเดิมข้างๆเขาแล้ว


"ไปเร็วจัง"


นักกรีฑาประเภทลู่ของมหาวิทยาลัยไม่ตอบอะไร ยิ้มแป๊ะให้พี่แล้วแกล้งก่ายขายาวๆทับหน้าขาคนข้างๆ พี่ชายเองก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะชินกับความชอบนัวเนียขี้อ้อนของน้องที่ไม่เคยเปลี่ยนมาตั้งแต่เด็กแล้ว กับเพื่อนวัยเดียวกันเซฮุนก็ยังชอบทำตัวเป็นเด็กๆในเพื่อนเอาใจเลย และดูเพื่อนก็มักจะตามใจด้วยเพราะความที่เซฮุนเป็นคนบุคลิกเด็กๆแบบธรรมชาติ เลยไม่มีใครถือสาหาความอะไร เว้นแต่จงอินคนเดียวที่หมายหัวว่าเซฮุนเป็นเด็กไม่รู้จักโตน่ารำคาญทั้งที่อ่อนกว่าเขาแค่ปีเดียว


แต่จะว่าเหมือนตอนเด็กๆก็ไม่เชิง เพราะตอนนี้โตๆกันแล้วเซฮุนตัวโตกว่าเขามาก บางทีการเล่นหยอกเย้าแบบเด็กๆก็ทำเขาเจ็บเพราะขนาดร่างกายต่างกันเยอะ อย่างตอนนี้ขายาวๆที่ทับหน้าขาเขาอยู่ก็หนักจนมินซอกรู้สึกเจ็บนิดๆอยู่เหมือนกัน


เวลาผ่านไปพอควรจนมินซอกรู้สึกเหมือนจะเป็นเหน็บ กะว่าจะบอกให้น้องเอาขาออกแต่เจ้าตัวก็ขยับตัวพอดี เปลี่ยนท่าเป็นนอนตะแคงหันมาทางเขา ลมหายใจอุ่นๆที่สัมผัสต้นคอเป็นจังหวะเนิบช้าสม่ำเสมอมินซอกถึงได้รู้ว่าน้องหลับไปแล้ว เขาเลยได้โอกาสขยับแข้งขาคลายเมื่อย


นอนอ่านไปได้สักพักก็รู้สึกเหมือนหนังตาหนักขึ้นเรื่อยๆ มือที่ถือนิตยสารเล่มโตเริ่มอ่อนแรงจนเกือบทำร่วงใส่หน้าตัวเอง ในที่สุดก็สู้ความง่วงไม่ไหวต้องปิดหนังสือแล้วตาก็ปิดตามหลับไปอย่างรวดเร็ว














ก้างชิ้นเบิ้มของเซฮุนกลับมาถึงบ้านก็ตรงมาที่ห้องนั่งเล่น มองไม่เห็นใครก็ยืนหันซ้ายหันขวามองทะลุไปด้านใน เห็นแม่ง่วนอยู่ในครัวจะตะโกนถาม สายตาก็เหลือบไปเห็นปลายเท้าของใครคนนึ่งโผล่พ้นโซฟาออกมา จงอินเดินมาใกล้ก็เห็นเซฮุนกับมินซอกหลับกันอยู่ที่พื้นพรม นอนตะแคงขดตัวหันหน้าเข้าหากัน หัวเข่าชนกัน ด้วยความยาวของลำตัวที่ต่างกันมากหน้าของมินซอกจึงเหมือนซุกอยู่ที่อกของเซฮุน ส่วนคางของคนตัวสูงก็เกยนิดๆอยู่ที่หัวกลมๆของคนตัวเล็ก


มันเป็นภาพที่สาววายต้องกรี๊ด แต่หมีอย่างจงอินอยากจะทุบอกคำรามในก้องป่า แล้วพุ่งเข้าไปกระชากไอ้หน้าแหลมจับเหวี่ยงให้ไปติดอยู่ที่ต้นไม้ ลงมาไม่ได้อีกเลยตลอดชีวิต


พี่คนรองของบ้านยืนหายใจแรง แม้จะมาอยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำสักพักแล้ว เหงื่อก็ยังชื้นหลัง และกลายเป็นว่าตอนนี้ร้อนกว่าเดินตากแดดข้างนอกเป็นชั่วโมงๆอีก


จงอินสูดลมหายเข้าออกยาวๆแล้วเดินตรงเข้าครัว เอาของไปวางที่เค้าเตอร์


"กลับแล้วเหรอลูก มาเงียบจัง ขอบใจนะครับ"


"ครับ"


เขารับคำแม่เบาๆแบบกลั้นความรู้สึกสุดๆ ก่อนปลีกตัวมาจัดการภารกิจที่คาใจ



พูดแบบคนเห็นโลกครึ่งเดียว มินซอกตอนหลับสนิทน่ารักจนเขาอยากจะนั่งมองทั้งวัน ริมฝีปากอิ่มสีธรรมชาติที่เผยอนิดๆ ปลายจมูกมนเล็กๆ กับหางตาชี้ขึ้นที่จะสามารถเห็นชัดตอนหลับตา แก้มอูมๆที่มีรอยแผลเป็นจางๆไม่ได้ทำให้ความนุ่มนิ่มน่าสัมผัสลดลงเลย แต่มันรบกวนจิตใจเขาอยู่บ้างเพราะมันเป็นแผลที่เกิดจากความซุกซนของเขาที่วิ่งไล่จับลูกหมาจนล้มร้องไห้ แล้วมินซอกจะวิ่งมาปลอบเขาแต่ตัวเองกลับล้มไปอีกคน หน้าไปครูดกับก้อนหินพอดี


จงอินเผลอมองจนเพลินจนได้ยินเสียงเบาๆของแม่ที่ด้านหลัง หันไปเห็นแม่ทำท่าทำทางให้มากินข้าว เขาเลยพยักหน้าตอบแล้วหันกลับมามองที่เดิม


มือใหญ่ทาบลงบนแก้มนุ่มเกลี่ยไรผมที่ร่วงปรกหน้าผากแล้วลูบแบบลงน้ำหนักนิดๆ จนคนที่หลับสนิทเริ่มรู้สึกตัว ดวงตากลมกระพริบปริบๆผงกหัวขึ้นมองเจ้าของมือที่พึ่งยอมละออกจากกลุ่มผมนุ่มมาท่าตักข้าวเข้าปาก


มินซอกพยักหน้า พอจะหันไปปลุกน้องชายก็ไม่ทันมือของจงอินที่ซัดป้าบที่ไหล่กว้างจนคนหลับสะดุ้งเฮือก


