Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2559
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
11 ธันวาคม 2559
 
All Blogs
 
โซ่รักสีรุ้ง บทที่ ๘ - ล่อลวง







ฝนเทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่ว เมฆดำทะมึนคลี่คลุมไปทั่วบริเวณ ยิ่งดึกสงัดเช่นนี้รอบด้านก็ยิ่งมืดมิด ถนนมีน้ำขังเป็นแอ่ง บรรดามอเตอร์ไซค์ต่างขับผ่านไปอย่างทุลักทุเล รถบางคันก็จอดแอบริมทางคงรอให้ฝนซาลงกว่านี้จึงออกเดินทางต่อ ถนนตลอดสายแม้มีแสงไฟข้างทางแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากนัก คนขับจึงต้องระมัดระวังและขับช้ากว่าปกติ แสงไฟหน้ารถสาดส่องฝ่าความมืด เห็นเพียงไฟท้ายของรถคันหน้าอยู่ไกลลิบ

“ขอโทษนะรุ้ง” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเสียใจอย่างจริงๆ จังๆ “พี่ตั้งใจจะส่งรุ้งกลับบ้านก่อนค่ำแท้ๆ แต่ไอ้เจ้าเพื่อนตัวดีมันก็ไม่ยอมให้กลับ หนำซ้ำรถยังมาติดๆ ดับๆ อีก” ว่าพลางเหลียวซ้ายมองขวาแล้วทอดถอนใจยาว “ดึกป่านนี้จะหาร้านซ่อมที่ไหนได้”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เป็นเหตุสุดวิสัยนี่คะ พี่กรไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย เมื่อกี้รุ้งก็โทร.บอกป้าพิศแล้ว เสียดายไม่ได้คุยกับคุณพ่อเพราะท่านเพิ่งบินไปญี่ปุ่นเมื่อตอนเย็นนี้เองค่ะ”

“อ้าว...แล้วถ้าท่านกลับมา รุ้งจะโดนดุไหม” น้ำเสียงของพนมกรเป็นกังวลชัดเจน ยามเขาหันมามองหล่อน แววตาที่ทอดมองมามีรอยครุ่นคิดหนักหน่วง

“ไม่หรอกค่ะ” หล่อนคลี่ยิ้มปลอบใจ แม้ในใจจะนึกหวั่นไม่น้อย “ไว้รุ้งเตี๊ยมกับป้าพิศก็ได้ค่ะ คุณพ่อไม่อยู่คงไม่รู้หรอกว่ารุ้งกลับกี่โมง”

                หากเป็นเมื่อก่อน สายรุ้งจะกล้าทำเช่นนี้หรือเปล่า...พนมกรนึกสงสัย

                เกือบสองปีที่รู้จักกันมา ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยออกนอกลู่นอกทาง ไม่เคยออกจากกฎระเบียบที่ผู้เป็นบิดาขีดเส้นกำหนดไว้เลยแม้แต่น้อย สายรุ้งเพิ่งจะเปลี่ยนไปหลังเรียนจบ เสมือนว่าหล่อนมีความคิดและความรู้สึกเป็นของตัวเองมากขึ้น ไม่ถึงขั้นเป็นเด็กใจแตก หากก็ ‘เกเร’ กว่าที่เคยเป็น เช่นกลับบ้านไม่ตรงเวลา หรือโกหกท่านสองสามครั้งเพื่อจะใช้เวลาอยู่กับเขาให้มากขึ้น...เป็นเพราะหล่อน ‘ติด’ เขาหรือเปล่า เขาไม่แน่ใจนัก อีกทั้งยังไม่คิดเข้าข้างตัวเอง

                พนมกรยกยิ้ม ก่อนมันจะเลือนหายไปเพียงชั่วพริบตา

“แย่จริง”

                สิ้นเสียงนั้น รถคันหรูที่เคยสมรรถภาพดีเยี่ยมมาตลอดกลับกระตุกรัวๆ สภาพเหมือนไปไม่ไหวเสียแล้ว

