Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
28 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 
O เจ้าอ่อนเอย .. O








เพลง .. บังใบ
กอไผ่


-1-
O เยี่ยงไรหนอคิดย้อน .. แล้วร้อนรุ่ม-
กับเพลิงขุมอาวรณ์ .. เกินผ่อนหาย
หน้าผากเนียนแก้มหน้า .. นัยน์ตาชาย-
สบ-แพ้พ่าย .. ละห้อยเห็น .. อยู่เช่นนั้น
O อาจรู้ฤๅ .. คะนึงหาบรรดามี-
จากวาดวีห้วงใจ .. ค่อยไหวสั่น-
จนคล้อยเคลื่อนความสู่ .. ให้รู้กัน
ด้วยสุดกั้นกีดงามที่ลามทรวง
O หวังถึงเนตรอ่อนโยน .. แววโชนฉาย
จักวาบคล้ายโลดแล่น-ด้วยแหนหวง
เพื่อว่ารอบบุญบาป .. จักทาบทวง
ผูกเป็นบ่วงรัดขวัญ .. ล้อม-พันธนา
O ลับรูป .. หากคะนึงยังตรึงอยู่
จากรับรู้ .. เฝ้าคอย .. ละห้อยหา
อบอุ่นด้วยอ่อนหวานวาบผ่านตา
ที่เหมือนว่าสื่อสู่ .. จนรู้ทัน
O ลบเลือนฤๅ .. เพียงพรับคล้ายกับว่า
เรียวรูปหน้าผุดขวางขึ้นกลางฝัน
จะฝ่าพ้นอาลัย .. เยี่ยงไรกัน
เมื่อกางกั้นทิศทาง .. ทุกย่างเดิน
O พร้อมกับที่-หมดสิ้นแรงดิ้นรน-
คือตาคนสัมผัส .. แววขัดเขิน
พ่ายแพ้ แรงอุ่นล้ำ .. ที่ก้ำเกิน
ก่อนลุกลามจำเริญ .. อยู่เนิ่นนาน
O โหดร้ายกันจริงหนอ .. ลออลักษณ์
เผยรูปพักตร์เนียนละม่อม .. เพรียกหอมหวาน-
ให้อบอวลอารมณ์จนซมซาน
จนสุดต้านทานอยู่ .. แม้น-ครู่เดียว
O สุดป้องแล้วนฤมิต .. จริต-โฉม
ดลรอบโสมนัสเคลือบ .. ทุกเหลือบเหลียว
เร้าอาวรณ์เลื่อนแล่น .. ดั่งแขนเรียว-
โอบ - รั้งเหนี่ยวคลอเคล้า .. ให้เฝ้ารอ
O ผ่านมาให้อบอุ่นและคุณค่า
เร่งฤทธาลามช่วง .. เป็นบ่วงช่อ-
สายเยื่อใยสวาดิเยาว์-พะเน้าพะนอ
ก่อนทอดทอแรงรักจำหลักลง
O จึง-ทุกห้วงคำนึง .. แม้นกึ่งคาบ
ราวเพรงสาปเคยสุม .. พาลุ่มหลง-
ตามช่วงลมหายใจ .. สั่นไหว-บง-
การ-เรื้องแรงจำนง .. ข้ามวงวัฏฏ์
O แหนหวงการพร่ำพลอด .. ความออดอ้อน-
แผ่ว-เว้าวอนเพราะพร้อง .. เกินป้อง-ปัด
เผยอารมณ์ซ่อนเร้นออกเห็นชัด
ก่อนร้อยรัดแรงถวิล .. ลงจินตนา
O เอ็นดู-ความอาวรณ์แสนอ่อนไหว-
อันแฝงนัยบ่งชี้ .. ในทีท่า
แหนหวงความหอมหวานแห่งมารยา
เจ้าเอยรู้ไหมว่า .. ใคร-อาวรณ์ ?

