หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
กันยายน 2562
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
23 กันยายน 2562
 
All Blogs
 
108 ผู้หญิง : D.D.T. 100%

เรื่อง : 108 ผู้หญิง
ผู้ขียน : D.D.T. 100%
สำนักพิมพ์ : โอเดียนสโตร์
ปีที่พิมพ์ : 2505
เล่มเดียวจบ


        สารภาพตรงๆว่า เห็นนามปากนี้ตั้งแต่แรก ผมไม่ทราบเลยว่า ผู้เขียนก็คือ นักหนังสือพิมพ์นามอุโฆษ สนิท เอกชัย แต่ด้วยความสนใจชื่อเรื่องซึ่งเป็นสไตล์เรื่องสั้นๆหักมุม ลักษณะน่าจะคล้ายกับ เล่ห์โลกีย์ ของ คุณศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์ ที่ ดำเนินเรื่องผ่านตัวละคร แทกซี่ บอกเล่าเรื่องราวต่างๆได้อย่างครบรสชาติ
          +++++++++++++++++
       เมื่อได้อ่านคำนำ จึงทราบว่า ผลงานเรื่องนี้ เป็นการนำประสบการณ์ชีวิตที่จัดเจน ทั้งชีวิตกลางคืนกลางวัน ทั้งในอดีตและปัจจุบันที่ผ่านพบมาด้วยตนเองโดยอาศัยชีวิตจริงประมวลเข้ากับความฝันเป็นพื้นฐาน ทุกเรื่องเป็นเรื่องเบาๆ และตอนจบจะมีไคลแมกซ์ในลักษณะ “มุมกลับ”

        และเมื่อมีโอกาสได้อ่าน 108 ผู้หญิงเล่มนี้ ผมก็พบว่า เรื่องราวของตัวละครต่างๆที่ผ่านเข้ามาให้เราได้รู้จักนั้น เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสัน รสชาติ ที่หลากหลาย และปิดท้ายด้วยเรื่องราวที่บางเรื่องอาจจะไม่คาดฝัน บางเรื่องอาจจะสะเทือนใจ และประทับใจ แตกต่างกัน แต่โดยรวมแล้ว คือความสนุกที่ผู้อ่านจะได้รับจากการ เสพย์ “ผู้หญิง 108” นี้อย่างแน่นอน
              +++++++++++++++++++++++++
           เนื้อเรื่องจะแบ่งเป็นตอนๆ ตามชื่อและพฤติการณ์ของหญิงสาวแต่ละคน พร้อมคำอธิบายสั้นๆ ของเรื่อง เพื่อสร้างความตื่นเต้นแก่ผู้อ่านให้ต้องพลิกเข้าสู่แต่ละหน้า ของหนังสือเล่มนี้ครับ รีวิวนี้จะขอยกตัวอย่างเรื่องราวเหล่านี้มาพอเป็น “น้ำจิ้ม” สัก สี่ห้าเรื่องแล้วกันนะครับ
          ขอประเดิมเรื่องแรก ด้วย...
++++++++++++++++++++++++++
เรื่อง อาจารย์สุภีร์ หนอนหนังสือ
           เปิดตัวด้วยภาพของ อาจารย์สาวผู้เคร่งขรึม เป็นหนอนหนังสือตัวยง แต่...
           สะโพกของเธอแม้จะดิ้นมีชีวิต แต่มันก็ตรงกันข้ามกับแว่นตากรอบกระหนาปึก ที่วางอยู่บนดั้งจมูก อกของเธอแม้จะผงาดด้วยการประคองบราเซีย แต่มันก็ตรงกันข้ามกับความปึ่งชาที่ปั้นอยู่บนใบหน้า น่องของเธอแม้จะลู่เรียว เปรียวไปด้วยปลีเนื้อละมุน แต่มันก็กลับตาลปัตรกับอิริยาบถอันเยียบเย็น และไว้ตัวจนแทบจิกนความพอดีและความเป็นผู้ดี
          นั่นคือ อาจารย์สุภีร์ผู้เคร่งระเบียบ และกลายเป็นที่ยำเกรงของลูกศิษย์ลูกหา แม้กระทั่งชายหนุ่มทั้งหลาย ที่เข้ามาจีบเธอ จนต่างก็ล่าถอยกันไปทั้งสิ้น ทุกคนล้วนคิดว่า หนอนหนังสืออย่างเธอคงจะสนใจแต่ตำรับตำรามากกว่าเรื่องราวทางโลก ถ้าหากว่า...