"โอ้ยยยยยยยไอ้หมี เจ็บน้าาาาาาาา"


"แม่เรียกกินข้าว"


ตอบน้องไปห้วนๆแล้วหันมาช่วยจับมือพี่ชายให้ลุกขึ้น จูงพาเดินหายเข้าครัวไป ทิ้งให้ลูกคนเล็กของบ้าน นั่งกระฟัดกระเฟี้ยดก่อนจะลุกขึ้นเดินกระแทกเท้าตามเข้าครัวไปเป็นคนสุดท้าย









ที่โต๊ะอาหารตรงหัวโต๊ะยังคงเว้นที่ไว้เหมือนเดิมแม้จะย้ายมาบ้านใหม่แล้ว แต่มันเคยเป็นที่ของพ่อและจะเป็นแบบนั้นตลอดไป


เกือบปีแล้วที่ไม่มีหัวหน้าครอบครัว มีกันแค่แม่ลูกสี่คนแต่บรรยากาศก็ยังอบอวลด้วยความอบอุ่น เพราะความเป็นครอบครัวคือความรักและความเข้าใจมากกว่าสิ่งอื่น มากกว่าจะนับกันที่สายเลือดด้วยซ้ำ





คนเป็นแม่มีลูกแท้ๆแค่สองคน แต่ก็รักและเลี้ยงดูลูกของเพื่อนรักที่ทำงานมูลนิธิแม่และเด็กมาด้วยกันตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆมาอย่างดี เพื่อนของเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางเรือพร้อมกับสามีในตอนที่พากันไปดูที่ทางที่ต่างจังหวัดแล้วฝากมินซอกวัยขวบครึ่งไว้กับเธอ


สุดท้ายมันกลายเป็นการฝากเลี้ยงชั่วชีวิต แต่เธอก็รักมินซอกไม่ต่างจากลูกแท้ๆและไม่เคยเปลี่ยนแม้ว่าอีกปีต่อมาจะมีจงอินและจากนั้นอีกปีจะมีเซฮุนก็ตาม











คุณครูชั้นมัธยมต้นขอตัวขึ้นห้องมาตรวจข้อสอบเด็กๆทันทีหลังอิ่มข้าวเย็น แต่ไม่ถึง5นาทีก็มีคนตามมาเสิร์ฟกาแฟในห้อง ปริมาณของของเหลวสีเข้มมีแค่ครึ่งถ้วยเท่านั้น เพราะคนชงถึงอยากจะเอาใจแต่ก็ไม่อยากให้พี่ชายดื่มมากเกินไป


มินซอกหันมายิ้มให้น้องชายก่อนรับกาแฟมาจิบ


"วันนี้พี่กินไปแค่แก้วเดียวไม่ต้องห่วง" มินซอกพูดดักไว้ก่อน


"ดีแล้ว เชื่อกันบ้างแบบนี้เด็กดี" จงอินลูบหัวพี่ชายแล้วเดินมาทิ้งตัวบนที่นอน เขาแนบหน้าลงกับหมอนแล้วพูดงึมงัม


"หมอจัง"


"ผ้าก็ซักพร้อมกัน"


"ก็ของเราไม่หอมงี้นี่"


มินซอกยิ้ม รู้ดีว่าจงอินก็ขี้อ้อนไม่ต่างจากเซฮุนแต่จะทำแค่เวลาอยู่กันสองคนเท่านั้น


"จะมาหลับห้องพี่ไม่ได้นะ"


"เราอาบน้ำแล้วนะ ง่วงแล้วด้วย ขี้เกียจเดินด้วย ค่าชงกาแฟอะ ขอนอนหน่อยไม่ได้เหรอ"


มินซอกเงียบไปเพราะติดพันเนื้อหาคำตอบข้อสอบในมือไม่ใช่อย่างอื่น นานทีเดียวกว่าจะจบแล้วคิดคำนวนออกมาเป็นคะแนน ว่าจะหันมาดุน้องแต่พอเห็นกำลังเพลินอยู่กับสมาร์ทโฟนในมือเลยเปลี่ยนใจ พอจะหันมาตรวจข้อสอบต่อก็มีเสียงเคาะประตูพร้อมเสียงเรียกอ้อนๆดังแว่วมา


"เข้ามาเลยพี่ไม่ได้ล็อก"


เซฮุนเปิดประตูโชว์ยิ้มแป๊ะของตัวเองแค่เสียววินาที ภาพหมีตัวใหญ่เบิ้มบนที่นอนก็ทำเอาเจ้าตัวแบะปาก เดินตัวโคลงมาหาพี่ชาย


พอมาใกล้ๆก็ถึงกับทั้งแบะปากทั้งมองบนเพราะหมีคู่ปรับเอากาแฟมาให้ก่อนตัวเอง


"ขอบใจนะ" มินซอกพูดยิ้มๆแล้วรับแก้วกาแฟมา เห็นท่าน้องก็เดาออกว่ารู้สึกยัง อยากจะขำแต่ก็กลัวเจ้าคนขี้น้อยใจจะงอน"วันนี้คงต้องตรวจข้อสอบจนดึกได้กาแฟของเซฮุนอีกแก้วก็ดี ไม่งั้นพี่หลับก่อนแน่ๆ"


แป๊ะยิ้มกลับมาประทับร่างอย่างเร็ว เพราะรอยยิ้มจากพี่ชายสุดที่รักและคำพูดชื่นชมนั่นอีก


"งั้นเค้าอยู่เป็นเพื่อน"


"พรุ่งนี้มีเรียนไม่ใช่เหรอ"


"ก็นอนห้องมินซอกนี่แหละ"


คนที่นอนเหยียดยาวเท้าเกือบเลยเตียงถึงกับหันขวับ อุตส่าไม่ท้วงเรื่องกาแฟแล้วเจ้าตัวแสบยังจะมาแย่งที่นอนอีก แต่ก็พยายามข่มใจส่งแค่สายตาไปยังไม่ปริปาก


ส่วนเจ้าของห้องได้แต่มองพื้นที่บนที่นอนสลับกับร่างสูงเก้งก้างที่เขาต้องเงยมองหน้าจนคอตั้งบ่า แล้วแอบถอนใจเบาๆ


"เค้าไม่กวนหรอก ถ้ามินซอกเผลอหลับเค้าจะได้คอยปลุกไง"


เซฮุนไม่รอคำอนุญาต ก้าวเท้าฉับๆไปจับจองที่นอนอีกฝั่งและหมอนอีกใบ หยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงออกมานอนเล่นสบายใจ ไม่สนสายตากร้าวที่จ้องมาเหมือนพร้อมเข้าตะปบทุกเสี้ยววินาที


