Everybody can be a great writer. Just put your inspiration and type it.
Group Blog
 
All Blogs
 

ไหว้พระที่เชียงใหม่ ตื่นตาตื่นใจศิลปะล้านนา สูดอากาศดีๆ ที่อินทนนท์

เดินทางไปเหนือก็หลายครั้ง ทั้งเชียงราย แม่ฮ่องสอน  ก็เฉียดเชียงใหม่ตลอด 
จนได้โอกาส มีโปร ฯ แจ่มๆ มาพอดี  จองตั๋วของหางแดงไป-กลับไม่ถึง 600 บาท 
โดยเดินทางวันที่ 20-22 ตุลาคม ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน ในช่วงปลายฝน ต้นหนาว 

วันนี้จะมารีวิวให้อ่านกันนะค่ะ  ออกเดินทางเลย 



กระเป๋าพร้อม ! กล้องพร้อม ! เสื้อหนาวพร้อม ! 



ขอโชว์ Tag ของ Blueplanet ที่เพิ่งถูกส่งมาสด ๆ ร้อนๆ ด้วย

การเดินทางครั้งนี้ ก็ไม่ได้แพลนอะไรไว้มาก เพราะตั้งใจว่าจะมาไหว้พระ 
และก็อาจจะเที่ยวชมเมืองเชียงใหม่ และถ้าอากาศดีก็จะขึ้นดอยอินทนนท์ค่ะ  

สำหรับวันแรก หางแดงพามาถึงเชียงใหม่ เวลาประมาณ 8 โมงเช้าโดยประมาณ 
เราก็เรียก Taxi ไปส่งที่โรงแรมก่อนนะค่ะ จะได้มีที่วางกระเป๋า โรงแรมอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ 
ที่ประตูช้างเผือกค่ะ  ค่าใช้จ่าย 120 บาท  ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15-20 นาที ก็ถึงค่ะ 

โรงแรม Le Canal Boutique Hotel ค่ะ อยู่ริมถนน ตรงคูเมือง เยื้องประตูช้างเผือกเลย 



วิวจากระเบียงหน้าห้องนะค่ะ จะเห็นดอยสุเทพ คูเมือง และประตูช้างเผือก

หลังจากเอากระเป๋าไปฝาก เราก็เดินจากโรงแรมไปไม่น่าเกิน 300 เมตร 
ไปที่ร้านชื่อดังโจ๊กสมเพชรค่ะ เพื่อทานข้าวเช้ารองท้องก่อนเดินเที่ยว 

คนก็เยอะนะ ต้องไปนั่งชั้น 2 มาร้านโจ๊กก็สั่งโจ๊กค่ะ  



ชามนี้ 40 บาทถ้วน  สำหรับเรา โดยส่วนตัว รสชาติธรรมดาค่ะ 
แต่ที่เราว่าเด็ด คือ ข้าวไก่อบจานนี้ค่ะ อร่อยดี 



จากนั้นเราก็ได้แผนที่จากทางโรงแรมฯ  ทางโรงแรมก็แนะนำวัดที่ควรไปสักการะ 
จากแผนที่ ตรงประตูช้างเผือก มีวัด 3 วัดที่สามารถเดินไปได้ง่าย ๆ เราก็เลยจะเริ่มจากตรงนี้ค่ะ 

เริ่มจากวัดแรก วัดเชียงมั่น ที่อยู่ในซอยร้านโจ๊กสมเพชรนั่นเอง  เดินเข้าไปประมาณ 
300 เมตรโดยประมาณนะค่ะ  ความสำคัญของวัดเชียงมั่นคือ เป็นวัดแห่งแรกที่ถูกสร้างขึ้น
ตั้งแต่สร้างเมืองเชียงใหม่ ถูกสร้างสมัยพญามังรายค่ะ 


เข้าไปไหว้พระวิหารหลวงเสร็จ เราก็เดินไปด้านหลังจะเจอกับเจดีย์ช้างล้อมค่ะ 
ซึ่งถูกขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติค่ะ เป็นศิลปะแบบล้านนา 



