หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2563
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
31 พฤษภาคม 2563
 
All Blogs
 
หลง (ภาคสมบูรณ์) : สีฟ้า

เรื่อง : หลง ภาคสมบูรณ์
ผู้ขียน : สีฟ้า
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น
ปีที่พิมพ์ : 2506
สองเล่มจบ
(ปก “หลง” ฉบับพิมพ์ครั้งต่อมา โดยสำนักพิมพ์รวมสาส์น และฉบับพิมพ์ครั้งล่าสุด โดยสำนักพิมพ์ เพื่อนดี)


          เหตุการณ์ใน “หลง” ภาคหลังสงคราม เป็นเรื่องราวชีวิตของตัวละครเอกที่โลดแล่นภายหลังสิ้นสุดสงครามโลก และผลกระทบทางเศรษฐกิจต่างที่ตามมา ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่โดยสิ้นเชิง
          ++++++++++++++++
        หม่อมพิศ ซึ่งเป็นน้องสาวของเจ้าอภิรักษ์ภูธเรศก็เช่นกัน ในเวลานี้ พวกพ่อค้า ทำธุรกิจ ย่อมน่า “เห่อ” มากกว่า ผู้มีฐานันดรหรือตำแหน่งยศศักดิ์ ที่เริ่มลดบทบาทลง ตอนนี้ บุรุษที่น่าสนใจสำหรับ วิรงรอง หลานสาวของเธอจึงเป็นนายวิบูลเกียรติ อมรพงศ์ นักธุรกิจผู้เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของ เจ้าพระยาอภิรักษ์ ที่กำลังมาติดพันวิรงรองอยู่นั่นเอง

        “คุณวิบูลเกียรติเขาเป็นคนชนิดต้นอ้อ ไม่ใช่ต้นไม้แกนแข็ง เขาลู่ตามลมไปได้เรื่อยๆ คนอย่างนี้ย่อมเอาตัวรอดได้ทุกยุคสมัย ใครเป็นลูกเป็นเมียก็สบาย”

         แม้แต่ นายน้ำมนต์ ชอบบัวแย้ม เจ้าของนามสกุลแสนเชย ที่เธอเคยปรามาส นั่นก็ตามที หม่อมพิศก็ยังรู้สึกถูกชะตามากขึ้น แม้จะอดหมั่นใส้ หลานสาวตัวดี ที่ “ท่ามาก” อยู่ไม่น้อยก็ตาม ซ้ำยังมีเจ้าพระยาอภิรักษ์พี่ชายของเธอ คอยให้ท้ายอยู่ตลอดเวลา
           ++++++++++++++++++
        นายวิบูลเกียรติ มาเจรจากับเจ้าคุณปู่ เพื่อขอวิรงรองแลกกับหนี้สินของท่านที่กำลังจะล้มละลาย วิรงรองเองแม้จะเป็นคนหยิ่งทะนง แต่หล่อนก็กังวลกับเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย ยิ่งเมื่อมีโอกาสได้พบกับ ท่านชายศุภวารฯ ที่เสด็จกลับมาจากอังกฤษแล้ว พร้อมกับหม่อมศาริกา ยิ่งทำให้หญิงสาวอดรู้สึกเสียใจไม่ได้ แม้ว่าเธอจะตอบตัวเองยังไม่ได้ว่ารัก ท่านชายหรือไม่ แต่คำสัญญา ที่ท่านเคยกล่าวอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ และขอให้เธอรักษาความรักนั้นเอาไว้อย่างสัตย์ซื่อ ดูเหมือนจะกลายเป็นโมฆะไปเสียแล้ว

ดวงใจฉัน มอบแด่ แม่ยอดมิ่ง
ด้วยใจจริง รักแท้ ไม่แปรผัน
ตราบโลกลับ ดับดวง สุริยัน
ดวงใจฉัน คงอยู่ คู่ใจเธอ