“เป็นเหมือนเมื่อกี้อีกแล้ว”

                เขาทำเสียงราวกับระอาและหงุดหงิด ก่อนจะตบไฟเลี้ยว พารถจอดเทียบริมทางเดินเท้า

                ถนนสายนั้นโล่งกว้าง มีรถผ่านมาน้อยคัน ค่อนข้างเปลี่ยวและวังเวงจนสายรุ้งเป็นกังวล

“รถเสียหรือคะ”

                เพียงชั่ววินาทีหลังถามจบ เครื่องยนต์ก็ดับสนิท...เป็นคำตอบให้กับหล่อนโดยที่พนมกรยังไม่ทันตอบด้วยซ้ำ

“เฮ้อ...” ชายหนุ่มถอนหายใจ พ่นลมออกจากปากอย่างหงุดหงิด แล้วทิ้งกายพิงเบาะรถอย่างแรง มืออีกข้างทุบพวงมาลัยเสียทีหนึ่ง บอกชัดว่าหงุดหงิดเสียเต็มประดา “วันนี้ซวยจริงๆ!! ไอ้รถบ้านี่ก็ดันมาเสียอะไรตอนนี้ก็ไม่รู้”

                ครั้นหันมามองหล่อน สีหน้าของเขาแสดงถึงความเสียใจไม่น้อย

“พี่ซ่อมรถไม่เป็นซะด้วย”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”

                หล่อนว่าพลางมองซ้ายขวา หน้าหลัง ใจชื้นขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าบริเวณนั้นไม่ได้เปลี่ยวอย่างที่คิด มีอาคารพาณิชย์สองสามแห่ง บ้านคนอีกสี่ห้าหลัง และโชคดีเหลือเกินที่มีโรงแรมเล็กๆ อยู่ไม่ห่างไปนัก แต่น่าเสียดายอยู่หน่อยที่ไม่มีร้านซ่อมรถแถวนี้เลยสักร้าน

“เดี๋ยวรุ้งโทร.พาน้าพันดีกว่าค่ะ เผื่อว่าน้าพันจะมารับได้”

                หล่อนล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพาย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนอุทานเบาๆ

“แย่จัง โทรศัพท์รุ้งแบตหมด ไม่มีแบตสำรองด้วยสิ ของพี่กรล่ะคะ”

                ยังถามไม่ทันจบประโยค คนถูกถามก็โชว์โทรศัพท์ในมือของตัวเอง

“แบตหมดเหมือนกันจ้ะ”

                สายรุ้งอ้าปากค้าง สีหน้ากังวลชัดเจน

“ถ้างั้น...จะทำยังไงดีคะ พี่กรมีแบตสำรองหรือที่ชาร์ตไหม ชาร์ตในรถได้หรือเปล่าคะ”

“ไม่ได้เอามาเลย ทั้งสายชาร์ตทั้งแบตสำรอง” เขาถอนหายใจอีกเฮือก “พี่ใช้ไม่ได้เลย พารุ้งมาลำบากแท้ๆ”

“อย่าว่าตัวเองแบบนั้นสิคะ” สายรุ้งมองไปรอบกาย กัดริมฝีปากอย่างชั่งใจ ก่อนเสนอว่า “เราพักแถวนี้ก่อนดีไหมคะ พรุ่งนี้เช้าค่อยหาร้านซ่อม”

                พนมกรหันไปมอง แล้วพยักหน้า

“ก็ดีเหมือนกันนะรุ้ง”

                เขาว่าก่อนถอดเสื้อสูทที่สวมอยู่ออก เอี้ยวตัวคลุมเสื้อนั้นลงบนศีรษะของหล่อน

“พี่ไม่มีร่ม ใช้เสื้อพี่ไปก่อนนะ” พูดจบก็รีบก้าวลงจากรถ เดินอ้อมไปอีกฝั่ง เปิดประตู รอให้หล่อนเดินลงมา

