Group Blog
 
All Blogs
 

น้ำใจกับความรับผิดชอบ

เคยมีกระทู้หนึ่งกล่าวถึงความสัมพันธ์ของผู้เขียนกระทู้กับญาติคนหนึ่ง
ความอยากได้ของคนหนึ่ง กับความอยากรักษาของอีกคน
เรื่องมีอยู่ว่าเจ้าของกระทู้ไปอยู่กับญาติผู้นั้น และขอเล่นโปรแกรมสนทนาที่มีชื่อว่าMSN กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของญาติ
แต่ญาติคนนั้นก็ไม่ได้อนุญาต ทำให้เจ้าของกระทู้ไม่พอใจ และมาบ่นให้คนอื่นฟัง

บางทีน้ำใจไม่ได้มีเพียงแค่การให้หรือการเสียสละอย่างเดียว
น้ำใจก็ควรเป็นการไม่รับ หรือไม่อยากได้ของผู้อื่นด้วย

หากผู้เขียนเป็นญาติผู้นั้น มีความรับผิดชอบอยู่ในคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น ก็คงไม่ให้ใครใช้อย่างแน่นอน (หรือแม้จะแตะเพียงปลายก้อยหากไม่จำเป็น)
การรับผิดชอบในหน้าที่การงานของญาติผู้นั้น กลับถูกมองเป็นเรื่องแล้งน้ำใจของเจ้าของกระทู้
ที่ไม่มีน้ำใจ จะทำการเสี่ยง"ทำลาย"ความรับผิดชอบของผู้อื่น เพียงเพื่อบทสนทนาไร้สาระกับเพื่อนผอง

หากญาติได้อนุญาตให้ใช้เล่นคุยแชทจริงๆ
และความน่าจะเป็นว่าไวรัสติดเครื่อง ไฟล์งานสูญหายเกิดเป็นจริงขึ้นมา
เจ้าของกระทู้จะเอาอะไรมารับผิดชอบ?
ซื้อคอมใหม่? แล้วงานที่หายไปล่ะ?

ใครควรมีน้ำใจต่อใคร?
น้ำใจที่ว่าควรปฏิบัติอย่างไร?




 

Create Date : 12 เมษายน 2552    
Last Update : 12 เมษายน 2552 23:16:01 น.
Counter : 143 Pageviews.  

ความอยากจะเชื่อ

ประวัติศาสตร์มนุษย์อยู่คู่มากับความเชื่อ ลัทธิ ศาสนา วิทยาศาสตร์
ทั้งหมดคือความเชื่อ
เชื่อในภูติผี เทวดา ศาสดา
เชื่อในความรัก
เชื่อในมิตรภาพ
เชื่อในเงิน
เชื่อในตัวใครบางคน หรือกลุ่มคนบางกลุ่ม
เชื่อในตัวเอง
เชื่อในสิ่งที่คิดว่าจริง

ความเชื่อมาหลังจากความไม่รู้
ยิ่งไม่รู้ก็ยิ่งอยากเชื่อว่าถูก เพราะมันสบายใจกว่าการไม่รู้อะไรแล้วไม่คิดว่ามันไม่มีตัวตน
ได้ยินเสียงฟ้าคำรามกึกก้องก็อยากเชื่อว่ามีเทวดาอยู่ข้างบนนั้น มากกว่าจะไม่เชื่อว่าไม่มีอะไรอยู่เลย
เมื่อมีโรคเอดส์เกิดขึ้นก็อยากเชื่อว่าเป็นเพราะเชื้อไวรัส มากกว่าจะคิดว่าไม่มีตัวตนของโรค แต่เพียงเพราะมั่วกระจายโรคนั้นนี้ไปเอง
(หมายเหตุ มีนักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าเชื้อไวรัสเอชไอวีไม่มีตัวตนอยู่จริง แต่คนเราตั้งมันขึ้นมาเพราะอยากเชื่อว่ามันเป็นสาเหตุของทั้งหมด)