           เช้าตรู่วันหนึ่ง สุภีร์ ก็ถูกปลุกด้วยเสียงเคาะประตูหนักๆ ก่อนที่ตำรวจจะบุกเข้ามาตรวจค้นเอกสารในห้องของเธอ
    “เอกสารอะไรจะมาอยู่ในห้องของฉัน?”
     “นี่ไงครับ หมายค้น ผู้บังคับบัญชาบอกว่าเป็น เอกสารทางการเมือง”


       และทั้งผู้หมวด ผู้หมู่ต่างค้นตามหิ้งหนังสือในห้องของเธอ หากก็ไม่พบอะไร ทั้งสิ้นนอกจากตำราวิชาการ หรือนิยายคลาสสิคทั้งหลาย และสุดท้าย
       “เพื่อความบริสุทธิ์ของคุณ ผมขออนุญาตเปิดพื้นเตียงค้นอีกสักนิดเถอะครับ”
         “อย่านะอย่า... มันไม่มีอะไรหรอกเชื่อฉันเถอะ” คราวนี้ เสียงของเธอเต็มไปด้วยความลุกลี้ลุกลน ก่อนจะแอบไปยืนร้องไห้ ด้วยความหวาดกลัวที่ริมหน้าต่าง เมื่อรู้ว่าห้ามเท่าใดก็ไม่เป็นผล
         ในที่สุด ผู้หมวดก็เปิดกระดานพื้นเตียงออกมา และแล้ว ตำรวจก็เจอหนังสือปึกหนึ่ง ซ่อนอยู่ใต้เตียงของ ครูสุภีร์ ผู้เคร่งหนังสือ จริงๆ แต่ทว่ามันไม่ใช่ เอกสารทางการเมือง ตามข้อกล่าวหาอะไรนั่นเลยแม้แต่น้อย แต่กลายเป็นหนังสือ “อย่างว่า” ไปแทน!
          +++++++++++++++++++++++++
เรื่อง ตุ้ย... คนกินยาก กินเย็น
          เรื่องนี้ กล่าวถึง “เขา” ผู้พยายามเอาใจสาวตุ้ย คนรัก ด้วยการพาไปกินอาหารหรูเริ่ดตามภัตตาคารต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นซุปผักขม สตัฟฟ์ พอร์คช้อฟ ที่ไทยรูม ชริมค้อกเทล และแองเจล ออน ฮอาร์สแบค ที่เอราวัณ แม้แต่ โกเบ บี๊ฟ อาหารญี่ปุ่นสุดหรู ก็ดูเหมือนว่า ตุ้ย จะไม่ชอบทานเลยสักอย่าง จนชายหนุ่มอ่อนอกอ่อนใจ ไม่รู้จะเอาใจสาวคนรักอย่างไรดี
          เย็นวันรุ่งขึ้น เขาถือวิสาสะ ก้าวสวบๆเข้าไปในบ้านของเธอโดยไม่กดกริ่ง เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร หน้าครัว กำลังกินข้าวอยู่พอดี เธอหลีกเขาไม่พ้น
      “กินข้าวด้วยกันไหมคะ ตุ้ยกำลังกินกับข้าวของชอบ”
เขามองไปที่โต๊ะอาหาร ไม่มีจานใส่กับข้าว มีแต่จานข้าวสวยตั้งอยู่ตรงหน้า ใน          จานข้าวนั้น มีไข่พะโล้ใบเดียว!