ซึ่งสวยมาก ความโดดเด่นอยู่ที่ช้างที่ล้อมฐานเจดีย์นะค่ะ 
อันนี้ภาพเต็ม ๆ ของตัวเจดีย์  มองข้าม ๆ นางแบบไปก็ได้นะค่ะ 5555++ 



จากนั้นเมื่อเราได้ไหว้พระที่วัดเชียงมั่นเสร็จ เราก็เดินออกจากซอยเดิม 
แล้วข้ามคูเมืองไปนะค่ะ เดินไปประมาณ 400 เมตร เราก็จะเห็นป้ายวัดที่ 2 ค่ะ 
นั้นก็คือวัดเชียงยืน ที่ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อคู่กับวัดเชียงมั่นนะค่ะ
จะเห็นหลวงพ่อทันใจ องค์ใหญ่อยู่ด้านหน้านะค่ะ 



โดยจุดเด่นของวัดเชียงมั่น อยู่ที่พระมหาธาตุเจดีย์ เจดีย์ทรงระฆังที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุค่ะ 



ที่วัดเชียงยืน ก็จะมีให้สรงน้ำพระมหาธาตุเจดีย์ฯ ด้วยนะค่ะ

จากนั้นเราก็ออกเดินกันต่อค่ะ โดยเดินไปทาง ถ.ช้างเผือกนะค่ะ  
ตรงไปเรื่อย ๆ เราจะเจอกับอีกหนึ่งวัดที่ชื่อว่า วัดโลกโมฬีค่ะ 
เดินผ่านเข้ามาในซุ้มประตูวัดโลกโมฬีได้เลย  มองเข้ามาจะเจอกับวิหารวัดค่ะ 



ที่ประดิษฐานพระประธาน“พระพุทธสันติจิรบรมโลกนาถ”  ค่ะ 



เมื่อเงยหน้ามองซุ้มประตูวัดโลกโมฬี ก็จะเห็นแบบนี้ค่ะ  
โดยศิลปะเป็นแบบล้านนา มีลายปูนปั้น 

หลังจากสักการะพระประธานเสร็จเราก็เดินมาด้านข้างวิหารก็จะเห็น 
เจดีย์วัดโลกโมฬีที่สวยงามมากค่ะ  



ตรงนี้ก็จะมีจุดให้สักการะพระเจดีย์ ฯ และทำบุญบำรุงวัด ฯ นะค่ะ 



เป็นวัดที่สวยมากค่ะ เราชอบมาก ทั้งลายแกะสลักต่าง ๆ ที่ประดับไปทั่วทั้งวัด



ปล.ภาพนี้จะเห็นวิหาร สวยมากค่ะ (มองข้ามนางแบบ ไปอีกเช่นเคยนะค่ะ)



ครบ 3 วัดเราก็ ขอตัวไปที่โรงแรมเพื่อไป งีบ (555++) 
ออกมาไฟล์ทเช้าทีไร เพลียทุกที  หลังจากชาร์จแบตกันเสร็จ 

เราก็เรียกรถแดง (คนละ 20 บาท) ไปที่ประตูท่าแพค่ะ เพื่อจะไปเดินถนนคนเดินวันอาทิตย์ 
(ตอนเราไปเวลาประมาณ 5 โมง กำลังดีนะคะ คนไม่เยอะมาก เดินสบายๆ อากาศไม่ค่อยร้อน)



ทริปนี้มีแต่สาวๆ ไม่ต้องห่วงเรื่องช้อปปิ้งเลยค่ะ มอบรายได้ให้ชุมชนตั้งแต่ยังไม่พ้น 
ประตูเมืองท่าแพ 5555+++  

การเดินช้อปปิ้งที่นี่ ก็ลองต่อราคากันเอานะค่ะ 
(ตอนแรกเวลาเราเดินเข้าร้านเนี่ย แม่ค้ามักคิดว่าเราเป็นชาวต่างประเทศ
บอกราคาภาษาอังกฤษเกือบเท่าตัว พวกเราพูดภาษาไทยแทบไม่ทัน หนูเป็นคนไทยคร่า..!!!!)