                สายรุ้งจับเสื้อของเขาด้วยสองมือ หนาวจนตั่วสั่นเมื่อก้าวออกจากรถ ฝนกระหน่ำลงมาจนเปียกปอนไปหมด แม้จะมีเสื้อคลุมอยู่ก็ไม่ช่วยอะไรมากนัก

“รีบไปเถอะ”

                เขาล็อกรถเรียบร้อย ก็โอบเอวหล่อนแล้วพาข้ามถนนไปอีกฝั่งหนึ่ง

                ในความมืด สายรุ้งไม่อาจมองเห็นสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมายมาด คาดหวัง ตื่นเต้น และสมใจ!

ดวงตาที่แสนอ่อนโยนและเป็นมิตรราวเทพบุตร บัดนี้ไม่ต่างอะไรจากปีศาจที่กำลังจะกลืนกินเหยื่อที่มันหมายปอง!





โรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมขนาดเล็ก สูงสี่ชั้น สภาพภายนอกแม้ไม่ทรุดโทรมแต่ก็พอมองออกว่าสร้างมานานแล้ว ภายในโรงแรมค่อนข้างเงียบเหงา ยามที่พนมกรกับสายรุ้งเดินผ่านประตูกระจกเลื่อนเข้าไปด้านในก็แทบไม่พบแขกที่มาพักเลยแม้แต่คนเดียว มีเพียงพนักงานต้อนรับสองคนที่แย้มยิ้มกว้างต้อนรับผู้มาเยือน

“ได้จองห้องไว้ก่อนไหมครับ”

                หลังจากทักทายสองสามประโยค พนักงานชายรูปร่างผอม ท่าทางอ้อนแอ้นก็เอ่ยถาม

“ไม่ได้จองครับ” พนมกรเป็นฝ่ายตอบพลางอธิบายเสริม “พอดีว่ารถผมเสียอยู่ด้านนอก เลยคิดจะค้างที่นี่สักคืนแล้วพรุ่งนี้ค่อยหาร้านซ่อมน่ะครับ”

“อ้อ...ครับ” พนักงานคนนั้นทำเสียงรับรู้ในลำคอ พลางกวาดตามองเขาและหล่อนสลับไปมาด้วยสีหน้าลังเลและเป็นกังวล จากนั้นทำท่าจะอ้าปากถาม พนมกรกลับแทรกขึ้นมาเสียก่อน

“ผมต้องการสองห้องครับ” พนักงานหนุ่มผู้นั้นสานสบสายตากับพนมกรชั่ววินาทีก่อนรับคำ

“ได้ครับ ขอเวลาผมเช็กห้องสักครู่นะครับ”

“แล้วแถวนี้มีร้านซ่อมรถไหมครับ อยู่ตรงไหนบ้าง ไกลหรือเปล่า”

“แถวนี้ไม่มีหรอกครับ คุณต้องขับไปอีกประมาณสิบกิโลถึงจะเจอ”

                สิ้นประโยคนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมา สีหน้าจืดเจื่อนอย่างเห็นได้ชัด

                “ต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะครับ ตอนนี้เหลือห้องว่างอยู่ห้องเดียวเองครับ”

                “เหลือห้องเดียวพนมกรอุทาน ขณะที่สายรุ้งหน้าถอดสีลงเล็กน้อย “อะไรกันคุณ ผมไม่เห็นว่าจะมีแขกมาพักที่นีสักคน” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ตีหน้าเคร่ง เหลียวซ้ายแลขวา “มันจะเหลือแค่ห้องเดียวได้ยังไง”

“ฝนตกหนักแบบนี้ ใครๆ ก็คงอยากอยู่แต่ในห้องน่ะครับ” พนักงานหนุ่มเอ่ยอย่างใจเย็น “แขกหลายท่านก็ยังไม่กลับ แล้ว...” ชายหนุ่มหลุบสายตามองจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า “วันนี้มีคนจองห้องเยอะกว่าปกติด้วยครับ ตอนนี้ก็เลยเหลืออยู่ห้องเดียว”

