~ Desire and Emotion ~
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
8 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 

นิจนิรันดร

คำเตือน: เรื่องนี้มีเนื้อหาไม่เหมาะสมสำหรับผู้อ่านที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี


นิจนิรันดร


'และเจ้าหญิงกับเจ้าชายก็ครองรักกันชั่วนิจนิรันดร'

ชั่วนิจนิรันดร...

เสียงบรรยายจากการ์ตูนในโทรทัศน์ที่เธอเปิดให้กับนักเรียนตัวน้อยในชั้นอนุบาลยังดังก้องอยู่ในหัวของเธอ ผ่านมากว่าสามชั่วโมงแล้วหลังจากที่ภาพวาดเจ้าหญิงและเจ้าชายสีสวยในจอได้ผ่านตาเธอมา แต่กระนั้น เธอก็ยังนั่งอยู่ที่เดิม อยู่ในความเงียบสงบกับความมืดที่ค่อยๆ โรยตัวเข้าปกคลุมห้องสี่เหลี่ยมที่มีโต๊ะเขียนหนังสือเล็กๆ สีฟ้าสีชมพูวางอยู่กระจัดกระจาย โมบายแขวนหน้าต่างหมุนล้อเล่นลมจนเกิดเงาจากแสงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า

เธอยังนั่งอยู่ตรงนั้น ไม่รับรู้สรรพสิ่งใดๆ รอบตัว ไม่ได้ยินเสียงใดๆ แม้แต่สัญญาณโทรศัพท์ที่ไร้การตอบรับจากปลายสายที่เธอใช้มือข้างหนึ่งเพียรกดมันอย่างต่อเนื่องด้วยการบันทึกหมายเลขโทรด่วนเพียงการกดปุ่มตัวเลขเพียงตัวเดียวเท่านั้น

มันคือเลขสอง เลขของการอยู่เคียงคู่...

เลขสองที่ถูกปลายนิ้วของเธอกดอยู่ตลอดเวลาสองชั่วโมงที่ผ่านมาโดยที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเธอกำลังทำเช่นนั้นอยู่ ไม่รับรู้ว่ากำลังมีใครคนหนึ่งกำลังเรียกชื่อเธออยู่ตรงหน้าประตูนั้น

"อ้าว... มานั่งทำอะไรอยู่ครับคุณครู ยังไม่กลับบ้านหรือครับ" ชายหนุ่มร่างใหญ่ในชุดครูสอนวิชาพละศึกษาเด็กประถมก้าวเข้ามายืนอยู่ข้างๆ ตัวเธอ แต่กระนั้น เธอก็ยังไม่ทำแม้เพียงการหันมามองหน้าของเขา

"ครูครับ..." มือหยาบหนาค่อยๆ สัมผัสแผ่วเบาตรงหัวไหล่บอบบางของเธอ ผิวกายที่เย็นเยียบและสั่นน้อยๆ ใต้ฝ่ามือของเขานั้นทำให้รู้ได้เลยว่าเธอกำลังอยู่ในอาการของคนที่ไม่ปกตินัก

"เป็นอะไรหรือเปล่า... มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ" เมื่อเธอไม่ปฏิเสธการสัมผัสเนิบนาบที่หัวไหล่จากมือของเขาอย่างที่เธอเคยทำมาตลอด มือหนานั้นก็เพิ่มแรงบีบที่หัวไหล่อีกนิดให้แน่ใจว่าสิ่งที่เขารอมานานน่าจะได้รับการตอบสนองเสียที

ร่างกายนั้นยังคงนิ่งเงียบและปล่อยให้เขาได้ขยับนิ้วมือช้าๆ จากหัวไหล่บางนั้นไล่ต่ำลงมาตามลาดแขนจนมาถึงมือนุ่มนิ่ม

ครูพละหนุ่มกระหยิ่มใจ เขาไม่สนหรอกว่าอาการของเธอจะเกิดขึ้นเพราะอะไร เขารู้เพียงว่าโอกาสอย่างนี้ใช่ว่าจะมาบ่อยๆ เสียเมื่อไหร่

"กลับบ้านกันเถอะครับ อย่านั่งอยู่อย่างนี้เลย" เขาพูดพร้อมลมหายใจอุ่นรินรดที่ข้างหูของเธอ นั่นอาจทำให้เธอรู้สึกตัวได้บ้าง เพราะใบหน้าเผือดสีนั้นค่อยหันช้าๆ มามองหน้าครูหนุ่มด้วยแววตาแห้งผาก