ขอบอกว่า เดินเพลินมากนะคะ เสียหายไปเกือบพันเลยค่ะ 



เสน่ห์น่ารัก ๆ ในถนนคนเดิน เชียงใหม่ค่ะ

ต่อมา เราก็แวะที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหารค่ะ 
ซึ่งอยู่ระหว่างทางที่เราไปเดินที่ถนนคนเดินเลยค่ะ  



ความสำคัญของวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร นอกจากจะเป็นวัดเก่าแก่ของเชียงใหม่แล้ว 
ยังเป็นวัดที่เคยเป็นที่ประดิษฐานของวัดพระแก้วมรกตด้วยค่ะ 



ตัดพระธาตุเจดีย์ ได้เสียหายไปส่วนหนึ่งจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวนะค่ะ 
ประมาณปี พศ.2088 

และวัดสุดท้ายที่เราไปไหว้วัดนี้คือ วัดพระสิงห์วรวิหารค่ะ เป็นวัดที่อยู่สุดทางเดิน
ของถนนคนเดินเลยนะค่ะ เราได้ไปทำการถวายผ้าไตรมาด้วยค่ะ 



และก่อนกลับโรงแรมที่พักเราก็แวะทานข้าวซอยกันด้วยก่อนนอนค่ะ 



ก็จบทริปวันแรกที่เชียงใหม่ ด้วยการเที่ยวดูวัด ไหว้พระนะค่ะ  
วัดที่ไปมา ก็จะมีวัดเชียงมั่น/เชียงยืน/โลกโมฬี/วัดเจดีย์วรมหาวิหาร/วัดพระสิงห์วรมหาวิหารค่ะ 
ตบท้ายด้วยถนนคนเดิน ท่าแพ (วันอาทิตย์)

วันที่ 2 นะค่ะ เราได้ให้โรงแรมที่เราพัก เค้าช่วยหารถที่จะพาเราไปดอยอินทนนท์ค่ะ 
โดยตอนแรกมี 2 ออปชั่น คือไป Join Tour ตกคนละ 700 บาท รวมอาหาร 
(แต่ไปกับทัวร์จีน ... ซึ่งก็ขึ้นชื่อนะค่ะ 55)
ออปชั่น 2 เช่ารถ พร้อมคนขับ รวมทุกอย่าง ราคา 2,000.+++ แวะได้ทุกที่ 



.... สรุป เรารักความสบายและส่วนตัวค่ะ สำหรับ 3 คนหารกันก็ไม่แพง  
เดินทางจากเชียงใหม่ ก็ร้อยโลอัพ 
ตกลงเรียบร้อย ออกเดินทาง ยาริสมารับแต่เช้าเลยค่ะ

เราก็เดินทาง แบบสบาย มุมไหนสวย ก็ให้พี่คนขับ เค้าจอดถ่ายกันไป


เสียดาย ช่วงเดือน ตุลาคม กิ่วแม่ปาน ปิดเราก็เลยไม่ได้เดินเข้าไป 
ได้แต่ถ่ายรูแปถว ๆ ด้านนอกเอานะค่ะ เราไปถึงจุดชมวิว กม.41 เวลา 7 โมงเช้า 
อากาศเย็น มือนี้หนาวสั่น ถ่ายรูปลำบากมากเลยทีเดียวค่ะ 



จากนั้นเราก็มุ่งหน้า ขึ้นไปบนยอดดอยอินทนนท์ค่ะ เพื่อไปยืนในจุดที่สูงที่สุดในไทย
และแล้วเราก็มาถ่ายกับป้ายนี้จนได้...!!!!  



ที่ต้องใส่ฮู้ดก็เพราะว่า น้ำค้างลงเยอะมากนะค่ะ อากาศเย็นได้ใจจริง ๆ  



ธรรมชาติสมบูรณ์มาก ๆๆ เราเห็นแล้วกรี๊ดเลย 
เราใช้กล้อง iPhone และกล้องคอมแพคถ่าย ตลอดทั้งทริป อาจจะภาพไม่ค่อยคมมากน่ะคะ
ของจริง สวยกว่านี้เยอะเลย 



ความพยายามในการถ่าย Close Up 



จุดปักหมุด หลักฐาน ความสูงของดอยอินทนนท์ 



เราใช้เวลาอยู่ตรงจุดชมวิว ตรงนี้สักพัก สำหรับการถ่ายรูป มุมต่าง ๆ 



รวมทั้งหากาแฟทานด้วย อากาศเย็น ๆ กับกาแฟร้อน ๆ เข้ากันดีจริง ๆ ค่ะ 



จากนั้นจุดหมายต่อไปเราจะไปที่ พระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริ 
และพระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดลกันค่ะ 
ที่นี่จะเสียค่าเข้าชม คนละ 40 บาท และเปิดตั้งแต่ 8.00 น.