พนมกรถอนหายใจยาว เหลือบมองคนข้างกายด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“เอาไงดี” เขาแลบเลียริมฝีปาก ประกายบางอย่างสว่างวาบขึ้นมาในชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นหล่อนลังเล...เป็นความลังเลที่ทำให้เขาใจแป้วไม่น้อย หากสายรุ้งเลือกที่จะไปนอนในรถเล่า แผนที่เขาวางไว้ตั้งแต่ต้นก็ล้มไม่เป็นท่าน่ะสิ! ชายหนุ่มเหลือบมองพนักงานต้อนรับตรงหน้า พลางแลบเลียริมฝีปากแล้วพยักหน้า “ตกลงครับ ห้องเดียวก็ห้องเดียว”

พูดจบก็หันมาสบตาสายรุ้ง...มองสบอย่างตรงไปตรงมาเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาไม่มีเจตนาอื่นใดแอบแฝง

                “จะให้ไปนอนในรถคงไม่ไหว หรือจะเดินหาร้านซ่อมรถตอนนี้ก็คงไม่ได้ มันจำเป็นจริงๆ นะรุ้ง” เขาไล้หลังมือบนแก้มหล่อน ดวงตาทอดอ่อนโยน น้ำเสียงปลอบประโลมใจ “แค่คืนเดียวเอง”

“รุ้งเข้าใจค่ะ”

                สายรุ้งเอ่ยเสียงอุบอิบในลำคอ ไม่คัดค้าน ไม่โวยวาย แสดงถึงการยอมรับและเชื่อใจเขาอย่างที่สุด

                ...ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะตลอดเวลาที่คบกันมา เขาไม่เคยลวนลามหล่อนมากไปกว่าจูบ

...จูบแสนหวานที่มีความเร่าร้อนซุกซ่อนอยู่ในนั้น

                ...และเป็นการจูบแค่สองครั้งเท่านั้น ในระยะเวลาหนึ่งปี เขาจูบหล่อนแค่สองครั้ง เทียบกับสาวๆ คนอื่นที่เขาเคยคบด้วยนับว่าน้อยมาก...มากจนน่าใจหาย!

                สายรุ้งคงไม่คิดระแวงว่าเขาคิดจะ ‘รวบหัวรวบหาง’ ผูกมัดหล่อนให้เป็นของเขา ใช้ความสัมพันธ์ทางกายล่อลวงเด็กสาวแสนบริสุทธิ์ผู้นี้ให้ลุ่มหลงแต่เขา มอบหัวใจให้เขา และภักดีต่อเขาแต่เพียงผู้เดียว

                พนมกรเชื่อมั่นว่าหล่อนไม่มีชายอื่นในหัวใจ แต่ถ้าปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปนานกว่านี้ ใจของหล่อนอาจจะรวนเรหรือคิดนอกใจเขาไปหลงรักผู้ชายคนอื่นได้ เขาไม่อยากพลาด และไม่อยากรอ

‘รุ้งอยากขอเวลา...สักสามปีได้ไหมคะ’

หล่อนเคยพูดเช่นนั้นเมื่อยามเขาเอ่ยเรื่องการแต่งงาน

                ...สามปี...สำหรับหัวใจที่รุ่มร้อนของพนมกรแล้วนับว่านานเกินไป เขาไม่มีความอดทนมากขนาดนั้น หนทางเดียวที่จะทำให้สายรุ้งยอมแต่งงานกับเขาโดยเร็วที่สุด เขาคิดออกแต่เพียงวิธีเดียว

                พนมกรตื่นจากภวังค์เมื่อพนักงานหนุ่มผู้นั้นยื่นเอกสารให้กรอกพร้อมกับกุญแจห้องให้
“ชั้นสี่ ห้องสี่สองหกนะครับ”

