Group Blog
 
<<
มีนาคม 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
2 มีนาคม 2557
 
All Blogs
 
O พรรณาแห่งอารมณ์ .. O








เพลง .. จระเข้หางยาว
กอไผ่


O หม่นมัวสลัวสล้างอยู่กลางหมอก-
คือช่อดอกมาลีอวดสีสัน
ลมแรกเช้าแผ่วเบา .. ผ่านเถาวัลย์-
วูบเดียว .. สั่น-ก้านใบก็ไหวตัว
O ปีกผีเสื้อลวดลายค่อยบ่ายบิน
เมื่อทั่วถิ่นเคลื่อนพ้นความหม่นหลัว
โบกกระพือปีกนั้น .. จนสั่นรัว
กับเพียงชั่วแสงสาง .. เริ่มวางรอย
O งดงามในรุ่งเช้าอันเหงาเงียบ
หยาดเย็นเยียบทั้งปวง .. ก็ร่วงผล็อย-
ตามลมลูบแดดต้อง, ปีกล่องลอย-
เลื่อนลายอ้อยอิ่งอยู่ในหมู่พรรณ
O เม็ดน้ำค้างหยาดพราว .. หมอกขาวขุ่น
แดดอบอุ่นโอบผ่าน .. บนลานฝัน
พลิกพลิ้วปีกบางเบาใต้เงาวัน-
เกาะกลีบคั้นหวานอยู่ .. ไม่รู้ลา
O ลมแผ่วผ่านโลมลูบ .. หมอกวูบไหว-
ท่ามกลางไอแดดเรื้องที่เบื้องหน้า
ปีกลวดลายแผ่กางโบกคว้างมา-
เมื่อยอดหญ้าน้ำค้างเริ่มจางรอย
O เรียวเรณูหอมหวานเชิดก้านรอ
ให้ภู่ออแอบอ้อนเกสร-สร้อย
เห็นปีกบางกลาดเกลื่อนค่อยเลื่อนลอย-
ตฤปหวานอ้อยอิ่งอยู่อย่างรู้รส
O หวานหอมเยี่ยงใดเล่าจะเท่าที่-
เรณูชี้เชิดคอย นั้น .. ค่อยหยด
หรุบปีกบางเกาะเกี่ยว .. คลานเลี้ยวลด-
เข้าจ่อจดหวานหอม .. อย่างยอมตัว
O อุ่นไอละอองแดดค่อยแวดล้อม
เมื่อลมพร้อมพาระลอก .. เข้าหยอกยั่ว
มาลีพรรณส่ายดอก .. พร้อมหมอกมัว-
ก็คลายตัวล่มลาญแต่กาลนั้น
O ปลายปีกนกโบกคว้างที่กลางฟ้า
เมื่อแววตาของใคร .. คล้ายไหวสั่น ?
รูปปีกเหยียดแผ่ช่วง .. บังดวงวัน-
เมื่อดวงตาคู่นั้น .. คล้ายสั่นสะทก
O ปีกนกยังคลี่กางที่กลางฟ้า
เมื่อแววตาเร้ารุม-ความ .. สุมอก
เหลือบแววปรอยปรอยปริบ .. เหมือนหยิบยก-
ความสาธกแทนถ้อย .. ให้คอยประเมิน
O ปีกผีเสื้อเกาะพุ่มโกสุมหอม
พักตร์ละม่อมก็อุทธัจด้วยขัดเขิน-
