Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2561
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
20 มิถุนายน 2561
 
All Blogs
 

O สิ้นสวาดิ .. O








O ให้เราสองขาดกันแต่วันนี้
อย่าได้มีหัวใจอาลัยหา
ความรู้สึกอ่อนหวานมันด้านชา
ปรารถนาคงเหลือ .. เพียงเพื่อลืม

O อัสดงคต .. ดวงรพี .. คล้ายรีรอ
จะทอดทอสุรภาพ .. ให้ปลาบปลื้ม
ก่อนโอนแสงดาวกระพริบให้หยิบยืม
ไว้ร่วมดื่มด่ำงาม .. ยิ่งงามนั้น
O เงียบงันด้วยเยียบเย็น .. ใต้เพ็ญแข
สุดตาแลเหลียวไป .. ภาพไหวสั่น
คล้ายภาพพจน์อันตระการแห่งวานวัน
ค่อยบิดเบี้ยวแปรผัน .. เกินกั้นไว้
O คลื่นแสงพาดราศี .. สู่ชีวิต
โลมดวงจิตมุ่งมั่นกับฝันใฝ่
สุรภพอัมพร .. ผ่านตอนไป
สุมฟอนไฟนิรมิตเป็นสิทธา
O โลกราตรีรู้ผ่านแต่ด้านมืด
ให้เย็นชืดแห่งวิกาลเผยผ่านหา
โหมรอบหม่นหมองหมาง .. ให้ย่างมา
คลุมครอบอารมณ์คน .. อยู่อลเวง
O มีจันทร์แสงเรื่อรอง .. สู่คลองเนตร
คลายแววเลศกราก-รุมเข้ากุมเหง
ผ่านความหมายเร้ารัว .. บอกตัวเอง
ให้รุดเร่งถือสิทธิ์ .. ในจิตตน
O นิมิตใดกันเล่าที่เฝ้าหมาย
เช่นวิชชุรำร่ายกลางสายฝน
ฤๅผกายมณีน้ำ .. แสงอำพน
จักปลาบปนผ่องผาย .. สบสายตา ?
O งามเคยงาม .. ราววิชชุที่ลุแล่น
เมื่อห้อมแหนภาคโพยม .. เข้าโถมถา
แค่เพียงชั่วคาบยาม .. ก็ทรามทา-
ทาบแผ่นฟ้ามืดคล้ำ .. ร่วมรำบาย
O ใช่ผกายวิชชุ .. อันคุเพลิง
ที่จะเริงโรจน์เต้น .. ฟาดเส้นสาย
แต่เป็นมืดหม่นคล้ำ .. ค่อยกำจาย
ย้อนความหมายถ่ายช่วง .. บ่งท่วงที

O เฉกเช่นสายสาคร .. ไม่ย้อนกลับ
ผ่านเลยแล้วผ่านลับไม่กลับที่
ขาดกันเถิด .. ชิดเชยที่เคยมี
ตราบชั่วชีวาตม์จม .. ลงล่มลาญ !





 

Create Date : 20 มิถุนายน 2561
25 comments
Last Update : 9 พฤษภาคม 2562 6:30:20 น.
Counter : 4004 Pageviews.

 

O ใช่ผกายวิชชุ .. อันคุเพลิง
ที่จะเริงโรจน์เต้น .. ฟาดเส้นสาย
แต่เป็นมืดหม่นคล้ำ .. ค่อยกำจาย
ย้อนความหมายถ่ายช่วง .. บ่งท่วงที

สำนวนโวหารแบบนี้หาอ่านได้ที่นี่ที่เดียวจริงๆค่ะ
บทนี้จำได้ว่าเคยอ่าน แต่อ่านอีกก็ไม่เบื่อนะคะ

 

โดย: วลีลักษณา 20 มิถุนายน 2561 19:32:12 น.  

 



สวัสดีครับคุณวลี

การล้อคำ ล้อความไปกับบริบทแวดล้อม
เป็นสิ่งที่ผมชอบทำ .. มันเป็นเรื่องของลีลาครับ อิๆๆ

ปฏิสัมพันธ์ของวัยหนุ่มสาว เป็นเรื่องของ ..
..การคาดเดา หากเป็นคนเพิ่งพบหน้า
..การประเมินบริบทเอาเอง ผ่านกิริยาอาการตรงหน้า
..รู้เท่าทันความคิดอีกฝ่าย เมื่อสัมพันธ์กันไปบ้างแล้ว

เป็นเรื่องที่มีสีสันน่าเขียนที่สุดในความคิดของผม


 

โดย: สดายุ... 21 มิถุนายน 2561 6:51:11 น.  

 

วลีไม่ได้ยกยอนะคะ แต่พูดตามความชื่นชอบส่วนตัว ในช่วงเวลานี้ หรือยุคนี้ นักกลอนที่วลีอ่านกลอนแล้วชอบมีไม่กี่คน คุณสดายุเป็นหนึ่งในนั้นค่ะ คำที่ใช้ละเมียดละไมมาก
อยากขอบคุณที่สร้างสรรค์บทประพันธ์ดีๆ ให้อ่านนะคะ

ปล. กวางน้อยน่ารักน่าเอ็นดูมากเลยนะคะ

 

โดย: วลีลักษณา 21 มิถุนายน 2561 22:06:47 น.  

