Freedom of my heart.
 

ขอกำลังใจให้ตัวเอง..

พักหลังๆ มาเห็นข่าวคนฆ่าตัวตายเพราะพลาดหลักสูตรที่อยากเรียนบ้างล่ะ สอบไม่ติดบ้างล่ะ คะแนนไม่ถึงบ้างล่ะ ต่างๆ นานา เราก็พลอยรู้สึกหดหู่ไปด้วยเหมือนกัน ไม่เข้าใจว่าทำไมกับแค่พลาดหวังในเรื่องเรียนถึงต้องทำลายชีวิตที่พ่อแม่ให้กำเนิดและเลี้ยงดูมาด้วยความยากลำบากด้วย

อย่างเราเอง เรียนมาก็น้อยนิด กว่าจะโตมาได้ ต้องอาศัยทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย ปัจจุบันก็ยังเป็นแค่ชนชั้นแรงงานธรรมดาสามัญทั่วๆ ไป ไม่ได้ฟุ้งเฟ้อเลิศหรูอลังการงานสร้างเหมือนใครๆ

ถึงอย่างนั้นเราก็ยังไม่เคยคิดฆ่าตัวตาย... ไม่สิ เคยคิด แต่ก็ไม่เคยทำ เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็กว่าชีวิตๆ หนึ่งจะโตมาจนถึงปูนนี้ ผ่านอุปสรรคเบาๆ มาก็มากมาย เรายังมีความรู้สึกเสียดายอยู่ เพราะยังใช้ชีวิตไม่คุ้มเลย เรื่องอะไรจะต้องรีบตายแล้วไปเกิดใหม่ให้ลำบากคนอื่นอีกล่ะ

อีกอย่าง ในความคิดของเรา บางครั้ง ใบวุฒิจากสถานศึกษาที่เราอยากได้นักหนานั้น มันก็ไม่ได้ช่วยให้เราเป็นคนเต็มคนขึ้นมาหรอก ถ้าเรายังขาดความเป็นคนอยู่

ใครจะรับประกันได้ว่าคนที่จบปริญญาเอกจากเมืองนอก จะไม่กลายฆาตกรโรคจิตฆ่าข่มขืน ใครจะรับประกันได้ว่าคนที่จบดอกเตอร์ปริญญาเกียรตินิยมกิตติมศักดิ์จะไม่เคยทำร้ายใคร แล้วใครจะยืนยันได้ว่าคนที่ไม่ได้เรียนหนังสือแม้แต่ตัวเดียว จะไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต เป็นอภิอัครมหาเศรษฐี

ชีวิตคนเรามันไม่แน่ไม่นอน ถ้าคุณมีความพยายามมากพอ ขยันหมั่นเพียรมากพอ แม้คุณจะพลาดหวังจากมหาวิทยาลัยนั้น แต่ก็ไม่ได้หมายถึงคุณจะไม่ได้จบปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากอีกมหาวิทยาลัยนี่นา

ถ้าคุณมุ่งมั่นมากพอ

เราก็ได้แต่หดหู่ไปเป็นพักๆ แหละนะ และเพราะอารมณ์เหงาๆ เศร้าๆ เราก็เลยต้องให้กำลังใจตัวเองสักนิดหนึ่ง

เส้นทาง..ขวากหนาม..ขวางกั้น
บากบั่น..ฟันฝ่า..สู่จุดหมาย
หนทาง..ลำบาก..ยากฝ่าไป
มุ่งมั่น.. เข้าไว้..เต็มกำลัง

ชีวิต..ไม่สิ้น..ต้องดิ้นต่อ
หากท้อ..หมดสิ้น...ความหวัง
พ่อแม่..เฝ้ารอ...เป็นพลัง
หากพลั้ง..พลาดผิด..คงเสียใจ

หากทาง..ยากฝ่า..ก้าวข้าม
พยายาม..ยังพ่าย...ดิ้นไม่ไหว
หนทาง..เส้นอื่น..มีให้ไขว่
เปลี่ยนทาง..สายใหม่..เส้นชัยเดิม