มินซอกหันกลับมาทำงานของตัวเองต่อ พูดอะไรตอนนี้คงไม่มีใครฟังแล้ว ลองเด็กยักษ์ได้เขม่นใส่กันแบบนั้นล่ะก็ คนกลางอย่างเขาเงียบไว้คือดีที่สุด













เกือบตีหนึ่งงานถึงเสร็จสิ้น มินซอกถอดแว่นแล้วตรงเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว ก่อนเดินมาหยิบหมอนรองหลังใบเล็กที่เก้าอี้ที่คงต้องใช้เป็นหมอนรองนอนในคืนนี้ แล้วขึ้นเตียงจัดที่จัดทางสำหรับการนอนของตัวเอง ซึ่งก็คือการยกขาของน้องชายคนเล็กและแขนของน้องชายคนรองให้กลับไปอยู่แนบตัว เพื่อที่ตัวเองจะแทรกตัวลงไปนอนได้ มันไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งเคยทำเพราะทั้งสองคนชอบมานอนที่ห้องเขาเป็นประจำตั้งแต่เด็กแล้ว แต่มันยากขึ้นทุกครั้งเพราะเหมือนร่างกายของน้องทั้งสองคนจะขยายขึ้นเรื่อยๆไม่หยุด


มินซอกได้พื้นที่ขนาดเท่าความกว้างของตัวเองเป๊ะ ล้มตัวลงนอนไม่ถึงห้านาทีก็หลับตามน้องๆไป












พี่คนโตตี่นก่อนใครเหมือนเดิม ภารกิจตอนตื่นนอนไม่ค่อยต่างกับตอนก่อนนอนนัก คือเอาขาของน้องคนเล็กกับแขนของน้องคนรองที่พาดอยู่ตามตัวเขาให้กลับไปอยู่กับเจ้าตัว


แต่เหมือนจะมีเรื่องผิดพลาดเป็นครั้งแรก


ขาของเซฮุนกลับไปอยู่กับเจ้าตัวแล้ว แต่เขายกแขนของจงอินไม่ขึ้น เลยหันไปลองลูบหน้าให้น้องรู้สึกตัวจะได้ขยับแขนออกเอง แต่กลายเป็นว่าท่อนแขนหนักๆนั้นไม่ได้กลับไปอยู่กับเจ้าตัวแบบปกติแต่รวบเอาตัวเขาตามไปด้วย


มินซอกนอนขดตัวนิ่งอยู่บนหมอนเดียวกับจงอิน ใบหน้าติดอยู่กับอกน้องชายจนปลายจมูกสัมผัสกับผิวเนื้อเนียนสีเข้มตรงอกกว้าง



"จง....จงอินๆ" เสียงเล็กดังแผ่วๆและขาดห้วง ชื่อที่เรียกมาตลอดชีวิตวันนี้เหมือออกเสียงได้ยากเย็นนัก


"...อืมมม..."


"ตื่นรึยัง...พี่..จะ"


"ครับ...ขออีก5นาที"


ไม่ใช่เสียงงัวเงียของคนง่วงนอน แต่เป็นเสียงของคนขี้อ้อนเอาแต่ใจ มินซอกทำอะไรไม่ถูก จะดุน้องก็ไม่รู้จะอ้างอะไร ได้แต่ขดตัวนิ่งพยายามหายใจเบาๆแต่ก็ยังได้กลิ่นครีมอาบน้ำจากแผ่นอกแกร่งชัดเจน ก็ครีมอาบน้ำขวดเดียวกันนั่นแหละใช้ด้วยกันทั้งบ้าน แต่ไม่รู้ทำไมพอออกมาจากตัวจงอินแล้วถึงทำให้รู้สึกแปลกๆ ประสาทสัมผัสที่เปิดรับทุกอย่างทำให้อุณหภูมิในร่างกายปรับสูงขึ้น มินซอกขยับยกเข่าขดตัวมากกว่าเดิมหวังให้ความปั่นป่วนในท้องคลายลง เกร็งตัวมากขึ้นอีกหวังให้เสียงหัวใจเบาลงบ้าง



แต่ไม่ได้ผลเลย









....ทรามาน....แต่ไม่เจ็บปวด....อึดอัด....แต่อยากให้บีบรัดมากกว่าเดิม...หงุดหงิดที่ควบคุมตัวเองไม่ได้....แต่ก็อยากปล่อยให้ความรู้สึกเตลิดไปสัมผัสกับทุกอารมณ์เร้า



เหมือนยามเช้าที่ตื่นขึ้นมาในแดนสนธยา.....











กว่าสองหนุ่มจะลงมากินข้าวเช้า พี่คนโตก็เหลือข้าวต้มในถ้วยแค่นอนก้น จงอินเดินผ่านด้านหลังของมินซอกลูบปลายผมตรงท้ายทอยตามความเคยชินก่อนจะมานั่งประจำที่ตัวเอง


สิ่งที่เคยชินมาตลอด แต่มินซอกกลับเผลอหดคอนิดๆ ไม่ได้ตั้งใจจะหนีมือน้องมันเป็นแค่ปฎิกิยาโต้ตอบแบบฉับพลันที่เขาเองก็ไม่ทันตั้งตัว


"แม่ไปแล้วเหรอ" น้องเล็กถามพี่ชาย


"เพิ่งไปเมื่อกี้....พี่ไปก่อนนะ"


แม่ยังคงทำงานที่มูลนิธิเหมือนเดิม ออกแต่เช้ากว่าลูกเหมือนเดิม และปกติสามพี่น้องจะไปเรียนพร้อมกันแม้ว่ามินซอกจะเรียนคนละที่กับน้องๆ แต่พอมินซอกเริ่มทำงานก็ออกเช้ากว่าน้องๆมาตลอด


"มินซอกลืมนาฬิกา" เซฮุนร้องเตือนแล้วพุ่งตัววิ่งขึ้นบันไดทันที ขายาวๆก้าวข้ามขั้นบันไดทีละสามขั้นและวิ่งด้วยสปีดนักกีฬากรีฑา ไม่ถึงนาทีก็กลับลงมาพร้อมนาฬิกาในมือ


เซฮุนคว้าข้อมือพี่ชายที่มัวจัดชายเสื้อของตัวเองให้เข้าไปอยู่ในขอบกางเกงให้เรียบร้อยให้ยกขึ้นมา แล้วจัดแจงใส่นาฬิกาให้อย่างคล่องแคล่ว แล้วเลยมาจัดปกเสื้อ ปัดโน่นปัดนี่ด้วยท่าทีจริงจังแบบที่มินซอกได้ยืนยิ้ม