                กรอกเอกสารและจ่ายค่ามัดจำห้องเรียบร้อย พนมกรก็ฉวยกุญแจแล้วโอบไหล่พาสายรุ้งเดินตรงไปยังลิฟต์ที่อยู่ทางด้านซ้ายของเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

เสื้อสูทที่เขาใช้คลุมร่างของหล่อนเปียกชุ่ม ตัวหล่อนเองก็เปียกไม่น้อย และคงหนาวมากเพราะหน้าหล่อนซีดไร้สีเลือด และตัวสั่นตลอดเวลา เขาเลื่อนมือขึ้นลงตรงต้นแขนหล่อนหวังช่วยให้หล่อนรู้สึกดีขึ้น

“เดี๋ยวถึงห้องก็ได้ห่มผ้าอุ่นๆ แล้ว ทนหน่อยนะรุ้ง”

                เขากระซิบข้างหูหล่อน เสียงแผ่วเบาแหบพร่า ขณะที่มือโอบประคอง สัมผัสหล่อนอย่างไม่คลาดคลา

                สัมผัส...ที่ใช่เพียงทำให้หล่อนอุ่น หากเขายังหวังว่ามันจะทำให้แรงขับเคลื่อนตามธรรมชาติที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวหล่อนผุดพลุ่งขึ้นมาได้

                หล่อนตัวสั่นกว่าเดิม

                ...ไม่แน่ใจว่าเพราะความหนาว หรือกลัวเขากันแน่

                พนมกรลอบยิ้ม มุมปากยกเพียงน้อย สายรุ้งเอาแต่ก้มหน้าจึงไม่อาจมองเห็น หรือถ้าหล่อนมองเขา รอยยิ้มนั้นก็น้อยนิดเสียจนหล่อนคงไม่สังเกต

                เด็กหนอเด็ก...หล่อนเด็กกว่าเขากี่ปีกันนะ ถึงสิบปีหรือเปล่าหนอ?

คิดมาถึงตรงนี้เขาก็อดขำไม่ได้...นี่เขากำลังล่อลวงเด็กหรือ

                เด็ก...ที่เพิ่งโตเป็นสาวได้ไม่นาน ยิ่งเป็นสายรุ้งด้วยแล้ว แม้ว่าหล่อนจะเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วแต่เขากลับรู้สึกเหมือนหล่อนเพิ่งจะสิบเจ็ดสิบแปดเท่านั้น

                เถอะ!...ล่อลวงแล้วอย่างไร ใช่ว่าจะไม่รับผิดชอบเสียเมื่อไร

                เขาน่ะ...ตั้งใจจะแต่งงานกับหล่อนอยู่แล้ว เพียงแค่ทำให้มันเกิดขึ้นเร็วหน่อยเท่านั้นเอง

                แม้เขาจะใช้วิธีสกปรกไปสักหน่อย หากก็ไม่ได้เลวทรามอย่างผู้ร้ายคดีฆ่าข่มขืนสักหน่อยนี่นะ

                เขาตั้งใจจะใช้เสน่ห์ของตัวเองทำให้หล่อนลุ่มหลงจนลืมตัวชั่วครู่ชั่วยาม ไม่ได้คิดข่มขืน ไม่ได้คิดทำร้าย ตรงกันข้าม เขาจะทะนุถนอมหล่อน งัดเอาประสบการณ์และความช่ำชองของตนเองมาปรนเปรอหล่อน ทำให้หล่อนครวญครางอย่างเป็นสุข...สุขจนแทบขาดใจตายกับประสบการณ์ครั้งแรก

                 พนมกรมั่นใจว่าสายรุ้งไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน หล่อนบริสุทธิ์ผุดผ่องและไร้เดียงสา...ง่ายต่อการให้เขาชักจูง ล่อหลอกให้ลุ่มหลงต่อความปรารถนาในส่วนลึก

เขารอมานาน...นานจนเกินไป ถึงเวลาแล้วที่เขาต้องตักตวงจากหล่อน

                ทำให้หล่อน...เป็นของเขาโดยสมบูรณ์ และหลังจากนั้นเขาจะได้แต่งงานกับหล่อน ได้เกี่ยวดองกับนาฏยรัตย์อย่างที่วาดหวัง!