 

"ปฏิสัมพันธ์ของวัยหนุ่มสาว เป็นเรื่องของ ..
..การคาดเดา หากเป็นคนเพิ่งพบหน้า
..การประเมินบริบทเอาเอง ผ่านกิริยาอาการตรงหน้า
..รู้เท่าทันความคิดอีกฝ่าย เมื่อสัมพันธ์กันไปบ้างแล้ว

เป็นเรื่องที่มีสีสันน่าเขียนที่สุดในความคิดของผม"


รอติดตามเรื่องที่น่าเขียนของคุณสดายุค่ะ
จริงๆก็เข้ามาอ่านทุกบทนะคะ แต่เสียมารยาทไม่ค่อยได้ทักทายเจ้าของบ้าน ส่วนนึงก็เกรงจะรำคาญขออภัยด้วยค่ะ

 

โดย: วลีลักษณา 21 มิถุนายน 2561 22:13:20 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณสดายุ

กลอนบทนี้ชิงชังขนาดไม่ดูดำดูดีกันเชียวนะคะ อิๆๆๆ
สาวน้อยของคุณพ่อช่างน่ารักขนาดหนักค่ะ

สวัสดีค่ะพี่เอื้อย

เข้ามาเยี่ยมเยียนน้องเร็วๆนะคะ
รอพี่ทั้งน้องและเจ้าของบ้านค่ะ

 

โดย: ทิพย์ IP: 49.48.241.37 22 มิถุนายน 2561 7:03:06 น.  

 



สวัสดีครับคุณวลี ..

ลำดับขั้นตอนของคนเขียนกลอนส่วนใหญ่ ..
..ช่วงเริ่มต้นเขียน ยังหารูปแบบแนวทางของตนเองอยู่
..พอผ่านไปสักพักงานจะเขียนออกมาได้เยอะมาก ..
และงานจำนวนมากในช่วงนี้จะค่อนข้าง "ได้อย่างใจ" จนถึงขนาดเขียนเป็นเรื่องยาวได้เลย
..พอพ้นช่วง peak ไปแล้ว จะเขียนได้น้อยลง นานๆจะเขียนสักบท เหมือนคนหมดไฟ

ผมเองอยู่ในช่วงที่เขียนน้อยลงมากแล้วครับ
หากผ่านมาก็ทักทายกันได้ตลอดเวลาครับ ผมยินดีเสมอ ไม่ต้องกริ่งเกรงอะไรเลย




คุณทิพย์
บทนี้เป็นงานเก่าที่กลับไปเจอในกระดานอื่น
ที่เคยเขียนทิ้งไว้ จึงเอามาลงใหม่ครับ

สาวน้อยเป็นลูกสาวคนเดียวครับ
คงไม่ต่างกับสาวน้อยของคุณทิพย์นะครับ

 

โดย: สดายุ... 22 มิถุนายน 2561 10:10:31 น.  

 

เรื่องลูกสาวคนเดียวคงไม่ต่างกันค่ะ รู้สึกจะสูงเหมือนกันด้วยค่ะ

ลูกสาวเวลาถ่ายรูปกับพ่อดูน่ารักดีนะคะ
ไม่รู้ว่าคุณพ่อคนนี้จะหวงลูกสาวหรือเปล่าเนาะ อิๆๆ

 

โดย: ทิพย์ IP: 49.48.241.37 23 มิถุนายน 2561 18:52:53 น.  

 



คุณทิพย์ ..
สูง 168 ครับ .. ส่วนผมสูง 173
ของผมส่งเรียนนานาชาติตั้งแต่ grade 4
จน grade 10 ป้าเขาส่งไปเรียน grammar school
ที่ทัสมาเนียแล้วยาวจนจบ ป.ตรี ครับ

ไม่ได้เลี้ยงแบบไทยเท่าไร
เขาเป็นตัวของตัวเองสูงมากครับ

อีกทั้งผมไม่นิยมชี้นำเด็ก ให้เขาเรียนรู้ชีวิตเอาเอง

 

โดย: สดายุ... 24 มิถุนายน 2561 10:37:23 น.  

 

ถ้าเลี้ยงแบบไม่ชี้นำอย่างนี้ แสดงว่าคุณพ่อไม่ค่อยหวงเท่าไร ยิ่งลูกสาวเป็นคนมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง
ตรงนี้คล้ายคุณสดายุไหมค่ะ

จากการอ่านที่สัมผัสได้ถึงแนวความคิด คุณเป็นคนแบบนั้น ค่ะ
ลูกสาวไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่เล็ก ก็หมายถึงครอบครัวต้องมีความพร้อมและเด็กก็มีความตั้งใจสูงนะคะ

 

โดย: ทิพย์ IP: 49.48.241.37 24 มิถุนายน 2561 11:53:33 น.  

