Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2548
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
5 ธันวาคม 2548
 
All Blogs
 

คืนสู่สามัญ

กลับมาแล้วครับ


แบบว่าชีวิตวุ่นวายพอสมควร งานยุ่งและก็ต้องสอบอีก หน้ามืดทีเดียว


ไอ้ที่สอบไปแล้วก็กระอักใช้ได้


ช่วงหยุด 3 วันนี้มีโอกาสได้กลับบ้านซะทีครับ หลังจากที่สถิตอยู่ที่หอเป็นเวลานานมาก


แต่พอได้กลับก็สูดอากาศที่บ้านได้ไม่ถึง 24 ชั่วโมงอยู่ดี สำหรับเหตุผลขอไม่บอกนะครับ เอาเป็นว่ามีเรื่องเรียน + งานมายุ่งอีกแล้ว


กลับไปเที่ยวนี้ได้อ่านบทความจากนิตยสารที่คุณพ่อรับเป็นประจำอยู่บทความนึงครับ เป็นบทความในนิตยสารอาษา เกี่ยวกับเรื่องระบบการบริหารงานในเชิงสถาปัตยกรรม (อาจจะผิดพลาดได้ เนื่องจากไม่ได้ตั้งใจอ่านมากนัก สมองยังมึนๆอยู่ )


ในส่วนที่อยากจะเล่าให้ฟังก็คือประโยคที่ว่า "If there is no solution,...KISS it." โดยอเล็กซานเดอร์มหาราช


ท่านอาจารย์ผู้เขียนบทความได้อธิบายเพิ่มเติมว่า KISS ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าจูบ


แต่มาจาก Keep It Stupid & Simple.


หลายๆท่านคงมีความรู้ทางภาษาอังกฤษดีกว่าผม ดังนั้นขออนุญาตไม่แปลนะครับ แต่จะขอยกตัวอย่างจากนิตยสารเพิ่มละกัน


เรื่องแรก หลายท่านคงจะเคยอ่านมาบ้างแล้ว ก็เป็นความทุ่มทุนสร้างของอเมริกา ที่ลงทุนไปกว่า 12 ล้านดอลลาร์ เพื่อคิดค้นวิจัยปากกาที่สามารถเขียนในสถานที่ที่ไร้น้ำหนักได้ และเขียนได้ในทุกพื้นผิว จากการที่นักบินอวกาศไม่สามารถจดข้อมูลได้ขณะอยู่ในยานอวกาศ กว่าจะคิดค้นได้เล่นเอาเหนื่อยกันไปหลายฝ่าย


แต่ปัญหาเดียวกันนี้ ทางรัสเซียเขาแก้ปัญหาโดยการใช้ดินสอครับ


อีก 1 ตัวอย่าง ที่บริษัทขายสบู่แห่งหนึ่งในญี่ปุ่นถูกร้องเรียนจากลูกค้าว่าได้ซื้อสินค้าไป แล้วพบว่าไม่มีสบู่บรรจุอยู่ในกล่อง (พูดง่ายๆว่าได้แต่กล่องเปล่าไป) ทางบริษัทจึงได้แก้ปัญหาโดยการติดตั้งเครื่องเอ็กซเรย์ผลิตภัณฑ์ก่อนออกจำหน่าย โดยจ้างพนักงานเพิ่มในตำแหน่งนั่งเฝ้าหน้าจอเครื่องรับภาพจากเครื่องเอ็กซเรย์ เพื่อตรวจว่ามีกล่องเปล่าหลุดรอดไปหรือไม่ ซึ่งคงจะเป็นงานที่น่าเบื่อมากทีเดียว


แต่ด้วยปัญหาเดียวกัน อีกบริษัทแก้ปัญหาโดยการซื้อพัดลมโรงงานมาติดเพื่อเป่าลมใส่กล่องบรรจุผลิตภัณฑ์ ซึ่งแน่นอนว่า กล่องไหนที่ไม่มีสบู่ ย่อมถูกลมเป่าปลิวกระเด็นไป


ครับที่ยกมาคราวนี้ ก็แค่อยากจะบอกว่าหลายครั้งที่เราเจอปัญหา เรามักจะมองหาทางออกในลักษณะที่มันดูหรูหราอลังการในความรู้สึก หรือแม้แต่การทำงานทั่วๆไป เราก็มักจะสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงและทุนทรัพย์มากหลาย แต่ผลตอบแทนคุ้มค่าแค่ไหนกัน


เห็นมาตั้งแต่อยู่มัธยมแล้วครับ หลายงานทุ่มเทกันซะสังขารแทบจะรับไม่ไหว หัวใจอ่อนล้า บ้าล้างผลาญงบประมาณ