อีกนิดเดียว...ปลายทางที่เขาหวังอยู่เพียงแค่มือเอื้อม

แค่ทำให้หล่อนเป็นของเขา...ไม่ว่าจะเกิดจากความรัก ความใคร่ ความทะเยอทะยาน หรือความละโมบในใจเขา เขาก็ไม่สนใจ เขาสนใจแต่ปลายทางของมันเท่านั้น!


หนทางช่างราบรื่น ไม่มีอุปสรรคเลยแม้แต่นิดเดียว...

                แน่ละ...หากไม่ใช่เพราะเขาวางแผนไว้ล่วงหน้า ทุกอย่างจะง่ายดายเพียงนี้หรือ

                เขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าวันนี้คุณดิลกต้องบินไปญี่ปุ่น หนทางน่าจะสะดวกมากมายหากเขาสร้างสถานการณ์ให้สายรุ้งอยู่กับเขาสองต่อสอง

                แผนการวันนี้เริ่มจากการชวนหล่อนมาหัวหินเพื่อจะได้อยู่ด้วยกันสองต่อสอง แอบเปลี่ยนแบตโทรศัพท์ของหล่อน ...จากที่มีเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์จจึงเหลืออยู่ไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ จากนั้นก็หาโอกาสโทร.สั่งการคนของเขาให้เตรียมทุกอย่างให้พร้อม

                ...พนักงานต้อนรับสองคนนั้นได้ ‘ค่าแรง’ และ ‘ค่าปิดปาก’ ไปไม่น้อย ถึงได้ดำเนินการตามแผนอย่างแนบเนียน

                ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี พนมกรพรูลมออกจากปากอย่างเบาใจเมื่อไขกุญแจเปิดห้องพักสี่สองหก เขาโอบไหล่ประคองคนข้างตัวอย่างระมัดระวังและทะนุถนอม มือของเขาเย็นชืด ใจของเขาเต้นแรง อากาศหนาวเหน็บ แต่ไรผมและแผ่นหลังของเขากลับมีเหงื่อซึม

                พนมกรยอมรับว่าตื่นเต้น...เป็นความตื่นเต้นที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าตนเองจะรู้สึกประหนึ่งว่าเพิ่งจะแตกเนื้อหนุ่ม...รุ่มร้อน ตื่นตัว หวาดหวั่น กริ่งเกรง และลิ้มลองจนตัวสั่น เป็นความรู้สึกสมัยที่เขากำลังจะมีประสบการณ์ครั้งแรกกับสาวสักคน ความรู้สึกนั้นย้อนกลับมาอีกครั้งในวัยที่เกินเลขสามมาสักพักแล้ว เรียกได้ว่าเขาไม่ใช่ ‘มือใหม่’ ในเรื่องนี้ ทว่า...กับผู้หญิงแบบสายรุ้ง เขากลับรู้สึกต่างออกไป เป็นเพราะหล่อนบริสุทธิ์งั้นหรือ เขาตื่นเต้นที่จะได้เป็นคนแรกของหล่อนหรืออย่างไร

                เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ และพนมกรเองก็ไม่อยากเสียเวลาคิดให้ปวดหัวเสียเปล่าๆ

                หลังจากเปิดไฟในห้องและกดปุ่มให้เครื่องปรับอากาศทำงานแล้ว เขาก็ประคองหล่อนให้นั่งลงตรงปลายเตียงซึ่งมีอยู่เตียงเดียว ไม่ใช่เตียงคู่แบบที่สายรุ้งคิด เห็นดังนั้น...นอกจากใบหน้าที่ถอดสีแล้ว แววตาหล่อนยิ่งเป็นกังวล