จากแววตาล่วงล้ำ .. คอยก้ำเกิน
ครบครันการหยอกเอิน-สะเทิ้นใจ
O สายหยุดหยุดหอมสิ้น .. แต่สิ้นสาย
หลังแดดฉายโชนแต้มความแจ่มใส
รูปเอย .. แต้มแววตา-รูปหน้าใคร-
ฤๅ-รู้ตัวบ้างไหม .. รูปใครกัน ?
O สิ้นคาบสาย ผ่านสาย แล้วสายสวาดิ
ลดามาศก็อวลกลิ่นล้อมถิ่นฝัน
เมื่อวางภพวางชาติมาพาดพัน-
ฤๅ-อาจเบี่ยงเลี่ยงขวัญคลาดกันพ้น .. ?
O พร้อมแววตาอ่อนโยนที่โชนช่วง
ความเงียบเหงาทั้งปวงก็ร่วงป่น
ปีกนกเหยียดเต็มช่วงที่สรวงบน
เมื่ออกคนละห้อยเห็นไม่เว้นวาง
O ฤดูนี้ลมร่ำ .. อยู่ค่ำเช้า
ปีกบางเบา .. ก็ร่อนอยู่แต่ตรู่สาง
ลมเอย .. แว่วลมหวนเสียงครวญคราง
เหมือนใจบางเสี้ยวส่วน .. คร่ำครวญคอย
O โหยหาคอยบีบเค้นไม่เว้นว่าง
ในที่ทางเย็นเยียบ .. แสนเงียบหงอย
ในเที่ยวทางเหยียบย่ำ .. ซ้ำซ้ำรอย
เพียงละห้อยห่วงเห็น .. ที่-เป็น .. มี
O สายหยุด .. กลีบดอกบาน .. ย่อมลาญร่วง
ดั่งสูงสรวง .. กาลเวียน .. ย่อมเปลี่ยนสี
เหลืองแสดมาลย์หมดกลิ่น .. ก็สิ้นดี
เพียงไมตรีพี่นั้น .. ยังมั่นคอย
O ปีกบางยังลอยล่องเต็มท้องฟ้า
เมื่อเหว่ว้าแตกดับจนยับย่อย
หัวใจเคยมืดมน .. ก็หล่นลอย
กับร่องรอยนัยชู้ .. รอ-รู้ .. ชม
O ที่-เสพรับความคำ .. ตอกย้ำอยู่
พึงรับรู้ .. ร่วมหวัง .. ร่วมสั่งสม-
ความรู้สึกเสน่หาในอารมณ์
เบิกบทบ่มหวานหอม .. รัดล้อมทรวง
O เสพรับความสื่อสู่ .. จงรู้ว่า-
มีคุณค่าหนักแน่น .. ทั้งแหนหวง
เพียงร่ำรอ .. ความคำเคยบำบวง-
ให้เริ่มช่วงกำลัง .. เข้าสั่งการ
O เสพรับความนัยชู้ .. จงรู้ว่า-
เสน่หาฝากลมที่พรมผ่าน
แล่นเลื่อนมาโอบองค์ .. รูปนงพาล
ให้-สุดต้านอาวรณ์ .. แฝงซ่อนมา
O เมื่อต้องลมอบอุ่นละมุนละม่อม
อุ่นจะเพรียกหวานหอมขึ้นพร้อมท่า
เพื่อเปล่งความผ่องแผ้ว .. ให้แววตา-
ตอบรับรองเสน่หา .. อย่างอาวรณ์ !