สุดท้ายก็เอาผลงานไปเก็บไว้ข้างๆถังขยะ


ผมไม่ได้เสียดายอะไรมากนะครับ อย่างน้อยการทำงานก็ได้ความผูกพัน ฝึกความเสียสละอดทน รู้จักการทำงานกับเพื่อน


แต่ตอนนี้ชักแก่แล้ว รู้สึกว่ายังมีอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำ เก็บทรัพยากรต่างๆไว้ทำเรื่องพวกนั้นดีกว่า


โดยส่วนตัว ถ้าผมได้เป็นผู้บริหาร (หวังว่าสักวันจะได้เป็น) ถ้าต้องเลือกคนทำงาน 2 คน คนแรกทำของเกรดบีให้เป็นของเกรดเอได้ ส่วนอีกคนทำขยะให้เป็นของเกรดบีได้ ผมจะขอเลือกคนที่สองครับ


แต่ประเด้นนี้ก็แล้วแต่สถานการณ์นะครับไม่ใช่ว่าจะยึดหลักนี้ตายตัวไปซะหมด


ก่อนจากกัน ช่วงที่กลับบ้านได้มีโอกาสดูโฆษณาเครื่องดื่มยี่ห้อหนึ่ง เป็นผลิตภัณฑ์ในเครือชาเขียวยี่ห้อ "อร่อย" ครับ


ชอบโฆษณานี้มาก รู้สึกว่า creative ได้จับเอาประเด็นใกล้ตัวของคนทำงานและมนุษย์เงินเดือนทั่วๆไปที่ทุกวันมีเรื่องที่ทำให้ปวดกบาลปานประสาทจะแด็กซ์มากมาย ตั้งแต่เรื่องในบ้าน เรื่องเพื่อน เรื่องที่ทำงาน


แต่สรุปได้ว่า คนเราต้องไม่เครียดครับ ผมจะพยายามไม่เครียดครับ


ปล. ชอบประโยคนี้มากทีว่า "เจ้านายคล้ายจะเป็นลม ช่วยมาเป็นยาดมให้หน่อย"




 

Create Date : 05 ธันวาคม 2548
4 comments
Last Update : 5 ธันวาคม 2548 19:12:30 น.
Counter : 1001 Pageviews.

 


ชอบเนื้อหาของบล็อกวันนี้จัง โดยเฉพาะความหมายของคำว่า KISS..
..แต่เรื่องนี้เราถนัดนะ ที่ว่ามองอะไรให้ง่ายไว้น่ะ..ทำบ่อยจนรู้สึกว่าบางทีมากเกินไปด้วยซ้ำ แหะแหะ

...เห็นด้วยว่าคนเราต้องไม่เครียด..เนอะ
ใช้ชีวิตให้ happyๆ ดีกว่า

 

โดย: ส้มๆ ฯ IP: 202.28.181.9 7 ธันวาคม 2548 23:50:03 น.  

 

เรื่องดินสอกับปากกานี่เคยได้ยินบ่อยๆ แต่เรื่องกล่องสบู่นี่ไม่เคยได้ยินแฮะ ช่างคิดดีจัง เอาพัดลมมาเปล่า

เราเป็นคนชอบบรรยากาศตอนทำงานมากกว่าตอนที่ผลของงานออกมานะ อย่างตอนทำละครหรือทำหนังสือนี่รู้สึกเลยว่าตอนที่ทำอยู่ ชอบมากกว่าตอนที่มันเสร็จแล้วน่ะ

simple is the best จ้ะ เราเชื่อประโยคนี้นะ

 

โดย: azzurrini 11 ธันวาคม 2548 20:53:12 น.  

 

สบู่นี่เรื่องจริงเหรอ

 

โดย: โยเกิร์ตรสสตอว์เบอร์รี่ 12 ธันวาคม 2548 12:03:39 น.  

 

นั่นสิเนอะ ไม่เห็นจะต้องทำอะไรให้มันยุ่งยาก แล้วทุกวันนี้ เราก็ทำงานที่ดูดพลังไปมากมาย แต่ไม่ได้ผลงานกลับมาเป็นชิ้นเป็นอัน ต้องใช้ความอดทนมากๆกว่าจะทำให้ออกมาดีได้ เหนื่อยจัง แต่ก็ยังดีกว่าอยู่เฉยๆอ่ะ เบื่อ
ว่าแต่ ชอบเนื้อหาของ blog นี้จัง รู้สึกว่ามันสะท้อนวิธีมองโลกแบบใช้ความคิดวิเคราะห์สิ่งใกล้ตัวที่หลายคนมักจะมองข้ามของเจ้าของ blog

 

โดย: gifu IP: 202.28.181.9 15 ธันวาคม 2548 20:25:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Shadow Dio
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Shadow Dio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.