“คืนนี้พี่คงต้องนอน...” พนมกรเดาออกว่าหล่อนรู้สึกเช่นไรจึงเหลียวซ้ายแลขวาสำรวจไปรอบห้องก่อนไหวไหล่ ทอดถอนใจเล็กน้อย “บนพื้นแล้วละ”

“จะดีหรือคะ พี่กรลำบากแย่เลย ดึกๆ น่าจะหนาวด้วย”

                “ไม่เป็นไรหรอกรุ้ง พี่น่ะทนแดดทนหนาวจะตาย นอนพื้นแค่นี้ก็ไม่ลำบากอะไรหรอก เมื่อก่อนตอนที่พี่อยู่ห้องเช่าก็นอนพื้นแข็งๆ แบบนี้แหละ”

                ดวงตากลมโตอ่อนแสงลง ความกังวลปลิดปลิวหาย ความระแวดระวังก็ลดทอนลงเสียเกือบครึ่ง เหลือเพียงแต่ความเห็นอกเห็นใจกึ่งสงสาร

                ความจริงแล้วพนมกรไม่ชอบความรู้สึกนี้ เขาไม่ชอบให้ใครอื่นมองเขาอย่างเวทนา ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่เคยเล่าชีวิตที่แสนลำบากยากเข็ญในวัยเด็กให้ใครฟัง น้อยคนนักที่รู้เรื่องนี้...นอกจากเพื่อนที่ชื่อตรีทศ ก็มีสายรุ้งอีกคนที่เขาเล่าความทรงจำในหนหลังให้ฟังโดยมีคิดปิดบัง

                เขาไม่เคยถามตัวเองว่าเหตุใดจึงเล่าให้หล่อนฟังทุกซอกทุกมุมของชีวิต ทั้งเรื่องที่มารดาบังเกิดเกล้าทิ้งบิดาและเขาไปแต่งงานกับเศรษฐี หนี้สินมหาศาลที่ทำให้เขาและบิดาต้องระเห็จไปอยู่บ้านเช่าแถวชุมชนแออัดแห่งหนึ่ง เรื่องที่ต้องอดมื้อกินมื้อ หรือต้องกินข้าวกับปลาทูเค็มให้ได้ทั้งอาทิตย์ เขาก็เล่าจนหมดเปลือก

                กับผู้หญิงคนอื่น เขาไม่คิดจะเล่า ไม่คิดถึงวันวานอันรันทดนั้นเลยด้วยซ้ำ แต่กับสายรุ้ง...เขากลับเปิดปากโพล่งมันออกมาอย่างไม่รู้สึกกดดันใดๆ...ทำไมจึงรู้สึกเช่นนั้น จนป่านนี้พนมกรก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้

“ไม่ได้หรอกค่ะ รุ้งไม่ยอมให้พี่กรนอนบนพื้นแน่ๆ”

                หญิงสาวเหลียวไปมองเตียง เม้มปากเล็กน้อย แล้วกลั้นใจเอ่ย

“นอนด้วยกันบนเตียงเถอะค่ะ”

พนมกรหลุบสายตาลง ซุกซ่อนความสมใจเอาไว้ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มบางๆ ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธคำของหล่อน

“รุ้งคงหนาวแย่แล้ว รีบไปอาบน้ำเถอะ”

“อาบน้ำ

“อื้ม” เขาว่าพลางเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบเสื้อคลุมตัวยาวสีขาวออกมาชูให้หล่อนดู “อาบน้ำแล้วสวมเสื้อคลุมซะ พี่จะไม่ยอมให้รุ้งนอนทั้งที่ยังสวมชุดเปียกๆ นั่นหรอกนะ”

“ตะ...แต่ว่า...”