 


คุณทิพย์

ที่เมืองนอกเขาไม่สปอยล์เด็ก .. เด็กจึงเป้นผู้ใหญ่เร็วกว่าเด็กไทยในวัยเดียวกัน
สอนความรับผิดชอบ และหลักคิด ไม่ได้สอนให้ท่องจำ หรือเชื่อง่าย

มหาวิทยาลัยที่นั่นติดระดับ top 10 ของโลกเหมือนกัน ..
อย่างในสายเภสัช ..
อันดับ 1 คือ Harvard ที่สหรัฐ
อันดับ 2 คือ Monash ที่ออสเตรเลีย

เมื่อมาแข่งขันกับเด็กจบใน ก็ได้เปรียบทั้งกระบวนการเรียนการสอนที่ผ่านมา
ทั้งเรื่องภาษา .. บ.ระดับโลกเขาต้องการคนที่ภาษาดีมากๆ เพื่อเข้าร่วมงานครับ
รวมทั้งหากจบเกียรตินิยมมาด้วย ก็นอนมาเลยเวลาแข่งขันกับเด็กใน

ป้าเขามีเมตตา ครับ ..
ลำพังผมคงเรียนได้แค่หลักสูตรนานาชาติในเมืองไทยนี่แหละครับ 555




 

โดย: สดายุ... 24 มิถุนายน 2561 13:30:39 น.  

 

คุณสดายุค่ะ

พูดถึงความเมตตา ทำให้ทิพย์สงสารลูกสาวมากค่ะคุณสดายุ นางบอกว่า ถ้าป๊ายังอยู่ปีนี้เขาได้ไปเรียนที่อังกฤษสมความตั้งใจอยากแล้ว

แต่ปีนี้ยังไปไม่ได้ อาม่ากับอากู๋เขาขยายกิจการขายรถมือสอง ขายดีไม่มีใครช่วย ลูกทิพย์เขาคล่องและช่วยทำมาตลอดหลังจากป๊าเสีย

อาม่าขอร้องให้ไปเรียนปีหน้า และจะส่งให้เอง ลำพังทิพย์คงไม่มีปัญญาค่ะ

ปีละล้านกว่า สงสารลูกก็สงสาร แต่ลูกก็เข้าใจ นางบอกว่า รอได้แค่ปีเดียว กับการที่จะได้รับความเมตตาจากอาม่าส่งเสียให้เรียนทั้งหมด

เปิดเทอมใหม่ๆเห็นเพื่อนเขาไปโรงเรียน นางก็รู้สึกเศร้าๆ แต่ตอนนี้นางไม่มีเวลาจะเศร้าแล้ว กิจการในบ้านมันหลายอย่าง และนางเองก็เป็นผู้หญิงที่เก่งมาก บริหารจัดการได้ทุกอย่าง จนอากู๋บอกว่า มีกิจการทำอย่างนี้แล้ว ให้กอบโกยเงินไว้ก่อน เรื่องเรียนเอาไว้ทีหลังก็ได้

แต่ทิพย์ก็สงสารลูก อยากจะให้เขาได้อยู่ในช่วงวัยสดใสสมวัย ไม่ใช่มารับผิดชอบงานก่อนวัยแบบนี้ แต่ทิพย์ก็ไม่มีทางเลือกค่ะ

ถ้าเขาไม่เลือกเรียนที่เมืองนอก ในไทยโรงเรียนอินเตอร์ทิพย์ก็ยังพอสู้ไหวค่ะ

 

โดย: ทิพย์ IP: 49.48.241.37 24 มิถุนายน 2561 14:54:26 น.  

 


เด็กควรได้รับการศึกษาตามวัยก่อนครับ
การมอบหมายให้รับผิดชอบงานก่อนวัยอันควรก็สามารถทำได้ระดับหนึ่ง
หมายถึงงานประจำแบบวันต่อวัน .. แต่เขาจะขาดภาพใหญ่ ภาพรวม
ของธุรกิจนั้นๆ

การได้ร่ำเรียนในวัยที่เหมาะสมคือ 15-30 นั้นจะเรียนรู้ได้ดีที่สุด
หากอายุเกินแล้วสมองจะไม่แล่นเหมือนวัยเด็ก
ในความคิดผมแล้วหากมีโอกาสก็ควรส่งไปครับ ..
แล้วค่อยกลับมาดูแลงานทีหลัง .. งานลักษณะที่เล่ามาผมพอนึกภาพออก
ว่าผู้ใหญ่ 3 คนน่าจะเอาอยู่ โดยไม่ต้องพึ่งเด็ก

 

โดย: สดายุ... 24 มิถุนายน 2561 18:33:59 น.  

