กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ(สํ.สฬ.18/217/166) เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า"ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
<<
ตุลาคม 2564
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
space
space
1 ตุลาคม 2564
space
space
space

สิทธัตถะเป็นโรคจิตประสาทอะไรครับ?
ถาม 450

"สิทธัตถะเป็นโรคทางจิตประสาทอะไรครับ  ถึงได้มองว่าชีวิตมันมีแต่ทุกข์ขนาดนั้น"  



 

    พุทธธรรมไปไกลเกินไปคนตามไม่ทัน  107  ยิ่งเป็นศาสนิกชนที่นับถือพระเจ้าด้วยแล้ว   ยิ่งล้าหลังตามไม่ทันเข้าไปใหญ่   ภาษาลูกทุ่งว่าทิ้งไม่เห็นฝุ่น   ภาษานักแข่งรถว่า  น๊อครอบ จริงๆ ใช่แกล้งว่า 

เอาหลักใหญ่เลย นิดหน่อยตามลิงค์นั้น

ทุกข์ในอริยสัจ:  ทุกข์  สมุทัย นิโรธ มรรค.   ทุกข์ในไตรลักษณ์:  อนิจจัง  ทุกขัง อนัตตา. ทุกข์ในเวทนา:  สุข  ทุกข์  อุเบกขา

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=samathijit&month=04-2021&date=21&group=9&gblog=9


   พุทธธรรมแนวสติปัฏฐานนี่ ถ้าทำเป็นปฏิบัติถูกแล้วกันเป็นโรคจิตโรคประสาทได้  อ่ะน่ะทำไมจึงว่ายังงั้น  เพราะว่าสติปัฏฐานมันคือชีวิตจิตใจของคน คือ เราๆท่านๆนี่เอง  เมื่อมันเป็นสัมมาปฏิบัติ คือ ทำถูกแล้ว  ก็เข้าใจชีวิตจิตใจของตนๆ  ก็สรุปได้ว่าสิตธัตถะไม่ได้เป็นโรคจิตโรคประสาท แต่เป็นหมอเป็นแพทย์รักษาคนไข้ทางจิตเภททางจิตประสาท 107

   93 การเจริญสติปัฏฐาน   คือการเป็นอยู่ด้วยสติ สัมปชัญญะ  ซึ่งทำให้ภาพตัวตนที่จิตอวิชชาปั้นแต่ง   ไม่มีช่องที่จะแทรกตัวเข้ามาในความคิดแล้วก่อปัญหาขึ้นได้

   การปฏิบัติตามแนวสติปัฏฐานนี้   นักศึกษาฝ่ายตะวันตกบางท่าน  นำไปเปรียบเทียบกับวิธีการแบบจิต วิเคราะห์ ของจิตแพทย์ (Psychiatrist) สมัยปัจจุบัน  และประเมินคุณค่าว่า สติปัฏฐานได้ผลดีกว่า และใช้ประโยชน์ได้กว้างขวางกว่า   เพราะทุกคนสามารถปฏิบัติได้เอง  และใช้ในยามปรกติเพื่อความมีสุขภาพจิตที่ดีได้ด้วย
 
 


ไม่ได้พูดแต่ทุกข์ด้านเดียว  ด้านความสุขท่านก็พูดว่า มีเป็นขั้นๆ ถึง ๑๐ ขั้นด้วยกัน  ขั้นที่มนุษย์รู้จักกันดีมากๆ  คือ  กามสุข  สุขที่เกิดจากกามารมณ์,  สุขในทางกาม.  สุขนอกนี้ คนเข้าไม่ถึงน้อยคนนักที่เข้าถึง เมื่อเข้าไม่ถึงก็ไม่เข้าใจ   และนี่คือพระพุทธศาสนา

กามสุข  แบ่งเป็นสองด้าน  เหมือนเหรียญมีสองด้าน  ด้านหนึ่งเป็นสุข  ด้านหนึ่งเป็นทุกข์ (กามทุกข์)  พลิกกลับไปกลับมาเหมือนปิ้งข้าวเกรียบสุขบ้างทุกข์บ้าง  110  ปิ้งๆไปมัวเพลินอ้าวไหม้ กินไม่อร่อยทิ้งหามาปิ้งใหม่  พลิกกลับไปกลับมาอีก ฯลฯ 

กามารมณ์     อารมณ์ที่น่าใคร่    น่าปรารถนา  หมายถึง  รูป เสียง กลิ่น  รส  โผฏฐัพพะ (สัมผัสทางกาย)  ได้แก่  กามคุณ ๕  นั่นเอง

กามคุณ   ส่วนที่น่าปรารถนาน่าใคร่  มี  ๕  อย่าง  คือ   รูป เสียง กลิ่น  รส  โผฏฐัพพะ  ที่น่าใคร่น่าพอใจ

 

  

ปิ้งข้าวเกรียบ 



Create Date : 01 ตุลาคม 2564
Last Update : 3 ตุลาคม 2564 14:12:04 น. 1 comments
Counter : 557 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกระดิ่งลมเอะโดะ สีแดงยามค่ำคืน, คุณนายแว่นขยันเที่ยว


 
แวะมาเยี่ยมครับ


โดย: **mp5** วันที่: 5 ตุลาคม 2564 เวลา:14:27:35 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

BlogGang Popular Award#17


 
สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space