ใช่.. ในเมื่อเส้นทางเส้นแรกเราก้าวเดินไม่ผ่าน ฝ่าฟันไม่ได้ แล้วทำไมเราไม่ลองหาเส้นทางสายใหม่ให้ก้าวเดินล่ะ

ถ้าเรามีจุดมุ่งหมายที่เราตั้งใจเอาไว้ ต่อให้เปลี่ยนเป็นก้าวเดินในเส้นทางสายอื่น เราก็ยังก้าวสู่เป้าหมายของเราได้อย่างแน่นอน

ถ้าเราตั้งใจ.




 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2552 23:10:58 น.
Counter : 138 Pageviews.  

[ถก] เคยคิดไหมว่าการแต่งนิยายน่ะมันยาก

หุๆ เปิดประเด็นมาก็ชวนถกกันเลย ไม่รู้จะมีคนสนใจหรือเปล่า เอาเป็นว่า ใครกำลังคิดจะแต่งนิยายก็เข้ามาเม้าท์กันได้นะงิ

เริ่มจากการแต่งนิยายก่อนเลย

สำหรับคนที่เป็นนักอ่าน บางครั้ง การอ่านงานและจับผิดคนอื่น มันง่ายกว่าจะมานั่งเขียนเอง เรียบเรียงเอง แม้ว่าบางครั้ง เราจะมีจินตนาการอยู่เต็มหัว ฟุ้งซ่านได้ที่ แต่การจะนำภาพเหล่านั้นมาร้อยเรียงเป็นตัวอักษร มันยากกว่ายาก!

ไม่รู้สินะ สำหรับเราเอง การแต่งนิยาย มันก็ยากพอๆ กับการนั่งวิจารณ์แบบเจาะลึกนั่นแหละ ถ้าอ่านนิยายแค่ผิวเผิน เราก็รู้แค่ โอเค เรื่องนี้สนุก เรื่องนี้ไม่สนุก ฉากนั้นทำไมไม่เป็นแบบนั้น ฉากนี้ทำไมไม่เป็นแบบนี้

บางครั้ง เราวิจารณ์คนอื่นท่านั้นท่านี้ แต่พออีกฝ่ายโยนมา เอ้า! บ่นนัก ไปแต่งเองสิฟะ เราก็กลับจ๋อยเด้งซะงั้นเลย เหอๆ

เพราะงั้น การจะวิจารณ์อะไรคนอื่น อย่างน้อยตัวเองต้องมีความสามารถพอที่จะแต่งให้ได้อย่างเขาเสียก่อน จริงไหม?

แล้วใครคิดมั่งว่านิยายแต่งง่าย?

สำหรับเรา มันก็แต่งยากพอๆ กับการนั่งอ่านจับผิดนิยายนั่นแหละ

เพราะ 1. เราไม่มีประสบการณ์ (ไม่ได้หมายถึงอย่างน้านนน กรุณาอย่าตีความลึก!) ในที่นี้เราหมายถึงประสบการณ์ตรงและจริง ไม่ว่าจะจากต้นตอ หรือผ่านตัวเอง ก็ในเมื่อเราคือคนธรรมดาคนหนึ่ง การจะแต่งนิยายที่มีตัวเอกเป็นมนุษย์ต่างดาวมันย่อมไม่สมจริงแน่นอน

2. สืบเนื่องมาจากข้อ 1. ก็ในเมื่อเราไม่มีประสบการณ์จริง ดังนั้น การจะเรียบเรียงจินตนาการให้มันออกมาสมจริงมากที่สุด มันย่อมเป็นไปได้ยาก เห็นด้วยไหม

3. การแต่งนิยาย.. ไม่ว่าจะธรรมดา หรือไม่ธรรมดา ย่อมต้องการรสชาติ แน่ล่ะ ไม่งั้นคุณแต่งมาแบบจืดๆ ชืดๆ คุณคิดว่าใครจะอ่าน อย่าว่าแต่คนอื่นเลย กระทั่งตัวคุณเอง กล้าพอจะอ่านงานของตัวเองหรือเปล่า (โฮ่.. นอกจากคุณหลงตัวเองนั่นแหละ)