 

คุณสดายุค่ะ

ก็เพราะความต้องการความมั่นคงของลูกในอนาคตที่ทิพย์ไม่สามารถคาดเดาได้ว่า ลูกจะมีอาชึพอะไรแน่ การเรียนก็เป็นพื้นฐานสำคัญในเด็กวัยนี้ ทิพย์ทราบค่ะ

และด้วยเหตุผลบางอย่างในธุรกิจครอบครัว กับการที่ทิพย์จะได้ประโยชน์จากความมั่นคงเพื่อลูกหลายอย่างในอนาคต แลกกับการที่ลูกหยุดเรียนไป 1 ปี
ทิพย์คิดว่าคุ้ม จึงยอมค่ะ

ตอนนี้ก็จ้างครูมาติวภาษาในช่วงเย็นอาทิตย์ละ 4 วันค่ะ
ขอบคุณคุณสดายุมากนะคะ ที่แสดงความคิดแลกเปลี่ยนกันเรื่องลูกค่ะ

 

โดย: ทิพย์ IP: 49.48.243.245 25 มิถุนายน 2561 7:10:48 น.  

 



คุณทิพย์

ที่อังกฤษเท่าที่ผมทราบ ..
ป.ตรี เรียน 4 ปี
ป.โท เรียน 1 ปี
ป.เอก เรียน 3 ปี

ค่าครองชีพจะสูงกว่าทางออสเตรเลียอยู่บ้าง
แต่เด็กจะได้ประสบการณ์ชีวิตที่ดี รวมทั้งภาษาอังกฤษ
ในระดับใช้งานได้ ลื่นไหล .. มีความมั่นใจในตนเองสูง

เสียเวลาไปปีเดียว เรื่องเล็กครับ ..
แต่อย่าให้เขาเสียโอกาสเด็ดขาด หากมีคนสนับสนุน

 

โดย: สดายุ... 25 มิถุนายน 2561 10:05:59 น.  

 


ว่ากันไปตามกลอน"สิ้นสวาดิ..ขาดกัน"สนุกๆยามบ่ายค่ะคุณสดายุ

ด้วยลุ่มหลงสิ้นคิดจึงผิดพลาด
เกือบเสียชาติวงศ์เกิดที่เลิศหรู
เสี้ยวชีวิตมืดคล้ำเคยดำรู
ผิดเป็นครูจดจำไม่ซ้ำรอย

ให้แตกหักสะบั้นขาดเพียงชาตินี้
อย่าได้มีติดค้างขอห่างถอย
ไก่สุดโง่หารู้ค่าว่าเพชรพลอย
ให้มันหงอยโก่งคอขันจนวันตาย

จะกรวดน้ำคว่ำขันหันหลังให้
เงาทับได้พาดกันนั้นอย่าหมาย
เส้นทางเดินขนานกันจวบวันวาย
สะบัดกายถีบหัวส่งลงหลุมดิน

ผิวปากเดินชมดาวพร่างพราวฟ้า
ทั้งโลกหล้าสวยงามตามถวิล
เศษสวะขยะใจจากในจินต์
จางหมดสิ้นชีวิตใหม่สดใสงาม

น้องพี่..ที่รัก

คุยกันเรื่องลูกก็เพลิดเพลินมีความสุขไปอีกแบบ
ความรู้สึกแบบนี้ของพี่เอื้อยมันนานมาก จนเลือนลางไปหมดแล้วค่ะ
เข้มแข็งเพื่อลูก ก้าวเดินต่อไปด้วยหัวใจที่มีพลังนะน้องพี่

 

โดย: เอื้อย IP: 61.19.86.2 25 มิถุนายน 2561 13:28:16 น.  

 


แม่เอื้อย ..
ต้องยอมรับว่า แม่เอื้อยเป็นคนมีโวหารเชือดเฉือนได้เด็ดขาดมาก
โดยเฉพาะแนวพิโรธวาทัง (สำหรับผมใช้คำว่า นรกวาที อิๆๆ)

ชายเขียนกลอนจำนวนมากขาดอารมณ์รุนแรงในบทโกรธเกรี้ยวแบบนี้
ทำให้งานไม่น่าอ่าน ไม่เร้าใจเท่าที่ควร ..

ประมาณว่า .. โกรธแบบหน่อมแน๊มไปนิด 55

ยินดีมากครับที่แวะเวียนมาพูดคุย วางกลอนกัน ..
เสียแต่ผมไม่ค่อยได้เขียน พิโรธวาทัง ในบริบทหนุ่มสาวมากนัก
ส่วนมากไปแนวการเมืองหมด ..


 

โดย: สดายุ... 25 มิถุนายน 2561 19:06:17 น.  

