สรรพสิ่งล้วนเกี่ยวพัน
<<
ตุลาคม 2565
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
18 ตุลาคม 2565

ดอกไม้งามยามฝน

ปลายกันยายน-ตุลาคม ฝนฉ่ำ
พายุเข้าไทยหลายลูก
โนรู-เซินกา-เนสาท
ที่บ้านก็เจอหนักบ้างน้อยบ้างตามสภาพ
ดีที่บ้านอยู่พื้นที่สูง น้ำไม่ท่วม
แต่ถนนสายหลัก หรือจุดธุรกิจ มีน้ำท่วมขังรอระบาย
หลายสายเหมือนกันค่ะ
ตัดกิ่งไม้ใบไม้สูงๆที่บ้าน กันพายุพัดกิ่งหักโค่น
มีดอกไม้ให้ชื่นชมมากเช่นกัน

จิกสายต้นโต ให้ดอกดก มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว หล่นมาในบ่อปลา
มองดูเหมือน ตัวอะมีบา ลอยไปลอยมา ก็สวยดีค่ะ












https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1597&code_db=610010&code_type=01

ลักษณะของจิกน้ำ
       ต้นจิกน้ำ เป็นไม้ยืนต้นประเภทผลัดใบ มีความสูงประมาณ 5-15 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มรีหรือแผ่กว้าง มีลำต้นเป็นปุ่มปม เปลือกสีน้ำตาลแตกเป็นร่องและเป็นสันแหลมตามยาว กิ่งก้านมักคดงอ ปลายกิ่งมักลู่ลง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและการตอนกิ่ง เป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดทั่วไปในภูมิภาคเอเชียใต้และอัฟกานิสถาน ฟิลิปปินส์ ไปจนถึงทางตอนเหนือของประเทศออสเตรเลียในแถบรัฐควีนส์แลนด์ และสำหรับประเทศไทยบ้านเราก็จะพบต้นจิกน้ำได้ทั่วทุกภาคตามริมฝั่งน้ำ ริมคลอง ริมบึง ป่าพรุและป่าชายเลน
       ใบจิกน้ำ มีใบเป็นใบเดี่ยว ใบออกเวียนสลับถี่ที่บริเวณปลายกิ่ง ลักษณะของใบเป็นรูปหอกหรือรูปไข่หัวกลับ หรือรูปรี โคนใบแหลม ปลายใบแหลมหรือมน ขอบใบเป็นจักถี่ ๆ ใบอ่อนเป็นสีน้ำตาลแดงเข้มและมีขน ใบมีขนาดใหญ่เป็นมันสวย เมื่อเวลามีดอกจะทิ้งใบ เหลือเพียงแต่ใบอ่อนสีแดง
        ดอกจิกน้ำ ออกดอกเป็นช่อกระจายที่ปลายกิ่ง ดอกห้อยลงมาเป็นระย้า ยาวประมาณ 30-40 เซนติเมตร ดอกมีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ ติดทนอยู่จนเป็นผล กลีบดอกสั้น ปลายแยกเป็น 4 กลีบ มีสีแดงหรือสีชมพู หลุดร่วงได้ง่าย เมื่อบานเต็มที่จะมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร มีเกสรตัวผู้อยู่เป็นฝอย ๆ สีชมพูหรือสีแดงจำนวนมาก เมื่อดอกบานพร้อมกันจะดูสวยงามมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงมีดอกจะทิ้งใบเหลือแต่ยอดอ่อนสีแดงจัด ก็ยิ่งทำให้ดูสวยงดงามเพิ่มขึ้นไปอีก และจะออกดอกในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม
        ผลจิกน้ำ ลักษณะของผลเป็นรูปขอบขนานหรือทรงกลม มีสันเป็นเหลี่ยม 4 สัน เรียงตามความยาวของผล ในผลมีเมล็ดจิกน้ำ อยู่ 1 เมล็ด ลักษณะคล้ายรูปไข่

สรรพคุณของจิกน้ำ
1. ใช้รักษาเยื่อนัยน์ตาอักเสบ (เมล็ด)
2. น้ำคั้นจากเมล็ดใช้เป็นยาหยอดตาได้ (เมล็ด)
3. เปลือกใช้เป็นยาลดไข้และใช้รักษาไข้มาลาเรีย (เปลือก)
4. จิกน้ํามีสรรพคุณของผลช่วยแก้หวัด แก้ไอ (ผล)
5. ช่วยแก้อาการไอในเด็ก (เมล็ด)
6. ช่วยทำให้อาเจียน (เมล็ด,ราก)
7. เมล็ด ใช้เป็นยาขับลม แก้อาการร้อนใน (เมล็ด)
8. เมล็ดจิกน้ำ ใช้เข้ายาลมช่วยแก้อาการจุกเสียดแน่นท้องได้เป็นอย่างดี (เมล็ด)
9. น้ำจากใบช่วยแก้อาการท้องเสีย (ใบ)
10. ใบแก่ใช้ต้มกับน้ำดื่มช่วยแก้อาการท้องร่วง (ใบแก่)
11. รากใช้เป็นยาระบายอ่อน ๆ (ราก)
12. ช่วยขับระดูขาวของสตรี (เนื้อไม้)
13. เปลือกช่วยชะล้างบาดแผล (เปลือก)
14. ใช้เป็นยาร้อนในการคลอดบุตร (เมล็ด)