"คุณ... " เสียงแผ่วเบาหลุดออกจากลำคอของเธอเมื่อมือเล็กๆ หลุดจากการเกาะกุมเลื่อนขึ้นมาแตะที่คางของครูหนุ่ม ปากเรียวบางของเธอเผยอยิ้มออกเล็กน้อยเหมือนกับได้พบสิ่งที่ถวิลหาตรงหน้า

"ครับ... ไปกันเถอะ"




หากสิ่งที่เขาเรียกว่าบ้านนั้น มันเป็นเพียงการเดินข้ามมายังอีกตึกหนึ่งซึ่งเป็นส่วนของห้องประชุมครูที่ชั้นบน เขาลองหมุนลูกบิดประตูและก็สามารถรู้ได้ในทันทีว่ามันยังไม่ล็อค

เขาจะเป็นคนล็อคมันเอง จากด้านใน...

ร่างบางของครูอนุบาลสาวถูกจับจูงเข้ามาในห้องประชุมขนาดไม่ใหญ่นัก มีเพียงโต๊ะรูปไข่ตัวใหญ่วางกลางห้องกับเก้าอี้ล้อเลื่อนหุ้มเบาะกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มอีกแปดตัวล้อมรอบ

หากว่าการที่เธอยอมเดินมากับเขาโดยไม่ปริปากถามอะไรเลยตลอดทางนั้นเป็นเรื่องประหลาดอย่างที่สุดในรอบปีที่เขาได้เจอแล้ว การที่เธอลูบไล้ใบหน้าของเขาด้วยมือทั้งสองข้างพร้อมกับการมองด้วยแววตาที่บ่งบอกความหลงใหลนั่นต่างหากที่อาจทำให้เขาคิดไปว่าเป็นเพียงฝัน

"คุณกลับมาแล้วหรือคะ กลับมาบ้านเราแล้วหรือ" เสียงแหบแห้งพร่ำพูดในประโยคที่เขาไม่เข้าใจ แต่บางทีนี่อาจเป็นเพียงการเล่นสนุกของเธอก็ได้ หากจะเล่นบทสามีภรรยา เขาก็พร้อมจะเล่นกับเธอ ที่นี่ ตรงนี้ ทั้งบทบาทในบ้านและบทบาทบนเตียง

"ครับ ผมกลับมาแล้ว... ขอผมชื่นใจหน่อยได้ไหม"

ใบหน้าของเขาเคลื่อนเข้ามาใกล้เธอทีละน้อยเหมือนต้องการหยั่งเชิง เมื่อหน้านวลที่เริ่มมีเลือดฝาดนั้นไม่หันหนี ทั้งจมูกและปากที่ยังมีกลิ่นบุหรี่ติดอยู่ก็กดลงที่แก้มของเธอและมันก็ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น เมื่อปากหนาขบเล็มไปทั่วใบหน้าอย่างหยาบกระหาย จนมาถึงที่ริมฝีปากของเธอ เขากดบดเบียดปากร้อนผ่าวลงประกบแนบสนิทพร้อมกับแทรกลิ้นเข้ากวาดลึกสอดส่ายหาความหวานจากร่างนุ่มนิ่มที่ยังสั่นเทานั้น

เนิ่นนานกว่าเขาจะถอนจมูกและปากที่จาบจ้วงอย่างทวีความรุนแรงนั้นออกมาเพื่อหยุดหายใจ เสียงแผ่วเบาของเธอก็เปล่งออกมาอีกครั้ง

"คุณจะกลับมาอยู่กับฉันตลอดไปใช่ไหม... " ปลายเสียงของเธอถูกกลืนหายไปอีกครั้ง พร้อมกับเสียงพึมพำต่ำพร่าที่ตอบกลับมาโดยไม่สนใจแม้แต่ความหมายของสิ่งที่พูดออกมา

"อืม... ตลอดไป" นิ้วมือแข็งแรงสอดเข้าไปในเรือนผมที่ม้วนไว้เป็นมวยหลวมๆ จากท้ายทอยของเธอจนหลุดลุ่ย และเขาก็ใช้แรงเพียงนิดเดียวเพื่อที่จะดึงมันไปด้านหลังแล้วแนบปากและลิ้นเข้าและเล็มผิวขาวที่ซอกคอของเธอ