 

หูยยยยยยย

พี่เอื้อยค่ะ
มาแนวเจ็บจี๊ดๆๆ ระบมหัวใจชายสามศอกเจียวนะคะ
มีการถีบหัวลงหลุมแล้วยังเดินผิวปากเล่นได้อีก สุดเก๋าค่ะ555

พี่เอื้อยแต่งกลอนแนวนี้ได้แน่มากค่ะ
พี่คงเป็นผู้หญิงที่สตรองมากนะคะ ทิพย์อยากจะเห็นหน้าพี่จัง คงจะดุไม่ใช่เล่น

ทิพย์คุยกันเรื่องลูก พี่เอื้อยลูกคงโตแล้วนะคะ คงจะเป็นที่ปรึกษาเรื่องนี้ให้กับทิพย์ได้อีกคน กราบขอบคุณล่วงหน้านะคะ

คุณสดายุค่ะ

ทิพย์ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกสาวทิพย์แน่นอนค่ะ การเสียเวลา 1 ปีเพื่อแลกกับความมั่นคงในวันข้างหน้าของลูก ทิพย์คิดว่ามันคุ้มค่ะ
ค่าใช้จ่าย เกรด 10-12 ประมาณร่วม 4 ล้าน
ปริญญาตรี อีก 4 ปี ค่าใช้จ่ายคิดไว้ประมาณ 6 ล้าน

ลำพังทิพย์คงไม่มีปัญญาส่งแน่นอน ถ้าไม่มีผู้อุปการะคุณช่วยค่ะคุณสดายุ

 

โดย: ทิพย์ IP: 49.48.243.245 25 มิถุนายน 2561 20:25:20 น.  

 


คุณทิพย์ ..
โชคดีครับที่ปู่ย่าของเด็กสามารถช่วยได้ ..
โอกาส เป็นสิ่งที่มีไม่เท่ากัน .. สำหรับเด็กแต่ละคน

จบ ป.ตรี แล้วทำงานบริษัททั่วไปตอนนี้ได้ประมาณ 15,000-25,000 ต่อเดือนเท่านั้น .. ซึ่งค่อนข้างไม่มีอนาคตอะไร ..

แต่ บ.ระดับโลก จ่ายได้อีกเท่าตัว .. มันต่างกันมาก
นี่พูดสำหรับการเป็นลูกจ้างนะครับ ..

 

โดย: สดายุ... 27 มิถุนายน 2561 19:00:00 น.  

 

คุณสดายุ...ครั้งหนึ่งของชีวิตค่ะ

อันการเมืองเรื่องเล่าครั้งเก่าก่อน
มิอยากย้อนแผลเจ็บเก็บความหลัง
ต้องซุกซ่อนกายาเอาป่าบัง
เมื่อครั้งยังใช้ชีวิตนิสิตโดม

ครั้นผิดหวังชิงชังจึงบังเกิด
ความจริงเปิดเหี้ยห่าเข้าถาโถม
เลือดนักสู้ผู้หญิงสิงห์จู่โจม
แต่ยากโรมรันฝ่าพวกซาตาน

จึงเลิกใฝ่การเมืองไว้เบื้องหลัง
เหลือเพียงยังซากเก่าเรื่องเล่าขาน
เก็บเข้ากรุเรื่องปลงของนงคราญ
การเมืองมารมิเหมาะแน่แก่สตรี


ยินดีกับน้องสาววาสนาดีของพี่ด้วยค่ะ

เก็บเรี่ยวแรงกำลังใจไว้เพื่อลูก
สายใยปลูกถักทอคอยรอผล
กาลผันผ่านผลิออกดอกกมล
จะได้ยลเต็มตื่นน่าชื่นใจ

คนถึงคราวบุญพาวาสนาส่ง
ช้างยื้อยุดฉุดลงคงมิไหว
ล่องกระแสกรรมดีที่พาไป
หนุนเนื่องให้สูงเด่นเช่นดาวเดือน





 

โดย: เอื้อย IP: 61.19.86.2 28 มิถุนายน 2561 11:33:29 น.  

 


แม่เอื้อย ..

สมัยหนึ่ง ผมเริ่มอ่าน "สยามนิกร ไทยนิกร มาตุภูมิ"
รวมทั้งมีโอกาสอ่าน "ประโคนชัย"
พอดีกับว่ามีพ่อแม่เป็นคนในเครื่องแบบมาเห็นหนังสือที่อ่านเข้าเลย "โดน" 55

น่าจะเป็นช่วงที่ "อหังการของดอกไม้" กำลังดัง
พอดีกับว่า ผมสนใจเรื่องพวกนี้ตั้งแต่ ป.4-5
แม้จนทุกวันนี้ยังอดไม่ค่อยได้ ... อิๆๆ

พอเข้าใจได้ครับถึง ความผิดหวัง ในภาพรวมของขบวนการ





 

โดย: สดายุ... 28 มิถุนายน 2561 18:57:50 น.  

 

คุณสดายุค่ะ

ขอบคุณที่คอยให้คำปรึกษาและให้ความรู้ มากนะคะ

พี่เอื้อยค่ะ

ขอบคุณที่คอยให้กำลังใจทิพย์กับลูกสาว มากนะคะ
ทิพย์ลอกกลอนสองบทของพี่แล้วไปใส่กรอบตั้งโต๊ะบัญชีไว้อ่าน จึงขออนุญาตเจ้าของก่อนค่ะ อิๆๆ

 

โดย: ทิพย์ IP: 49.48.243.245 28 มิถุนายน 2561 19:35:11 น.  