-2-
O คำนึงรูปปรารมภ์ .. กลางลมแผ่ว
ที่เหมือนแว่วความพลอด .. แสนออดอ้อน
ล้อมอารมณ์ .. คลอเคล้า- กับเว้าวอน-
และเหลือบค้อนผ่องแผ้ว .. แห่งแววตา
O แม้น .. ภพชาติเวิ้งว้างมาขวางคั่น
ใช่อาจกั้นกีดเล่ห์สิเนหา
แม้น .. วงรอบการอุบัติแห่งอัตตา-
ใช่อาจพร่า หวานล้ำ .. จากคำนึง
O นานแล้วที่ความนัยห้วงใจนี้
ผ่านวาทีล่องไหล .. ส่งไปถึง
แฝงฝากสายลมร่ำ .. แทนรำพึง-
อันหวานซึ้งมอบสู่ .. ให้รู้คอย
O ที่-สิ้นสุดระลอกน้ำ .. เย็นฉ่ำ-ไหล
คือที่ไร้รันทด .. กำสรดสร้อย
ที่-รื่นรมย์ฟูฟ่อง .. ขึ้นล่องลอย
คือเงียบหงอยเปลี่ยวเปล่า .. เริ่มเพลาแรง
O ณ ที่ขอบโค้งฟ้า .. จดวารี
คือถิ่นที่ใจแนบลงแอบแฝง-
หวานหอมรสรื่นล้ำ .. ร่วมสำแดง-
การเติมแรงอาวรณ์ .. ลงอ้อนซบ
O เพื่อว่าความอ่อนหวานจักซ่านสู่-
ดวงใจผู้ร่วมฝัน .. พาบรรจบ-
ความเชื่อมั่นผูกพัน .. ตราบครันครบ-
กลางอรรณพแดนดิน .. และถิ่นฟ้า
O เพียงจะผ่าน .. สุจริตในจิตหนึ่ง
เพิ่มซาบซึ้ง .. อาวรณ์ซอกซอนฝ่า-
เข้าโอบกล่อมถนอมขวัญ .. ด้วยพรรณนา
สื่อผ่านฟ้าครวญคร่ำแทนคำบวง
O หมายใจผู้นิ่งสนิท .. ในนิทรา
สิเนหาตอบแทน .. ด้วยแหนหวง
ความสัตย์โอนผ่านคาบ .. ไว้ทาบทวง-
แทนเงื่อนบ่วงรัดล่าม .. เกินข้ามพ้น
O เหลือเพียงต้องร่วมชาติ .. ร่วมวาสนา
ไปจนกว่าชีวิตจะปลิดป่น
ฟันฝ่ารอบเพรงกรรม .. อย่างจำนน
ที่วกวนเวียนวาง .. ให้ย่างเท้า
O ใจเอยอย่ารวนเร .. ทำเหหัน
ด้วยผูกพันเกินลบ .. จากภพเก่า
ดาลอาวรณ์แนบขวัญ .. สุดบรรเทา
เถิด – รูปเยาว์ .. เตรียบใจ .. เอาไว้รอ
O เมื่อความสัตย์มุ่งประพฤติ .. เฝ้ายึดถือ
จึงเหมือนเพลิงโหมกระพือเป็นสื่อล่อ
เมื่อจำนงส่งเสียง .. ดังเพียงพอ
ก็เกิด-ก่อ .. เป็นรักลงปักใจ
O ร่ำเรียงความอาวรณ์ .. ออดอ้อนชู้
หวัง-เมื่อรู้ .. เมื่อนั้น .. การสั่นไหว-
จักค่อยค่อยวาบ-วก .. รุมอกใคร
ปรุงอาลัยย้อนกลับ .. มารับกัน
O ฟังดูเถิด .. ศัพท์เสียงกระซิบโสต
ที่เหมือนโจทก์ .. รอพร้อมการล้อมกั้น
กระซิบแผ่วครวญคร่ำ-ฝากรำพัน-
ว่า-แรงสั่นในอก .. เกินยก-แล้ว !





Create Date : 28 สิงหาคม 2556
Last Update : 29 มิถุนายน 2562 21:02:33 น. 5 comments
Counter : 1510 Pageviews.

 
งามคำ งามความ เช่นเคยนะคะ

ละหยาดหยดนัยคำสื่อรำบาย
แฝง-อ่อนโยนช่วงฉาย..โอบรายล้อม
มอบ-ออดอ้อน..อ่อนหวานให้ด่ำดอม
ตฤป-หวานหอมประณีตรสแห่งพจนา

๐๐๐๐๐

"มาลัยละมุนกลิ่นมอบมินตรา"

แทนมิตรภาพงดงามให้กับความน่ารักของคุณมินตรานะคะ
รับมาลัยไป แต่..เอ..มาโยนมันร้อน ๆ กับต้นไม้มีหนาม มาให้กันได้นะ :))

มาชมความงามของคำ ความ ของภาพ และ
มาชมบางความน่ารักของคุณมินตรา--พอแล้วค่ะ

มึความสุขมากๆ ทั้ง จขบ และ คุณมินตราค่ะ สวัสดีค่ะ


โดย: มาย IP: 171.96.102.222 วันที่: 28 สิงหาคม 2556 เวลา:23:29:41 น.  