ผู้เขียนเคยดูรายการสารคดีสั้นๆ เกี่ยวกับความเชื่อในพระเยซูแห่งศาสนาคริสต์
เรื่องของผ้าที่พบผืนหนึ่งที่เมืองTorino, Italy ว่าอาจเป็นผ้าที่ใช้ห่อพันพระศพหลังการตรึงกางเขน
บนผ้าผืนนั้นมีรอยพระพักตร์ที่เชื่อกันว่าเป็นของพระเยซู
รอยนั้นดูสมบูรณ์แบบมาก จนน่าเชื่อว่าตรงนั้นพันติดกับพระพักตร์ของท่านหลังสิ้นพระชนม์จริงๆ
แต่ถ้าคิดตามตรรรกะแล้วมันมีทางเป็นไปได้ยากมาก เช่น
-ผ้าผืนนี้อายุ 2009 ปี แต่ยังดูใหม่เกินกว่าจะอายุถึง1000ปี
-รอยพระพักตร์นี้เหมือนเกินไป กล่าวคือ เป็นหน้าที่มองจากด้านตรงพอดี ไม่ใช่เป็นรอยที่เอาผ้าไปทาบกับหน้าของคน
คนที่เคยทำงาน3มิติ แล้วกางUV ออกมาคงเข้าใจ
หรือถ้าไม่รู้เกี่ยวกับงาน3มิติ ก็ลองทาแป้งที่หน้าดู แล้วเอาผ้าดำมาแปะ คุณจะค้นพบว่าถ้ามีผ้ามาพันศพคุณ มันควรจะมีรอยออกมาอย่างไร

ฝรั่งตะวันตกให้ความสำคัญกับพระเจ้าและพระเยซูเป็นอย่างยิ่ง
นิยาย ภาพยนตร์ ล้วนพยายามพูดถึงการมีตัวตนของศาสดา อภินิหารของศาสนา การตามสืบรอยของที่ศาสดาหรือผู้ที่เกี่ยวข้องเคยใช้
ทั้งหมดเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่ตัวเองเคยเชื่อมาทั้งหมดมันเป็นความจริง


ทั้งชาร์ลส์ ดาร์วิน และกาลิเลโอ กาลิเลย์ ก็เคยพยายามเอาการค้นพบอันยิ่งใหญ่ของตนเองล้มล้างความเชื่อไม่มีเหตุผลของคนอื่น

สุดท้ายสังคมก็คือคนโดยรวม หาใช่คนๆเดียว

หากมีไอ้งั่งที่พูดอะไรไปคนก็เชื่อและนับถือแพร่หลายไปทั่วโลก นั่นก็เป็นศาสนาได้
หากมีไอ้เลวที่พล่ามอะไรไปคนก็เชื่อไปทั้งประเทศ นั่นก็เป็นรัฐบาลได้

และนี่คือสังคม




 

Create Date : 11 เมษายน 2552    
Last Update : 11 เมษายน 2552 23:40:47 น.
Counter : 126 Pageviews.  

ความพึงพอใจอันไร้ประโยชน์

เมื่อครั้งยังเด็กผู้เขียนเคยอ่านบทความเรื่องการใช้เงินของบรรดาเศรษฐี-เศรษฐินี ความฟุ่มเฟือย, ฟุ้งเฟ้อของคนมีอันเหลือจะกิน
คนเขียนหัวข้อนั้นต้องการสื่อว่า เงินที่เอาไปลงกับความสุขชั่วคราวเหล่านั้น สามารถนำไปจุนเจือคนที่ไม่มีความสุขในชีวิตได้หลายคน

