หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2562
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
20 ตุลาคม 2562
 
All Blogs
 
ประทีปอธิษฐาน : ศรีฟ้า ลดาวัลย์

เรื่อง : ประทีปอธิษฐาน
ผู้ขียน : ศรีฟ้า ลดาวัลย์
สำนักพิมพ์ : ดอกหญ้า
ปีที่พิมพ์ : 2532
เล่มเดียวจบ



          ในความทรงจำเมื่อ 15 ปีก่อน เหตุการณ์คืนวันลอยกระทง มันไม่ใช่เทศกาลแห่งความสุข สำหรับเด็กหญิงปานวาดเลยแม้แต่น้อย หากแต่มันคือ ความทรงจำอันเจ็บปวด สูญเสีย และตราประทับความแค้นนั้นเอาไว้ ตราบจนถึงปัจจุบัน

       เมื่อพ่อและแม่ทะเลาะกันอย่างรุนแรง เด็กหญิงรับรู้ถึงการกล่าวหาของบิดา ว่าแม่ของเธอมีชู้กับเด็กนักศึกษาวัยรุ่นหนุ่ม จนเกิดความหึงหวง ขณะที่แม่ก็ยอมรับ และโทษว่า เป็นเพราะพ่อไม่มีความรับผิดชอบ เอาแต่พึ่งพิงพี่สาวของตัวเองทุกอย่าง เหตุการณ์ตามมาจากนั้นคือ โศกนาฎกรรมที่ปานวาดจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต...

        หล่อนยังจำได้ติดตา และคิดว่าชาตินี้ทั้งชาติหล่อนก็คงจะไม่มีวันลืมกระทงอธิษฐานสองใบ ที่แยกจากกันและจมวูบหายไปต่อหน้าต่อตาหล่อน
เป็นกระทงของบิดา มารดาหล่อนเอง มันดับวูบจมหายไปต่อหน้าต่อตาหล่อน และอีกไม่กี่วันต่อมาทั้งพ่อและแม่ก็รถคว่ำตายทั้งคู่

       ปานวาด ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า มาอาศัยอยู่กับ ป้าพรรณี พี่สาวพ่อ ที่เป็นญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ แต่ป้าเองก็ติดการพนัน จนนำบ้านไปจำนองไว้ ในขณะที่หญิงสาวต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเองและคอยชดใช้หนี้สินที่ป้าติดการพนันนี้ด้วยความกตัญญู ปานวาดทำงานแผนกการเงินของโรงแรมริฟเวอร์ และมิสเตอร์ยอห์นสตัน ผู้จัดการโรงแรมกำลังจะหมดวาระ ในคืนวันลอยกระทงที่จัดขึ้นนั้นเอง หล่อนได้พบกับบุรุษหนุ่มผู้หนึ่ง ที่เข้ามาทักทาย สอบถาม เขาถูกชะตาความสวยงามและนัยน์ตาอันเป็นปริศนา แฝงความเศร้าสร้อยของเธอที่คล้ายกับใครบางคนที่เขาเคยรู้จักมาในอดีต ในขณะที่ปานวาดเองก็เพิ่งรู้ภายหลังว่า เขาคือผู้จัดการคนใหม่ มีชื่อว่า การันต์ วัชรกัมพล!

        เด็กหนุ่มชายชู้ของแม่ในอดีต และเป็นต้นเหตุให้เธอต้องกลายเป็นเด็กกำพร้านั้นเอง!!

     เพลิงแห่งความแค้น ถูกจุดขึ้นอีกครั้ง เธอตัดสินใจทำงานต่อที่นั่น ในขณะที่การันต์เอง ก็ถูกใจหญิงสาว และรับรู้ปัญหาเรื่อง ป้าของเธอที่ติดการพนัน จนถูกตำรวจจับ เขาไปช่วยประกันตัวให้ จึงเห็นว่าหญิงสาวกำลังเดือดร้อนเงินอย่างหนัก ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกหึงหวง เมื่อเห็นเธอให้ความสนิทสนมกับ มนต์เศก เพื่อนชาย จิตรกร ที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก แต่สำหรับปานวาดแล้ว มนต์เศก เป็นเพียงเพื่อนชายคนสนิทเท่านั้น