 

ดายุ..

"O แม้น .. ภพชาติเวิ้งว้างมาขวางคั่น
ใช่อาจกั้นกีดเล่ห์สิเนหา
แม้น .. วงรอบการอุบัติแห่งอัตตา-
ใช่อาจพร่า หวานล้ำ .. จากคำนึง"

ความต่างกันโดย"ชาติกำเนิด" หรือความ"มีอัตตาสูง"ของบุคคลนั้น เป็นปัญหาสากลที่ ประชาธิปไตยกำลังเผชิญอยู่ ทั่วโลกในขณะนี้...
ซึ่งนักวิชาการถือว่าเป็นเรื่องของ"ความแตกต่างโดยธรรมชาติ"ซึ่งในโลกมนุษย์ประกอบด้วยความแตกต่างที่เป็นความหลากหลาย(diversity)ในการเกื้อหนุนกันและกัน

กวีก็ถือว่า"ใช่อาจกั้นกีดเล่ห์สิเนหา" และ
"ใช่อาจพร่า หวานล้ำ .. จากคำนึง"





โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.220.9 วันที่: 29 สิงหาคม 2556 เวลา:2:16:45 น.  

 

มาย..

เวลาได้มีใครให้เย้าให้แหย่เล่น ..เด็กทุกคนจะมีความสุข..555
สำหรับศิลปิน หรือกวี..ชนกลุ่มนี้ต้องการ inspiration
โลกมนุษย์จะน่าอยู่ยิ่งขึ้นหากมีคนที่รักเพื่อนมนุษย์ มีเมตตาต่อกัน..
มาร่วมกันสร้างสรรสิ่งสวยงามทางวาจา ทางจิตใจ..
สิ่งเหล่านี้ธรรมชาติสร้างไม่ได้ ต้องอารยะชนเท่านั้น!


โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.220.9 วันที่: 29 สิงหาคม 2556 เวลา:2:27:29 น.  

 
มาย ..
ฟังอภิปรายของฝ่ายค้านในสภาเรื่อง วุฒิสภา ควรเลือกตั้ง หรือ ลากตั้ง ..

77 จังหวัด มีคน 65 ล้าน เลือกตัวแทนได้ 77 คน
และเทวดาที่รู้ผิดชอบชั่วดีมากกว่าคนทั่วไป 7 คนสรรหามาอีก 73 คน รวม 150 คน

แล้วนึกถึงบทกวีบทนี้ของ วิสา คัญทัพ

ไม่มีอำนาจใดในโลกหล้า
ผู้ปกครองต่างมาแล้วสาบสูญ
ไม่มีใครล้ำเลิศน่าเทิดทูน
ประชาชนสมบูรณ์นิรันดร์ไป

เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

คน 7 คนมีความชอบธรรมเทียบเท่า คน 65 ล้านคนได้อย่างไร .. ตรรกะไหนในโลกนี้สามารถรองรับตรงนี้ได้บ้าง .. พอบอกได้บ้างไหมขอรับ





มินตรา ..
ที่จริงเรื่อง ชาติกำเนิดนั้น ไม่มีความหมายอะไรหรอก .. เรามาสร้างอุปาทานกันขึ้นเอง ..

และพอดีกับว่า อุปาทานตัวนี้ จะมีมากในรูปกายที่ อัตตา รุนแรง !

หากจะยกตัวอย่างผู้กอปรด้วย "super ego" ในสายตามาให้เห็นแบบไทยๆ ก็คงไม่พ้น ..

สมัคร สุนทรเวช
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
จำลอง ศรีเมือง
สนธิ ลิ้มทองกุล
สุดารัตน์ เกยุราพันธ์
ทักษิณ ชินวัตร
เปรม ติณสูลานนท์

อุปาทานจะเกิดง่ายบน "มหาอัตตา-อภิอัตตา" เหล่านี้ .. โดยเฉพาะ อุปาทาน เกี่ยวกับ ความดีเลวของปัจเจกชนอันตั้งบนพื้นฐานของ "วัฏฏะสังขารบท" ..

ความยุ่งยากมิได้อยู่ที่การเกิดขึ้นของมัน แต่อยู่ที่พยายามให้บุคคลอื่นคล้อยตามการปรุงแต่งของมัน

สาธุ .. คุณโยม 555


โดย: สดายุ IP: 118.172.100.95 วันที่: 29 สิงหาคม 2556 เวลา:10:55:42 น.  

 


สาธุ.. ท่าน มหาสดายุ..


โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.206.192 วันที่: 29 สิงหาคม 2556 เวลา:14:06:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.