++++++++++++++++++++
       ท่านชายศุภวารเอง ก็เสียพระทัยอยู่ไม่น้อย เมื่อได้กลับมาเจอวิรงรองอีกครั้ง ความสัมพันธ์ของท่านกับ หม่อมศาริกา แท้จริงแล้ว หาได้เกิดจากความรักใดๆไม่ มันเป็นความลุ่มหลงที่เกิดขึ้นเพราะความว้าเหว่ เมื่อต้องเสด็จไปเรียนที่อังกฤษ

            +++++++++++++++++++++
         เมื่อแรกคุ้นเคยกับหม่อมศาริกา ท่านชายศุภวารจุติลืมวิรงรอง จริงๆ เพราะอยู่ในอารมณ์ที่เรียกว่า หลง แต่พอนานเข้า ท่านชายก็ออกจะเอือมความไม่มีแก่นสารของชายา หม่อมศาริกาเป็นสตรีสวยน่ารักแต่สมองไม่เปรื่องปราดนัก
         ท่านชายนั้นเป็นผู้มีพระทัยเร็ว บางครั้งก็ให้รำคาญความไม่รู้เรื่องของชายาเป็นกำลัง แต่เมื่อท่านชายกริ้วแหวออกไป หม่อมก็ไม่มีท่าทีแสดงว่าโกรธตอบ เพราะยอม “ลง”ให้ท่านชายเป็นปกติวิสัย ท่านชายก็กลับมีพระทัยอ่อน สงสารชายา นับว่าหม่อมศาริกา ฉลาดอย่างผู้หญิง คือฉลาดในการจับจุดอ่อนของบุรุษ โดยเฉพาะบุรุษผู้เป็นสามี ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าท่านชายจะนึกเบื่อหรือขวางชายาขึ้นมาบางครั้ง แต่พระทัยก็ไม่แข็งพอถึงกับจะเลิกร้างเสียได้
            +++++++++++++++++++
          แม้ว่าจะเบื่อหน่ายหม่อมศาริกาสักเพียงใด แต่ความเป็นสุภาพบุรุษก็ทำให้ไม่อาจทอดทิ้งเธอได้ หม่อมศาริกาเองก็รู้ดีว่าท่านชายไม่ได้รักใคร่ตน หากยังอาลัยอาวรณ์ผู้หญิงที่ชื่อวิรงรอง คนนั้น ทำให้ หม่อมอดอิจฉาริษยาไม่ได้ และพยายามทุกวิถีทางที่จะกีดกัน ไม่ให้ น้ำตาล มาอยู่ใกล้มดอย่างที่ตนเองระแวงอยู่ ไม่ว่าจะแกล้งปล่อยข่าว ทำลายชื่อเสียงวิรงรองให้เสียหาย โดยที่หญิงสาวไม่ได้ตอบโต้ใดๆ แต่กลับกลายเป็นว่าทำให้ท่านชายพาตัวเองเข้ามาหาวิรงรอง ด้วยความสงสารเห็นใจยิ่งกว่าเดิม
             +++++++++++++++++++
       เหตุการณ์ที่ เจ้าคุณปู่ถูกบีบบังคับจากนายวิบูลเกียรติ ทำให้ท่านยิ่งเป็นห่วงหลานสาว บุรุษที่ท่านไว้วางใจ กลับเป็นชายหนุ่มที่ชื่อน้ำมนต์ ท่านรับรู้ได้ว่าภายใต้บุคลิกไม่สนใจใดๆ เหมือนคนไม่เคยเดือดร้อนกับปัญหา น้ำมนต์มีความจริงใจให้กับหลานสาวท่านอย่างที่สุด
          +++++++++++++++++++
        ในที่สุดท่านจึงตัดสินใจเล่าความจริงและปัญหาทุกอย่าง ให้วิรงรองฟัง และเป็นฝ่ายให้หล่อนตัดสินใจเลือก รู้ดีว่าวิรงรองเองก็ยังหลงติดกับเรื่องชื่อเสียงเกียรติยศ และศักดิ์ศรีของตน อยู่อย่างมั่นคงแน่วแน่ แต่ด้วยความรักกตัญญูต่อคุณปู่ หญิงสาวจึงตัดสินใจรับหมั้น กับ น้ำมนต์ และเขาก็เป็นฝ่ายเข้ามาช่วยคลี่คลายปัญหาให้กับคุณปู่
          ชีวิตที่เคยอยู่อย่างสุขสบายในบ้านหลังใหญ่ต้องเปลี่ยนแปลงไป เมื่อท่าน คุณน้อยและวิรงรอง ต้องมาอาศัยอยู่ที่เรือนหลังเล็ก และปล่อยเรือนหลังใหญ่ให้เช่าเป็นสถานบันเทิงของยุคนั้นไปแทน