Create Date : 02 มีนาคม 2557
Last Update : 12 เมษายน 2562 20:05:29 น. 7 comments
Counter : 1301 Pageviews.

 

เร้ว..สาวสาว..

"O ที่-เสพรับความคำ .. ตอกย้ำอยู่"

"พึงรับรู้ .. ร่วมหวัง .. ร่วมสั่งสม-
ความรู้สึกเสน่หาในอารมณ์
เบิกบทบ่มหวานหอม .. รัดล้อมทรวง"

สดายุ เบื่อ "เพื่อน-แพง"แล้วล่ะ...555


โดย: บุษบามินตรา IP: 192.99.14.34 วันที่: 2 มีนาคม 2557 เวลา:22:25:17 น.  

 
มินตรา ..

บล็อคนี้เป็นบล็อคแห่งความรื่นรมย์ใจ
ดังนั้นเราจะไม่พูดเรื่องถั่ว เรื่องถ่าง ใดๆทั้งสิ้น 55

เข้าใจว่ามินตรายังคงจำวัยแรกรุ่นของตนเองได้อยู่
ลองเปรียบเทียบกับตอนนี้ดูว่าต่างกันมากมายแค่ไหน

นั่นแหละคือความน่ารักของสาวน้อยวัยต่ำกว่า 30 ลงมา
ที่ที่ความเป็นไทยเพียงอย่างเดียวที่ผมยังเห็นว่ามีเสน่ห์เหนือชาติอื่นเหลืออยู่

เป็นจริตแห่งวัย"อ่อนน้อย"ของความเป็นไทย
และเหมาะกับกลอนนารีปราโมชมากที่สุด ..


โดย: สดายุ... วันที่: 3 มีนาคม 2557 เวลา:8:00:57 น.  

 
ต๊าย..สดายุ..

ชาวยุโรปน่ะ ถือว่าเสียมารยาทอย่างมากเมื่อพูดกับสุภาพสตรีเรื่องอายุ..555
แต่เนื่องจากมินตรา ต้องสุภาพบ้างไม่สุภาพบ้างในการเป็นสตรีโดยเฉพาะใน"วงบู๊ลิ้ม"นี่....ยอม..ค่ะ พูดได้...

ปัญหาคือ เรื่อง"ความน่ารักของสาวน้อยวัยต่ำกว่า 30 ลงมา"นี่..
จะให้จำได้ยังไง ในเมื่อ ตอนนี้ก็ยังจำไม่ได้เลยว่าอายุเท่าไหร่แล้ว..555

"แม่ชอบถามว่า" นี่อายุเท่าไหร่แล้วนี่..(เวลาจะดุกันน่ะค่ะ.) มินตราก็จะตอบว่า อ่อนคณิตศาสตร์ค่ะ..
นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ไม่เก่งคณิตศาสตร์..

เรื่อง..จริตแห่งวัย"อ่อนน้อย"..นี่ มีติดตัวค่ะ ไม่เคยวิวัฒนาหรือ พัฒนาขึ้นมาเลย รักษาไว้ประดุจเกลือรักษาความเค็ม..555นี่คุณครูสอนค่ะ
ชีวิตในเวปไชด์จึงต้องจริตมาก เพราะจะซน จะดื้ออย่างไร ก็ไม่มีใครมารู้ว่าเราเป็นใคร เลยเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ อาละวาดไปได้ทั่วทั่ว...ทั้งวงบู๊ลิ้ม..

Attention ,please !


โดย: บุษบามินตรา IP: 192.99.14.36 วันที่: 3 มีนาคม 2557 เวลา:13:17:54 น.  

 
มินตรา ..

ผมเข้าใจ ..
อะไรที่ผ่านไปนานหนักหนา ย่อมต้องลืมเป็นธรรมดา
เรื่องเมื่อ 30 ปีที่แล้วจะให้จำได้นั้น คงมีน้อยคนนัก 55

จริตแห่งวัยเยาว์ มันจะเป็นไปเองตามธรรมชาติ โดยไม่มีใครสอน .. เกิดเอง ตั้งอยู่เอง และหมดไปเองตามการรู้เดียงสาเร็วช้าของแต่ละคน ..

แม้แต่คุณยายอายุ 75 ยังมาแอ๊บเด็ก 25 แล้วเลย .. โลกอินเตอร์เนตจึงให้เสรีภาพแห่งความมีอยู่ ความเป็นอยู่มากทีเดียว

เชื่อแม่ไว้ ดีที่สุด
55


โดย: สดายุ... วันที่: 3 มีนาคม 2557 เวลา:15:43:15 น.  

 
สดายุ..