         เรื่อง เรื่องของเมียขี้อาย
           เรื่องราวเกิดขึ้นที่โรงพักแห่งหนึ่ง สาวน้อยวัยสิบแปด ขึ้นมาร้องทุกข์กับผู้หมวด และปรึกษาว่าจะหย่ากับสามีตัวเอง เพราะอีกฝ่ายมีปัญหา ชอบ ถ้ำมอง เพื่อนบ้าน เวลาอาบน้ำ
“อยู่ใกล้กับบ้านไหนไม่ได้ เหมือนกับคนจิตทราม เขาเป็นต้องเจาะฝาห้องน้ำแอบดูคนข้างบ้านอาบน้ำทุกที โชคดี ที่เขาไม่เอาเรื่อง”
ในที่สุด ผู้หมวดก็เลยให้คำแนะนำ ให้หล่อนย้ายบ้านไปอยู่บ้านเดี่ยวๆ ไม่ติดบ้านใคร เผื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาขึ้นมาอีก แต่แล้ว ในอีกหนึ่งเดือนถัดมา สาวน้อยคนเดิม ก็กลับมาที่โรงพักและร้องฟูมฟายเหมือนเดิม

     “คุณย้ายบ้านหรือเปล่า?”
  “ย้ายเรียบร้อยแล้ว ผู้หมวด”
 
     “แล้วเขายังละลาบละล้วงไปเจาะห้องน้ำบ้านอื่นดูอีกหรือ”
      “เขาหมดโอกาสจะแสดงนิสัยชั่วๆ อย่างเดิมแล้วค่ะ เพราะคำแนนำของผู้หมวด” เธอสะอื้น

        “แล้วทำไมยังอยากจะหย่ากับเขาอีกล่ะ” คราวนี้หมวดชักโมโห

      “หนูบอกแล้ว ว่ายังไงๆ ก็แก้นิสัยเลวๆ ของเขาไม่หาย เขาหมดโอกาสจะไปเจาะห้องน้ำบ้านคนอื่นดู เขาก็เลยหันมาเจาะห้องน้ำแอบดูหนูซะเอง!”
            +++++++++++++++++++++++++
เรื่อง บุหงาคนรักสะอาด
         เขาพบกับเธอครั้งแรกที่ร้านอาหาร และประทับใจในนิสัยรักความสะอาดของเธอเป็นอย่างมาก บุหงาสาวสวยจะต้องล้างมือทุกครั้งก่อนหลังทานข้าว ซ้ำยังหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวออกมาซับหลังล้าง อย่างละเมียดละไม
         “ผู้หญิงยังงี้แหละคือผู้หญิงที่เราค้นหามานักแล้ว” เขานึกกับตัวเองอย่างพึงใจ “ละเอียดถี่ถ้วน สะอาดเต็มไปด้วยคุณสมบัติของลูกผู้หญิง”

          และในที่สุดเขาก็สามารถสานสัมพันธ์กับเธอได้สำเร็จ ยิ่งรู้จักบุหงามากขึ้น ก็ยิ่งประทับใจ เธอรักความสะอาด เกลียดฝุ่นละออง และดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ตราบจนกระทั่งวันหนึ่ง เขาก็ชวนเธอไปเที่ยวบางแสนด้วยกัน แต่แล้ว เมื่อกลับมาจากบางแสนนั้นเอง เขาก็ตัดสินใจเลิกกับ บุหงา จนเพื่อนๆทุกคนสงสัย
        มันเกิดอะไรขึ้นที่บางแสน?