         แต่วิรงรองก็ยังยืนหยัดอย่างทระนง ท่ามกลางความเสียใจผิดหวังของท่านชายศุภวาร เหมือนเห็นดวงแก้วที่สวยงามพลัดหลุดจากมือไปอย่างน่าเสียดาย
           +++++++++++++++++++
         น้ำมนต์เป็นเพื่อนกับวินัย สิริวุฒิ พี่ชายของวิรงรอง ซึ่งเป็นแพทย์ และวินัยก็พลอยติดตามสหายสนิทผู้นี้ไปยังบ้านของเจ้าพระยาเกรียงไกรยุทธ เพื่อรักษาเสาวภาที่เจ็บป่วยด้วยโรคทางใจ
         จากความสงสารจนเกิดเป็นความความรักขึ้น หากอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ ก็คือ เจ้าพระยาเกรียงไกรยุทธ นั่นเอง ท่านไม่ต้องการให้ลูกสาวทุกคนแต่งงาน น้ำมนต์สงสารเพื่อนและเสาวภา เขาตัดสินใจเข้าพบท่านเจ้าพระยาและ ด้วยลักษณะนิสัยกล้าหาญ มั่นคงในความคิดของตัวเองโดยไม่ยอมแพ้ และสู้ด้วยเหตุผล มันทำให้พระยาเกรียงไกรยุทธอดทึ่งในตัวชายหนุ่มไม่ได้ ท่านรู้สึกว่า เหมือนเห็นตัวตนของท่านในวัยหนุ่มอยู่ในร่างของ นายน้ำมนต์ ผู้นี้ ทำให้ท่าทีแข็งกร้าวไม่ยอมใคร กลายเป็นเริ่มอ่อนลง จนลูกสาวทุกคนรู้สึกประหลาดใจ
             ++++++++++++++++++++++
          เบื้องลึกในหัวใจของเจ้าพระยาผู้มากทิษฐิและความดื้อดึง ก็คือ ในชั่วชีวิตของท่านแม้จะมีภรรยาและผู้หญิงผ่านเข้ามามากมาย แต่ท่านก็ไม่มีบุตรชายสืบสกุลเลยแม้แต่คนเดียว ตราบจนกระทั่งท่านพบน้ำมนต์ และบังเอิญเห็นแหวนที่นิ้วมือของเขา จนสอบถามได้ความว่า มันเป็นแหวนจากมารดาชาวเหนือที่ชื่อ คำแสง เมื่อสืบไล่ทวนอายุของเขา ทำให้ท่านมั่นใจว่า น้ำมนต์ ชอบบัวแย้มผู้นี้ น่าจะเป็นลูกชายของท่าน ที่เกิดในช่วงที่ท่านเจ้าพระยาเดินทางไปรับราชการหัวเมืองทางเหนือ เมื่อสามสิบกว่าปีก่อน...

          แต่ ชายหนุ่มผู้นั้น กลับไม่มีท่าทีที่จะต้องการรับท่านเป็นบิดาเลยแม้สักนิด เขายินดีที่จะเป็นเพียง นาย น้ำมนต์ ชอบบัวแย้ม มากกว่าจะเป็น นายน้ำมนต์ ยุทธไกร นามสกุลที่ท่านภาคภูมิใจนักหนา
           +++++++++++++++++
       “ยิ่งนับวันพ่อยิ่งมั่นใจ สุภางค์เอ๋ย ไม่ใช่เป็นการเดาหรือตู่เอาเลอะๆ พ่อมีเหตุผลของพ่ออีกอย่างหนึ่ง ทิฐิกับความอวดดีของมันก็คือเลือดที่ได้รับจากพ่อ คนเราถ้าไม่มั่นใจในตัวเอง มันไม่กล้าอวดดี พ่อหมายถึงอวดดีอย่างมีดีจะอวด อวดดีอย่างผู้ดี ไมใช่อวดดีอย่างโอหัง อย่างกิ้งก่าได้ทอง”

