หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2562
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
25 พฤศจิกายน 2562
 
All Blogs
 
บัลลังก์ใยบัว : กฤษณา อโศกสิน

เรื่อง : บัลลังก์ใยบัว
ผู้ขียน : กฤษณา อโศกสิน
สำนักพิมพ์ : ประพันธ์สาส์น
ปีที่พิมพ์ : 2516
เล่มเดียวจบ


            จากผลงานชิ้นเอกของ กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ผู้รังสรรค์ผลงานวรรณกรรมไว้จำนวนมากมายหลากหลายประเภทในบรรณพิภพ โดยเฉพาะวรรณกรรมแนวชีวิตที่สะท้อนภาพชีวิตมนุษย์ในแง่มุมต่างๆ ซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้น คืองานเขียนที่สะท้อนภาพชีวิตของ เพศที่สาม ซึ่งปรากฏอยู่ในผลงานอย่าง รากแก้ว (หญิง-หญิง) รูปทอง ประตูที่ปิดตาย และบัลลังก์ใยบัว (ชาย-ชาย) เรื่องนี้
++++++++++++++++++
         เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่วนอุทยานแห่งชาติ เขาใหญ่ รสิก สันตะวา ศิลปินจิตรกรหนุ่มผู้มีอารมณ์สุนทรี ได้มีโอกาสพบกับ เมธ์วดี ติลกากร ธิดาคนสุดท้อง ของอดีตนักการเมืองใหญ่ กนก ติลกากร ผู้ร่ำรวยมั่งคั่ง รสิกเอง มีชีวิตอย่างศิลปินที่หยิ่งทระนง และเชื่อมั่นในตัวเองสูง เขาประทับใจความสวย ความน่ารักและมองโลกในแง่ดีของ เมธ์วดี แม้จะรู้ว่า เขาและเธออยู่ห่างกันคนละระดับก็ตาม
++++++++++++++++++++
         เมื่อกลับมากรุงเทพฯ เขาได้รับการติดต่อจาก นักธุรกิจสูงวัย จาตุรนต์ เรืองรัศมี ให้มาวาดรูปจิตรกรรมฝาผนังให้กับเรือนศาลาไทย ในอาณาเขตคฤหาสน์ของเขา ที่นั่นเอง รสิก จึงได้รู้ว่า นายจาตุรนต์ มีบุตรสาวที่ออกเรือนไปแล้วสามคน เหลือแต่ลูกชายคนสุดท้อง ที่เป็นชายหนุ่มรูปงาม หากท่าทีบึ้งตึง ไว้ตัวเหมือนคนหยิ่งผยอง จนทำให้รู้สึกไม่ถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็น
ลูกชายของจาตุรนต์ มีชื่อว่า ปุตรา
++++++++++++++++++++++++
       จาตุรนต์เอง กำลังกลุ้มใจ เมื่อรู้สึกว่าลูกชายตนกับ สุรสีห์ เพื่อนชายท่าทางกระตุ้งกระติ้ง สนิทสนมกันจนเกินปกติ ตั้งแต่ทั้งคู่ไปเจอกันที่ต่างประเทศ จนเรียนจบกลับมา ความจริง แล้ว ทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน แต่ปุตรา ไม่ต้องการบอกความจริงกับบิดาเพราะรู้ว่า จาตุรนต์คงจะรับกับเรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด ในขณะที่จาตุรนต์เอง ก็พยายามจะสรรหาผู้หญิงที่เหมาะสมมาให้ปุตราได้รู้จักและแต่งงานด้วย และในบัดนี้เขาก็กำลังเล็ง เมธ์วดี ธิดาของกนก ที่เหมาะสมทั้งรูปร่างหน้าตา และฐานะที่ทัดเทียมกัน
++++++++++++++++++++++++++
             ในขณะที่ปุตรา ก็พยายามจะหักห้ามความต้องการและหัวใจตัวเอง เขาอยากจะกลับมาเป็นลูกผู้ชายเต็มตัวอย่างที่ทุกคนรอบข้างคาดหวัง แต่ทว่า...
++++++++++++++++++++++
           ยามที่เขาไกลสุรสีห์ เขามักจะรู้สึกสบายใจ โล่งใจปลอดโปร่งชั่วขณะหนึ่ง แต่ก้มักจะเป็นช่วงสั้นๆ ประมาณ 7-8 วัน แรกแห่งการจาก หลังจากนั้น จิตใจเจ้ากรรมของเขา จะถูกลากถูกลู่ถูกังอย่างหนัก ให้สะบักสะบอมด้วยความระลึกถึง อย่างคนที่ “ติดข้อง”รุนแรง
ชวนให้นึกถึงมนุษย์ที่ติดยาเสพติด