        “ตอนผ่านเมืองชล อั๊วแวะซื้อไก่ย่างไปสองตัว พอไปถึงบังกะโล อั๊วก็เตรียมไปผลัดเสื้อ เพื่อลงเล่นน้ำ”
         “เล่าให้รวบรัดอีกหน่อย”

          “อั๊วเปลี่ยนเสื้อเสร็จ นึกว่าเธอก็เสร็จแล้ว เลยเปิดประตูห้องเธอเข้าไป แล้วเจอเธอ แทะไก่ มือเป็นมัน”

         “ก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร”
         “มันไม่ยางงั้น น่ะสิ พอเธอเห็นอั๊วเข้า เธอตกใจ เพราะอยู่ในชุดชั้นใน”
“ยุ่งละซิ”
          เพื่อนคนถาม อุทาน เพราะนึกกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น ทว่า...

         “เธอรีบเอามือมันๆเปื้อนๆ ไก่ เช็ดพรืดลงที่อันเดอร์แวร์ตัวน้อยของเธอ อั๊วอยากจะถอยออกมา แต่สายตาเลี่ยงไม่ทัน ให้อั๊วตกนรก มันเขาดเป็นรูพรุน บางตอนมีรอยปะ และเจ้าบราเซียร์ของเธอตัวนั้น มันกระดำกระด่างจนจำสีเดิมไม่ได้!”
            ++++++++++++++++++++++++++++++
เรื่อง เอื้องคำกล้วยไม้ในหมอก
          เพียงแวบแรกเดียวที่เขาได้เห็นเธอ สายตาที่โชกโชนชีวิตช่ำชองเพศตรงข้ามก็มักบอกตัวเองว่า “ผู้หญิงคนนี้สวยชะมัด”

           เขา คือ กัปตันหรือหัวหน้าพาร์ทเนอร์ประจำบาร์แห่งหนึ่ง ส่วนเธอ... เอื้องคำ สาวน้อยจากป่าซาง เพิ่งมาทำงานที่นี่เป็นแห่งแรก
เขาพยายามใช้เสน่ห์ ทุกวิถีทาง งัดมันออกมาโปรยหว่านเพื่อ ได้ทำความรู้จักและรู้ให้ลึกเกี่ยวกับเธอ กับผู้หญิงคนอื่นเขาไม่เคยพลาด แต่ดูเหมือนว่าเอื้องคำ กล้วยไม้เมืองเหนือผู้แสนซื่อ จะพยายามบ่ายเบี่ยง ราวกับเธอไม่เคยมีใจให้กับเขาเลยสักนิดเดียว จนในที่สุด เขาก็ยอมแพ้

            ถ้าหากว่า... ในเย็นวันนั้น เขาจะไม่บังเอิญแวะไปหาเพื่อน แถวสุขศาลา นางเลิ้ง ระหว่างจอดรถฝั่งตรงข้าม เพื่อข้ามถนนมานั่นเอง เขาก็เห็นเธอ แม่ดอกเอื้องแสนพิสุทธิ์ กำลังเดินออกมาจากสุขศาลา ของ ดร.เพียร

      “มาทำไม ที่นี่ เอื้องคำ?”
เธอยิ้มอย่างเปิดเผย ไม่มีร่องรอยของความสะเทิ้น
       “เดี๋ยวนี้หนูสบายใจแล้วค่ะ หมอบอกว่าหนูหายเรียบร้อยแล้ว คืนนี้เชิญสิคะ รับรองว่าปลอดภัย ไม่เหมือนตอนนั้น”

+++++++++++++++++++++++++++

            สำหรับประวัติ ของนามปากกา D.D.T. 100% หรือ สนิท เอกชัย (ข้อมูลบางแห่ง บอกว่า คุณเสริมศรี เอกชัย ก็ใช้ร่วมกันด้วย) นั้น ผมขอ เรียบเรียงจาก เวบไซต์ สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ดังนี้ครับ