       คุณกรุณา มารดาของ การันต์ มีลูกชายคนเล็กอีกคนหนึ่ง คือ การุณ แต่เด็กหนุ่ม เป็นคนอ่อนแอเจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจ ซึ่งหมอเตือนให้คนในครอบครัวต้องดูแลเขาด้วยความระมัดระวัง ห้ามมิให้มีอะไรมากระทบกระเทือนจิตใจเด็ดขาด เธอจึงรักลูกชายคนเล็กเหมือนไข่ในหิน เมื่อการุณเดินทางกลับมาเมืองไทย การันต์จึงให้เขามาช่วยดูแลงานโรงแรมริฟเวอร์แห่งนี้

         เมื่อการุณได้เห็นปานวาด เขาประทับใจและติดใจ ความสวยของหญิงสาว เขาเองเคยอกหักจากนงพงา มาก่อน และการุณเองก็เป็นคนอารมณ์รุนแรง เมื่อรักก็รักแรง เกลียดก็เกลียดแรง ไปด้วย หากในเวลานี้ เขาสนใจปานวาด จนไม่ฟังคำทักท้วงของใครๆทั้งสิ้น เช่นเดียวกับปานวาด ที่มองว่า การุณ คือเครื่องมือที่เธอจะใช้สำหรับการแก้แค้นการันต์ให้เจ็บปวด เหมือนกับที่เธอเคยเจ็บมาแล้ว

       หล่อนอยากรู้ว่าหากคนที่เขารักและเป็นห่วงใย ต้องถูกทำลายลงอย่างที่หล่อนเห็นบิดามารดาถูกทำลาย เขาจะรู้สึกเจ็บปวดและคั่งแค้นสักแค่ไหน... หล่อนอยากรู้นัก

      ดวงตาของปานวาดเป็นประกายวาบขึ้นเหมือนอย่างที่การันต์เคยเปรียบเทียบเอาไว้ว่าว่าคล้ายดวงตาของงูพิษ ขณะนี้เขาไม่มีโอกาสได้เห็น
และด้วยพลังแห่งความแค้นต่อการันต์นั่นเอง...

       หากหล่อนจะต้องแต่งงานกับการุณ ก็เพราะเหตุผลข้อนี้ข้อเดียว หล่อนต้องการเห็นความเจ็บปวดของการันต์ ความเจ็บปวดอันเกิดจากการสูญเสียคนที่ตนรัก หรือความเจ็บปวดที่ไม่อาจช่วยคนที่ตนรักให้พ้นจากความทุกข์ทรมานได้ หล่อนอยากให้เขาเจ็บปวด ถึงแม้ว่าความเจ็บปวดของเขาจะทำให้หล่อนต้องพลอยเจ็บปวดไปด้วยก็ตาม!
       เหมือนแรงกระตุ้นที่ทำให้ทิฐิของหล่อนขึ้นจนถึงขีดสุด ไม่ใช่ทิฐิธรรมดา หากแต่เป็นทิฐิอันมีปฐมเหตุมาจากความต้องการที่จะทำลาย!
รสชาติของความเจ็บปวด ความสูญเสียเป็นอย่างไร การันต์จะต้องได้รับเหมือนกับที่หล่อนเคยได้รับมาแล้ว
       ทว่า... ปานวาดไม่รู้ดอกว่า อาวุธที่ตั้งใจจะฆ่าผู้อื่นนั้น ในบางครั้ง มันก็จะหวนกลับมาฆ่าตัวเองได้เหมือนกัน!

      ดังนั้น เมื่อการุณเอ่ยปากขอเธอแต่งงาน ปานวาดจึงตอบรับอย่างเต็มใจ ทั้งที่ในหัวใจเธอ กลับมีบุรุษอีกผู้หนึ่งเป็นเสมือนเงา ที่ซ้อนทับอยู่ในใจ เขาคนที่ทำให้เธอทั้งเจ็บแค้น และ รักไปพร้อมๆกันได้อย่างน่าอัศจรรย์
การันต์ วัชรกัมพล!