4. ถ้าคุณแต่งนิยายได้ดี แล้วคุณแต่งจบหรือเปล่าล่ะ ฉึก! (อึก... ย.. อย่าไปสนใจธนูที่ปักหลังเรา... ช... ช่างมัน... อึก..) ก.. (สูดลมหายใจลึกๆ) การจะแต่งนิยายให้มันจบ ยากเสียยิ่งกว่ายาก... เพราะบางครั้งจินตนาการที่กว้างไกล จะทำให้เรามองเห็นเรื่องราวที่ทอดยาวไปเรื่อยๆ แบบไร้จุดหมาย...

เมื่อใดก็ตามที่ความคิดคุณหยุดชะงักลง ปล่อยวางปลายปากกาหรือปลายนิ้วที่ใช้กดคีย์บอร์ด เมื่อนั้น ถือว่าคุณได้สูญเสียอารมณ์ในการแต่งนิยายไปเสียแล้ว และสำหรับบางคนและบางครั้ง มันก็เป็นการยากเกินกว่าที่จะดึงมันกลับมาใหม่อีกครั้ง

ก็เมื่อในแต่ละวัน เราได้พบได้เจอประสบการณ์แปลกใหม่ อารมณ์เปลี่ยนแปร แล้วคุณคิดว่า เราจะสามารถกลับไปสร้างอารมณ์เดิมๆ ให้ต่อเนื่องจากจุดที่เราหยุดชะงักได้อย่างไร

สำหรับบางคนอาจจะง่ายแสนง่าย (เช่น นักเขียนมืออาชีพ) แต่สำหรับเราแล้ว มันยากเสียยิ่งกว่านั่งคุกเข่าตลอด 1 ชั่วโมงเสียอีก (เพราะอย่างน้อย 1 ชั่วโมงเราก็คงพอทำได้ - -")

5. นอกจากนี้ การเอาชนะอัตตาของตัวเองก็เป็นส่วนหนึ่งของความยาก

คุณรู้ไหมว่า บางครั้ง นักเขียนก็หลงตัวเอง เราไม่ได้หมายถึงใครทั้งสิ้น เพราะในที่นี้ เราจะยกตัวเองเป็นที่ตั้ง แน่นอนว่า เราเคยแต่งนิยาย ถึงจะเป็นแค่เรื่องสั้นๆ แต่อย่างน้อยก็มีคนชอบอ่าน (นั่นไง หลงตัวเองแล้วไหมล่ะ หุๆ)

การเอาชนะอัตตาของตัวเอง มันก็ยากพอๆ กันนั่นแหละ

คุณรู้ไหม ความยากลำบากที่กว่าจะแต่งนิยายได้ออกมาแต่ละเรื่อง มันทำให้นักเขียน มัวแต่ชื่นชมว่า ฉันเก่ง ฉันเลิศ จนลืมไปว่า เราชอบนิยายของตัวเอง ไม่ได้หมายถึงคนอื่นชอบตามไปด้วย

บางครั้ง นิยายของเราก็ย่อมมีจุดบกพร่อง เราว่า ไม่มีใครหรอกที่จะไม่มี มันขึ้นอยู่กับว่า คุณมีมากน้อยแค่ไหนต่างหาก

และเมื่อผลงานที่คุณแสนจะชื่นชอบ กลับถูกคนอื่นตำหนิติเตียนอย่างสาดเสียเทเสีย คุณคิดว่า คุณจะยอมรับโดยปริยาย หรือคุณจะชี้หน้าด่ากราดว่า เฮ้ย! เมิงอ่ะ แน่จริงเขียนให้ได้อย่างตูก่อนสิเฟ้ย แล้วค่อยมาด่ากัน!

