Group Blog
 
<<
มีนาคม 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
29 มีนาคม 2557
 
All Blogs
 
O หอม-อุ่น .. กลางฝุ่นฝน .. O








เพลง .. ลาวสวยรวย



O เม็ดฝนร่วงหล่นหลั่งจากฝั่งฟ้า
พร้อมกับวาโยหวนคร่ำครวญเสียง
เหล่าพุ่มพฤกษ์บ่ายเบนต้นเอนเอียง
ก้านกิ่งเหวี่ยงวาดลม .. ที่โหมฮือ
O วิชชุแล่นเริงร่าย .. ล้อสายฝน
เม็ดน้ำหล่นปลิดปลิว .. เสียงหวิวหวือ
ก่อนขอบฟ้าเลื่อนลั่นเสียงบันลือ
กระหึ่มหือโหมเชื้อ .. ไฟเรื่อรอง
O เห็นแววตา .. อบอุ่นกลางฝุ่นฝน
เหลือบชำเลืองปลิดป่นความหม่นหมอง
พร้อมช่อน้ำฝนพรำ, ท่วงทำนอง-
ความสอดคล้องสองใจ .. ก็ไหวตัว
O งดงามวิชชุว่ายเวียนฝ่ายฟ้า
พร้อมสายตาชม้ายออก .. แววหยอกยั่ว
งดงามความแจ่มจ้า .. กลางพร่ามัว
นั้น-งามทั่วแหล่งที่ .. ทุกลีลา
O แววแห่งความปรารถนาในตานั้น
แต่คอยคั้นอบอุ่นและคุณค่า-
ให้แต่คอยรอบล้อม .. อยู่พร้อมภา-
วะออดอ้อนเสน่หา .. ทุกท่าที
O งดงามปวงช่อน้ำ .. กลางต่ำใต้
ร่วงหยดไว้หยาดรินทุกถิ่นที่
งดงามความอาวรณ์ .. ออดอ้อนมี
ฤๅอาจลี้หลบไหว .. หนอใจคน
O หล่นลงแล้วรุ้งเรื้องที่เบื้องหน้า
ต่อสายตาโชนช่วง .. เมื่อห้วงหน-
นั้นเลื่อนลั่นครั่นครื้นด้วยคลื่นบน
เมื่อใจอลวนแล้ว .. ด้วยแววตา
O งดงามความสัมพันธ์ .. แห่งวันนี้
ฤๅ-อาจมีความเปรียบมาเทียบค่า
แต่เมื่อความเอียงอายนั้นชายมา-
ก็ล่มสิ้นเหว่ว้า .. ในตาคน
O โอ แววตาตื่นชู้ เหมือนอยู่รอ-
งดงามช่วงความลออ .. เม็ดช่อฝน
เพื่อเปรียบรูปแวววาม .. ที่งามจน-
พาใจอลเวงชู้ .. ให้รู้แวว
O งดงามความสัมพันธ์ .. ในวันผ่าน
จึงหอมหวานอารมณ์ .. ดั่งลมแผ่ว-
พลิ้วผ่านลูบโลมทรวงทุกช่วงแนว
ยังผ่องแผ้วลามล่วง .. ทุกห้วงลม
O ออดอ้อนความแหนหวงผ่านท่วงที-
ของใยดีหลอมหลั่งลงสั่งสม
งามรูปเยาว์สุมนัสใต้หัตถ์พรหม
ฤๅอาจล่มล้างถวิล .. ได้สิ้นรอย
O โอ งามเมื่อรุมลามลงล่ามขวัญ
สองปลายพันผูกเงื่อน .. ยากเลื่อนถอย
โอ นั่นแววตากระพริบ .. ดูปริบปรอย-
เหลือบชม้อยลอยยั่วทุกชั่วยาม
O วิชชุยังเฟื้อยเต้น .. พาดเส้นสาย
พร้อมแววฉายช่วงโชน .. ผาดโผนข้าม-
มืดมัวคาบฝุ่นฝน .. ไหลหล่นลาม
คล้าย-วาบหวามโชนช่วง .. จากห้วงใจ
O เห็นแววตาอ่อนละมุนกลางฝุ่นฝน
แฝงรอยหวานเปื้อนปน..วาบ-วนให้-
รับรู้..ความอุ่นเอื้อแห่งเยื่อใย-
เผยแววไว้สำหรับให้รับรอง
O วิชชุคงเฟื้อยเส้น .. อยู่เช่นนั้น
พร้อมคลื่นเสียงแห่งสวรรค์ .. เลื่อนลั่นก้อง
แววในตาตอบรับการจับจอง-
ก็เคลื่อนเข้าครอบครอง .. ทุกห้องใจ
O งดงามความผูกพันแห่งวันนี้
โดยหัตถ์พรหมขีดชี้ .. ยากหนีได้
งดงามความรุมเร้าแห่งเยาว์วัย-
ก็รายล้อมชิดใกล้ .. อยู่ในวัน
O หรือคมคำบำบวงต่อสรวงฟ้า
จักช่วงภาวะพร้อมเข้าล้อมขวัญ
จึงเผยรูปคราญละม่อมลงล้อมกัน-
ด้วยรอบฉันทาชู้ .. เข้าจู่โจม
O เม็ดฝนร่วงหล่นหลั่งจากฝั่งฟ้า
เมื่อแววตาจบจูบด้วยรูปโฉม
เสียงรื่นรมย์เหิมฮึก .. นั้น-ครึกโครม-
กลางคลื่นโสมนัสช่วง .. บนห้วงใจ
O คร่ำครวญความออดอ้อน .. เจ้าอ่อนน้อย
แววปริบปรอยตานั้น-เมื่อสั่นไหว-
ก็วาบหวามลามล่วงถึงทรวงใน
แต่งอาลัยวามช่วงที่ดวงตา
O คร่ำครวญความออดอ้อน .. เจ้าอ่อนเอย
ความ คำ เอ่ยเอื้อนออกเพื่อบอกว่า-
อุ่นอ้อมกอด, รูปคราญ, รสมารยา
รอผ่านค่าหวานหอม .. อยู่พร้อมแล้ว !