"อยู่ด้วยกัน... ชั่วนิจนิรันดรใช่ไหม" เสียงของเธอสั่นพร่าในขณะที่มือทั้งสองโอบประคองและแทรกปลายนิ้วทั้งหมดอยู่ในกลุ่มผมดกดำของครูพละหนุ่ม ซึ่งเขากำลังใช้ทั้งปากและมือปลดกระดุมเสื้อของเธออย่างเมามัน

"อือ... ชั่วนิจนิรันดร"

และมันก็เหมือนกับเธอได้รับคำที่ถูกใจเมื่อร่างที่โอนอ่อนผ่อนตามนั้นแอ่นกายรับความหิวกระหายของชายตรงหน้า เสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีขาวถูกดึงออกไปอย่างง่ายดาย บราลูกไม้บางเบาตัวจิ๋วไม่ได้เป็นอุปสรรคในการปลดมันออกไปอย่างรีบร้อน และเขาก็กดร่างเธอลงบนโต๊ะรูปไข่เย็นเยียบกลางห้องประชุม

เขาจับสะโพกของเธอกดไว้กับขอบโต๊ะ ในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งสอดเข้าไปข้างใต้กระโปรงทรงสอบที่ยาวเหนือเข่าเพียงเล็กน้อยนั้นเพื่อที่จะดึงเอาชั้นในบางเบาออกมาอย่างกระชากกระชั้น

ปรารถนาในโลกียรสของเขาทำให้หัวใจเต้นแรงและเร็วจากความต้องการปลดปล่อยในร่างกายที่เริ่มแข็งเครียดและสมองที่ไม่รับรู้สิ่งใดนอกจากภาพสาวเปลือยอกที่นอนอ่อนระทวยตรงหน้าผลักดันให้การกระทำของเขาดิบและเถื่อนมากขึ้น เขาดึงขาข้างหนึ่งของเธอให้หลุดจากชั้นในที่รูดลงมาแล้วยกมันขึ้นสูง ชายประโปรงเลิกขึ้นตามโคนขาขาวจนทำให้เขาได้มองเห็นเนินกำมะหยี่ที่ปราศจากสิ่งปกปิดใดๆ และผิวเนื้ออ่อนบางสีชมพูในจุดลี้ลับใต้เนินนั้นก็ยิ่งโหมกระพือความต้องการให้มากขึ้นไปอีก

กางเกงวอร์มพร้อมชั้นในของครูหนุ่มถูกดึงลงอย่างรวดเร็ว เขารีบสลัดมันออกให้พ้นขาโดยทิ้งให้ร่างกายมีเพียงเสื้อยืดคอโปโลที่สวมอยู่เท่านั้น ท่อนกล้ามเนื้อแข็งเครียดของเขาสั่นน้อยๆ เมื่อเจ้าของมันแทบจะถลาโจนจ้วงเข้าสู่ใจกลางร่างกายอุ่นร้อนของหญิงสาวทันทีที่กางเกงนั้นหลุดออกไป

แรงกระแทกกระทั้นจากการดันแก่นกายเข้าสู่จุดอ่อนนุ่มรัดรึงนั้นเป็นจังหวะที่รัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ เข้าและออกตอกและย้ำจนโต๊ะตัวโตที่ใช้รองรับนั้นสั่นสะเทือน เขาไม่สามารถหยุดการกระทำรุนแรงนี้ได้แม้จะได้ยินเสียงร้องเบาๆ หลายครั้งหลายหนที่บ่งบอกถึงความเจ็บปวดของครูอนุบาลสาว สองมือหยาบหนาบีบเค้นคลึงหน้าอกหยุ่นอย่างไม่ปราณีเหมือนมันไม่ใช่ส่วนหนึ่งของร่างกายมนุษย์