 

คุณสดายุ
สตรียุคสองแขนที่แกร่งกล้า สองขาที่ก้าวย่ำ
เดี๋ยวนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีนะ แม่เอื้อยตกยุคนานแล้วค่ะ

น้องพี่..ที่รัก
กลอนพี่ควรค่าแก่การใส่กรอบกระนั้นเชียวหรือ
ถ้าพี่มีเวลา จะแต่งให้ใหม่
แต่ตอนนี้หมดเวลา อีกนานหลายอึดใจ คงได้คุยกันใหม่นะคะ

 

โดย: เอื้อย IP: 61.19.86.2 29 มิถุนายน 2561 15:54:15 น.  

 



แม่เอื้อย ..
น่าแปลกมากที่ยุคนั้นการสื่อสารยังไม่ดีมากเท่ากับยุคนี้
แต่การเสพข่าวสารบ้านเมืองของนักศึกษายุคนั้น
ยังสามารถแยกแยะเรื่องราวถูกผิด ดีชั่ว ได้ชัดเจนกว่า
ยุค internet นี่มาก ..

ยุคที่ผู้คนควรรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองมากขึ้น
แต่กลับกลายเป็นตรงกันข้าม .. ถูกกล่อมจนหัวคู้หัวค้อม ถึงกับยอมเป่านกหวีดไล่รัฐบาลเลือกตั้ง
และยอมรับรัฐบาลทหารนั่งเมืองมา 4 ปี !

เป็นรัฐบาลที่ ไม่ว่านั่งเมืองแผ่นดินไหนเป็นได้เรื่อง
พม่า เกาหลีเหนือ .. แนวนี้ทั้งนั้น

ชาติพันธุ์นี่ส่งผลรุนแรงกว่า อุดมการณ์ทางการเมือง
นะครับ ..

 

โดย: สดายุ... 4 กรกฎาคม 2561 8:03:33 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่เอื้อย

ทิพย์เข้ามาช้า พี่คงไปแล้วใช่มั้ยค่ะ ตอนนี้ที่บ้านขายของดีมากค่ะ
กิจการทั้งแม่ทั้งลูกยุ่งพอๆกันค่ะ เหนื่อยกันทั้งคู่แต่รายได้ก็คุ้มเหนื่อยค่ะ
พี่อย่าไปนานจนลืมน้องสาวนะคะ ขอให้พี่เดินทางปลอดภัย ทิพย์จะรอพี่กลับมาคุยกันใหม่ค่ะ

สวัสดีค่ะคุณสดายุ

แรงใจสำคัญของคุณพ่อคงจะทำงานเพลิดเพลินนะคะ
อยากรู้ว่าลูกสาวคุณสดายุ สนใจการเมืองเหมือนพ่อหรือเปล่าค่ะ อิๆๆ

ลูกสาวเก่ง น่ารักอย่างนี้ ทิพย์แนะนำว่า คุณควรไว้หนวดนะคะ 555

 

โดย: ทิพย์ IP: 125.26.90.147 4 กรกฎาคม 2561 20:12:10 น.  

 



คุณทิพย์ ..
หากเขาเรียนมาแบบที่ชอบ อยากเรียน เขาจะมีความสุข
กับการทำงานด้วยเมื่อจบมาครับ ..

การอยู่ห่างพ่อแม่เมื่อโตเป็นวัยรุ่นจะทำให้เด็กกล้าคิด
กล้าทำ รวมทั้งหากพ่อแม่ไม่คอยชี้นำ ควบคุม สั่งการ
มากเกินไป ก็จะคล้ายๆเด็กฝรั่ง

คนไทยเลี้ยงเด็กไม่เป็นครับ ..
ปกป้องสูง
ชี้นำสูง

เมื่อเรามามองที่สังคมโดยรวมที่เป็นอยู่รอบตัว
ที่ยัง "ด้อยพัฒนา" อยู่เลย .. จะเห็นว่าที่
สืบทอดทำกันมาอย่างยาวนาน มันไม่ได้เรื่อง

ผมมองไปที่ ผิวขาว ที่แทบทุกชาติ พัฒนาแล้วทั้งหมด
แม้จนอพยพไปอยู่ที่ใหม่ ไม่ว่าอเมริกาเหนือ
ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ว่าหากมีจำนวนมากกว่า
ชนพื้นเมืองก็จะพัฒนาแล้วทั้งสิ้น ..