                เขาไม่รอฟังคำปฏิเสธของหล่อน คว้าผ้าเช็ดตัวและเสื้อคลุมเดินดุ่มเข้าไปหาหล่อน ดึงตัวหล่อนให้ลุกยืน แล้วทั้งจูงทั้งลากไปยังห้องน้ำ

“รีบอาบซะ พี่จะได้อาบบ้าง” รุนหลังหล่อนเข้าไปในห้องน้ำได้ก็ดึงประตูปิด “พี่จะยืนเฝ้าอยู่ตรงนี้จนกว่ารุ้งจะยอมอาบ” ยื่นคำขาดเพียงครู่เดียว ก็แว่วเสียงใสๆ ดังเล็ดลอดออกมาจากด้านใน

“ก็ได้ค่ะ” เสียงของหล่อนมีความกระเง้ากระงอดเล็กน้อย “รุ้งอาบไม่นานหรอกค่ะ พี่กรรอแป๊บนะคะ”

“ต้องอย่างนี้สิ เด็กดีของพี่”

เมื่อหล่อนเชื่อฟัง เขาก็สาวเท้าจากมา ทรุดนั่งตรงปลายเตียง สองมือประสานกัน โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แววตาที่จับจ้องมองผนังห้องมีแววครุ่นคิดและมาดหมายเต็มเปี่ยม

ไม่ถึงห้านาทีสายรุ้งก็ออกจากห้องน้ำโดยสวมเสื้อคลุมสีขาว มือของหล่อนยกกอดอก สองตาหลุบต่ำ ไม่เหลือบแลมองเขาแม้สักเสี้ยววินาที

“พี่กรไปอาบได้แล้วค่ะ”

                เขารู้ว่าหล่อนกระดากอายจึงไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไร คว้าผ้าเช็ดตัวและเสื้อคลุมได้ก็ก้าวฉับๆ เข้าห้องน้ำไปทันควัน ล้างหน้าล้างตา อาบน้ำเสร็จสรรพในเวลาอันรวดเร็ว จากนั้นจึงคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันท่อนล่างตัวเองไว้ สองตาแลมองไปยังกระจกเบื้องหน้าก้อนก้มมองพื้นที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำ เพียงเสี้ยววินาทีดวงตาของเขาพลันเปล่งประกายวูบก่อนผู้เป็นเจ้าของจะทิ้งร่างลงบนพื้นพลางร้องตะโกนโอดโอย

                ไม่ถึงนาที เสียงใสๆ แสนร้อนรนก็ดังแทรกผ่านช่องประตูเข้ามาให้ได้ยิน

                “พี่กร! พี่กรคะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”

“ล้ม...พี่ล้มน่ะรุ้ง พื้นมันลื่นมากเลย”

“ตายจริง! เจ็บมากไหมคะ ลุกไหวหรือเปล่า”

“ไหวๆ” ตอบพลางลุกขึ้นยืน มือข้างหนึ่งคลำสะโพกตัวเองป้อยๆ ใบหน้าหล่อเหลาเหยเก

                ...เอาน่ะ! เจ็บตัวนิดหน่อยแลกกับผลที่ได้ก็นับว่าคุ้มน่า!

ชายหนุ่มรำพันกับตัวเอง พลางเอื้อมมือไปเปิดประตู




Create Date : 11 ธันวาคม 2559
Last Update : 11 ธันวาคม 2559 16:45:39 น. 1 comments
Counter : 720 Pageviews.

 
สวัสดีนะจ้ะ แวะมาเยี่ยมนะจ้าาา sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: สมาชิกหมายเลข 4057910 วันที่: 23 สิงหาคม 2560 เวลา:18:19:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

อรุณฉายที่ปลายฟ้า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]




เขียนไปตามใจฝัน
นามปากกา ศศิภา อรุณฉาย Aylin
ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนค่า ^_^










: Users Online
Friends' blogs
[Add อรุณฉายที่ปลายฟ้า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.