หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
เมษายน 2562
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
3 เมษายน 2562
 
All Blogs
 
มาตุคาม : สมภพ จันทรประภา

เรื่อง : มาตุคาม
ผู้ขียน : สมภพ จันทรประภา
สำนักพิมพ์ : แพร่พิทยา
ปีที่พิมพ์ : 2509
เล่มเดียวจบ




       ขอสารภาพก่อนการรีวิวในครั้งนี้ก่อนเลยครับว่า ผมเองไม่เคยอ่านงานเขียนของคุณสมภพ จันทรประภา มาก่อนเลย นอกจากได้ยินชื่อเสียงผลงานเขียนในเชิงสารคดี หรือบทความทางประวัติศาสตร์ อย่างเรื่องนรชาติ ตราบจนกระทั่งได้รับการติดต่อ จากพี่ ปีติ วิริยะ ในวาระครบ 100 ปีชาตกาล นักเขียนไทย ซึ่งพอทราบว่า ท่านเอง มีบทประพันธ์ในรูปนวนิยาย อยู่เรื่องหนึ่ง คือมาตุคาม แต่ในตอนนั้น ผมเองก็ยังไม่ได้รับปากกับพี่ปีติ ที่จะเขียนรีวิวให้ เพราะว่า มีนิยายหลายเรื่องที่เคยอยากจะนำมาเขียนรีวิว แต่ปรากฏว่า ตนเองก็อ่านไม่จบ 

      ตราบจนกระทั่ง ได้หนังสือเล่มนี้มาจากความช่วยเหลือของ พี่ชาญโค ทำให้มีโอกาส ได้ลองอ่านเป็นครั้งแรก มาตุคาม ชื่อเรื่อง อาจจะมีความหมายแปลก ด้วยศัพท์แสงภาษาพระ ที่หมายถึง สตรีเพศ ซึ่งก็คือ สิ่งสำคัญในการเดินเรื่องของนวนิยาย เรื่องนี้นั่นเอง

        เรื่องราวเริ่มต้นที่ชีวิตในชนบทของ เด็กชายสาย ที่อาศัยอยู่กับ นางคล้ายและนายปาน ผู้เป็นมารดาและบิดา ซึ่งรักใคร่เด็กน้อยราวดวงใจ คอยสั่งสอนให้สร้างแต่คุณงามความดี แม้ว่าจะมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับเด็กเกเร ในละแวกนั้นก็ตาม สายเป็นเด็กที่ฉลาดเฉลียวและช่างคิดมาตั้งแต่เด็ก เมื่อมีเรื่องชกต่อยกับเด็กชายข้างบ้านที่เอ่ยล้อเลียนตนว่าเป็นลูกกำพร้า ทำให้เด็กน้อย หาโอกาสที่จะซักถาม จากนางคล้าย และความจริงก็ปรากฏ

         เมื่อสิบสามปีก่อน ตอนนั้นนางและนายปานสามี เป็นเพียงลูกจ้างทำสวน ซึ่งมีคุณนายแก้ว เป็นเจ้าของ นางคล้ายได้มีโอกาสพบกับ หลานสาวของคุณนายที่มาจากพระนครเป็นเพียงหญิงวัยแรกรุ่นสวยงาม เธอมาพร้อมกับคนรับใช้ ซึ่งต่างก็เก็บตัวเงียบ จนกระทั่ง ความจริงเริ่มปรากฏว่า เด็กสาวคนนั้นตั้งครรภ์ และหลบมาคลอดลูก

      ฤกษ์งามยามปลอด นางก็คลอดทารกออกมาเป็นชาย นางนมรับเอาเด็กไว้แล้วล้วงเอาเลือดในปากออก เด็กส่งเสียงร้องขึ้นมาทันที รกตามออกมาในระยะไม่ห่างกันเท่าใดนัก ส่วนผู้เป็นมารดาก็เป็นลมแน่นิ่งไปด้วยความอ่อนเพลีย นางนมทำธุระกับทารกมีการตัดสายสะดือ และสวมถุงสายสะดือห่อขมิ้น นางคล้ายมองดูเด็กซึ่งอาบน้ำแล้ว และดิ้นอยู่ในเบาะ บนกระด้ง พลางถามขึ้นว่า
     “คุณนายไม่ซื้อหรือเจ้าคะ”
   “ไม่ซื้อ”      คุณนายตอบเสียงสะบัด ทำให้นางคล้ายรู้สึกสงสัย เพราะในความรู้ของนาง เมื่อเด็กคลอดออกมาแล้ว จะต้องมี แม่ซื้อ รับซื้อเอาเด็กไว้เป็นพิธี