          เมื่อเอ่ยถึง สนิท ก็ต้องพ่วง เสริมศรี ด้วย เพราะทั้งสองเป็นคู่หูดูโอ แนบชิดทางกายและใจ ใช้นามสกุล เอกชัย เหมือนกัน สนิท ก้าวเข้าสู่งานหนังสือพิมพ์ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ธรรมศาสตร์ และหนังสือที่เคยทำงานอย่างจริงจังมีหนังสือพิมพ์ เอกราช ยุค อิศรา อนันตกุล ต่อมาได้เป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ สัจจา เป็นหัวหน้าข่าว หนังสือพิมพ์ นครสาร เป็นหัวหน้าข่าวและผู้ช่วยบรรณาธิการ เดลิเมล์ เป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการ เดลินิวส์ และเป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการ เดลิไทม์
++++++++++++++++++++++++++
         และยังเป็นตัวตั้งตัวตีในการก่อตั้งสมาคมนักข่าวแห่งประเทศ และสมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยอีกด้วย
       เขาเกลียดการ คอรัปชั่น เกลียดคน เบ่ง นักหนังสือพิมพ์ที่ร่วมทำงานด้วยต้องอยู่ใต้กฎเหล็ก คือ ห้ามเล่นม้า และ ห้ามกินเหล้า ในเวลาทำงาน โดยให้เหตุผลว่าการเล่นม้าเป็นการพนันที่ทำลายคน และคนกินเหล้าไม่สามารถจะให้ความเชื่อถือได้ในการทำหน้าที่นักหนังสือพิมพ์

        สนิท-เสริมศรี ให้ความเคารพและนับถือนักหนังสือพิมพ์อย่าง สุภา ศิริมานนท์ อิศรา อนันตกุล กุหลาบ สายประดิษฐ์ เฉลิม วุฒิโฆษิต
+++++++++++++++++++++++++++++
          ขณะที่ เสริมศรี เริ่มเข้าคลุกวงการน้ำหมึกจากการตรวจปรู๊ฟหนังสือพิมพ์ นครสาร ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์การเมือง เขาทำหน้าที่ปรู๊ฟตัวอักษรได้แค่ 2 เดือน ก็เกิดมีสถานการณ์ต้อง หักเห ให้ขยับขึ้นเป็นนักข่าว โดยมีข่าวที่สันติบาล หัวหน้าข่าว คือคุณ สังข์ พัธโนทัย ถามแกมสั่งว่า ไปได้หรือไม่ เขาตอบรับทันที เมื่อกลับมาถึงโรงพิมพ์ได้อาศัยผ่านงานด้านการตรวจปรู๊ฟ รู้หลักว่าเขียนข่าวกันอย่างไร หัวหน้าข่าวแก้ตรงไหน แก้สำนวนอย่างไร ประสบการณ์ดังกล่าว ทำให้เขาเขียนข่าวได้ เนียน มาก เมื่อส่งข่าวให้หัวหน้าข่าว หัวหน้าข่าวถามด้วยความข้องใจทำไมเขียนข่าวได้

           จากนั้น จึงถูกสั่งให้ทำข่าวย่านสันติบาล สอบสวนกลาง ต่อมาย้ายไปเป็นนักข่าวกระทรวงมหาดไทย และอีกหลายกระทรวง ชีวิตวนเวียนอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย และโรงพิมพ์ ดำเนินไปอย่างราบเรียบ แต่การทำงานเริ่มเริ่มมีสีสันขึ้นเมื่อเกิดเหตุปฏิวัติ ปี 2501จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้จับนักหนังสือพิมพ์หลายคน เข้าห้องขัง ข้อหาเป็นคอมมิวนิสต์ รวมถึง สนิท ก็โดนด้วย
           +++++++++++++++++++++++++
           เดลิเมล์ ที่ สนิท ทำงานอยู่ถูกปิด ขณะที่ สนิท เคยมีปัญหากับพล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ผู้ทรงอิทธิพลในทางการเมืองในขณะนั้น เนื่องจาก เดลิเมล์ ไม่ยอมก้มหัวให้ผู้มีอิทธิพลเข้ามาครอบงำหนังสือพิมพ์ด้วย เงินตรา