ประโยชน์ของจิกน้ำ
1. ดอกและยอดอ่อนใช้รับประทานเป็นผักสดหรือผักจิ้มกับแจ่ว ลาบ น้ำตก และขนมจีน ให้รสชาติมันปนฝาด ช่วยเพิ่มความอร่อยได้ดีมาก
2. เปลือกและต้นของจิกน้ำมีสรรพคุณใช้เบื่อปลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจิกเล จึงเป็นที่มาของชื่อภาษาอังกฤษว่า Poison fish tree ซึ่งชาวประมงนิยมนำมาใช้ในการเบื่อปลากันอย่างแพร่
    หลาย
3. มักปลูกไว้เป็นไม้ประดับที่ริมน้ำริมตลิ่ง เนื่องจากมีช่อดอกที่สวยงามแปลกตา และมีความแข็งแรง ทนน้ำท่วมขังได้เป็นอย่างดี
4. ไม้จิกน้ำมีเนื้อสีขาวหรือสีอมแดงเรื่อ ๆ มีเสี้ยนตรง เป็นไม้ค่อนข้างอ่อนเหมาะใช้ในร่ม สามารถนำมาทำเป็นไม้อัด ไม้บาง กระดานกรุบ่อ ใช้ทำเรือเล็ก ๆ ทำเครื่องมือเกษตรและทำเครื่อง
     เรือนได้ ฯลฯ
5. นอกจากจะปลูกต้นจิกน้ำเพื่อความสวยงามไว้ริมตลิ่งแล้ว ต้นจิกน้ำก็ยังช่วยยึดหน้าดินริมตลิ่งได้อีกด้วย

 

คำสำคัญ : จิกน้ำ





 



Create Date : 18 ตุลาคม 2565
Last Update : 18 ตุลาคม 2565 11:29:44 น. 12 comments
Counter : 448 Pageviews.  

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณkatoy, คุณเนินน้ำ, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณmcayenne94, คุณtoor36, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณสองแผ่นดิน, คุณSweet_pills, คุณกะว่าก๋า, คุณเริงฤดีนะ, คุณkae+aoe, คุณhaiku, คุณnewyorknurse


 
ตอนใต้ไม่มีพายุฝนเหรอคะแม่ตะลี



โดย: หอมกร วันที่: 18 ตุลาคม 2565 เวลา:11:43:12 น.  

 
ดอกจิกแตกแขนง เหมือน อะมีบ้า
พารามีเซียม
แบคทีเรีย ที่เคยเรียนตอนเด็กๆ

แต่สรพพคุรมากมายก่ายกอง
Vote เต็มแต่หัววัน
วันหน้าขออนุญาตมาเยี่ยมบล็อกแม่ตะลีฯใหม่นะคะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 18 ตุลาคม 2565 เวลา:12:24:52 น.  

 
ดอกจิก สวยงามแม้ยามร่วงหล่นจากต้น


โดย: เนินน้ำ วันที่: 18 ตุลาคม 2565 เวลา:13:45:46 น.  

 
ดอกจิก คุณประโยชน์เพียบเลยครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 18 ตุลาคม 2565 เวลา:14:27:04 น.  

 
ดูแปลกตาเป้นเอกลักษณ์ดี สีสวยด้วย


โดย: โลกคู่ขนาน (สมาชิกหมายเลข 7115969 ) วันที่: 18 ตุลาคม 2565 เวลา:15:55:28 น.  

 
สวยงามค่ะ อากาศเริ่มเย็น รถบ้านคุณแม่ตะลีออกท่องเที่ยวรึยังคะ


โดย: mcayenne94 วันที่: 18 ตุลาคม 2565 เวลา:19:11:21 น.  

 
ดูสวยแปลกดีครับ คล้ายดอกฮิกันบานะของญี่ปุ่นเหมือนกัน (แบบไม่มีกลีบดอก)


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 18 ตุลาคม 2565 เวลา:19:25:34 น.  

 
ดอกลอยน้ำสวยดีครับ เสียดายไม่เห็นดอกที่ต้น



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 18 ตุลาคม 2565 เวลา:23:39:26 น.  

 
ดอกจิกน้ำดูพริ้วๆบอบบางน่ารักและมีประโยชน์ด้วยนะคะ
แม่ตะลีนำมาเรียงดูเป็นช่อก็สวยมากค่ะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 19 ตุลาคม 2565 เวลา:0:31:17 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่

ดอกจิกสวยครับ
ที่่บ้านผมก็มีต้นนึงริมน้ำ
เวลาร่วงงดงามมาก

พี่นำดอกจิกมาเรียง
สวยงามมากครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 ตุลาคม 2565 เวลา:5:41:58 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ค่ะแม่ตะลีฯ


Happy Wednesday.


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 19 ตุลาคม 2565 เวลา:7:18:57 น.  

 
ขอบคุณครับพี่

งานเขียนชุดนี้น่าจะมี 4-5 ปีแล้วที่ผมเขียนไว้
ผมตั้งใจเขียนงานในลักษณะบทกวี 10 ปีเต็ม
เพิ่งเขียนครบ 10 ปีไปเมื่อไม่นานนี้เองครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 ตุลาคม 2565 เวลา:12:56:58 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ตะลีกีปัส
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




New Comments
[Add ตะลีกีปัส's blog to your web]