ยกเว้นในอเมริกาใต้ที่อพยพไปอยู่ น้อยกว่าชนพื้นเมือง
และเป็นฝรั่งละติน คือ ติดเมดิเตอเรเนียน ที่ไม่ค่อย
ได้เรื่องเท่ากับฝรั่งติดทะเลเหนือ

 

โดย: สดายุ... 7 กรกฎาคม 2561 7:55:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O อุปาทานรูป .. O





๑๔
O ชลพินธุรินภวะละหลั่ง
นภะฝั่งก็พร่างไฟ-
ด้วยดาริกาสมะสมัย
รุจิไล้ประโลมหลัว
O เย็นรื่นเพราะคลื่นวตะระลอก
ขณะหมอกก็หม่นมัว
เผยร่าง .. ระหว่างพรรณะระรัว-
พะ-เหยาะยั่ว .. กะเยียบเย็น
O คู่ดาวอะคร้าวรหัสะนัย
ก็ประไพประภาพเพ็ญ
ยามชายชม้ายพิศะ บ เร้น-
นยะเต้นขจ่างตา


O เกิดแต่เมื่อเดือนฉายที่ปลายช่วง-
ดาวเลื่อนดวงหันเห .. ลับเวหา
แทนที่ด้วยคำมั่นคำสัญญา-
ขึ้นค้ำฟ้าแทนช่วง .. ของดวงไฟ
O เกิดแต่เมื่อชาติภพบรรจบรูป
เมื่อเปลวเทียนควันธูป .. ลอยวูบไหว
ภาพแววตาสั่นรัว .. คล้ายหัวใจ-
ต้องเลศนัยแรงชู้เข้าจู่โจม
O เสียงธรรมพระ .. จะแจ้งสำแดงสอน
เพื่อดับร้อนข่มทุกข์ที่ลุกโหม
ในอกผู้สั่นระทึกเสียงครึกโครม
ฤๅอาจโซรมให้ซบ .. เพียงสบธรรม ?
O คำพระว่า .. ตามองสบต้องรูป
ใจอาจวูบวาบเผลอ .. ถึงเพ้อพร่ำ
ด้วยรูปการหวานหอม .. ช่วยน้อมนำ-
พาเหยียบย่ำเวทนา .. สู่อาวรณ์
O คำพระว่า .. อารมณ์หากข่มไหว
จงข่มไว้ด้วยธรรมท่านพร่ำสอน
ตาสบรูป .. ภพชาตินั้นอาจทอน-
ให้ขาดตอนขาดช่วง .. จนล่วงรอย
O เสียงพระเทศน์ยังแว่วไม่แล้วล่วง
เพื่อคอยหน่วงเหนี่ยวโลกพ้นโศกสร้อย
หากแววตาใครหนอเหมือนรอคอย-
เหลือบ .. ชม้อยชม้ายสู่ .. ให้รู้ความ
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออกใจเสพทราบ .. รสวาบหวาม
รูปพักตร์เอย .. โลมรุกเข้าคุกคาม-
จักข่มข้ามบ่ายเบี่ยงเอาเยี่ยงไร ?
O จนสิ้นเสียงพระเทศน์, แววเนตรนั้น-
จากลอบเหลือบสบกัน .. ค่อยสั่นไหว
คล้ายเลือดซับแก้มก่ำ .. อยู่รำไร
เมื่ออาลัยอาวรณ์ สุดผ่อนลง
O เมื่อนันทิ .. ผลิเล่ห์ในเวทนา
จนอุปาทานขับ .. ขึ้นรับส่ง
สร้าง-ภพชาติเป็นกรรมขึ้นดำรง
แรงจำนงก็เผยแล้วผ่านแววตา
O อธิษฐาน .. เยี่ยงไรหนอใจนั่น
ให้-ผูกพันเฝ้าคอยละห้อยหา ?
หรือ-ชาติใดพานพบเพียงสบตา-
ให้รองรับเสน่หาทุกคราครั้ง ?
O ครั้งนั้น .. คงตั้งจิตอธิษฐาน-
จึงสืบผ่านถ้อยคำด้วยน้ำหลั่ง-
ลงให้พื้นปฐพินทร์ได้ยิน .. ฟัง-
จนรับรู้กำลัง .. ความตั้งใจ
O จึงวันนี้ .. รูปน้อยเหมือนคอยอยู่
คอย-รับรู้ .. รับรองความผ่องใส
ปรากฎขึ้นเทียบค่าความอาลัย-
กับรูปในความฝันจากวันเพรง
O เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
ก็คลับคล้ายรูปนิมิตเคยพิศเพ่ง
จันทร์เคยทอแสงปลั่งกลางวังเวง
ก็ยังเปล่งปลั่งงาม .. จนยามนี้
O จันทร์ที่ลอยกลางสรวง .. ยังดวงเดิม
รูปต่ายเติมแต้มลงยังคงที่
เช่นรูปในแววตา .. กอปรท่าที-
แห่งใยดีอาวรณ์ .. ออดอ้อนนั้น
O ยังอ่อนโยนอ่อนหวาน .. จนปานว่า-
แววในตาลอบชม้ายยังส่ายสั่น
สั่งชี้จิตวิญญาณจากวานวัน
ก่อนครั้งสัญญาชาติจักขาดวง
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออาลัยพิสวาดิด้วยชาติหงส์
เริ่มเร้ารุกคุกคาม-ตั้งจำนง-
ต่อรูปองค์เบื้องหน้าอย่าท้าทาย
O เหมือนแว่วธรรมพุทธา, เมื่อตาจ้อง
เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
แต่บัดนั้นอุปาทานก็พานกาย
เมื่อดวงเนตรนั้นชม้ายเหลือบชายมา
O สิ้นเสียงธรรม, นันทิ-กลับผลิช่วง-
ขึ้นในดวงจิตคอยละห้อยหา
เติมแต้มรูปอภินันท์ ลงสัญญา
ชี้, บัญชาให้สำทับชั่วกัปกาล
O เสียงพระเทศน์พ้นผ่านไปนานแล้ว
ลมยังแผ่วยังพลิ้วเป็นริ้วผ่าน
เมื่อ .. ดวงตาพรับพริ้ม เผยยิ้ม .. ปาน-
ช่วยเหยียบโลกทรมาน .. ให้ .. ลาญลบ !