     การันต์เองก็รู้สึกผิดคาดกับ ปานวาด เขาเคยคิดว่าเธอรักเขา และเธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่เห็นแก่เงิน แต่เหตุไฉน เธอจึงตัดสินใจที่จะแต่งงานกับการุณ ทั้งๆที่รู้ว่า การุณเองไม่สามารถให้ความสุขทางเพศและยังมีอารมณ์แปรปรวน จนเคยพลั้งมือ ทำร้ายหญิงสาวมาแล้ว

ความเข้าใจผิดทำให้เขาหลุดปากดูถูกเธอออกไป

      “ขอบคุณที่ชี้ช่องให้ดิฉันได้ตัดสินใจ ในฐานที่ผู้จัดการเป็นพี่ชายของคุณการุณ โปรดรับรู้ไว้เป็นคนแรกว่า ดิฉันตัดสินใจจะแต่งงานกับคุณการุณ ไม่ใช่เพราะความรัก ไม่ใช่เพราะใจอ่อน กลัวคุณการุณจะผิดหวัง แต่เพราะเงินของคุณการุณ สารภาพออกมาตรงๆอย่างนี้ คงสมใจผู้จัดการแล้วนะคะ จะได้ไม่ต้องไปเสะหาสำนวนเพราะๆมาอ้อมค้อมด่าดิฉัน
     แต่เรื่องเงินยังไม่สำคัญสำหรับดิฉันเท่าไหรนักดอก ที่สำคัญที่สุดอยู่ตรงที่คุณการุณเป็นน้องชายของผู้จัดการ ดิแนตัดสินใจแต่งงานกับคุณการุณเพราะเหตุนิดเดียวที่สำคัญที่สุด เพราะการุณเป็นน้องชายที่ผู้จัดการรักและห่วงใย อย่างน้อยก็เกือบจะเท่ากับชีวิตของตัวเอง!”

      การแต่งงานเกิดขึ้นในที่สุด และเหตุการณ์ในคืนเลี้ยงที่ตรงกับวันลอยกระทง ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อประทีปของคู่บ่าวสาวที่จุดร่วมกันลอยลงสู่ท้องนที

     แต่แล้ว... ลมหายใจของเขาเหล่านั้นก็หยุดชะงักไปชั่วขณะ เพราะ
       กระทงใบงามซึ่งลอยกระเพื่อมไปเรื่อยๆ คงปะทะเข้ากับเศษอะไรอย่างหนึ่งภายใต้ผิวน้ำ มันหยุดนิ่งแล้วก็หมุนคว้างช้าๆอยู่ชั่วอึดใจหนึ่ง จากนั้น กระทงใบสำคัญของคืนนั้น ก็ค่อยๆเอียงวูบ เทียนที่สว่างไสวอยู่เมื่อครู่ก่อน ดับมืด แล้วกระทงที่ประดิษฐ์ประดับอย่างงดงามที่สุดก็ตะแคงคว่ำลง ท่ามกลางสายตาของคนที่เฝ้ามองมันอยู่...


      และเมื่อพิธีสมรสผ่านไป ปานวาดก็ต้องหวานอมขมกลืน เมื่อรู้ความจริงในเวลาต่อมา ว่า เหตุการณ์ในคืนวันนั้น ที่แม่กับพ่อทะเลาะกันอย่างรุนแรง แม่เพียงแต่อ้างชื่อของการันต์ขึ้นมา เพื่อยั่วโทสะของพ่อเท่านั้นเอง แม่และการันต์ ไม่เคยมีอะไรกันเลย เขาให้ความนับถือ คุณวนิดา มารดาของเธอ ไม่ต่างกับพี่สาวคนหนึ่ง

        ปราการแห่งอคตินั้น ทลายลงไป ความรู้สึกอันแท้จริงที่มีต่อเขา ซึ่งเธอเคยเอาความเกลียดชังเป็นรั้วกั้นไว้ เอาทิฐิและอุปาทานเป็นกุญแจปิดตาย บัดนี้ทั้งรั้วและกุญแจถูกทำลายลงจนสิ้น แต่กลับมีกำแพงมหึมามากั้นไว้แทน กำแพงนั้นคือ ศีลธรรมประเพณี ศีลธรรม ในฐานะที่เธอเป็นภรรยาของน้องชายเขานั่นเอง และการุณเอง ก็หึงหวง ปานวาด จนถึงขนาดลงมือตบหน้าหญิงสาวจนเลือดออก ด้วยความเข้าใจผิด