       อยากเลิก ตะเกียกตะกายจะให้หลุดพ้นจากอำนาจเย้ายวนอันเป็นโทษ แต่ครั้งแล้วครั้งเล่า ความสำเร็จมีวันแต่จะกลายเป็นอากาศธาตุอย่างเดียว... เพราะว่า เมื่อถึงเวลานั้น ความต้องการจะเกิดขึ้นรุนแรง เฉียบพลัน แล้วค่อยๆตึงเครียดขึ้นทุกโมงยาม จนถึงขนาดดิ้นรน ร่ำร้องหา หากไม่ได้เสพ ก็จะกลายสภาพเป็นอะไรสักอย่างหนึ่ง สัตว์ประหลาดซึ่งถูกทุคกาคมด้วยความอยาก!

         ในขณะที่จาตุรนต์ ผู้บิดา มีความคิดและมุมมองในแบบของเขาว่า
+++++++++++++++++++++
        เพราะปุตรานั้น เป็นความหวังอันสูงสุดของเขา เนื่องด้วยเป็นทายาทผู้จะต้องดำรงวงศ์ตระกูล ดำรงทรัพย์สินและธุรกิจทั้งปวงแทนเขาสืบต่อไป... จาตุรนต์ จึงถือว่าความเสียหายเรื่องนี้ เป็นความเสียหายที่ใหญ่หลวงนัก เพราะว่า... ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของบุรุษเช่นปุตรา จะต้องสูญสลายเป็นโมฆะไปโดยสิ้นเชิง
“พ่อรักแกมาก หวังในตัวแกมาก หากแกไม่รักดี ทำลายความรักความหวังของพ่อ ของตัวแกเอง ด้วยอารมณ์วิตถารแบบนี้ ก็ตามใจ”
++++++++++++++++++++
          นั่นเองที่ทำให้เส้นทางของเขาและบิดา จึงมักจะสวนทางกันอยู่เสมอๆ โดยไม่เคยมีวันบรรจบกันเลยสักครั้ง...
แต่แล้ว เมื่อเริ่มได้รู้จักกับเมธ์วดี ผู้หญิงที่ปราศจากมารยา และดูเหมือนหล่อนจะเข้าใจ รับฟังเขา ทำให้ ชายหนุ่มเริ่ม มีความหวังที่จะ “เปลี่ยน”ตัวเอง เกิดขึ้น
++++++++++++++++++++++
           สุรสีห์ เป็นคนมีอารมณ์รุนแรง นอกเหนือจากปุตรา ที่เป็นคนรักแล้ว เขายังแอบคบหากับ ภักดี ซึ่งเป็นอดีตสามีของ มีนะเรข์ พี่สาวเมธ์วดี อีกด้วย เนื่องจากภักดีเอง ก็ติดหนี้จากเขา ทำให้ภักดีต้องยอมเอาตัวเข้าแลกสนองความต้องการของสุรสีห์อย่างไม่เต็มใจ ในฉากที่ภักดี ต้อง ยอม “ตกเป็นของสุรสีห์” เพื่อแลกกับ ผลประโยชน์ของตัวเอง สะท้อนความคิดที่ต่อสู้กันเอง ของผู้ชายคนหนึ่งได้เป็นอย่างดี
+++++++++++++++++++++++
         เขาปลอบตัวเอง เมื่อเข้าไปอยู่ในห้องนอนตามลำพังสองต่อสองกับสุรสีห์ “โธ่เอ๋ย กูหนอกู เสียเงินให้ม้าให้ลา ยังดีกว่า มาเสียตัวให้ไอ้หมอนี่...”
แต่เขาก็กัดฟัน
       “เอาเหอะวะ... นึกว่าฟาดเคราะห์”
         “สองพันนี่ เมื่อไหร่จะหมด” เขาจึงถามยิ้มๆ
       “ก็ต้องแล้วแต่เจ้าหนี้ซี คุณพี่” สุรสีห์ เอื้อมมือมาแหนบแขนเขาอย่างครึ้มอกครึ้มใจ ต่อจากนั้น ก็ดึงแขนเขาลงนอน
++++++++++++++++++