O เสียงไก่ขันแว่วฝ่าอุษาสมัย
บอกจันทร์ให้งำรอยแล้วถอยหลบ
เพื่อเปิดฟ้าแรกวันให้ครันครบ-
การบรรจบรูปธรรมแสนอำพน
O ลมหนาวพลิ้วผ่านอยู่แต่ตรู่สาง
หมอกก็คลี่ม่านพรางทั่วทางถนน
หนาวเนื้อตัว, หนาวในหัวใจคน-
นั้น-หนาวจนถวิลอุ่น .. ไว้หนุนทรวง
O เม็ดน้ำค้างวางหยาด .. เรียงหยาดรับ-
การทอดทับแต้มแต่งด้วยแสงสรวง
จึงเห็นรูปเพชรพลอย .. นั้นลอยดวง-
พร้อมรูปหวงพร่างแพร้วในแววตา
O แววระยับวามช่วง .. ในดวงเนตร
ค่อยเผยเลศนัยเผดียง บอกเดียงสา
ทั้งพฤติ, รูปนาม .. ย่อมล่ามอา-
รมณ์ .. ผู้อุปาทานขับ แนบกับใจ
O มุขมณีน้ำระยับ .. ย่อมจับจิต-
ผู้เพ่งพิศ-อภิรมย์, ฤาข่มไหว
เห็นแต่เพียรจับจ้องหมายมองไป
เสพรูปนามเพ็ญพิไล .. หวัง-ไขว่คว้า
O เห็นงามก็ว่างามไปตามเห็น
กับแฝงเร้นกรณีทุกทีท่า
ดั่งดวงแก้วเหลื่อมประกายต่อสายตา
เพื่อร่ำรอเสน่หาจากตาชาย
O เห็นงามคุกคามฝ่า .. แววตาสบ
ย่อมบรรจบลุกลามเป็นความหมาย
ถวิลแต่คุณค่าอันพร่าพราย
ที่โชนฉายแววมณีเป็นสีเดียว
O ทุกพื้นเหลี่ยมมุมรัตน์ .. จำรัสแสง
เหลื่อมสำแดงรูปรอยให้พลอยเหลียว
ผ่านแววตาแฝงเร้น .. ราวเส้นเกลียว-
เคลื่อนเส้นเข้ารัดเหนี่ยว .. พันเกี่ยวใจ
O แล้วม้วนเส้นม้วนปลายเก็บปลายเงื่อน
จนสุดเคลื่อนสุดคลาย .. ต้น-ปลาย .. ไหว
เพื่อเสพรับอุ่นอายจากภายใน-
อุ่นอาลัยให้ระรุม .. คอยสุมลน
O แต่บรรจบก็ลุกลามเป็นความหมาย
แววตาคล้ายจำนรรจ์นับพันหน
กระนั้นแล้ว .. หวั่นไหว .. และใจคน
จักหลุดพ้นพรากได้เยี่ยงไรกัน
O เห็นมณีน้ำระยับงามจับจิต
ย่อมต้องคิดหมายปอง ตระกองขวัญ
เพื่อยึดโยงปักปลูกความผูกพัน
ไปชั่วกัปชั่วกัลป์พุทธันดร
O คะเนนึกคะนึงอยู่แต่ตรู่สาง
ที่แววอางขนางเห็นเกินเร้นซ่อน
ที่แสงในแววตาผู้อาทร
สบ-เว้าวอน .. เพรียกถวิลเพรียกจินตนา
O คะเนนึกคะนึงอยู่ไม่รู้สิ้น
เปลี่ยวเหงาย่อมพังภินท์จนสิ้นท่า
เมื่อแสงวามผ่องแผ้วในแววตา
เผยต่อหน้าพาโลกพ้นโศกซม
O แววมณีงามเพ็ญ .. เมื่อเต้นตอบ-
โลกโดยรอบเคยระยับก็ลับ .. ล่ม
เหลือเพียงงามเบื้องหน้าให้ปรารมภ์
รอขับข่มทุกมณี ในที่นั้น
O เม็ดน้ำค้างทุกหยาด .. บำราศแล้ว
เหลือเพียงแก้วมณีพราย .. ยังส่ายสั่น
ครองภาวะโชนช่วง .. เมื่อดวงวัน-
ราวจักบรรลัยล่วง ด้วยดวงตา !









New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.