จู่ๆ เขาก็หยุดและถอนเอาส่วนที่จมจ่อมอยู่ในกายของหญิงสาวออกมาอย่างรวดเร็ว มือทั้งสองของเขายกเอวเธอขึ้นแล้วดันร่างบางทั้งร่างนั้นขึ้นไปอยู่บนโต๊ะ ตามด้วยเขาเองที่ปีนขึ้นไปเพื่อจับตัวเธอให้นอนคว่ำหน้าลง เอวบางถูกยกตั้งขึ้นบังคับให้เข่าทั้งสองข้างยันเอาไว้บนพื้นโต๊ะ และเขาก็ตามมาสอดใส่อีกครั้งจากทางด้านหลัง

เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมือหนึ่งเขากดไหล่ของเธอให้แนบกับพื้นโต๊ะและอีกมือหนึ่งก็กำลังบีบเคล้นบั้นท้ายของเธอพร้อมทั้งแหวกมันออกเพื่อปล่อยแท่งกล้ามเนื้อของเขาเคลื่อนที่ตามใจชอบเข้าสู่จุดหมายร้อนรุ่มกระชับแน่นส่วนนั้นให้ถนัดขึ้น เสียงร้องครางสลับกับการหวีดเบาๆ ของหญิงสาวยิ่งเร่งอารมณ์ดิบของเขาให้กระพือขึ้นอีก เรี่ยวแรงและพละกำลังขับดันแก่นกายของเขายิ่งเพิ่มพูนเมื่อรู้สึกได้ว่าร่างนุ่มนิ่มนี้กำลังได้รับความเจ็บปวด

ก่อนที่ร่างกายเกร็งเขม็งนี้จะได้ปลดปล่อย เขาถอดถอนออกมาอีกครั้ง ทีนี้เขาจะต้องได้รับความอิ่มเอิบอย่างที่สุดหลังจากที่เฝ้าวนเวียนแทะโลมเธอคนนี้มานานปี ตั้งแต่เธอยังไม่แต่งงาน จนกระทั่งเธอได้มีสามีเป็นตัวเป็นตนแล้วก็ตาม ความที่เขาเสียหน้าเพราะเธอดันไม่สนใจเขาแล้วไปแต่งงานกับหนุ่มสถาปนิกรูปงามนั่นก็ยิ่งทำให้เขาไม่ยอมละความตั้งใจ สิ่งที่เขาต้องการที่สุดคือความสะใจที่ได้อิ่มเอมจากร่างกายของเธอ และการได้ปลดปล่อยของตัวเอง

เขากดความต้องการโหมกระหน่ำของตัวเองไว้ชั่วครู่เพื่อดึงเธอลงมาจากโต๊ะนั้น ร่างกายที่มีรอยแดงช้ำไปทั่วตัวไม่ปิดป้อง เธอยังยอมตามใจเขาอยู่ และเขาเองก็ไม่มีส่วนใดในสมองที่จะมาคิดหาเหตุผลใดๆ ในการนี้อีกแล้ว ในเมื่อสิ่งที่เขากำลังจะได้รับมันน่าอภิรมย์กว่าเป็นไหนๆ

เก้าอี้ล้อเลื่อนถูกลากมาพิงกับผนังด้านหนึ่งของห้อง เขานั่งลงบนนั้นและดึงเธอให้เข้ามาเผชิญหน้าใกล้ๆ

"เป็นทีของคุณแล้ว... " เสียงหอบพร่าบอกให้เธอทำตามสิ่งที่เขาต้องการ ร่างอรชรค่อยๆ ขยับเข้าใกล้เหมือนถูกสะกดจิต เธอก้าวขาอ้อมพาดเก้าอี้แล้วค่อยๆ ดันเอาแท่งกายแข็งแรงนั้นเข้าสู่ร่างกายตัวเองช้าๆ จนเต็มสุด สะโพกนวลหนั่นแน่นถูกเกาะกุมด้วยมือหยาบ เขาเพียงแต่ประคองและนำทางให้เธอขยับตามที่เขาต้องการ เริ่มต้นอย่างเนิบนาบ จนจังหวะจะโคนเร่งกระชั้น กระแทกกระทั้นรุนแรงในช่วงหลังโดยเธอเป็นคนดำเนินการบรรเลงทั้งหมดด้วยตัวเอง

และในตอนที่ความเกร็งแน่นทั้งหมดกำลังจะถูกปลดปล่อยนั้น ครูสาวที่หลับตาเคลิบเคลิ้มกับจังหวะรุนแรงแทบลืมความเจ็บปวดที่ตัวเองเป็นผู้กำหนดนั้นก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น อารมณ์ที่พุ่งทะยานจนเกือบถึงจุดสุดยอดเรียกเอาภาพในสมองย้อนกลับคืน เสมือนหนังที่ฉายภาพรีเพลย์ย้อนหลังกลับ จนไปถึงเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว

สัญญาณข้อความเข้าทางโทรศัพท์ดังขึ้นหลังจากที่เธอเพิ่งโบกมือลาเด็กนักเรียนในชั้นคนสุดท้ายที่ผู้ปกครองมารับกลับเมื่อจบการฉายวีดีโอการ์ตูนเทพนิยายที่มีเจ้าหญิงและเจ้าชายได้ครองรักกันในตอนจบแบบที่เธอชอบหนักหนาตั้งแต่ตอนเด็กๆ จนเติบโตเป็นผู้หญิงเต็มตัวที่มีความรักและเทิดทูนบูชามันไว้ที่สามีเพียงคนเดียวของเธอ สามีที่ได้แต่งงานจากการชักนำของผู้ใหญ่เมื่อกลางปีที่แล้ว

เธอกดเปิดดูข้อความนั้นเพื่อที่จะพบว่ามันเป็นภาพเคลื่อนไหว วิดีโอคลิปขนาดสั้นที่แสดงภาพชายหญิงสองคนในร่างกายเปลือยเปล่ากำลังเล่นบทรักเร่าร้อนกันอยู่อย่างชัดเจนทั้งภาพและเสียงนั้นทำให้เธอตัวชา สมองมึนงง และหูหยุดการได้ยินทุกสรรพสิ่ง คนในนั้นคือสามีของเธอและผู้หญิงที่เธอเคยได้แสดงความรู้จักทักทายตอนที่สามีเธอพาไปร่วมงานเลี้ยงในบริษัทของเขา เธอเป็นเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งของสามีเธอ ยิ่งไปกว่านั้น ข้อความที่มากับภาพและเสียงนั้นก็เหมือนฟ้าผ่าเข้ามากลางใจของเธอเลยทีเดียว

'สามวันที่สามีเธอบอกว่าไปรับงานต่างจังหวัด เขาอยู่กับฉัน ทั้งวันทั้งคืน'

"อะ โอ๊ย" เสียงร้องของคนที่เธอขึ้นคร่อมร่างไว้นั้นดังขึ้นทันทีที่มือของเธอขยุ้มผมของเขาแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว พร้อมกับสะโพกสวยที่ขยับไหวเร่งเร้าหนักหน่วงขึ้นจากแรงป่วนในอารมณ์ทั้งหมด และในจังหวะเดียวกันนั้น แก่นกายในตัวเธอกระตุกสองสามครั้งก่อนที่จะระเบิดออกมาอย่างทะลักทะลาย เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เธอเห็นภาพเขาซ้อนกับสามีที่กำลังเริงรักกับหญิงชั่วคนอื่น

ร่างกายเธอกระตุกเฮือกทันที ร่างใหญ่ของชายหนุ่มอ่อนแรงลงและยังนั่งหลับตานิ่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้น หญิงสาวยังปล่อยให้เขาอ่อนแรงลงในร่างกายของเธอ แต่กล้ามเนื้อทั่วร่างของเธอกลับเกร็งเขม็งขึ้นมาฉับพลัน

"เป็นอะไร... " เขาเผยอเปลือกตาขึ้นช้าๆ เมื่อรู้สึกได้ถึงอาการนั้นจากคนที่ยังคร่อมตัวเขาอยู่

"คุณทำอย่างนั้นทำไม... คุณทำทำไม... " เธอเอ่ยถามเขาด้วยสีหน้าปวดร้าว และยังพร่ำถามคำเดิมๆ อยู่อย่างนั้นจนเขางงงวย

"ก็ครูไม่ได้ห้ามผม เรามีความสุขร่วมกัน ทำไมล่ะ"

"ไม่... คุณทำอย่างนั้นกับฉันไม่ได้ ทำไม่ได้" แววตาของเธอเข้มข้นเอาเรื่องมากขึ้นทุกทีแม้น้ำตาที่หัวตาจะเริ่มกลั่นออกมา มือที่ยังจิกผมเขาอยู่กำแน่นขึ้นจนเขาร้องโอยขึ้นมาอีกครั้ง