แวะถ่ายรูป ตรงลานจอดเฮลิคอปเตอร์ก่อนนะ 

เย้ เย้ เข้ามาแล้ว มาแต่เช้า คนยังน้อยอยู่เลย 



เดินขึ้นบันได ต้องค่อย ๆ เดินนะ อากาศบางเบา เหนื่อยง่ายนิดเนิง (หรือเปล่า 55+)



เราเดินขึ้นพระมหาธาตุเจดีย์ นภพลภูมิสิริ กันก่อนนะค่ะ 
มาแวะตรงจุดพัก ด้านหลังจะเป็น พระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล จะเห็นหมอกปกคลุม ไปทั่วเลย 



อากาศดีจริง ๆ นะค่ะ สูดหายใจกันเต็มปอดเลย 



จริงๆ มีรูปที่ถ่ายเห็นพระธาตุเจดีย์ทั้ง 2 เลย แต่ไม่ได้เอาคาร์ดมา เสียดายมาก 



บรรยากาศมุมถ่ายภาพบนพระธาตุ ฯ ค่ะ 



ทิวเขา สลับกันไป ท่ามกลางหมอกที่ปกคลุม 



เราใช้เวลาอยู่ที่นี่เกือบ 2-3 ชั่วโมง กว่าจะเดินขึ้นไปไหว้ 
พระมาหาธาตุเจดีย์ จนครบทั้ง 2 ก็ราว ๆ 11.00 น. ได้ค่ะ 



จากนั้นเราก็แวะทานข้าวที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ที่เลืองชื่อ
ว่ามีเมนูอาหารที่ทำจากปลาเทร้าท์  เราก็สั่งต้มยำปลา ผัดฟักแม้ว 
ไข่เจียวชีสเห็ดหอม และเห็ดหอมทอดกระเทียม 



ราคาก็ราว ๆ 500 ++ ค่ะ อิ่มมาก (เราว่าปลาเทร้าท์ เหมือนปลาทู)



เมื่อทานเสร็จเราก็แวะ ถ่ายรูปตามข้างทางไปเรื่อย มีแวะไปถ่ายนาขั้นบันไดด้วย 
(เสียดายรูปอยู่อีกกล้องนึงค่ะ) 



ต่อมาเราก็มาแวะที่น้ำตกวชิรธาร ซึ่งสมคำร่ำลือค่ะ 
พลังจากน้ำตก เล่นซะเปียกโชก ถ่ายรูปได้ไม่นานจริง ๆ  



น้ำกระเซ็นตั้งแต่จุดนี้เลยค่ะ  แรงมาก 



อันนี้คือจุดที่ใกล้มากสุดแล้ว กล้องเปียกเลย  



จากนั้นเราก็แวะที่โครงการหลวง ฯ แต่ว่าฝนตกหนักมาก ลงจากรถไม่ได้เลย 
เสียดายไม่ได้ถ่ายน้ำตกสองพี่น้องมานะค่ะ สวยงามอีกเช่นเคย  
เราใช้เวลาที่ดอยอินทนนท์ ราวๆ บ่ายโมงกว่า ก็กลับนะค่ะ มาถึงเชียงใหม่ เกือบๆ บ่าย 3 โมงค่ะ

เมื่อถึงเมืองเชียงใหม่ เราก็บ้ายที่พักจากโรงแรม เลอ คาแนล บูติคที่ประตูช้างเผือก
มาที่โรงแรม นิมมาน ซอย 9 ที่อยู่ที่ซอย 9 ค่ะ 