"พี่หล่อที่สุดในโลกแน่ๆวันนี้" มินซอกพูดพลางเอาหลังมือแตะที่ปลายคางแหลมๆของน้องชาย แล้วโบกมือให้เดินยิ้มออกไป เซฮุนก็ยิ้มแต่มีความหมายว่าเยาะเพราะสายตาจับจ้องไปที่พี่คนรองที่มองตาไม่กระพริบ


น้องเล็กผู้มั่นใจว่าเช้านี้ตัวเองคือผู้ชนะเพราะดึงความสนใจของมินซอกมาอยู่ที่ตัวเองได้ทั้งหมด นั่งลงด้วยท่าทีราวองค์ชายในนิยายน้ำเน่าก่อนจะกระแอมแล้วพูดลอยๆ


"กลิ่นไรตุๆเน่าๆ สงสัยจะเป็นหัวหมี" องศาเชิดหน้ารับกับมุมปากที่เหยียดออกพอดิบพอดี จู่ๆองค์ชายก็กลายเป็นนางอิจฉาซะอย่างงั้น


ออกจะผิดคาดที่จงอินไม่ตอบโต้ แต่ความเด็กน้อบของเซฮุนก็ไม่ทันสังเกตว่าท่าทีของพี่คนรองที่เปลี่ยนไปมีความหมายแฝงว่าอย่างไร











วันนี้มินซอกกลับเร็วกว่าปกติเพราะคาบบ่ายไม่มีสอน มีประชุมครูแค่ไม่ถึงสองชั่วโมง เขากะว่าจะขึ้นไปตรวจงานนักเรียนก่อนค่อยลงมาอาบน้ำ แต่แขนหนักๆที่มาพาดบ่าแล้วรวบตัวเขากดไว้ที่อกของตัวเองแล้วปล่อยให้เป็นอิสระในช่วงไม่กี่วินาทีก็ทำเอาคุณครูแก้มใสยืนนิ่ง ที่จะก้าวขาไปทางบันไดขึ้นห้องตัวเองก็ติดๆขัดๆชักเท้าเข้าๆออกๆ


"ทำไมวันนี้คุณครูกลับเร็วจัง" จงอินถามพลางเดินมาทิ้งตัวกับโซฟาหน้าทีวี แต่สายตายังจดจ่ออยู่กับพี่ชาย


มินซอกได้แต่ยิ้มๆแล้วถามกลับ


"แล้วทำไมวันนี้นักศึกษากลับเร็วล่ะ"


"คาบบ่ายอาจารย์ไม่มาน่ะ"


มินซอกพยักหน้า แล้วทำท่าจะหันไปทางบันได้แต่คนที่ยังไม่วางตาก็เรียกไว้ก่อน


"งั้นซักหกโมงออกไปกินข้าวกันมั๊ย แม่โทรบอกว่ากลับดึกนะวันนี้ ส่วนไอ้เจี๊ยบมันต้องซ้อมวิ่ง เราไปกินข้าวแล้วซื้อมาฝากกันงอน"


พี่ชายคำนวนเวลากับงานที่มีแล้วพยักหน้า หมีเลยยิ้มแต่คนที่เหมือนแมวกลับหลบตารีบเดินขึ้นห้องไป












จงอินยังอยู่ในชุดนักศึกษาแต่มินซอกเปลี่ยนมาใส่เสื้อเชิ๊ตลายสก็อตสีน้ำตาลอ่อนกับกางเกงสองส่วนสีขาวและผ้าใบหุ้มข้อสีขาวโลโก้ยี่ห้อสีน้ำตาลเข้ม เดินด้วยกันเลยเหมือนหนุ่มนักศึกษาพาน้องมัธยมมากินข้าว พวกคิดซิกแซกก็ต้องมองว่าเป็นคู่เดทไม่ใช่พี่น้องธรรมดา







ยิ้มแปลกๆของพนักงานเสริฟมินซอกไม่ได้สนใจ แต่จงอินส่งสายตากลับไป ประมาณว่าเรดาร์ของเธอถูกต้องแล้ว


มีการแอบถ่ายภาพจากระยะไกลมินซอกก็ไม่ทันรู้ตัว แต่จงอินรู้ทันเลยเซอร์วิสด้วยการคีบไก่ทอดใส่จานให้อีกคน แล้วทำเป็นกินอาหารในจานของตัวเองก่อนคีบป้อนให้มินซอกชิมบ้าง


โทรศัพท์ในมือพนักงานเสริฟที่ยืนหลบตรงมุมเค้าเตอร์แทบร่วง เสียงแว่วๆของอาการเก็บฟินไม่อยู่ต้องหวีดใส่เพื่อนพนักงานด้วยกันแบบกัดฟันก็ลอยมาให้ได้ยิน


จงอินยิ้มอย่างมีความสุขดวงตาเป็นประกายคล้ายหมีเมาน้ำผึ้งป่า






อิ่มมือเย็นกันแล้วคนน้องก็ชวนไปจิบกาแฟต่อที่ร้านฝั่งตรงข้าม


"วันนี้จงอินสนับสนุนให้พี่กินกาแฟเหรอเนี่ย"


"นานๆที ร้านนี้บรรยากาศดีนะ ชั้นสองไม่ค่อยมีคนขนมเค้กก็อร่อยด้วยรับรองมินซอกชอบแน่ๆ"


ไอ้การที่คนน้องของบ้านนี้ไม่มีใครเรียกคนพี่ว่าพี่ ก็ทำให้คนนอกเข้าใจผิดมานักต่อนัก แต่จะว่าไปกรณีนี้ก็ไม่เรียกว่าเข้าใจผิด ถึงจะไม่ถูกทั้งหมดก็เถอะ


 พอลูกค้าคล้อยหลังไปยังไม่ทันที่เสียงกระดิ่งที่ห้อยตรงประตูจะเงียบเสียง พนักงานสองสามคนที่แอบยืนกลั้นฟินกันอยู่ก็ทำการกรุ๊ปฮัก แล้วพากันกระโดดๆสไลด์ตัวไปข้างๆเหมือนระบำชนเผ่าพื้นเมืองในหนังสารคดี เพียงแต่นี่ไม่ใช่การเต้นเพื่อเฉลิมฉลองฟ้าฝนและอาหารที่อุดมสมบูรณ์ แต่พื่อสนับสนุนความรักระหว่างผู้ชายหน้าตาดีและยินดีที่ตัวเองได้มีโอกาสเป็นพยานรักจะๆกับตาตัวเอง