    แต่แล้ว นางคล้ายก็ต้องตระหนกสุดขีดเมื่อคุณนายแก้ว บอกกับนางว่า

        “ไอ้ลูกคนนี้ มันกาลีบ้านกาลีเมือง ฉันไม่เอามันหรอกจะทิ้ง”
      คุณนายเสเปิดตลับขี้ผึ้งหอม ใช้นิ้วหัวแม่มือแตะและบี้จนได้ที่แล้วเอาขึ้นวาดริมฝีปากด้วยนิ้วทั้งสองนั้น เพื่อกันน้ำหมากจับ พลางพูดต่อไปว่า
       “หาหม้อให้ใบหนึ่ง เอาเขื่องๆหน่อย”
       “เอามาทำอะไรเจ้าคะ”


     และนั่นเอง ที่ทำให้นางตัดสินใจ ขอเด็กคนนี้มาเลี้ยงไว้เอง และคุณนายแก้ว ก็เลยยอมขายที่ราคาถูกให้เพื่อให้นางช่วยปิดปาก เรื่องทั้งหมดเป็นความลับ ส่วนนางคล้ายนั้น เลี้ยงเด็กชายสายมาด้วยความรัก เหมือนกับเป็นลูกในครรภ์ของตัวเอง จนกระทั่งถึงวันที่ความจริงเปิดเผย สายรู้เรื่องทั้งหมดด้วยความเข้าใจ และตนเองก็มีความมุ่งหมายในชีวิตที่จะก้าวไปข้างหน้า โดยไม่สนใจอดีตของตัวเองอีกต่อไป

         หลายปีต่อมา ณ เมืองสงขลา นวลจันทร์ สาวสวยชาวพระนคร เดินทางมาพักตากอากาศเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วย ทุกคนรู้ดีว่า หญิงสาวโสภาผู้นี้เป็นดาวเด่นในโรงเรียนและในสังคม รวมถึงเป็นธิดาของคุณ สร้อยกับคุณพระอนุรักษ์ ผู้มีฐานะ ทำให้หล่อนเป็นที่สนใจแก่คนทั่วไป รวมถึง สาย นายแพทย์หนุ่มที่มาบรรจุยังโรงพยาบาลแห่งนี้ด้วย ที่โรงพยาบาลนี่เอง มีละออ พยาบาลสาวที่แอบชอบพอ นายแพทย์สาย แต่หญิงสาวก็ไม่กล้าแสดงความรู้สึกออกมาให้เขารับรู้ ได้แต่หวานอมขมกลืน เมื่อเห็นสาย มาติดพัน นวลจันทร์ ซึ่งเป็นเพื่อนของหล่อนด้วยนั่นเอง

           นวลจันทร์เองก็อยากกลับพระนคร แล้ว แม้ว่าจะมีสายคอยพะเน้าพะนออยู่ไม่ขาดก็ตาม จดหมายจากคุณสร้อยมารดาตามเธอ ให้กลับ และนั่นเองที่ทำให้ สายรู้ว่าเขารักนวลจันทร์มากเพียงใด นวลจันทร์เขียนจดหมายบอกเล่าชีวิตรื่นรมย์ของเธอที่พระนคร และชักชวนให้เขาตามเธอไปด้วย ในวันสุดท้ายก่อนที่หมอสายจะเดินทางนั่นเอง ที่ละออ แอบเข้ามหาเขาที่บ้านพัก หล่อนสารภาพรักและตั้งใจจะพลีกายให้กับสาย แต่ชายหนุ่มเป็นสุภาพบุรุษเพียงพอ เขาเอ่ยปฏิเสธและบอกว่าไม่ได้รักเธอ ละออผิดหวัง กลับไปบ้านพักของตัวเอง และเช้าวันรุ่งขึ้นหล่อนก็ดื่มยาพิษ ฆ่าตัวตาย