"คุณทำไม่ได้ ทำไม่ได้!" เกินกว่าที่เขาจะทันได้คิดอะไรออก เสียงแหบพร่าของเธอกลับแผดสนั่นพร้อมกับมือที่จิกแน่นนั้นจับหัวเขากระแทกกับผนังที่เขาพิงอยู่อย่างแรง และมันก็ไม่จบแค่นั้น ปากที่พร่ำพูดของเธอเร็วระรัวขึ้นเรื่อยๆ ตามแรงกระแทกศีรษะในมือกับผนังห้องสีขาว และเสียงร้องโหยหวนดิ้นรนของครูพละหนุ่มที่อ่อนแรงนั้นก็ค่อยๆ เงียบหายไป พร้อมกับผนังสีขาวที่ตอนนี้ถูกอาบไปด้วยสีแดงของเลือดข้นทะลักจากศีรษะของเขา

น้ำตาใสๆ อาบแก้มนวลทั้งสองข้าง เธอค่อยๆ ยืดตัวลุกขึ้นจากร่างที่นั่งนิ่งไม่ไหวติง เธอหยิบชั้นในขึ้นมาสวมช้าๆ เสื้อสีขาวถูกติดกระดุมทีละเม็ดด้วยสีหน้าเหม่อลอย ผมถูกรวบม้วนขึ้นเป็นมวยหลวมอีกครั้ง เธอหันไปมองร่างที่ไม่ไหวติงนั้นด้วยแววตาว่างเปล่า ก่อนที่จะค่อยๆ เดินออกไปช้าๆ พร้อมปากช้ำบวมเจ่อจากแรงบดขยี้ก่อนหน้านี้กำลังพึมพำอะไรบางอย่าง

"ครองรักกันชั่วนิรันดร..."




รถยุโรปคันสวยขัดเงามันปลาบถอยเข้าโรงรถอย่างระมัดระวัง ชายหนุ่มที่มีรูปเป็นทรัพย์ก้าวขาลงมาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบขนาดย่อม เสียงผิวปากดังแผ่วๆ แม้จะเดินก้าวเข้ามาในตัวบ้านแล้วก็ตาม

ความเงียบผิดปกติในตัวบ้านที่ปกติศรีภรรยาที่แสนดีแต่เขามองว่าแสนจะจืดชืดนั้นจะมายืนยิ้มรับเขาทุกครั้งที่กลับบ้าน ทำให้เขาขมวดคิ้ว ถึงแม้เขาจะรำคาญแค่ไหน เขาก็ต้องทำดีกับเธอเข้าไว้เพราะเกรงใจทางผู้ใหญ่ของเธอที่มีอิทธิพลกับทางครอบครัวเขาอยู่ไม่น้อย ส่วนเรื่องที่เขาเพิ่งเห็นข้อความระบุสายที่ไม่ได้รับกว่าร้อยสายจากภรรยาของเขาหลังจากเปิดเครื่องนั้นก็ไว้ค่อยเคลียร์กันภายหลัง

"คุณ... คุณอยู่หรือเปล่า" เขาตะโกนถามเสียงดังก้องบ้านหลังไม่เล็กไม่ใหญ่ และเสียงปิดประตูจากห้องด้านบนก็เป็นการตอบรับได้ดีว่าภรรยาเขาอยู่ที่ห้องนอนชั้นบน

เขายักไหล่ไม่ใส่ใจหนึ่งทีก่อนที่จะลากเอากระเป๋าเดินทางขึ้นไปบนห้อง ภรรยาที่แสนดีของเขามีหน้าที่ต้องรื้อกระเป๋าและจัดการกับเสื้อผ้าเหล่านี้ ส่วนหน้าที่อย่างอื่นสำหรับ'เมีย' นั้น เขาได้รับเพียงพอแล้วจากผู้หญิงอีกคน

แต่ทว่าทันทีที่เขาเปิดประตูห้องเข้าไป เขาก็ต้องชะงักในทันทีที่เห็นภรรยาของตัวเองในชุดนอนบางเบา และสามารถเห็นได้ชัดเจนจากแสงโคมไฟที่ส่องผ่านเนื้อผ้าบางเบานั้นว่าข้างในไม่มีอาภรณ์ชิ้นใดอีกเลย