Create Date : 29 มีนาคม 2557
Last Update : 5 กรกฎาคม 2562 7:40:17 น. 9 comments
Counter : 1095 Pageviews.

 
เพราะมากค่ะ


โดย: เวียงแว่นฟ้า วันที่: 30 มีนาคม 2557 เวลา:0:23:14 น.  

 

สดายุ..


"O คร่ำครวญความออดอ้อน .. เจ้าอ่อนเอย
ความ คำ เอ่ยเอื้อนออกเพื่อบอกว่า-
อุ่นอ้อมกอด, รูปคราญ, รสมารยา
รอผ่านค่าหวานหอม .. อยู่พร้อมแล้ว !"


"รอผ่านค่าหวานหอม .. อยู่พร้อมแล้ว !" นี่เจ้าของโรงน้ำตาล!..เพราะ"หวานหอม"
หากเป็น "หวานเย็น" สดายุ น่าจะเป็นเจ้าของโรงน้ำแข็งแน่เชียว..


โดย: บุษบามินตรา IP: 192.99.14.36 วันที่: 30 มีนาคม 2557 เวลา:2:14:02 น.  

 
สวัสดีครับ
เวียงแว่นฟ้า .. ยินดีที่แวะมาทักทายนะครับ



มินตรา ..

สตรีในวัยสาวจึงเป็นความหวานหอมอย่างแท้จริงของโลก
.. ทั้งโดยรูป (กาย)
.. ทั้งโดยนาม (บุคคลิกภาพทางอารมณ์)
ไม่ว่าจะชาติไหน .. จะเป็นเหมือนกันหมด ..
ที่หากเอามาพล๊อตกราฟแล้วจะเห็นการขึ้นลงที่โลดโผนโจนทะยานยิ่งกว่าหุ้นในคาบยามกระทิงคึกคะนองเป็นไหนๆ ..

แค่เห็นหน้าผากเนียนๆ ก็เขียนนารีปราโมชได้เป็นบทๆ แล้ว ..


โดย: สดายุ... วันที่: 30 มีนาคม 2557 เวลา:11:23:19 น.  

 

สดายุ..

"O โอ งามเมื่อรุมลามลงล่ามขวัญ
สองปลายพันผูกเงื่อน .. ยากเลื่อนถอย
โอ นั่นแววตากระพริบ .. ดูปริบปรอย-
เหลือบชม้อยลอยยั่วทุกชั่วยาม"

เห็นทีจะมิใช่เพียง"หน้าผากเนียนเนียน" แต่เพียงอย่างเดียว ผมสีทองตาสีฟ้าด้วยละกระมัง


โดย: บุษบามินตรา IP: 192.99.14.34 วันที่: 30 มีนาคม 2557 เวลา:12:57:17 น.  

 
มินตรา ..