          สายมาถึงพระนคร และรู้จักกับครอบครัวขุนน้ำขุนนางของ นวลจันทร์ จึงทราบว่า คุณสร้อยมารดาเธอ เป็นธิดาท่านเจ้าคุณผู้มีบรรดาศักดิ์ และยังแต่งงานกับคุณพระอนุรักษ์ ซึ่งแม้จะเป็นเพียงพ่อบุญธรรมของ นวลจันทร์ แต่ก็ให้ความรักธิดาคนเดียวผู้นี้ไม่ต่างกับลูกในสายเลือด คุณสร้อย ถูกชะตา เด็กหนุ่มคมสันผู้นี้มากกว่า ชายคนอื่นๆที่เข้ามาติดพันนวลจันทร์ โดยเฉพาะ อนุศักดิ์ หนุ่มเสเพล มาดโก้เก๋ ที่นวลจันทร์ ให้ความสนิทสนมพอๆกับ หมอสาย

         สายเดินทางกลับไปเยี่ยมนางคล้ายและนายปาน ที่ชราภาพมากแล้ว ทั้งคู่ปฏิเสธความสะดวกสบายต่างๆที่สายพยายามหยิบยื่นให้ เพียงแค่ได้เห็นความก้าวหน้าของบุตรชาย ต่างก็ปิติยินดี อย่างยิ่งแล้ว และโดยไม่คาดฝัน เมื่อ คุณสร้อย และนวลจันทร์ แวะมาหาสายที่บ้าน และเผชิญหน้ากับนางคล้าย

      หลังจากนั้นเอง เมื่อกลับไป ท่าทีของคุณสร้อยก็เปลี่ยนไป เธออยากจะให้ นวลจันทร์ เลิกคบหากับสายอย่างคนรัก จนถึงกับขอร้องกับลูกสาวของตนเอง ซึ่งนวลจันทร์เอง ก็มิได้รักใคร่สายฉันชายหญิงอยู่แล้ว หญิงสาวกำลังตกอยู่ในห้วงรัก กับอนุศักดิ์ หนุ่มชาวกรุงรูปงาม มากเสน่ห์ ที่ทำให้หล่อนดื่มด่ำ หลงใหลไปกับวาจาอ่อนหวาน นุ่มนวลของเขาจนถอนตัวไม่ขึ้น

           ในขณะที่สายเอง ก็กำลังเผชิญวิกฤตสำคัญของชีวิต นายปานป่วยหนัก และเสียชีวิตลง จากนั้นเพียงไม่นาน นางคล้าย ผู้คล้ายเป็นมารดาของเขา ก็เสียชีวิตตามไปอีกคนในเวลาไม่นาน

            “เข่าของสายที่ยันหลังมารดาอยู่สั่น แขนที่ช้อนศีรษะอยู่ก็ตกอยู่ในอาการเดียวกัน สายกัดฟัน เบือนหน้าออกไปเสียทางหนึ่ง น้ำตาของเขาหยดลงบนพื้น ความโทมนัสมีเหลือที่จะพรรณนา
         บัดนี้เขาหมดแล้วซึ่งคนที่จะเอาใจใส่เขาอย่างแท้จริง จะมีใครเป็นห่วงเขาในเรื่องอาหาร ในเรื่องการเดินทาง จะไม่มีใครช่วยดีใจเมื่อเขามีโชค จะไม่มีใครนั่งกอดเข่าให้เวลาเขามีทุกข์ ใครจะมารบเร้าให้เขากินยาหอม ใครจะมาเถียงกันด้วยเรื่องของเขาให้เขาฟังอีก ไม่ใช่แม่ก็จริงอยู่ แต่พระคุณนั้นล้นหัวล้นเกล้าเสียยิ่งกว่าแม่ การที่สายเป็นตัวของสายอยู่ทุกวันนี้ ก็ด้วยพระคุณของหญิงนี้กับชายอีกคน ที่ละเขาเมื่อสี่วันก่อนหน้า...”

       คุณสร้อยเอง ในเวลานี้ก็เริ่มมีอาการของวัณโรคมากขึ้นจนเหนื่อยหอบ ในเวลาเดียวกัน เธอก็รู้สึกผิดบาปไม่แพ้กัน ทันทีที่นางเห็นนางคล้าย เห็นสภาพบ้านเรือนของหมอสาย ที่เธอรักเอ็นดูอย่างประหลาด ความเข้าใจเมื่อหลายสิบปีก่อนก็ย้อนกลับมาในทันที เขาคือเด็กคนนั้น คือลูกของเธอ ที่ถูกยกให้นางคล้ายเอาไปเลี้ยงนั่นเอง!!