จงอินที่เดินยิ้มอารมณ์ดีมาตลอดทางแต่พอเปิดประตูเข้ามาในร้านเท่านั้น หมียิ้มแย้มแก้มเต่งก็ถมึงทึงขึ้นมาทันที เพราะเสียงโหวกเหวกจากกลุ่มเพื่อนที่นั่งกันอยู่กลางร้าน


" มินซอกขึ้นไปรอชั้นบนนะ เดี่ยวเราสั่งกาแฟให้ เหมือนเดิมใช่มั๊ย"


มินซอกพยักหน้า ตาก็เหลือบมองกลุ่มเด็กมหาวิทยาลัยที่สายตาทั้งหกคู่มองมาที่เขาคนเดียว รู้สึกทำตัวไม่ค่อยถูกได้แต่ยิ้มๆโค้งรับบางคนที่พอจะคุ้นหน้าและโค้งให้เขา ก่อนเดินจ้ำขึ้นชั้นสองของร้านไป







"พี่มึงพอไม่แต่งชุดคุณครูใส่แว่นหนาๆนี่น่ารักชิปหายเลย" ตัวห้าวในกลุ่มพูดขึ้นทันทีที่จงอินเดินมาถึงโต๊ะ


"พี่กูน่ารักตลอดแหละ แต่มึงอะตาต่ำ" จงอินตอกกลับนิ่มๆ


"กูเห็นด้วย ตอนแต่งชุดคุณครูใส่แว่นเนิร์ดๆก็โคตรน่ารัก ใส่นมอีกหน่อยกูจีบแน่ๆ" คนหน้าตาดีรองจากเขาพูดพลางทำไม้ทำมือบีบๆในอากาศ


"ลามปาม" จงอินสวนพร้อมฝ่ามือหนักๆอัดที่หลังเสียงดังฟังชัดก่อนจะตัดบท


"พวกมึงแดกกันไป แล้วอย่าเสือกขึ้นไปกวนกูนะ กูตะปบย้อนหลังเรียงตัวแน่"








"หมีเป็นสัตวที่คิดจะกินพี่"


ยังมีเสียงแซวลอยมาพร้อมเสียงหัวเราะคิกคัก แต่เขาไม่อยากสนอะไรแล้ว เวลาสองต่อสอง
กับมินซอกสำคัญที่สุด จงอินเดินมาถึงเค้าเตอร์ก็รีบสั่งกาแฟกับขนมเค้กสองสามชิ้น


ชายหนุ่มยังรู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมาโดยเฉพาะหญิงสาวคนเดียวในกลุ่มที่ไม่ได้ปริปากพูดอะไร แต่ส่งสัญญาณความน้อยใจมาทางสายตา ตั้งแต่ตอนเห็นเขาเปิดประตูเข้ามาแล้ว


จงอินเป็นคนความรู้สึกไว อยู่ที่ว่าจะพูดรึเปล่าเท่านั้น กับบางเรื่องเงียบไว้ดีกว่าเขาก็เลือกที่จะเงียบ อาจจะเหมือนใจร้ายไปบ้าง แต่ความใจดีผิดที่ผิดทางจะส่งผลร้ายกว่ามากนัก


ทั้งกาแฟทั้งขนมอร่อยถูกปากมินซอกมาก แต่พี่คนโตยอมนั่งทอดอารมณ์อยู่แค่ครึ่งชั่วโมงเพราะเป็นห่วงน้องคนเล็กว่าจะหิว พอบอกจงอินให้กลับบ้านกันก็คว้าถุงอาหารที่ซิ้อติดมือมาจากร้านสเต็กเดินนำไปที่บันไดทางลงทันที จงอินต้องยอมลุกตามอย่างเสียไม่ได้







กลุ่มเพื่อนของจงอินยังไม่ไปไหนมินซอกเลยหันไปยิ้มให้อีกครั้ง แล้วเดินไปที่ประตูจงอินที่เดินตามหลังมาติดๆหันไปโบกมือให้เพื่อนแล้วไม่ได้สนใจอะไร แต่งเสียงเรียกของหญิงสาวคนเดียวในกลุ่มก็ทำให้เขาต้องหยุดฝีเท้าหันกลับไป


มินซอกหันมามองนิดๆ มือค้างอยู่ที่ประตูชั่วอึดใจแล้วตัดสินใจผลักออกไป








ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว ร้านรวงเปิดไฟต่างสีสันทำให้สองข้างถนนสวยงามราวเทพนิยายแม้จะเป็นหน้าร้อน ร่างเล็กที่ยืนอยู่ใต้ชายคาร้านห่างจากประตูอดไม่ได้ที่จะใช้หางตาเหลือมองผ่านกระจกใสเข้าไปในร้าน น้องชายหายไปจากตำแหน่งเดิมแล้ว มินซอกขยับตัวถอยให้เข้าใกล้ผนังร้านอีกนิดพยายามมองหาร่างที่คุ้นเคย รู้สึกใจหายแปลกๆ กระทั่งสายตามองทะลุไปถึงโต๊ะด้านในที่ชั้นวางของบังอยู่ครึ่งนึง ก็เห็นนักศึกษาสาวคนนั้นนั่งอยู่แต่ชั้นวางของบังจงอินไว้มิด


เขาไม่อยากเสียมารยาทแต่ก็ห้ามตัวเองไม่ให้แอบมองไม่ได้ สีหน้าของหญิงสาวไม่ดีนักปากที่ขยับเป็นคำพูดตลอดเวลามินซอกไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง แต่เมื่อบางจังหวะจับได้ว่ามีคำว่า "รัก" อยู่ในประโยค ข้างในก็เริ่มรู้สึกหน่วงขึ้นมาอยากจะหันหน้าหนี แต่มือใหญ่ที่ยื่นมาสัมผัสหน้าหญิงสาวทำท่าคล้ายปาดน้ำตาให้ก็ทำเอาคนหลังผนังกระจกยืนตัวแข็งทื่อ





จนร่างที่อยู่หลังชั้นวางของลุกเดินมาจนจะถึงประตูอยู่แล้ว มินซอกถึงรู้ตัวหันกลับไปมองถนนทำเป็นมองนั่นนี่ไปเรื่อย

"กลับบ้านกัน ป่านนี้ไอ้เจี๊ยบหิวแย่ล่ะ"

จงอินคว้าถุงในมือพี่ชายมาถือไว้ วางวงแขนพาดไว้กับบ่าลู่ออกแรงดันเบาๆให้เดินมาด้วยกัน