ไปถึงก็เก็บของ และเดินเล่นที่ถนนนิมมานเหมินทร์ ได้เวลาทานข้าวเย็นค่ะ
เราก็ไปทานที่ต๋องเต็มโต๊ะค่ะ ก็สั่งเมนูเด็ด เช่นออเดริฟ์ หมูสามชั้นทอดน้ำปลา แกงคั่วเห็ดถอบ 
ก็อร่อยใช้ได้ ราคาไม่แพงค่ะ เราฝากท้องที่นี่ 2 มื้อเลยหล่ะ 



ส่วนตัวเรา ไม่ชอบที่ ถ.นิมมาน ฯ เท่าไหร่ค่ะ นอกจากร้านอาหารแล้ว ก็ไม่มีอะไรเลยจริงๆ 
อารมณ์เหมือนอยู่กรุงเทพ ฯ มากไปหน่อยค่ะ

เช้าวันรุ่งขึ้นก็เป็นวันกลับบ้านนะค่ะ ตื่นสายกันนิดนึงค่ะ 
แพลนวันนี้เราจะไปเที่ยววัดพระธาตุดอยสุเทพค่ะ ก็หารถแดงจากหน้าที่พัก
เหมาไปราคา 400 บาทค่ะ  



ระหว่างทางก็สดชื่นดีนะค่ะ ถ้าไม่นับควันรถแดง ที่เล่นเอาหายใจไม่ทั่วท้องเท่าไหร่ 



ในที่สุดเราก็ถึงพระธาตุดอยสุเทพ เป็นการมาครั้งแรกของเรานะค่ะ 
เดินขึ้นบันไดนาคกันโลดค่ะ วัยรุ่นอย่างเราไม่กลัวอยู่แล้ว 555 +++ 

ไปถึงข้างบนเราก็ได้ไหว้พระธาตุ ฯ และถ่ายรูปกันไปเรื่อยนะค่ะ คนก็เยอะสมกับ
เป็นแลนด์มา์ร์คเชียงใหม่ค่ะ 



งดงามแบบล้านนามาก เราชอบมากเลยค่ะ วัดทางเหนือ 



เห็นวิวเมืองเชียงใหม่ และสนามบินจากบนนี้ด้วยนะค่ะ 



ก็จบทริปเชียงใหม่ 3 วัน 2 คืนนะคะ เราก็ไปเที่ยววัดชมศิลปะล้านนา
และเที่ยวตัวเมืองเชียงใหม่ ทั้งเมืองเก่า และ ถ.นิมมานฯ รวมทั้งชมธรรมชาติ
ที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เรียกว่าครบรส ในราคาที่ไม่แพง 



เสน่ห์ธรรมชาติช่วงปลายฝนต้นหนาว มันช่างสวยงามนะค่ะ 
อากาศกำลังสบายไม่หนาวจนเกินไปด้วย 

คิดว่ายังไงก็กลับไปเที่ยวเชียงใหม่อีกแน่นอนค่ะ 






 

Create Date : 29 ตุลาคม 2556    
Last Update : 29 ตุลาคม 2556 10:22:18 น.
Counter : 1009 Pageviews.  

ดำน้ำสิมิลัน นอนทอดกายที่ตาชัย เที่ยวเล่นป่าตอง

  จะมาเล่าทริปปี 2011 ค่ะ ทริปนี้ก็เป็นครั้งที่ 2 กับการไปเที่ยวภูเก็ตนะค่ะ 

  ก็คิดอยู่นาน 2 นาน ว่าไปเที่ยวหน้าร้อนที่ไหนดี???? 
  ตอนแรกก็ว่าจะไปสมุยมี Voucher รีสอร์ทของเพื่อน แต่เห็นราคาค่าตั๋วเครื่องบิน
  ของบางกอก แอร์เวย์ก็เลยลมจับ ประกอบกับเห็นเพื่อนไปสิมิลันมา
  ตอนต้นปี ก็เลยจัดไป ซื้อทัวร์ช่วงงานท่องเที่ยว และบินโดยหางแดงเจ้าเดิมค่ะ   

  ปี 2011 หางแดงยังอยู่ที่สุวรรณภูมิค่ะ ก็ไปเที่ยว Early Bird เช่นเคย 
  (เป็นคนที่เวลาเที่ยว ตื่นเช้ามาก 55+++ )


  ก็ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที โดยประมาณ ท้องฟ้าแจ่มใส สมกับเดือนมีนาคมค่ะ 