         “คุยกันไปก่อนก็ได้น่า อย่าทำตาเหลือกลานแบบนั้นหน่อยเลย... เดี๋ยวจะไปส่งให้ถึงบ้าน”
         สุรสีห์ตวัดหางตาอย่างเง้างอน เมื่อเห็นอีกฝ่ายหนึ่งนั่งตัวแข็งอยู่ที่ขอบเตียง ในที่สุด ก็ยอมนอนลงไปตามคำขอ และยอมให้แขนของอีกฝ่ายกอดกระหวัดรัดรึงตามคำขอ... แต่ก็อดขนลุกซู่ซ่ามิได้


          เพราะแม้ว่าภักดีจะเสเพลมาแล้วมากต่อมาก เขาก็เสเพลอย่างผู้ชาย แสวงหาแต่รสสุดยอดเท่าที่ความเสเพลของผู้ชายจะพาไป เขาเคยรู้ว่ามีรสชาติอีกชนิดหนึ่งอยู่ในโลก แต่เขาไม่เคยใส่ใจ หรือใคร่รู้แม้เพียงประดับสติปัญญา เขาเพิ่งรู้ ณ บัดนี้ว่า สุรสีห์มีอารมณ์รุนแรงนักหนา... เป็นอารมณ์ที่รุนแรงกว่าผู้ชายธรรมดา หรือหญิงธรรมดาทีมีอารมณ์รุนแรงถึงเท่าตัว
เมื่ออารมณ์ชนิดนั้นปะทุขึ้นแล้ว ยากจะดับได้ นอกจากจะยอมให้ “กลอนพาไป” จนจบบทบาทของมัน
       หนี้สินสองพันบาท ทำให้ภักดีข่มใจ จำนนต่ออารมณ์ของสุรสีห์ พร้อมๆกับความรู้ใหม่...

+++++++++++++++++++
          เมื่อ ปุตรา ล่วงรู้ว่า สุรสีห์ แอบไปคบกับภักดี ทำให้เกิดความหึงหวง และเขาก็ตัดสินใจบอกเลิกกับอีกฝ่าย โดยบอกกับบิดา เพื่อให้ไปสู่ขอ เมธ์วดี แต่งงาน เมธ์วดีเอง ในตอนนั้น ก็ยังคบหาสนิทสนมกับ รสิก อยู่ เธอประทับใจความเป็นตัวของตัวเอง ของศิลปินหนุ่ม แต่ติดว่า พ่อกับแม่ ไม่ชอบเพราะฐานะเขายากจน แตกต่างจากปุตรา ที่พร้อมสรรพทั้งรูปร่างหน้าตาและฐานะ โดยไม่รู้ว่า เขาเองมีรสนิยมทางเพศอีกรูปแบบหนึ่ง
++++++++++++++++
         ปุตราเองก็ไม่ชอบหน้ารสิก เช่นกัน เขาไม่ชอบท่าทีของอีกฝ่าย ซ้ำยังกลัวว่า รสิกจะเป็นฝ่ายเอาชนะใจ เมธ์วดี ไป และทำให้เขาพลาดโอกาสที่จะแต่งงานกับเธอ สุรสีห์ รู้เรื่องนี้ด้วยความเจ็บแค้น และเกลียดชังเมธ์วดี คิดว่า หล่อนต้องการจะแย่งปุตราไปจากเขา จึงไปอาละวาดที่บ้าน และยิ่งทำให้ นายจาตุรนต์ รังเกียจ สุรสีห์มากยิ่งขึ้น
+++++++++++++++++++++++
          ชายหนุ่มผู้คลั่งรัก จึงกลับไปบ้าน ขังตัวเองอยู่แต่ในห้องด้วยความระทมทุกข์ ท่ามกลางความวิตกกังวลของคุณสุภาพผู้เป็นมารดา และท้ายที่สุด เมื่อรู้สึกว่าตนเองกำลังจะพ่ายแพ้ และสูญเสียปุตราไป เขาจึงตัดสินใจกินยาฆ่าตัวตาย
++++++++++++++++++++++
       โชคดีที่มารดาของเขามาเห็นก่อน และรีบโทรศัพท์บอกปุตรา ทำให้ชายหนุ่มยอมกลับมาหาคนรักเก่าอีกครั้ง และในที่สุด เขาก็พ่ายแพ้ต่ออารมณ์ตัวเอง กลับไปอยู่กินกับสุรสีห์ เหมือนเดิม โดยตัดสินใจที่จะไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ในขณะที่ รสิกเอง ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง แทนที่จะอยู่กับอุดมการณ์ จนมองไม่เห็นโลกของความเป็นจริงเหมือนในอดีต เขาพยายามจะปรับปรุงตัวเองใหม่ เพื่อให้เมธ์วดี และคนในครอบครัวของเธอได้เห็นว่าตนเองเป็นคนมีเป้าหมายชีวิตชัดเจนมากขึ้น ไม่ใช่ศิลปินที่ใช้แต่อารมณ์ตัดสินใจมากกว่าใช้เหตุผลเหมือนกับเมื่อก่อน
+++++++++++++++++++
          อุดมคติเป็นเพียงใยบัวอันละเอียดและบอบบาง ซึ่งมันจะงดงามอยู่ในที่ทางของมันเท่านั้น แต่มันจะแตกแยกแหลกลาญลงไปทันทีที่ถูกกระทบกระเทือน มันไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาใช้ได้อย่างพร่ำเพรื่อ ตราบใดที่มนุษย์ยังวนเวียนอยู่ในสายธารของกิเลส
เหมือนพระพุทธรูป ย่อมงามอยู่ ณ ที่บูชา แต่ที่บูชาก็มิได้มีอยู่ตามถนนหนทาง