           สนิท นอนดูมุ้งสายบัวประมาณ 1 ปี จอมพลสฤษดิ์ ที่ชอบพอกับเขาคงละอายใจ จึงสั่ง ประเสริฐ รุจิระวงศ์ รองอธิบดีกรมตำรวจในสมัย ให้ปล่อยตัว และตอบแทนความไม่สบายใจที่กระทำต่อ สนิท โดยเสนอให้ไปที่การท่าเรือ กองสลาก เดือนละ 5,000 บาท แต่ผู้มีจิตวิญญาณนักหนังสือพิมพ์ปัดทิ้งข้อเสนอดังกล่าว ก็เคว้งคว้างเตะฝุ่นอยู่นาน แล้วก็มีมืออันอบอุ่นของมิตรผู้ยิ่งใหญ่ เฉลิม วุฒิโฆสิต บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ ชาวไทย ได้ให้ สนิท ไปเขียน โดยเขียนคอลัมน์ จอเงิน จอแก้ว ใช้นามปากกา ดนัย เอกสิทธิ์ มาจากสนิทเอกชัย วิพากษ์วิจารณ์รายการทีวี และวิจารณ์หนังอย่างถึงพริกถึงขิง คอลัมน์ดังเป็นพลุแตก แต่ช่วงหลังๆได้เอยปากข้อร้องโยนให้ เสริมศรี รายเวทมนต์ต่อ อาทิตย์หนึ่งเขียน 5 วัน ได้ค่าเหนื่อยเดือนละ 800 บาท

         เขียนอยู่หลายปีดีดัก จน แสง เหตะกูล มาชวนหลายครั้งไปออกหนังสือพิมพ์ ถือเป็นจุดกำเนิด

           หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ ในปี 2507 เริ่มแรกใช้ชื่อหัวหนังสือพิมพ์ แนวหน้า ก่อนเปลี่ยนเป็นหนังสือพิมพ์ เดลินิวส์
++++++++++++++++++++++++++
เมื่อ สนิท ตอบตกลงก็ดึง เสริมศรี ไปเป็นผู้จัดการโฆษณา และใช้นามปากกา สนทะเล เขียนคอลัมน์แม่ครัว คอลัมน์นักเลงรถ วันไหนบทนำไม่มีก็เขียนบทนำ วันไหน สนิท ไม่อยู่ หรือขี้เกียจตอบ จดหมาย ก็ตอบ ใช้นามปากกา ดี.ดี.ที. 100%
เสริมศรี ก็ใช้นามปากกาดี.ดี.ที.99% เขียนแทน สนิท ตัวแทนตัวตายแบบกลมกลืน
++++++++++++++++++++++++++
         อยู่หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ 1ทศวรรษ งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา สนิท แม้รัก แสง มากขนาดไหน เพราะคลุกคลีตีโมงมาด้วยกัน แต่ต้องมาแตกหัก กรณีเงินสวัสดิการกองบรรณาธิการ
           ออกไปลงทุนตั้งหนังสือพิมพ์ เดลิไทม์
++++++++++++++++++++++++++++
      ช่วงหลังๆ สนิท เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ เสริมศรี ต้องเข้ามานั่งแทนบริหารแทน ทำได้ 5 ปี ขาดทุนป่นปี้ ต้องเทขายหุ้นหมดหน้าตัก แล้ว สนิท ก็วางมือในวงการตลอดกาล ด้วยวัย 70 ปี เมื่อปี พ.ศ. 2536

หมายเหตุ : สำหรับผลงาน 108 ผู้หญิง นี้ มีการรวมเล่มชุดที่สองตามมา ในปี พ.ศ. 2507 และน่าเสียดาย ที่ไม่ได้มีการรวมเล่มทั้งสองชุดนี้อีกเลยครับ
+++++++++++++++++++++++





Create Date : 23 กันยายน 2562
Last Update : 23 กันยายน 2562 8:37:15 น. 0 comments
Counter : 264 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 74 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.