"มินซอกอยากถามอะไรเรามั๊ย" จงอินรอมาตลอดทางบนรถบัส ท่าทีที่พยายามคุยเล่นเป็นปรกติเขารู้ว่าอีกคนฝืนแค่ไหนและเขาไม่ปล่อยไว้แน่ๆ


มินซอกหยุดมือที่กำลังจะไขกุญแจประตูบ้าน กำลูกกุญแจแน่น บอกไม่ถูกว่ากลัวอะไร ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกสับสนไม่เป็นตัวของตัวเองแบบนี้


"แต่เราอยากบอกนะ ช่วยฟังเราก่อน"


หัวกลมๆขยับขึ้นลงทั้งๆที่ยังก้มหน้าอยู่ เสียงจริงจังที่ไม่คุ้นหูทำให้มินซอกยิ่งรู้สึกเกร็ง


"เพื่อนผู้หญิงคนนั้นชื่อซอนอา ชอบเรามานานแล้วแต่เราไม่ได้ชอบ แต่เธอยังตัดใจไม่ได้ยังพยายามตื้อเราอยู่ เราพูดตรงๆไปหลายครั้งแล้วและครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย"


มินซอกยังคงนิ่ง ปฎิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกโล่งใจแต่ก็ไม่ได้รู้สึกสบายใจเพราะเขาสงสารเด็กผู้หญิงคนนั้น ความรู้สึกมันสับสนหลากหลายอธิบายไม่ถูก


จนจงอินจับมือเล็กที่เขาเห็นว่ากำแน่นอยู่นานแล้วขึ้นมา มินซอกหน้ามองใบหน้าคมเข้มที่แสงสว่างจากไฟถนนหน้าบ้านทาบอยู่แค่เสี้ยวหน้า แต่กลับเห็นแววตาที่มองมาอย่างชัดเจน ไม่ใช่แววตาของน้องชายในแบบที่คุ้นเคย


จู่ๆมือที่ถูกจับยกขึ้นมาก็ได้รับสัมผัสนุ่มๆจากริมฝีปากที่กดจูบลงไป เจ้าของมือเกร็งจนสั่นนิดๆ


"แบมือก่อน" น้ำเสียงดุแกมเอ็นดู พูดแล้วก็ช่วยแกะนิ้วขาวซีดให้คลายออกจากกัน แล้วหยิบลูกกุญแจที่เจ้าตัวเผลอกำไว้แน่นจนอุ้งมือเป็นรอยแดงซึ่งน่าจะเจ็บอยู่ไม่น้อย


ปากที่กดจูบเมื่อสักครู่จึงพ่นลมอุ่นๆให้คลายเจ็บ


"เรามีคนที่รักอยู่แล้ว จะไปรักคนอื่นอีกไม่ได้หรอกนะ ไม่ต้องกังวล"


มินซอกไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองแสดงสีหน้ายังไงออกไป แต่ได้ยินเสียงหัวเราะกลั้วเบาๆมากับรอยยิ้ม รู้ตัวอีกทีก็รู้สึกอุ่นไปทั้งร่างจากอ้อมกอดของน้องชายแล้ว


"ขวัญเอ้ยขวัญมานะ" แกล้งทำเสียงเล็กเสียงน้อยล้อๆ พี่ชายเลยผละออกจากอกทุบอักลงที่ตำแหน่งเดิมที่ตัวเองซุกหน้าอยู่เมื่อครู่ แล้วดึงกุญแจไปจากมือ ไขประตุบ้านเดินลิ่วๆไปเลื่อนบานประตูด้านในผลุบหายเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว

ทิ้งให้คนหน้าตาดียืนยิ้มกับลมกับฟ้าเหมือนคนบ้าอยู่คนเดียว.....แต่ก็ไม่เชิง เพราะพอสายตาตวัดผ่านไปที่ระเบียงชั้นสองของบ้าน ก็มีคนที่ส่วนสูงพอกันยืนหัวโด่ชูนิ้วกลางตั้งเด่ส่งมาให้ ทำปากมุบมิบที่อ่านได้ว่า "ไอ้หมีควาย"








เซฮุนกินอาหารค่ำของตัวเองจนหมดโดยไม่มีพูดอะไรสักคำ พี่คนโตรู้ดีว่าอาการแบบนี้ไม่ปกติถึงได้ยังไม่ไปไหน ทำทีเดินไปมาดูที่วีที่ห้องนั่งเล่นบ้างเดินเข้าครัวมาหยิบนั่นนี่เปิดตู้เย็นกินน้ำบ้าง รอจังหวะจนน้องกินอิ่มจึงเข้าไปนั่งคุยด้วย


"อร่อยมั๊ย"


น้องชายยู่ปากไม่ตอบอะไร


"เซฮุนน่า พี่ขอโทษที่ไปกับจงอินแค่สองคน แต่เซฮุนไม่ว่างนี่น่า"


"เรื่องแค่นี้ไม่ต้องมาขอโทษเค้าหรอก"


"เซฮุนก็อย่าโกรธพี่ซิ นะ...นะ" พี่ชายเกาะต้นแขนน้องแล้วเขย่าเบาๆ


"ใครบอกว่าโกรธล่ะ แค่...แค่น้อยใจ" เด็กขี้งอนเชิดหน้าหนี

มินซอกผ่อนลมหายใจหรี่ตามองน้องชายด้วยความเอ็นดู ร่างเล็กลุกขึ้นเต็มความสูงแต่ก็ยังสูงกว่าน้องชายที่นั่งอยู่ไม่มากนัก เขาโอบไหล่กว้างแล้วกดข้างขมับของน้องให้ซบมาที่อก

"โอ๋ๆเด็กยักษ์ของพี่"



เสียงฝีเท้าหนักๆที่เดินเข้ามาตั้งใจจะทำเสียงดังเพื่อขัดจังหวะ แต่อ้อมแขนนั้นก็ยังไม่คลายออก หนำซ้ำแขนยาวๆของอีกคนยังยกขึ้นมารวบเอวคนที่ยืนกอดตัวเองให้แนบชิดเข้าไปอีก


"ไอ้เจี๊ยบวอนมาก เว้าวอนอุ้งมือหมีมาก"
  จงอินได้แต่เขม่นอยู่ในใจ ขายาวๆก้าวเข้ามาประขิด


"กินข้าวด้วยกันแทบทุกวัน ไม่ได้กินแค่วันเดียวมันจะอะไรกันนักหนา" จงอินว่าเสียงเรียบ


"มินซอกดูดิ ไอ้หมีมันว่าเค้า" ยกหัวขึ้นมาฟ้องพี่แล้วซุกลงไปอีกรอบ


"จงอินก็ อย่าว่าน้องเลย ซ้อมจนเจ็บเข่า ข้าวเย็นกว่าจะได้กินก็เกือบสองทุ่ม"