"คุณกลับมาแล้วหรือคะ" ร่างของภรรยาเขาเดินนวยนาดช้าๆ เข้ามาหาพร้อมกับสองแขนที่โอบรอบคอเขาอย่างออดอ้อน แววตาฉ่ำปรือบ่งบอกอารมณ์พิศวาสทำให้เขาอึ้งไปชั่วขณะ

"กลับมาอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหมคะ" เธอย้ำอีกครั้งและโน้มคอสามีลงมาจูบแผ่วเบาที่ริมฝีปาก ทีแรกขืนตัวแต่พอภรรยาของเขาพยายามเกลี้ยกล่อมด้วยแรงกดที่หนักขึ้นเขาก็ปล่อยตัวตามเธอไป อย่างไรเสียนี่ก็เมียเขา หากเธอมีความต้องการขึ้นมาสามีอย่างเขาก็พอจะหยิบยื่นให้ได้อยู่หรอก

อันที่จริงเธอออกจะทำให้เขาประหลาดใจอยู่มากโขด้วยซ้ำ เมื่อคนที่เป็นฝ่ายรุกเร้าเป็นตัวเธอเสียเอง โดยปกติแล้วเขาต่างหากที่ต้องเป็นคนเรียกร้องเวลาต้องการตัวเธอขึ้นมา แต่ครั้งนี้เธอกลับจุดไฟนั้นขึ้นมาเสียเอง ทั้งปาก ลิ้น และการลูบไล้สัมผัสของเธอก็สามารถกระพือโหมเอาไฟในตัวเขาขึ้นมาได้ไม่ยากเย็น

เขาลงนอนนิ่งอยู่บนเตียงนุ่ม นึกสนุกที่จู่ๆ ภรรยาที่น่าเบื่อก็เกิดจะเป็นฝ่ายรุกขึ้นมา เขาปล่อยให้เธอถอดเสื้อผ้าทุกชิ้นออกจากร่างกายเขา และรอดูเธอค่อยๆ ไต่ขึ้นมาอยู่บนตัวเขา ลากไล้ริมฝีปากไปทั่วแผงอก หน้าท้องแน่น เสมือนจะลิ้มรสร่างกายของเขาดั่งอมยิ้มแสนหวาน และไม่เว้นแม้แต่ท่อนกายเบื้องล่างที่ถูกปลุกเร้าให้แข็งเครียดขึ้นมาจากมือและลิ้นของภรรยาที่เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าเธอจะทำได้

"อา... " เขาครางออกมาแผ่วเบาเมื่อโคนแท่งกายของเขาถูกครอบครองหมดมิดจากปากและลิ้นที่ลากไล้ไปทั้งผิวเนื้ออ่อนนุ่ม ส่วนปลายเต่งตึงถูกลิ้นอุ่นเปียกชื้นไล้วนพร้อมทั้งดูดดึงจนร่างเขาสะท้านไหว

"คุณคะ... " เธอผงกหัวขึ้นมาเรียกเขาที่ตาปรือกับแรงอารมณ์ และเขาก็ทำได้เพียงขานรับในลำคอ

"คุณจะอยู่กับฉันตลอดไปใช่ไหมคะ" และการส่งเสียงอือออในลำคอของเขาก็เป็นคำตอบให้เธอโดยที่เขาเองก็ไม่คิดรู้ว่าเธอจะถามเพื่ออะไร

"จะครองรักกัน ชั่วนิจนิรันดรใช่ไหมคะ"

"นิรันดร... อืม... "

เธอยิ้มหวานให้แก่เขาแล้วค่อยๆ ละปากและลิ้นออกจากแท่งไอศกรีมตรงหน้า ขยับตัวขึ้นมาสูงและลากไล้มือเข้าไปใต้หมอน สบตาสามีที่ยังคงมึนงงจากความเย็นเยียบของร่างกายส่วนนั้นที่ถูกปล่อยออกมาจากความอุ่นซ่านของปากภรรยา มันยังตั้งตรงรอการปรนนิบัติจากภรรยาของเขาอยู่