เคยคิดเล่นๆว่า หากสาวน้อยสวีดิชผมทองตาสีฟ้าผิวขาวผ่อง ใส่บุคคลิกแบบแม่หญิงดาวเรืองในเรื่องสายโลหิตลงไป .. จะน่าดูขนาดไหน ?

ที่คนส่วนใหญ่เห็นกันว่างาม ..
.. เปลือกตาสองชั้นภายในกรอบตาลึก
.. จมูกโด่งเป็นสัน
.. ริมฝีปากบางเป็นรูปกระจับ (ไม่หนา ย้อย เปิดอ้าอยู่ตลอดเวลา)
.. ผิวขาวเนียนสะอาดตา (ฝ่ามือ ฝ่าเท้ายังสีชมพูเลย)
.. ร่างสูงเพรียว
.. บุคคลิกที่เป็นตัวของตัวเอง กระฉับกระเฉง ไม่ดัดจริตปรุงแต่งกิริยาท่าที

ทั้งหมด ทำไม มอบลงไว้ให้ฝรั่งยุโรปเหนือทั้งสิ้น .. ?

นี่ยังไม่นับ ..
.. มาตรฐานชีวิต
.. การคิดค้นนวัตกรรม
.. ความเป็นระเบียบสะอาดของบ้านเมือง
.. ความเคร่งครัดต่อกฎหมาย
.. ความปราศจากอภิสิทธิ์ชน
.. พ่อแม่ไม่ต้องคอยชี้นำว่าควรเรียนอะไร หรือควรแต่งงานกับลูกชายบ้านไหน

หรือเรียกรวมๆได้ว่า ความศิวิไลซ์

นี่มันสองมาตรฐานชัดๆ .. เมื่อเทียบกับ อุษาคเณย์
จริงไหม ?

หู ตา ก็ไม่ต้องประสบความยุ่งยากจนหัวคิ้วต้องขมวดเหมือนผูกโบว์ช่วงดูรายการทีวีตอน 2 ทุ่มที่ซ้ำซาก แสนเบื่อหน่าย ไม่จบไม่สิ้น .. ที่คาดว่ามีมาตั้งแต่เกิด big bang และเข้าใจว่าจะมีไปจนโลกโคจรใกล้หลุมดำเข้าไปทุกที

จริงไหม มินตรา ..

555


โดย: สดายุ... วันที่: 30 มีนาคม 2557 เวลา:14:18:01 น.  

 

สดายุ..

ราชวงศ์แบร์นาดอท(Bernadotte)ของสวีเดนน่ะผมไม่ทองตาไม่ฟ้าหรอกนะคะ เพราะเป็นราชวงศ์เชื้อสายทางเยอรมัน
ราชสกุล ชเลสวิค-โฮลชไตน์-ก๊อดทอฟ(Schleswig-Holstein-Gottorfดินแดนชายฝั่งทะเลด้านเหนือของเยอรมันไปรับนายพลฝรั่งเศสของนโปเลียนมาเป็นลูกบุญธรรมสืบสกุล แล้วส่งไปปกครองทางเขตรัสเซีย..
อีกส่วนหนึ่งยังอยู่ที่เกาะ ไมเนา(Mainau)บนทะเลสาบคอนชตันส์ (Lake Constance)ชายแดนเยอรมัน สวิส อิตาลี

ผมทองตาสีฟ้าจะเป็นชาวพื้นเมืองเหมือนคนังในเรื่องเงาะป่าคือเป็นชนในพื้นที่..มิใช่ที่ชาวยุโรป ถือว่าเป็นลักษณะเด่น..ยิ่งสตรีผมทองนี่..ผมแดงนี่..เคยมีการไม่ยกย่องกันมาก่อน..

จะไปดูว่าแม่หญิงดาวเรืองน่ะบุคคลิกอย่างไร เลยไปสะดุดที่เพลง

"ข้าคือชายชาญ ชาติทหาร
วิญญาณ แห่งนักรบไทย
ศึกนี้ หรือศึกไหน
หัวใจไม่เคยหวั่นเกรง
และความรักข้า ก็คือ
ดวงใจ เจ้าดวงนี้เอง
ใครหาญ มาข่มเหง
ข้าเอง จะหยุดมัน"

ต้องขออนุญาตไปดูละครเรื่องนี้ก่อน มิฉะนั้นจะตอบไม่ได้..
เพียงฟังเพลงก็นึกถึงภาพนักรบไทยแบบคุณจักรภพ..แล้ว...