หุๆ สำหรับเรา สงสัยจะเป็นอย่างหลังแหงเลย ก็อย่างว่า นิยายมันเกิดมาจากน้ำพักน้ำแรงและมันสมองของเรา อยู่ดีๆ มีคนอื่นมาบอกว่า เฮอะ ไม่เห็นสนุก ทำไมไม่แต่งอย่างนั้น ทำไมไม่แต่งอย่างนี้ คุณคิดว่า ใครจะไม่จี๊ด

แต่การเอาชนะอัตตา ยอมรับว่า งานของตัวเองมีจุดบกพร่อง และทำการแก้ไขปรับปรุง เพื่อให้งานออกมาดียิ่งกว่าเดิม นี่สิ จึงจะเรียกว่า นักเขียนที่แท้จริง

คุณอย่าได้พยายามเอาสีข้างเข้าถู (เพราะเราเคยทำมาแล้ว มันแสบมากมาย T^T) ต้องวางใจเป็นกลาง และพิจารณาจุดบกพร่องที่สายตาคนอื่นมองเห็น วิเคราะห์ว่า มันเป็นจุดอ่อน จุดด้อยของคุณหรือเปล่า

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณจำเป็นต้องคล้อยตามลมปากคนอื่นเสมอไป การแก้ไขปรับปรุงงานของตัวเอง มีเพียงตัวคุณเท่านั้นที่จะตัดสินใจ อย่าคิดเพียงแค่ เฮ้ย คนนั้นบอกว่า พระเอกฉันต้องไว้หนวดถึงจะแมน ฉันก็ต้องแต่งตามเค้าบอก นั่นไม่ใช่วัตถุประสงค์ที่เรากำลังบอก

ที่เราต้องการบอกก็คือ การเป็นตัวของตัวเองนั่นแหละ ดีที่สุดแล้ว อย่าคิดไปปรับเปลี่ยน หากมันไม่ทำให้เราเป็นเรา แต่หากมันทำให้เราดียิ่งๆ ขึ้นไป เราต้องพิจารณา ว่าควรเปลี่ยนไหม นั่นต่างหากล่ะ ถึงจะเรียกว่า เอาชนะอัตตาของตัวเองได้

ร่ายจบไป 5 ข้อแล้ว... คุณเห็นถึงความยากลำบากในการแต่งนิยายแล้วหรือยัง สำหรับเรา มันแน่นจุกอกเลยแหละ แต่ก็นะ เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณลองริเริ่มงานเขียนสักชิ้น คุณจะรู้สึกว่า มันช่างเหมือนกับยาเสพติดชนิดหนึ่ง เมื่อมีครั้งที่หนึ่งแล้ว ก็มักจะมีครั้งที่สอง ที่สาม ตามติดกันไปเรื่อยๆ

เพราะงานเขียนคือการระบายความรู้สึกนึกคิดของตัวคุณเอง มันทำให้คุณได้ปลดปล่อยความฟุ้งซ่านที่มีอยู่มากมาย เผยโฉมให้คนรอบข้างได้เชยชม และไม่ว่ามันจะดูดีหรือไม่ดีก็ตาม มันก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงตัวตนที่แท้จริงของคุณเอง จริงไหม?

ถ้าใครทนอ่านข้อความอันแสนล่องลอยของเราจนถึงบรรทัดนี้ได้ เราขอแสดงความขอบคุณจริงๆ ที่อย่างน้อยคุณก็ยังทนอ่านข้อความไร้สาระของเราได้ และหวังว่าคุณคงมีความคิดเห็นอันเป็นเอกลักษณ์ มาแลกเปลี่ยนกับเราบ้าง

และใครที่อ่าน 5 ข้อข้างต้นแล้ว เกิดความคิดที่จะเป็นมือใหม่หัดแต่ง เราก็ขอแสดงความยินดีและเอาใจช่วยคุณอย่างแน่นอนค่ะ!




 

Create Date : 15 มกราคม 2552    
Last Update : 15 มกราคม 2552 0:42:11 น.
Counter : 153 Pageviews.  

 
 

S[AtaN_[BeE
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add S[AtaN_[BeE's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com