Laugh Lines

Laugh Lines

Caricaturing Painting in 19th - Century France
JULIA LANGBEIN



เล่มนี้เป็นหนังสือที่ทำให้เรานั่งขำจนปอดโยน หนังสือกล่าวถึงงานซาลอนของฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 19 งานซาลอนในที่นี้คือ งานแสดงภาพวาด
ทั้งศิลปินที่มีชื่อเสียงและศิลปินหน้าใหม่ แน่นอนหล่ะว่างานใหญ่ขนาดนี้สื่อมากันทุกแขนง เรียกได้ว่าเวทีใหญ่สุดในยุคนั้น ใครได้แขวนงานที่นี่  
ชีวิตเปลี่ยน ใครโดนเมินเงียบยาว มันไม่ใช่งานชิลๆ แต่เป็นงานที่คนดูแน่น
นักวิจาร์ณ์จ้อง คนดูพร้อมแซะ และการ์ตูนล้อเลียนพร้อมที่จะออกโรงแทบจะทันทีที่งานจบ

ภายในหนังสือประกอบไปด้วยภาพวาดที่โดนล้อเลียนในงานซาลอน 
มีหลายภาพมาก แต่เราคัดเฉพาะที่แซะได้แรงสุดมาให้ดูกันค่ะ 
ภาพที่เห็นคือการ์ตูนล้อเลียนภาพจริงในงานซาลอน เรียกว่าขยี้กันสุดๆ

ภาพแรกซ้ายมือ plate 39 คือภาพล้อเลียนโปสเตอร์โฆษณาเชิญชวนให้ไปงานซาลอน ภาพปกนี้เอาบรรยากาศงานซาลอนมาทำให้เว่อร์เกินจริง ทั้งท่าทางฮีโร่ องค์ประกอบอลังการ แต่ตั้งใจทำให้ดูเกินจนขำ เหมือนจะบอกว่า งานศิลปะจริงจังขนาดนี้ จำเป็นต้องจริงจังขนาดนั้นไหม

ภาพ plate 40 และ plate 41 บางชิ้นเอางานศิลปะมาทำให้ดูเหมือนของแปลก บางชิ้นก็ดูเหมือนศพในตู้โชว์




ภาพ plate 6 Prometheus ที่ควรจะยิ่งใหญ่ กลับถูกวาดให้ดูเกินจริงจนกลายเป็นตลก กล้ามแน่นเว่อร์ ท่าทางเหมือนจะล้มมากกว่าจะยืนอย่างสง่างาม เป็นมุกที่บอกว่า ต่อให้เป็นเรื่องยิ่งใหญ่แค่ไหน ถ้าวาดเว่อร์ไป คนก็หัวเราะได้เหมือนกัน

ภาพ plate 7 และ 8 คือภาพล่อเลียนคู่กัน ภาพหนึ่งคือความฝันอันสวยงาม เรียบร้อย เต็มไปด้วยร่างเปลือยงามตามแบบศิลปะ
อีกภาพคือการเอาฉากเดียวกันมาทำให้วุ่นวาย เสียงดัง และดูเหมือนงานรื่นเริงมากกว่างานศิลป์
มันเหมือนบอกว่าสิ่งที่ศิลปินคิดว่าสวย คนดูอาจจะคิดว่า “จริงจังไปไหม”



สรุปคือ สิ่งที่หนังสือบอกเราคือ ศิลปะในยุคนั้นไม่ได้ถูกนำมาวางบนหิ้ง 
มันอยู่ในมุก อยู่ในเสียงหัวเราะ และอยู่ในสายตาคนดูด้วย
ถ้าเป็นสมัยนี้ ภาพพวกนี้ก็คงไม่ต่างจากมีมในไทม์ไลน์เท่าไรค่ะ



Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2569
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2569 16:20:28 น. 5 comments
Counter : 361 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณกะว่าก๋า, คุณnewyorknurse


 
สิ่งที่ผมว่าน่าสนใจมากๆ
ในวัฒนธรรมศิลปะของเขา
คือการ "วิจารณ์" งานกันได้
ไม่ว่าจะผ่านการถกเถียง
ตำหนิ ล้อเลียน ไปจนถึงพูดตรงๆ

มันทำให้ตัวศิลปินเอง
ก็ได้เห็นมุมมองใหม่ๆที่ตัวเองอาจมองไม่เห็น

วัฒนธรรมในบ้านเรายังไม่มีแบบนี้นะครับ
เพราะถ้าใครล้อเลียนกันแบบนี้
อาจโดนโกรธเกลียดได้ง่ายๆเลย 555

งานซาลอนในยุคนั้น
ไม่แน่ใจว่าจะเหมือนการจัดงานเบียนนาเล่ในยุคนี้รึเปล่านะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:4:20:42 น.  

 
เท่าที่แซนเข้าใจ Biennale จะเปิดกว้างกับศิลปะหลายแขนงและเน้นแนวคิดร่วมสมัย
ส่วน Salon เป็นระบบนิทรรศการแบบดั้งเดิม มีกรอบการคัดเลือกชัด และเน้นจิตรกรรม–ประติมากรรมเป็นหลักค่ะ
แต่ที่แน่ ยุคนี้ไม่น่าแซะศิลปินกันได้แรงขนาดนั้นค่ะ


โดย: Sand Of Time วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:9:07:25 น.  

 
ใช่ครับ

ในบ้านเราวงการศิลปะวิจารณ์กันยากมาก
โดยเฉพาะถ้าศิลปืนรุ่นใหญ่ทำงานออกมา
หาคนกล้าวิจารณ์ได้น้อยมาก
ส่วนใหญ่ทำได้เพียงรีวิว หรือชื่นชม

น่าจะมีคนทำ Salon ในบ้านเราบ้าง
น่าจะสนุกดีครับ 555


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:3:11:31 น.  

 
คิดว่าถ้ามี salon ในบ้านเรา ตัวศิลปินไม่น่าเท่าไหร่ แต่แฟนคลับน่าจะตีกันแน่ค่ะ


โดย: Sand Of Time วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:11:56:16 น.  

 
555

นั่นน่ะสิครับ
FC ของศิลปินแต่ละคนน่าจะทะเลาะกันหนักเลย

อันนี้ไม่ใช่แค่ศิลปะแล้ว
ทุกวันนี้ดนตรี การเมือง ดาราก็เป็นนะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:6:30:34 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Sand Of Time
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ช่วงนี้อ่านข่าวมากกว่าอ่านหนังสือ
เลยขอพักรีวิวหนังสือก่อนนะคะ
ระหว่างนี้ขอลงรูปแทนค่ะ
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2569
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
10 กุมภาพันธ์ 2569
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Sand Of Time's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.