โดย: บุษบามินตรา IP: 192.99.14.36 วันที่: 30 มีนาคม 2557 เวลา:15:09:52 น.  

 
มินตรา ..

ไปหาดูเวอร์ชั่น ศรราม VS สุวนันท์ .. น่าจะดีที่สุด
เขาทำละคอนมาหลายครั้ง


โดย: สดายุ... วันที่: 30 มีนาคม 2557 เวลา:19:57:53 น.  

 

สดายุ..

ตอนนี้กำลังดูละครสายโลหิตอยู่..
ทราบใช่ไหม..มินตราอ่านกลอน หรือดูละครก็จะเข้าถึงเนื้อหาลึกซึ้งมากเพราะชอบตั้งตัวเข้าบทนางเอก ประจำ..

เพียงแต่ แม่หญิงดาวเรื่อง สามตอนแรกนี่ มิ เยาว์วัยไปหน่อยรึ..
มินตราเคยมีนะ กระบุงตระกร้า หาบ จักสานแบบนี้...น่าเอ็นดูดี..ตอนเล็กเล็กแม่ซื้อจากบางกอกมาให้เล่นประจำ..เวลาแม่ไปประชุม หรืออบรมที่กรุงเทพ..
กำลังติดใจความสามารถจักสานของ ขุนไกร ทีเดียว..
กำลังตรองอยู่ว่าจะเลิกรักจักรภพเปลี่ยนมาเป็นรักขุนไกร ดีไหม..555
ติดอยู่ก็แต่ว่า คุณจักรภพ ไหล่กว้างกว่าอกขุนไกรน่ะซิ..แถมยังฉลาดกว่าเพราะเป็นนักวิชาการ..



โดย: บุษบามินตรา IP: 192.99.14.34 วันที่: 31 มีนาคม 2557 เวลา:13:02:44 น.  

 
มินตรา ..

พูดตามตรงนะ ผมลองตาม จักรภพ มาหลาย feed ทาง fb แต่ข้อเขียนแกออกจะเป็นหลักการมากกว่าหลักปฏิบัติและเป็นข้อเขียนที่อ่านแล้วน่าเบื่อหน่าย ไม่เร้าใจ ไม่จูงใจผู้อ่าน เมื่อเทียบกับคุณ Pipob Udomittipong หรือ สศจ

จึงมักจะเฉยๆ หลังจากอ่าน คือมักเขียนในสิ่งที่รู้ๆกันอยู่แล้วเท่านั้น ไม่ค่อยมีอะไรใหม่

สายโลหิต เขียนโดย โสภาค สุวรรณ
เป็นนักเขียนอีกคนที่ติดลีลา "นางเอกเก็บกด" มาจากทมยันตี ซึ่งจะต่างกับ พนมเทียน มาก .. พอดีผมชอบแนวที่นางเอกเป็นฝ่ายบุกมากกว่า เพราะในโลกความเป็นจริงมักเห็นแต่อย่างนั้น .. 55

(ไม่เชื่อดูกริยาหน้าเวทีคอนเสร์ตดูว่าที่ กรี๊ดกันหูแทบระเบิดน่ะ หญิงหรือชาย .. ?)

เพียงแต่ โสภาค เขียนเรื่องราวต่อเนื่องละเมียดละไม ดี
เรื่องนี้พระเอกเห็นนางเอกมาแต่เด็ก จึงเปิดเรื่องช่วงวัยเด็กของนางเอก .. (เวอรชั่น ศรราม เด็กนั่นน่าจะเป็น หยาดทิพย์ ราชปาล นะถ้าจำไม่ผิด) พอดีว่าผู้ชายอายุไม่ค่อยเป็นปัญหา แต่ผู้หญิงนี่จะเป็นปัญหามากมาย 55

ขุนไกร มีบุคคลิกของ family man นะ การจักสานได้เป็นเรื่องปกติของชายสมัยโบราณ เหมือนการทำกับข้าวของหญิง เพระสมัยนั้นไม่มีงานพลาสติก หรือ โลหะอลูมิเนียมขาย จึงใช้ภาชนะจักสานเป็นส่วนใหญ่

ลองนึกถึงภาพชะลอมตาถี่แล้วยาด้วยชันยาเรือ ก็จะเป็นเหมือนถังน้ำของยุคนี้

เรื่องนี้บทตัวย่าของดาวเรืองค่อนข้างโดดเด่น .. เป็น hero ให้หลานสาวดำเนินรอยตาม


โดย: สดายุ... วันที่: 31 มีนาคม 2557 เวลา:15:54:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.