อย่ามาทำเป็น "ผมเข้าใจ"..ไปเลย
เห็นไหม!..จะมาว่าเค้า75แล้วล่ะซิ..หาความ.. แค่74ปี กับอีก 10 เดือนเอง!
ใครอื่นอื่นน่ะ นั่งเข็นกันจนจะไปถึง120..ยังสดยังชื่นอยู่เล้ย..
"เกิดมาแล้วสู้ตาย...ตึ้ง ตึง ตึ่ง..ชาติชาย ..
เอ้า...ไว้ลายตำรวจไทย..ช่วยประชาไม่ว่าหนไหน..
เป็นมิตรด้วยดวงจิตสดใส ..พวกเราอยู่ไหน ประชาอุ่นใจทั่วกัน"(เพลงฮิตในยุคนี้)555

ว่าแต่ว่า"เด็ก25"ของสดายุน่ะ.. ตอนต่อไป เรื่องจะเป็นยังไง... เผื่อมินตราจะได้เรียนรู้ไว้ ปฎิบัติตาม..555

"O เสพรับความนัยชู้ .. จงรู้ว่า-
เสน่หาฝากลมที่พรมผ่าน
แล่นเลื่อนมาโอบองค์ .. รูปนงพาล
ให้-สุดต้านอาวรณ์ .. แฝงซ่อนมา"

บทนี้เขียนให้มินตราแน่เชียว เพราะมี "นง..พาล" อยู่...555




โดย: บุษบามินตรา IP: 192.99.14.36 วันที่: 4 มีนาคม 2557 เวลา:9:23:37 น.  

 
มินตรา ..

เมื่อคืนฝันว่า .. ชายชุดดำที่ยิง ร่มเกล้า ตายที่ราชดำเนินมันเผลอเปิดหน้าอะ - 555

มองเห็นทั้ง ..
.. สุวาณบูรพา
.. ทัพ"ประชาอุ่นใจ" ที่สุมไฟแค้นในทรวง
.. ชายชุดดำ ที่ดำน้ำมาโผล่ที่ราชดำเนิน บัดนี้รอนัดล้างตา
.. ราชมัลแห่งพระบัณฑูร
.. จรยุทธภูษิตแดง

มากันครบหน้าครบตา
มหาสยามยุทธ ครั้งนี้ข้าพเจ้าเห็นทีต้องรจนาเป็นฉันท์ให้สมกับความยิ่งใหญ่เสียแล้ว

O หญิงเอย เพราะเผยประพฤติกรรม
อุปถัมภะจัญไร
ปากอ้า .. จะพานิกระไทย-
สุขะได้ไฉนหนอ
O ขรม-โข สิ โมฆะพจนารถ
คติทาสะทอดทอ
พล่ามไว้ ก็ใคร .. ละนะจะรอ-
พิเคราะห์ข้อคดีความ ?
O แกล้วเอย เพราะเผยรหัสะเลศ
ระบุเจตนาทราม
เหยียบย่าง ณ กลาง อุระสยาม
พิเคราะห์ความก็แจ้งใจ
O เคลื่อนพลพหล ฤ จะประสง-
คะณรงคะด้วยใคร ?
ป้อมปืน จะขืน .. ยุคะสมัย
ชิวะไหนนะชี้นิ้ว ?


โดย: สดายุ... วันที่: 4 มีนาคม 2557 เวลา:12:06:56 น.  

 
สดายุ..

แค่เกทับด้วยเลข120เท่านั้น
ต้องเปลี่ยนจาก ท่านผู้หญิงมินตราเป็นท่านผู้หญิงบุญหลง ของ พระยา..พหลพลพยุหเสนาชาวพาราเสื้อแดง..บนถนน พหลโยธินในมหากาพย์สยามยุทธแล้วรึ...
พวกขี้แพ้ชวนตีนี่...555

"ชิวะไหนนะชี้นิ้ว ?"


โดย: บุษบามินตรา IP: 192.99.14.36 วันที่: 4 มีนาคม 2557 เวลา:13:08:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.