"คุณจะอยู่กับฉัน... ชั่วนิจนิรันดร... " สิ้นเสียงของเธอพลันเสียงวัตถุที่มีความคมอย่างหนึ่งก็แหวกอากาศเข้าเฉือนชิ้นเนื้อดังฉับ เลือดสีแดงฉานพุ่งกระจายออกมารดร่างของเธอ ในขณะที่สามีของเธอนั้นค่อยคลายปลายนิ้วมือและนิ้วเท้าที่เกร็งแน่น... ตาเบิกโพลงและเสียงที่เปล่งออกมาจากลำคอเป็นเสมือนเพียงเสียงสำลักเท่านั้น ร่างเปลือยเปล่าบนเตียงกระตุกอยู่เพียงสองสามครั้งก็หยุดการเคลื่อนไหว

เธอค่อยๆ ถอยลงมาจากกลางเตียงที่ชุ่มโชกไปด้วยสีแดงฉานและลิ่มเลือด ใบหน้าที่ถูกอาบด้วยเลือดสดๆ ยิ้มอย่างมีความสุข เสียงมีดทำครัวคมกริบตกกระทบพื้นดังตุบ อ้อมแขนของเธอกำลังโอบกอดสิ่งที่เธอรักและหวงแหนยิ่งนัก

เธอลงนั่งที่ปลายเตียง มือโอบกอดชิ้นส่วนของสามีเธอไว้กับอกแน่น ร่างสีแดงฉานของเธอโยกไกวช้าๆ และปากเธอก็ยังพึมพำด้วยเนื้อความที่ว่า มันจะอยู่กับเธอไปตลอดชีวิต ไม่มีทางที่ใครจะพรากจากมันไปได้ เพราะมันจะอยู่กับเธอ ตลอดไป...

"ใช่... เราจะครองรักกันชั่วนิจนิรันดร"


***************************************


THE END




 

Create Date : 08 ธันวาคม 2551
8 comments
Last Update : 8 ธันวาคม 2551 3:55:59 น.
Counter : 860 Pageviews.

 

โห.......หวาดเสียวจังเลยค่ะ คุณเบสต์

 

โดย: teansri 8 ธันวาคม 2551 7:20:22 น.  

 

เอ่อ...เจ๊สาธฯ
โหดมาก

ชักจะน่ากลัวขึ้นทุกวันนะเราน่ะ

 

โดย: ชญาลี 9 ธันวาคม 2551 21:29:23 น.  

 

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ตกใจ สยอง แว้ก ตกลงเจ๊สาเขียนแนวไหนแน่ครับเนี่ย

แว้กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

 

โดย: คุณพีทคุง ณ (ลายปากกา ) 16 ธันวาคม 2551 20:41:16 น.  

 

แวะมาส่งการ์ดพิมุขสุดที่รักครับ สุขสันติปีใหม่นะครับพิมุข คิดถึงผมบ้างนะ จุ๊บๆ

NewYearCard2552.jpg

 

โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) 29 ธันวาคม 2551 18:57:08 น.  

 

ดุจริง ๆ นะนี่ สองสามวันนี้อาจแต่เรื่องโหด ๆ เลือดสาดอ่ะ หงือ หงือ

 

โดย: พรายทราย 9 มกราคม 2552 20:25:45 น.  

 

เจ๊สาชอบแบบสาดๆ มั้งครับพี่อ้อ

 

โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) 16 มกราคม 2552 20:29:34 น.  

 

สบายดีไหมครับมาทักทายครับ ขอเป็นมิตรด้วยคนครับผม
ชอบบล็อกนี้จัง เป็นกำลังใจให้ครับ

 

โดย: ปฐพีหอม 26 สิงหาคม 2552 16:56:38 น.  

 

ไหนๆ บล็อกก็ยังเปิดอยู่ เลยมาแปะบัตรซ้า


ลายปากกา

แค่ก้อนหินที่อยากบินได้

เฒ่าสายลับ

ธาร นาวา

น้ำตาค้างฟ้า

Bellbomb

BestChild

ปลายอ้อย

พรายทราย

เหมือนพระจันทร์

พิญาดา

วรบรรณ

พิธันดร

 

โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) 11 มกราคม 2553 13:08:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


สาธกา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]








~ สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ~

ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิดโดยนำข้อความทั้งหมด หรือส่วนหนึ่ง
ส่วนใดใน Blogไปเผยแพร่โดยมิได้รับอนุญาติจากเจ้าของ
Blog เป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่
กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด


Free Counter
Free Counter
Friends' blogs
[Add สาธกา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.