      ศิลปะทางวัตถุ เป็นความงามเลิศก็จริง แต่ศิลปะทางใจ หากได้สำรวมเข้มแข็ง ย่อมน้อมนำความสำเร็จอันมิคาดฝันมาสู่ชีวิต และชีวิตต้องการสิ่งใดบ้างเล่า นอกจากความสำเร็จ ผู้มีศิลปะทางวัตถุ แต่ขาดศิลปะทางใจ ทางมนุษย์สัมพันธ์ อาจประสบความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า
ดุจตัวเขาในอดีตที่ผ่านมาแล้ว

       แม้ว่า ครอบครัวของ เมธ์วดี จะยังไม่เห็นด้วยที่เขาจะคบหากับเธอในฐานะคนรัก แต่รสิก และเมธ์วดี ก็ยังมีความหวังไว้ว่า หนทางในอนาคต จะเป็นสิ่งที่ตัดสิน ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่รวมถึงคนรอบข้าง ในขณะที่ นายจาตุรนต์เอง ก็พยายามเรียนรู้ที่จะเข้าใจ ลูกและความรักของลูก ในรูปแบบที่เขาเองก็ไม่คุ้นเคยมาก่อน ให้ได้
++++++++++++++++
        บัลลังก์ใยบัว อาจจะไม่ใช่นิยายที่จบลงด้วยบทสรุปแห่งความสุขสมหวังของตัวละครชัดเจนอย่างนิยายพาฝัน แต่อย่างน้อยที่สุด ก็จบลงด้วยความหวังของคนอ่าน เนื่องจากเรื่องนี้ น่าจะเขียนขึ้นในช่วง ปี พ.ศ. 2515-2516 ในยุคที่การยอมรับในความเท่าเทียม ของเพศที่สามอาจจะไม่มากเท่าในปัจจุบัน ทำให้คิดว่า ถ้าปุตรา หรือ สุรสีห์ จะมาเกิดในยุคสมัยนี้เสียแล้ว บางทีปัญหาเรื่องเหล่านี้ อาจจะไม่รุนแรงมากเท่ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่อง ก็เป็นได้
****************************
หมายเหตุ : นวนิยายเรื่องนี้ ได้รับการตีพิมพ์มาแล้ว 4 ครั้ง สำหรับปกที่นำมาจัดแสดง เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 ครับ





Create Date : 25 พฤศจิกายน 2562
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2562 7:44:39 น. 2 comments
Counter : 391 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณRananrin


 
นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายสะท้อนสังคมของกฤษณา อโศกสิน ที่ไม่เคยล้าสมัย แม้จะเขียนไว้นานแล้ว
เคยอ่านเรื่องนี้เมื่อนานมากแล้ว ตอนอ่านก็ลุ้นว่าปุตราจะเป็นอย่างไร เพราะถูกบีบคั้นจากผู้เป็นพ่อ จนในที่สุดเมื่อปุตราต้องตัดสินใจก็รู้สึกโล่งใจแทนค่ะ
เห็นด้วยกับคุณสามปอยหลวงที่ว่า สมัยนี้เรื่องเพศที่สามเป็นเรื่องที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นและเปิดเผยมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

ขอบคุณสำหรับรีวิวค่ะ 😃


โดย: นักอ่านรุ่นเก๋า IP: 58.9.225.221 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2562 เวลา:19:03:20 น.  

 
สวัสดีครับคุณนักอ่านรุ่นเก๋า เป็นอีกเรื่องที่อ่านด้วยความเพลิดเพลิน และได้ข้อคิดหลายอย่างๆจากผู้เขียน ด้วยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 27 พฤศจิกายน 2562 เวลา:8:19:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 75 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.