  เราจองโรงแรม iBis ป่าตองไว้นะค่ะ ผ่านทาง Agoda ไปถึงสนามบิน ก็หารถตู้
  ไปหาดป่าตอง ก็รอคนเต็ม ค่ารถ 150 บาท/คน ก็มีแวะให้ซื้อทัวร์แต่ก็ไม่ได้เงินเราค่ะ 
  เพราะเตรียมมาพร้อม ก็ใช้เวลาเดินทางราว 40 นาที ที่สำคัญ ฝนตกหนักค่ะ 
  (กรรม !!!! ทำอย่างไรดีนะ)

  มาถึงโรงแรม iBis ป่าตองค่ะ อยู่ต้น ๆ หาดป่าตองเลยนะค่ะ ตัวโรงแรมเดินเข้าซอยไปนะค่ะ 
  ห่้างจากหาดป่าตอง ราว ๆ 500 เมตร เดินไม่ไกลเลยค่ะ 


  โรงแรมก็ตามมาตราฐาน iBis เช่นเคย ก็เลยไม่ได้ถ่ายนะค่ะ มีของมาให้ในห้องครบ
  ราคาที่จอง 1,000++ นิด ๆ ค่ะ ในหน้าเทศกาลแบบนี้ เราปลื้ม 55++ 

  หลังจากเก็บของ ล้างหน้า ล้างตาเรียบร้อย ฝนหยุดตกพอดี เราก็ต้องหาอะไรยัดเข้าท้องค่ะ
  ซึ่งแน่นอน เราก็เดินสำีรวจหน้าปากซอย ก็เจอร้านไก่ย่าง ส้มตำราคาพอรับได้ค่ะ 
  เห็นคนท้องถิ่นทาน ก็ส้มตำจานละ 40 บาท ก็แพงหน่อยแต่รสชาติโอเคค่ะ  

   มื้่อนี้ก็หมดไป 200 กว่าบาท (สั่งมามากกว่านี้อีกนะ)  กินเสร็จก็ง่วงค่ะ 
   เราเลยเดินกลัยโรงแรมไปนอนพักผ่อนซะหน่อย พอสัก 4-5 โมงเย็น
   ก็ไปเดินเล่นที่หาดป่าตองค่ะ  


 บรรยากาศยามเย็น พระอาทิตย์กำลังจะตก ก็เห็นเีิรือสำราญ ทอดสมออยู่ไกล ๆ นะค่ะ 



 เราก็เดินไปเรื่อย ๆ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อไปเดินเล่น ซอยบางลา และ
 มาสำรวจห้างจางซีลอนค่ะ เพื่อหาอะไรทานง่าย ๆ  

 บรรยากาศดี ๆ เดินกับคนรู้ใจ คำว่าเหนื่อยไม่มีจริงๆ ค่ะ 


 เราเดินเล่น ทานข้าวสักพักก็เดินกลับค่ะ เพราะพรุ่งนี้ เราจะไปดำน้ำที่หมู่เกาะสิมิลัน 
 ทางทัวร์จะมารับเรา เพื่อเดินทางไปพังงา ตั้งแต่เช้า ราว ๆ 6 โมงได้ ขอตัวนอนก่อนนะค่ะ 

 รถตู้มารับตามเวลานะค่ะ พาเราและนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ เดินทางจากถูเก็ต ไปท่าเรือ
 Sea Star จังหวัดพังงา เวลา 8.00 น.พอดีค่ะ ที่ท่าเรือก็จะให้เราลงทะเบียน รับสายข้อมือ
 ทานอาหารเช้า ยาแก้เมาเรือ พร้อมกับเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยค่ะ  (คนเยอะมาก มีแต่ฝรั่งอีกแล้ว)

วันนี้เราจะไป หมู่เกาะสิมิลัน กับไกด์ดาด้า ซึ่งไกด์ก็จะมาอธิบายความเป็นมาของเกาะสิมิลัน
จุดที่เราจะดำน้ำ ทานอาหาร และข้อห้ามต่าง ๆ นะค่ะ  ซึ่งทัวร์ที่เราซื้อเป็นแบบ One Day Trip 
คือเดาะน้ำ 3 จุด เล่นน้ำที่เกาะ 4 และเกาะ 8 ค่ะ (รองเท้าต้องทิ้งไว้ที่ท่าเรือห้ามเอาไป)