"มินซอก เซฮุนมันยี่สิบแล้วนะใช่เด็กสองขวบที่ต้องคอยโอ๋"


"ยังไงน้องก็เป็นน้องนะ"


"ก็คิดซะยังงี้มันถึงได้ใจ อ้อนไม่เข้าเรื่อง ไม่โตซะที"


"ใครจะโตอย่างจงอินล่ะ ไม่อ้อนพี่แต่ไปอ้อนสาวๆน่ะ" เซฮุนหันไปตะเบงใส่พี่คนรอง


"ไอ้เจี๊ยบ อย่ามาพูดมั่วๆ" จงอินถลึงตาใส่แทบอยากจะโผเข้าไปตะปบถ้าไม่ติดที่มินซอกยังกอดน้องอยู่


"ก็เห็นมีแต่สาวๆรุมล้อมเวลาอยู่มหลัยฯ อย่านึกว่าเค้าไม่รู้นะ"


"คนหล่อๆมีคนมาชอบมันเรื่องธรรมดา แต่เราไม่ได้ชอบไม่ได้ยุ่งกะใครอย่างที่นายพูด"


"ไม่รู้!! ก็พูดตามที่เห็น"


"พอๆ ทั้งคู่แหละ เซฮุนไปอาบน้ำเถอะจะได้ทายาแก้บวม เดี๋ยวหัวเข่าจะยิ่งแย่วิ่งไม่ได้กันพอดี"


"แล้วมินซอกทายาให้เค้านะ เค้าไม่ชอบกลิ่นยามันติดมืออะ" น้องเล็กเปลี่ยนโทนเสียงกับสีหน้าแบบอัตโนมัติ


"โอเคๆ ป่ะๆ อาบนำได้แล้ว" ลูบหัวน้องเอาใจแล้วดันตัวให้ลุกขึ้น


เซฮุนลุกขึ้นหน้าระรื่น ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งกระโดดกระด๊อกกระแด๊กลั้นลาออกจากครัวไป เหมือนไม่เคยเจ็บหัวเข่ามาก่อน







"ทำไมชอบว่าน้อง" มินซอกเอ่ยตำหนิคู่กรณีทันทีที่น้องเล็กลับตา


"ก็ทำไมชอบโอ๋น้องนักล่ะ"


"ก็น้องเป็นน้องนี่


จงอินเบ้ปากให้กับความเป็นน้องที่เขาไม่สามารถหาเหตุผลมาลบล้างได้ ร่างสูงใหญ่ทรุดตัวลงนั่งด้วยอารมณ์หงุดหงิดค้างจนน่ากลัวว่าจะเจ็บก้นเพราะเก้าอี้เป็นไม้เนื้อแข็ง มินซอกเห็นแล้วก็แอบยิ้มเพราะจริงๆเขาก็ไม่ได้โกรธอะไร พวกเขาทั้งสามคนเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว และเขารู้ดีว่าจงอินรักเซฮุนมากแค่ไหน เอาจริงๆนี่ก็แค่นิสัยเด็กๆไม่ต่างจากเซฮุนหรอก


พี่ใหญ่ขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้แล้วนั่งลงหันหน้าเข้าหากัน ลูบต้นขาน้องชายเป็นเชิงปลอบให้อารมณ์เย็นลงบ้าง


"นี่มันจุดอ่อนไหวนะรู้มั๊ย" พูดน้ำเสียงแปลกๆแล้วส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาสบ พร้อมอุ้งมือหมีที่ตะปบทาบทับมือเล็กที่ยังวางค้างอยู่ที่ต้นขาตัวเอง


มินซอกเม้มปากรู้สึกว่าตัวเองพลาดแล้ว เขารีบดึงมือออกแล้วง้างสูงเตรียมจัดการสำเร็จโทษแต่ก็ไม่ไวเท่ามือใหญ่ที่ฉวยข้อมือเอาไว้แล้วดึงร่างเล็กเข้าหาตัว


มินซอกผวา ก้นกลมกระดกสูงจากเก้าอี้ ส่วนหน้ากลมๆที่ไม่ชนเข้ากับหน้าหล่อคมของหมีขี้แกล้งก็เพราะปลายจมูกที่สัมผัสกันอยู่


ฝ่ายได้เปรียบยิ้มจนเห็นฟันหน้าครบทุกซี่ แต่ตำแหน่งที่ใกล้กันขนาดนี้มินซอกตาพร่าไปหมด รู้สึกก็แต่ความร้อนวูบที่ใบหน้ากับลมหายใจอุ่นๆของน้องชาย เหมือนหูจะอื้อแต่กลับได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดเจน


จู่ๆริมฝีปากที่เหยียดยิ้มก็หุบลง ใบหน้าหล่อคมเอียงนิดๆจนสันกรามนูนชัด ได้องศาแล้วกดริมฝีปากตัวเองลงไปที่ริมฝีปากของพี่ชายที่เผยอค้างเพราะเป็นนิสัยของเจ้าตัวเวลาจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว


มินซอกยังคงนิ่ง จงอินเหมือนได้ใจละริมฝีปากออกมาแล้วกดซ้ำอีกครั้งในน้ำหนักที่มากกว่าเดิมจนรู้สึกได้ว่าริมฝีปากตัวเองสัมผัสกับฟันขาวและความชื้นภายใน


พี่คนรองขยับตัวออกมาอีกครั้งอยากจะมองหน้าตาน่ารักของพี่คนโตให้ชัดๆ เห็นสีของแก้มที่เปลี่ยนไปก็ยิ่งกระตุ้นความรู้สึก แต่พอจะใช้ปากลองสัมผัส เสียงที่เหมือนโลกจะถล่มทลายก็ดังแว๊ดขึ้นมา


"ย๊าาาาาาาาาาาาาา ไอ้หมีบ้าาาาาาาทำอะไรห๊าาาาาาา"


มินซอกสะดุ้งสุดตัวดึงข้อมมือตัวเองออก ยืนหันซ้ายหันขวาจะอ้าปากอธิบายให้น้องคนเล็กฟังก็ได้แต่อ้ำๆอึ้งๆ


"โอ้ย!!ไอ้เจี๊ยบเจ็บนะเฟร้ยยยย" จงอินลูบหัวปอยเพราะหลอดยาแก้บวมที่ลอยมากระแทกแบบเต็มๆ


"ทำอะไรมินซอกของเค้าห๊าาาา" เซฮุนปรี่เข้ามาชี้หน้าจนนิ้วแทบจะจิ้มลูกตา


"แฟนกันจะสวีทกันมันผิดตรงไหนอะ" จงอินตอบเสียงเรียบพร้อมรอยยิ้มแบบต้องการกวนโมโหขั้นสุด


"แฟน!!!!! อะไร ที่ไหน เมือ่ไหร่ เค้าจะฟ้องแม่!!!" เซฮุนหน้าแดงไปถึงคอเพราะตะโกนสุดเสียง หน้าผากยับย่นหัวคิ้วชนกัน และปลายคิ้วถ้ายาวพอคงชี้ทิ่มเพดานห้องครัวไปแล้ว


"ฟ้องทำไม แม่รู้แล้ว"








กริบ......