การตีค่าว่าสิ่งใดมีค่าราคาสูง อยู่ที่ความหายากหรือความลำบากในการได้มาซึ่งสิ่งนั้น
ดอกไม้ที่ผลิดอกพันปีครั้ง ย่อมดูมีค่าน่านิยมกว่าธรรมดาพฤกษาที่เบ่งช่อปีละครั้ง หรือดอกไม้ริมทางที่ส่งกลีบให้เห็นทุกวี่วัน
นั่นคือการนับค่าของมนุษย์

เมื่อยิ่งหายาก ราคายิ่งสูง
เมื่อราคายิ่งสูง ยิ่งแลกมาเป็นเจ้าของได้ยาก
นี่คือวงจรง่ายๆของมัน

ผ้าแพรที่นุ่มใส่สบายที่สุดในโลก ย่อมราคาสูงที่สุดในโลก
นักออกแบบที่เก่งที่สุดในโลก ย่อมมีค่าตัวต่อผลิตภัณฑ์สูงที่สุดในโลก
ถ้านักออกแบบเสื้อผ้าที่เก่งที่สุดในโลกคนนี้ใช้ผ้าแพรที่ใส่สบายที่สุดในโลกมาตัดเย็บเป็นชุดนอน.....
ก็แน่นอนว่าชุดนอนตัวนี้มันต้องเป็นชุดนอนที่แพงที่สุดในโลก

แล้วใครจะใส่ชุดนอนที่แพงที่สุดในโลก...
อาจจะไม่ใช่คนที่รวยที่สุดในโลกก็ได้ที่ซื้อมันไป
แต่อาจเป็นคนที่ชอบชุดนอนมากที่สุดในโลก
นี่คือวิถีง่ายๆของมัน


คิดถึงคนที่ไม่มีเงินแม้แต่จะหาอะไรประทังชีวิตไปชั่วโมงๆ (ใช้คำว่าวันอาจยาวนานเกินไปสำหรับความหิว)
สิ่งที่หาได้มาอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด หายากที่สุด ราคาแพงที่สุด
แต่มันก็ทำให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้
และนั่นก็เกินพอ

คำว่าพอคืออะไร?
ชีวิตที่พอเพียงคือแค่ไหนและอย่างไร?

คำๆนี้คนที่มีทรัพย์สินเหนือความผู้อื่นคงไม่เข้าใจ
แม้แต่คนที่มีฐานะเฉลี่ยว่าปานกลางก็ไม่เข้าใจ

คนที่ไม่มีจะกิน เมื่อวันหนึ่งมีอันจะกินขึ้นมาก็หลงลืมมันไป


คำว่ารวยมักถูกพ่วงด้วยคำว่าฟุ่มเฟือย
...ในขณะที่คนฐานะปานกลางเมื่อได้เบี้ยเลี้ยงก็ฉลองกินดื่มสารพัด
...ในขณะที่คนฐานะยากจนก็กินเหล้าเมายาประชดความมีน้อยกว่าคนอื่น
แล้วอย่างนี้เรียกว่าความฟุ่มเฟือยไหม?

ชีวิตทุกคนย่อมเห็นแก่ตน
ช่วยเหลือตัวเองก่อน ทำให้ตัวเองสบายก่อน สร้างความสุขให้ตัวเองก่อน
มองคนที่มีมากที่สุดและฝันลมๆแล้งๆว่าอยากมีเหมือนเขา
ถึงคราว แม้จะพูดคำมั่นสัญญาอะไรไว้ ก็เปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ของตน

และนี่คือวงจรง่ายๆของมัน




 

Create Date : 11 เมษายน 2552    
Last Update : 12 เมษายน 2552 23:00:45 น.
Counter : 139 Pageviews.  

กลูน, กลูน์

ทุษฐโจรรันทำ
กรรมแก่บดีสูร
ยศใดบกลูน
และมาลักอัครขรรค์




 

Create Date : 17 มีนาคม 2552    
Last Update : 17 มีนาคม 2552 3:43:12 น.
Counter : 116 Pageviews.  


เส วกะ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add เส วกะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.