ลงเรือ Speedboat กัน มีคนไทยไม่ถึง 6 คนค่ะ นอกนั้นฝรั่งล้วน ๆๆ   



จุดดำน้ำตื้น จุดแรกค่ะ  ขอบอกว่าสวยมาก ๆๆๆๆ น้ำใส สีฟ้า ภาพไม่ได้ตกแต่งเลยค่ะ 
เดินทางมาเกือบชั่วโมง หายเหนื่อยเลย 



ฝรั่งที่นั่งข้าง ๆ เรายังอุทาน Amazing !!! ออกมา เล่นเอาเราปลื้มค่ะ เค้านั่งเครื่องบินกันมาไกล
เพื่อมาเที่ยวที่นี่ แต่คนไทยเราไม่ค่อยมากันเลย



ทาง Sea Star ให้ดำน้ำที่จุดนี้ราว ๆ 45 นาทีนะค่ะ ก็ถ่ายรูปกันหนำใจเลยค่ะ 



เราก็เริ่มเดินทางไปต่อกันที่เกาะ 4 หรือเกาะเมี่ยงนะค่ะ ที่เป็นจุดตั้งของที่ทำการอุทยาน
มก.สิมิลัน เราจะทานข้าวเที่ยงที่นี่ และอยู่จนถึงบ่าย 2 ค่ะ 

ถอยหลังเข้าหาด 



มาถ่ายกะป้ายเป็นที่ระลึกซะหน่อย ให้รู้ว่ามาแล้วนะ 



มีจุดถ่ายรูปเพียบเลย 



ทะเลใต้เหมาะกับการใส่ Bikini จริงๆ ค่ะ 



Paradise on Earth ของแท้ค่ะ คราวหน้า เราจะมานอนค้างที่สิมิลันให้ได้ 



ได้เวลาก็ออกเดินทางไป ดำน้ำ กันต่อค่ะ 



สวย ใส จริงๆ อดใจไม่อยู่ ไปดำน้ำก่อนดีกว่า  



ต่อไปจุดมุ่งหมายของเราอยู่ที่เกาะ 8 หรือเกาะเรือใบค่ะ ที่มีลักษณะเด่นด้วย
หินที่มีรูปทรงเหมือนเรือใบ  เราจะปีนเขากันหล่ะ 



จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะนะค่ะ ความสูง ความชัน บางจุดก็ต้องระวังนะค่ะ 




ที่สำคัญ ร้อนเท้ามาก เพราะเดินเท้าเปลือย บนหินร้อน ๆ ยิ่งกว่านวดเท้า 



ครึ่งทางแ้ล้ว สู้ ๆๆ 



แวะถ่ายรูปหน่อย  มุมสวยมาก 



ถึงแล้วค่ะ ชอบมาก เห็นวิวเกาะ 8 ได้เต็มทั้ง 2 ต่อ จริงๆ ชักภาพ แล้วรีบลง
ไปเล่นน้ำหน้าหาดหน่อยดีกว่า 



หลังจากจบที่เกาะ 8 เราก็เดินทางกลับไปท่าเรือพังงานะค่ะ ก็ถึงท่าเรือราว ๆ 5 โมงเย็น
รถตู้ไปส่ง โรงแรมราว ๆ 1 ทุ่มพอดี เหนื่อยได้ใจค่ะ หลับยาวเ้ลย พรุ่งนี้เรามีไปเที่ยว 
เกาะตาัชัยกับ Sea Star เช่นเคย 

เช้าแล้ว วันนี้ Sea Star มารับเราที่ไอบิน เวลาเดิม 6 โมงเช้าค่ะ ไปถึงท่าเรือราว ๆ 
8 โมงเช้า ก็ทำการลงทะเบียน ทานอาหารเช้ากันก่อนค่ะ 