         ทุกอย่างคือกงกรรมกงเกวียน

         ในอดีต เมื่ออยู่ในวัยสาวรุ่น เธอเป็นหญิงสาวใจแตก ที่ลดตัวลงไปใกล้ชิดกับทนายคนสนิทของบิดา จนเกิดได้เสียกันขึ้น แต่แล้ว เมื่อตนเองตั้งครรภ์ขึ้นมา ด้วยความอับอาย บิดา จึงส่งไปเก็บตัวที่สวนของคุณนายแก้ว นั่นเอง
         จากนั้น เมื่อคลอดเด็กแล้วทิ้งให้นางคล้ายรับเลี้ยงไปแล้ว เมื่อกลับมาพระนคร ก็ถูกญาติผู้ใหญ่จัดขุนนางผู้หนึ่งให้มาสู่ขอ จนมีธิดาด้วยกันคนหนึ่ง ก็คือ นวลจันทร์ นั่นเอง แต่ชีวิตสมรสของคุณสร้อยก็หาได้ราบรื่นไม่ สามีของเธอชอบรื้อฟื้นเรื่องในอดีตขึ้นมากล่าวและตบตีทำร้ายเธอ จนในที่สุด ชีวิตคู่ของคุณสร้อยก็ต้องเลิกราเป็นครั้งที่สอง
         และต่อมาก็มีโอกาสได้พบกับคุณพระอนุรักษ์ ที่เข้าใจเธอเป็นอย่างดี ท่านสัญญาว่าจะเลี้ยงนวลจันทร์ เหมือนลูกตัวเอง แต่ท่านก็ยังไม่ทราบว่า เธอยังมีลูกชายอีกคนหนึ่งที่เกิดจากอุทรเดียวกันนั้นอีกด้วย

        และเด็กคนนั้นก็คือ หมอสาย ชายผู้ที่แต่แรกเธอหวังจะให้เป็นคู่ครองของนวลจันทร์นั่นเอง!!

         กงเกวียนที่หมุนรอยย้อนมานั้น ยิ่งสาหัสมากขึ้นไปอีก เมื่อ นวลจันทร์ เกิดได้เสียกับ อนุศักดิ์ และเมื่อหล่อนตั้งครรภ์ขึ้นมา ก็ตั้งใจจะบอกให้เขารับผิดชอบ
         อนุศักดิ์ปฏิเสธ เขามีคู่หมั้นที่จะต้องแต่งงานรออยู่แล้ว พร้อมอนาคตอันสดใส

         ด้วยความผิดหวัง จนแทบจะฆ่าตัวตาย หล่อนหันมาเห็นที่พึ่งเพียงคนเดียวในชีิวิต นั่นก็คือ หมอสาย

         ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ สายยืดอก เพื่อช่วยไม่ให้ นวลจันทร์ หญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจคิดสั้น ยอมรับเป็นพ่อของเด็กในท้องเอง และทำให้นวลจันทร์ กล้าที่จะไปสารภาพกับ คุณสร้อยผู้เป็นมารดา โดยหวังว่า อย่างน้อย ก็จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

          หากแต่มันตรงกันข้าม

         หัวใจของคนเป็นแม่แทบแหลกสลาย เมื่อเข้าใจว่า นวลจันทร์ ตั้งครรภ์กับ หมอสาย... ลูกของเธอทั้งสองคน ได้เสียกันเอง ซ้ำเธอยังไม่สามารถปริปากบอกความจริงเรื่องนี้กับใครได้เสียอีก โทษทัณฑ์ผิดบาปในอดีต บัดนี้ย้อนกลับมาลงทัณฑ์เธอแล้วอย่างเจ็บปวด ทุกข์ทรมานที่สุด คุณพระอนุรักษ์ แม้จะเกี่ยงเรื่องชาติตระกูลชาวบ้านของสาย ที่มีพ่อแม่เป็นแค่คนสวน แต่ก็ยอมรับในที่สุด และจัดการตกแต่งให้กับทั้งสอง