           และเมื่อ น้ำมนต์กับ วิรงรอง เข้าพิธีสมรสกัน ท่านก็มีโอกาสได้พบกับชายหนุ่มผู้นั้นอีกครั้ง ระหว่างชายชราผู้ยึดมั่นในทิษฐิ กับ ชายหนุ่มผู้เชื่อมั่นในตัวเอง ผลลัพธ์นั้นปรากฏดังที่คุณสุภางค์ลูกสาวของท่านได้มีโอกาสเห็น
        ++++++++++++++++++++
    ท่านบิดาของศุภางค์เป็นผู้ไม่เคยมีกิริยาเหนื่อยอ่อนและท้อแท้ดังที่มองเห็นอยู่ตรงหน้านี้ ท่านเป็นคนใจแข็ง กระด้าง และไว้อำนาจ ไม่เคยยอมแพ้ ไม่ว่าจะต่อบุคคลหรือเหตุการณ์ แต่บัดนี้ เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ๆ ประโยคแรกที่  เจ้าพระยาเกรียงไกรยุทธกล่าวอย่างอ่อนใจเป็นอย่างยิ่งคือ
      “พ่อแพ้ สุภางค์ แพ้มัน เพราะมันใจแข็งยิ่งกว่าพ่อ มันว่าอย่างไรรู้ไหม มันว่านามสกุลอะไรก็ไม่สำคัญ สายเลือดในตัวสำคัญกว่านามสกุล ถ้ามันมีเลือดยุทธไกร ถึงจะใช้นามสกุลอะไรก็ล้างเลือดในตัวมันออกไม่ได้ มันว่า ถ้ามันเลือดยุทธไกรของพ่อจริง ก็ขอให้มันเก็บไว้ภูมิใจของมันคนเดียวเถอะ ไม่จำเป็นต้องประกาศให้คนอื่นรู้!”
         +++++++++++++++++++++++++
      ในที่สุดเจ้าพระยาผู้มากทิษฐิ ก็ต้องยอมพ่ายให้กับ น้ำมนต์ผู้ที่ท่านรู้อยู่เต็มอกว่า คือบุตรชายในสายเลือดของท่านนั่นเอง และยอมให้ เสาวภา แต่งงานกับ หมอวินัย ตระกูลของเจ้าพระอภิรักษ์ที่เคยไม่ถูกกันมาก่อน

      เหลือเพียงวิรงรอง กับ น้ำมนต์ เท่านั้น ที่ยังมีทิษฐิมานะต่อกัน แม้ว่าความรู้สึกของหล่อนจะมีให้ชายหนุ่มผู้นี้ แต่ความรู้สึกอีกส่วนหนึ่ง ก็ยังอดเดียดฉันท์ไม่ได้ ในเมื่อหล่อนต้องกลายมาเป็นวิรงรอง ชอบบัวแย้ม ไปในบัดนี้แล้ว!
+++++++++++++++++++++++++
       น้ำมนต์เองก็อดรู้สึกน้อยใจไม่ได้ เมื่อเห็นกลอนบทนั้นของ ท่านชายศุภวาร ที่วิรงรองยังเก็บเอาไว้อยู่จนบัดนี้ แต่แล้ว การเสียชีวิตของคุณปู่ ซึ่งเป็นดวงประทีปในชีวิตของ วิรงรอง นั่นเอง ที่ทำให้หล่อนละทิษฐิมานะทุกอย่างลง เมื่อกำลังจะคิดว่าต้องสูญเสียน้ำมนต์ไปอีกคนหนึ่ง วิรงรองรู้หัวใจตัวเองดีในเวลานั้นเอง และทำให้สองหนุ่มสาวได้มีโอกาสปรับความเข้าใจกันอีกครั้ง ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
            +++++++++++++++++++
         วิรงรองไม่อาจเห็นรอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปากและแววยิ้มในดวงตาของน้ำมนต์ เพราะความมืดและเพราะหล่อนกำลังคิดว่าจะหันหลังกลับ ช่างเถอะ! หล่อนไม่อาจะฝืนความอายและทิฐิ สารภาพกับเขาได้เมื่อเขาจะละไปก็ตามที
ทว่า ยังไม่ทันที่วิรงรองจะหันหลังกลับ น้ำมนต์ก็โอบหล่อนเข้าประชิดตัวเขา เสียงเรียบเฉยและนุ่มนวล เมื่อเอ่ยสั้นๆว่า
         “ผมรักตวคุณ ไม่ได้รักคุณสมบัติข้อไหนของคุณ ผมดีใจที่รู้ว่าคุณรักตัวผมเช่นกัน”
      วิรงรองแข็งใจกล่าวออกมาว่า
        “ฉันหลงไปเสียนาน เพราะความยึดมั่นในบางอย่าง จนกลายเป็นคนโง่...”