        เขาจึงตัดสินใจแต่งงานกับ นิยะดา สาวสังคมที่คบหากับผู้ชายไม่เลือกหน้า ก่อนที่หล่อนจะตัดสินใจ จบชีวิตการแต่งงานกับการันต์ ผู้ชายที่หล่อนคิดว่าเหมาะสมที่สุด แต่แล้ว การแต่งงานที่เกิดขึ้น ก็ไม่ต่างกับสายโซ่ตรวนที่ขังอิสรภาพของทั้งคู่เอาไว้ เมื่อนิยะดา พบว่า แท้จริง การันต์ไม่เคยรักหล่อนเลย ส่วนหล่อนเอง ก็เลือกมีความสัมพันธ์กับชายอื่น เพื่อบำบัดความเครียดของตัวเอง จนตั้งครรภ์ แต่ การันต์ก็ยอมรับที่จะเป็นพ่อของเด็กในท้องให้กับนิยะดา โดยไม่ปริปากบอกความจริงกับคนอื่น

      เมื่อการุณหึงหวง ปานวาด จนพลั้งมือทำร้ายหล่อนเป็นครั้งล่าสุด หญิงสาวจึงตัดสินใจหนีจากเขาไป ยังหมู่บ้านบังกะโล แห่งหนึ่งในชลบุรี มีเพียงการันต์เท่านั้นที่เป็นห่วง และตามหา จนไปพบกับหล่อนในที่สุด และแล้ว เมื่อบรรยากาศทุกอย่างเป็นใจ และความเข้าใจระหว่างหัวใจสองดวงที่ถูกปรับเข้าหากัน ในที่สุด ทั้งการันต์และปานวาด ก็มีความสัมพันธ์กันในคืนวันนั้นเอง

 ผมรู้ว่ามันทรมาน มันยากลำบากแค่ไหน เพราะผมเองก็ต้องต่อสู้กับตัวเองตลอดเวลา... ตลอดเวลาที่คุณตัดสินใจแต่งงานกับการุณ จนกระทั่งถึงเดี๋ยวนี้... ขณะนี้

       “บางทีไอ้การเป็คนที่จำต้องรู้ผิดชอบชั่วดี มันก็ทำให้เราเจ็บปวดไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะปานวาด”
      หล่อนนิ่ง นัยน์ตาเหลือบต่ำ ริมฝีปากรูปสวยเครียดตามเคย

         “ผมอยากจะขว้างความรู้สึกผิดชอบชั่วดีทิ้งลงทะเลไปเสียให้หมด ลืมอดีตแล้วก็ปล่อยอนาคตให้มันมืดไปเสียชั่วคราว... เราสองคนต่างก็ทรมานใจกันมามากแล้วไม่ใช่รึปานวาด”

        ความปรารถนาอย่างลึกซึ้งซึ่งต่างคนต่างเก็บซ่อนเร้นมานานกำลังมีอำนาจเหนือความรู้สึกรับผิดชอบ

      ปานวาดกลั้นหายใจ หล่อนอยากจะขัดขืน อยากจะวิ่งหนีไปใหพ้น มโนธรรมทำให้หล่อนเจ็บปวดอยู่ในใจ ทว่าอารมณ์ของหล่อนกลับสัมผัสกับความหวานชื่น... ทั้งเจ็บปวด ทั้งอ่อนหวานและขมขื่นสับสนปนกันจนแยกไม่ออก...

     แล้วเมื่อถึงรุ่งเช้า การันต์ก็สัญญาว่าจะกลับมาหาเธอ แต่เมื่อเขากลับไปยังโรงแรมริฟเวอร์ นิยะดา สังเกตเห็นความผิดปกติ หล่อนเชื่อว่าสามีตัวเอง กำลังนอกใจ ไปมีความสัมพันธ์กับปานวาด นิยะดา จึงตัดสินใจบอกกับการุณ ทั้งเขาและหล่อนจึงเดินทางไปยังบังกะโลแห่งนั้น ในคืนวันต่อมา