เจี๊ยบน้อยผู้น่าสงสารแบะปากเหมือนจะร้องไห้แต่ไม่เสียงเล็ดลอดออกมา ริมฝีปากค่อยๆเผยอกว้างขึ้นเรื่อยๆเหมือนภาพสโลว์โมชั่นแต่ก็ยังคงไม่มีเสียง สองเท้าเริ่มซอยยิกๆจากช้าไปเร็วไม่เป็นจังหวะ มือไม้ปัดไปมาในอากาศตรงหน้าตัวเอง




....เจี๊บอยากตาย .....ถ้าพูดได้ก็คงมีแต่ประโยคนี้ที่ตรงใจที่สุด




"เซฮุน ฟังพี่ก่อน" มินซอกรวมมือน้องที่ปัดไปมาเอาไว้ ตัวเองก็เซแทบจะล้มแต่พยายามเกร็งตัวเต็มที่


"ม่ายยยยยฟังเค้าโกรธมินซอกแล้ว โกรธธธธธธ" เซฮุนมองพี่ชายแบบตัดพ้อพอๆกับน้ำเสียง เท้ายังซอยยิกๆไม่หยุด



"พี่รักเซฮุนนะ ถึงยังไงพี่ก็รักเซฮุนจริงๆนะครับ"


"รักมากกว้าไอ้หมีบ้ารึเปล่าค้าบ" ตัดพ้อเพิ่มเป็นสองเท่า แต่สายตาเริ่มมีประกายความหวังหยุดซอยเท้ายืนรอคำตอบ


"ก็ต้องรักมากกว่าซิ ลูกเจี๊ยบของพี่น่ารักกว่าหมีควายตั้งเยอะ" ตอบเสียงเล็กเสียงน้อยแล้วเหยีดสุดแขนลูบหัวน้องชายสุดที่รักอย่างถนุถนอม



จงอินที่เงียบอยู่นานเริ่มมีอาการ รู้สึกเหมือนโดนหลอกด่าแปลกๆ เขาได้แต่มองมินซอกทีเซฮุนทีเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกิน เหมือนไม่มีตัวตน ตกลงได้เป็นแฟนมันดีกว่าเป็นน้องมั๊ย...หมีงง



เซฮุนได้ใจทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น อ้อนขั้นสุด ยังดีที่ไม่ถึงกับทิ้งตัวไปนอนดิ้นพราดๆแบบสมัยเด็กๆ มินซอกทรุดตัวลงนั่งตามแล้วกอดน้องไว้ เจ้าน้องเล็กก็รู้งานกอดเอวพี่ชายหมับทันที ซุกหน้ากับซอกคอพอเหมาะพอเจาะ มินซอกเกยคางไว้กับไหล่กว้างของน้องเล็กแล้วเหลือบตาขึ้นมองน้องรอง


รอยยิ้มที่มุมปากแบบกลั้นหัวเราะถูกส่งมาให้คนที่ยืนเก้ๆกังๆอยู่ แล้วมือเล็กก็ยื่นไปหา


เป็นโมเม้นท์ที่หมีรู้สึกตัวเองยิ่งใหญ่ราวเจ้าป่า ซิมบ้าก็สู้เขาไม่ได้ในตอนนี้ ชายหนุ่มยิ้มรับเต็มที่จนตาหยี คุกเข่าลงไม่ห่างกันยื่นมือไปจับมือเล็กที่รออยู่สอดประสานแนบสนิทพอดิบพอดี





เริ่มรู้สึกแล้วว่าการเป็นแฟนมันดีกว่าเป็นพี่น้อง



แต่ก็อยากรู้สึกดีกว่านี้อีก เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้หน้าเล็กๆที่เกยอยู่กับไหล่ของน้องเล็ก ใช้ปลายจมูกชนเบาๆเป็นการเกริ่นนำ ก่อนจะหลุบตามองปากอิ่มสลับตาดวงตาคู่โตแล้วเอียงหน้ารอ


มินซอกขยับยกคางขึ้นนิดๆให้ปากตัวเองได้องศากับของอีกคน


ทันทีที่ริมฝีปากสัมผัสกับน้องรอง มือเล็กข้างที่ว่างก็ลูบแผ่นหลังปลอบน้องคนสุดท้องเด็กขี้อ้อนไปด้วย












มีน้องสองคนต้องดูแล ออกจะเป็นภาระหนักอยู่ซักหน่อย แต่มินซอกก็มีความสุข และอยากจะพยายามอย่างดีที่สุดที่จะเป็นพี่ที่ดีที่สุดให้กับน้องทั้งสองคน





แต่คงจะรักแบบเดียวกันทั้งสองคนไม่ได้เท่านั้นเอง.....




""""""""""""""""""""""""""""""""""""""




""""""""""""""""""""""




""""""""""""




ไคหมินเรื่องแรกในชีวิต
รอมคอมไม่ดราม่าน้ำตาตกใน ครั้งแรกในชีวิต

ดีเหมือนกันนะเวลาเขียนได้ยิ้มไปด้วยแต่ก่อนนี้เขียนไปปาดน้ำตาไปตลอดเลย

ไว้จะลองลู่หมินแบบรื่นเริงงี้มั่ง ^__^
































Create Date : 13 ตุลาคม 2559
Last Update : 13 มิถุนายน 2560 15:02:06 น.
Counter : 542 Pageviews.

1 comments
  
โถ่น้องเล็กของพี่ 55 ช่างน่าสงสารเสียนี้กระไร ได้แค่โดนกอดปลอบ ลับหลังมีภาพบาดตาบาดใจ โถๆๆๆ หมีแมวก็ฟินไปซิ
โดย: Nastylonely IP: 223.24.82.120 วันที่: 2 ธันวาคม 2559 เวลา:17:17:52 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



สมาชิกหมายเลข 2090139
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



New Comments
ตุลาคม 2559

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
13 ตุลาคม 2559