       อาการเจ็บป่วยของคุณสร้อยทรุดลงและดำเนินมาถึงขีดสุดในวันรดน้ำสังข์ของคู่บ่าวสาวนั่นเอง เธอฝืนลุกขึ้น เพื่อจะมาหลั่งน้ำพระพุทธมนตร์บนศีรษะของคนทั้งสอง ซึ่งคุกเข่าก้มหน้ารออยู่ ด้วยอารมณ์อันพลุ่งพล่าน สับสน

         เธอเห็นแต่ศีรษะอันถูกปกคลุมด้วยผมอันดกดำของคนทั้งคู่ “เด็กสองคนนี้เกิดจากอกเรา และบัดนี้เขากำลังจะแต่งงานกัน เรากำลังจะทำอันใดหรือรดน้ำให้เขา เพื่อสวัสดิมงคลจักได้เกิดแก่เขา แต่เด็กสองคนนี้เกิดจากอกเรา... อกเรา...

        เธอเห็นฟ้าแลบเป็นประกาย ได้ยินเสียงฟ้าผ่า ในที่ใกล้ เห็นแผ่นดินแยกออกจากกัน เธอรู้สึกว่าตัวเธอหมุน ทุกสิ่งทุกอย่างหมุน ฟ้าแลบอีก เสียงฟ้าผ่าลงมาดังเปรี้ยงตรงปลายนิ้ว สังข์เลี่ยมทองลงยาราชาวดี หลุดจากมือกระทบพื้น แตกออกจากกันในทันที
                   +++++จบบริบูรณ์+++++


หมายเหตุ ตอนอ่านมาถึงบรรทัดนี้ ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าหนังสือเล่มที่มีอยู่ จบลงที่บรรทัดนี้หรือไม่ แต่เมื่อลองสอบถามจากท่านอื่นๆ แล้ว พบว่า นิยายเรื่องนี้ จบลงเพียงเท่านี้เลยครับ เพื่อให้ผู้อ่านได้คิดต่อว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปหลังจากนั้น... สายจะแต่งงานอยู่กิน กับ น้องสาวของตัวเอง หรือไม่ หรือ เป็นเพียงในทางนิตินัยอย่างที่ ตกลงกันเอง คุณสร้อยจะเป็นอย่างไร จะรู้ความจริงในท้ายที่สุดหรือไม่
            ทุกอย่าง ผู้อ่านแต่ละคน อาจจะมีคำตอบของตัวเอง

ภาพด้านล่าง เป็นหลังปก มาตุคาม และรูปของผู้เขียน ในอดีตครับ







Create Date : 03 เมษายน 2562
Last Update : 3 เมษายน 2562 8:31:46 น. 2 comments
Counter : 357 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณnewyorknurse


 
เรื่องนี้ตอนที่อ่านจะรู้สึกหนักๆ
อยากจะรู้ว่าผู้แต่งจะมีทางออกให้กับสองพี่น้องอย่างไร
ทีแรกคิดว่าอนุศักดิ์อาจจะเป็นทางเลือก
แต่ในที่สุดผู้แต่งก็เลือกที่จะจบแบบให้ผู้อ่านไปคิดต่อเอง
อ่านจบแล้วมึนๆ ค่ะ แต่ก็คิดว่างานแต่งคงจะต้องยกเลิกและหลังจากนั้นความจริงน่าจะถูกเปิดเผย … มโนล้วนๆเลยค่ะ


โดย: นักอ่านรุ่นเก๋า IP: 58.9.225.198 วันที่: 3 เมษายน 2562 เวลา:22:15:40 น.  

 
สวัสดีครับ คุณนักอ่านรุ่นเก๋า เรื่องนี้ตอนดูหน้าปก คิดว่าเป็นแนวความรักของแม่กับลูก แม้ว่าจะอิงความหมายนี้ด้วย แต่กลายเป็นมีพลอตพี่น้อง เข้ามาให้หนักหน่วงเข้าไปด้วย
อ่านมาถึงบรรทัดสุดท้าย ก็ยังไม่แน่ใจว่าจบจริงหรือเพราะหน้ากระดาษหายไปกันแน่ จนสอบถามจากท่านอื่น จึงทราบว่า จบแบบทิ้งท้ายให้คิดเช่นนี้จริงๆ
อยากให้ ตอนจบจากที่ค้างไว้ ความจริงทั้งหมดเปิดเผย จะได้จบแบบเคลียร์ความรู้สึกทุกอย่างเช่นกันครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 4 เมษายน 2562 เวลา:8:19:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 74 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.