       ความจริงที่ปรากฏขึ้นทำให้การุณเสียใจและช็อค ที่ภรรยาของเขา มีความสัมพันธ์กับพี่ชายตัวเอง แม้ว่า การันต์และปานวาด จะพาเขามาโรงพยาบาล แต่ก็ช้าเกินไป การุณเสียชีวิตลงด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว เขาตายไปพร้อมกับความผิดหวัง ความแค้น ที่มีต่อปานวาดและการันต์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งทำให้ เธอกับการันต์ต้องถอยห่างออกไปตามคำขอร้องของคุณกรุณา ผู้เป็นแม่การุณ แม้ว่างานศพของการุณจะผ่านไปแล้วก็ตาม

ในที่สุด ปานวาดก็ตัดสินใจเดินทางไปอเมริกา การันต์รู้ข่าวในนาทีสุดท้าย เขาตามไปพบกับเธอที่สนามบิน


   “ปานวาด... ทำไมคุณถึงตัดสินใจอย่างนี้”
    “เพราะมนเป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับเรา ถ้าเรายังอยู่ใกล้กัน ก็คงอดทำสิ่งที่... มันไม่ถูกต้องไม่ได้”
       “ผมบอกแล้วว่า ผมไม่แคร์ใคร”

      ปานวาดส่ายหน้าช้าๆ มือที่อยู่ในอุ้งมือของการันต์เปลี่ยนเป็นบีบมือเขาอย่างนุ่มนวลและปลอบประโลมบ้าง

        “วันหนึ่งเราอาจจะได้พบกันอีก วันหนึ่งถ้าทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อย พอที่เราจะไม่ต้องทรมานใจ... ดิฉันสัญญาค่ะ คุณการันต์ สัญญาว่าดิฉันจะรอวันนั้น อเมริกาไม่ได้อยู่ไกลเกินไปนักไม่ใหรือคะ”

         แล้วเมื่อเสียงเตือนดังขึ้น ทั้งเธอและเขาก็จำต้องอำลาจากกัน การันต์ได้แต่คิดถึงคำกล่าวสุดท้ายของปานวาดที่บอกกับเขาว่า ถึงยังไม่มีสิทธิ์ที่จะได้อยู่ร่วมกัน ไม่มีสิทธิ์ในการกระทำอีกหลายต่อหลายอย่าง แต่เราก็มีสิทธิ์ที่จะหวังด้วยกัน...
           และเขาก็จะพยายามรอให้ถึงวันนั้น ไม่ว่ามันจะช้านานสักเท่าใด!

 


Create Date : 20 ตุลาคม 2562
Last Update : 20 ตุลาคม 2562 14:11:29 น. 4 comments
Counter : 303 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณnewyorknurse


 
เรื่องนี้เคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์เมื่อปี 2517
นำแสดงโดยคุณอุเทน บุญยงค์ กับคุณภาวนา ชนะจิต
เคยดูในยูทูป แต่ดูไม่จบ เพราะรู้สึกว่าหนักเกินไป
พอได้อ่านรีวิวของคุณสามปอยหลวง ก็กลับไปดูอีกครั้ง
ในหนังมีการปรับเปลี่ยนตอนจบ เอาใจคนดู ไม่ให้เศร้าเกินไปค่ะ
ขอบคุณสำหรับรีวิวค่ะ 😃


โดย: นักอ่านรุ่นเก๋า IP: 134.196.85.200 วันที่: 26 ตุลาคม 2562 เวลา:10:15:32 น.  

 
สวัสดีครับคุณนักอ่านรุ่นเก๋า ตอนทราบว่าเรื่องนี้เคยเป็นภาพยนตร์ ทำให้ยิ่งอยากชมขึ้นมาเลยครับ นึกภาพคุณภาวนา เป็น ปานวาดไม่ออกเลย ผมเคยแต่ชมเวอร์ชันที่คุณ กาญจนา จินดาวัฒน์ เล่น ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 27 ตุลาคม 2562 เวลา:13:25:51 น.  

 
ถึงคุณสามปอยหลวง
เรื่องนี้หาชมได้จากยูทูปค่ะ :)


โดย: นักอ่านรุ่นเก๋า IP: 134.196.85.112 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2562 เวลา:22:11:29 น.  

 
คุณนักอ่านรุ่นเก๋า ขอบคุณมากเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 4 พฤศจิกายน 2562 เวลา:12:19:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 74 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.