      “คุณเป็นคนใจมั่นคงเกินไปต่างหาก แต่นั่นแหละจะว่าหลงก็ได้ ทุกคนต้องตกอยู่ในความหลงด้วยกันทั้งนั้น หลงตัว หลงคนอื่น หลงยศศักดิ์ หลงอยู่ในโลกีย์ ตราบใดที่ยังเป็นมนุษย์ธรรมดาก็หนีเรื่องหลงไปไม่พ้น แม้แต่ขณะนี้คุณก็กำลังหลงอยู่”
     ดวงตาของวิรงรองคลอคลองด้วยหยาดน้ำตา แม้กระนั้นก็ยังเห็นดวงตากริ่มของสามีจับอยู่ที่หล่อน ทว่า บัดนี้ วิรงรองมิได้เห็นว่าเป็นสิ่งหยาบคายน่าเกลียดเหมือนความรู้สึกก่อนเก่าอีกต่อไปแล้ว...
          ++++++++++++++++++++++
     ท้ายสุดนี้ผมขอนำโคลงบทเดิม ที่ผู้เขียนได้เขียนไว้บทนำของภาคแรกมาลง เป็นการปิดท้ายอย่างสมบูรณ์ของนวนิยายชุดนี้ด้วยครับ

หลง ตัวติดตนนั้น เลิศคน
หลง ใหลผู้อื่นจน สติเศร้า
หลง หยิ่งสิยอมทน ยากจิต
หลง โลกยโมหะเข้า ครอบไว้ปุถุชน





Create Date : 31 พฤษภาคม 2563
Last Update : 31 พฤษภาคม 2563 14:30:51 น. 2 comments
Counter : 203 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณnewyorknurse


 
ชอบบุคลิกของตัวเอกในนิยายของสีฟ้า ที่มักจะมีความเข้มแข็ง ทันคน และมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมากๆ จนต้องติดตามลุ้นว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไร
ที่ประทับใจอีกอย่างคือ หลายๆเรื่องมักจะเกี่ยวกับแวดวงของผู้คนที่มียศถาบรรดาศักดิ์ ซึ่งห่างไกลจากสังคมปัจจุบันไปทุกที…


โดย: นักอ่านรุ่นเก๋า IP: 223.24.170.104 วันที่: 5 มิถุนายน 2563 เวลา:20:03:01 น.  

 
สวัสดีครับ คุณนักอ่านรุ่นเก๋า งานของคุณสีฟ้า มีลายเซ็นเฉพาะเลยครับ โดยเฉพาะการสร้างคาแรคเตอร์ตัวละครที่โดดเด่นมากๆ ผมชอบงานของท่าน ที่สะท้อนภาพชีวิตคนในยุคก่อน แล้วผสมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ การเมือง ที่อ่านได้อย่างสนุกสนานและได้ความรู้ไปพร้อมๆกันเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 7 มิถุนายน 2563 เวลา:9:03:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 75 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.