ลงเรือกันค่ะ 


  สวมชูชีพไว้ เพื่อความปลอดภัยนะค่ะ 


 มาถึงเกาะตาชัย ใช้เวลาเดินทางราว ๆ 1.45 ชม.  เค้าจะจอดให้คนที่ไม่ต้องการดำน้ำลงก่อน
 ซึี่งเราไม่อยากดำน้ำนะค่ะ อยากถ่ายรูปชิล ๆ มากกว่า ก็ใช้เวลาถ่ายรูปไป 




ซึ่งวันที่เราไปตาชัย ท้องฟ้าไม่เปิดค่ะ มีฝนปรอย ๆ แต่ตาชัยก็สวยไปอีกแบบนะค่ะ 
หาดทรายขาว และนุ่มมาก ๆๆๆ 



เราก็ทานอาหารบนเกาะนะค่ะ ส่วนมากหมดไปกับการ ถ่ายรูปและเล่นน้ำหน้าหาด 
สวรรค์จริงๆ ค่ะ  อยากอยู่แบบนี้ยาว ๆ เลย 



ถึงเวลา 16.00 น. ก็ได้เวลากลับนะค่ะ  เราก็ตั้งใจว่า ปีหน้าไปใหม่ จะได้เห็นเกาะตาชัย
ในวันที่ฟ้าเปิด (ขนาดเราไปต้นเมษา ฯ ยังโดนฝนเลย อากาศแปรปรวนทุกปีนะค่ะ)

ขอซึมซับความสุขก่อนกลับ 



หลังจากนั้น ก็นอนหลับสบายที่ภูเก็ต วันรุ่งขึ้นก็กลับ กทม. โดยหางแดงเช่นเคย 




บ๊าย บ๊าย ภูเก็ต แล้วเจอกันใหม่นะค่ะ  





 

Create Date : 30 กันยายน 2556    
Last Update : 30 กันยายน 2556 13:38:01 น.
Counter : 763 Pageviews.  

สงกรานต์ภูเก็ต เจอคลื่นแรงที่กะรน ล่องเรือเที่ยวมาหยา - พีพี

 ทริปดองเค็มจัดๆ  ช่วงวันหยุดสงกรานต์ปี 2007 ได้มีเวลาไปเที่ยวที่ภูเก็ต 

 โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะไปเที่ยว เกาะพีพี และหาดมาหยา ก็เริ่มแพลนทริป ในใจก็หวั่นว่า 
 เที่ยวไทยตอนสงกรานต์  คงเห็นหัวคนมากกว่าปลา 5555+++  

  เมื่อตัดสินใจแล้ว ก็ต้องไปต่อ หาวันหยุดยาวได้ยากนินา ประกอบกับช่วงนั้น
  สายการบิน Orient Thai มีโปร ฯ ก็เลยลองนั่งดูดีกว่า กับเครือง MD 82  
  ราคาไป-กลับ ก็เป็นมิตร 

  โดย Orient Thai จะเรียกสายการบิน Low Cost ของตัวเองว่า One-2-Go 


  เมื่อไปถึงสนามบิน ภูเก็ต ทางโรงแรมที่พักก็มีรถมารับไปส่งที่โรงแรมค่ะ  โดยเราได้จอง
  ไว้ 2 คืนที่ Karon Sea Sand Resort & Spa หาดกะรนค่ะ 



 มาถึงก็ทำการเอาของไปเก็บยังที่พักนะค่ะ  ห้องพักอยู่ชั้น 2 ค่ะ เดินขึ้นมาได้เลย 
 เข้ามาก็ห้องจะอยู่ในโซน Pool View นะค่ะ  ห้องดูสะอาดและกว้างขวา่งค่ะ 


เตียง Double Bed ขนาดใหญ่ พร้อม Day Bed ให้นอนเล่น ๆ ตรงกระจกระเบียง 
พร้อมอุปกรณ์อาบน้ำต่าง ๆ ครบ โซนทีวี มินิบาร์ ตามาตราฐานค่ะ 



ด้านขวาจะเป็นห้องน้ำขนาดใหญ่นะค่ะ ทั้งโซนอ่างล้างมือ และมีหน้าต่าง
ที่สามารถเปิดไว้ดูกันและกันได้ด้วย 5555 



มีตู้อาบน้ำ ชักโครก แยกโซนได้ดีค่ะ 



อันนี้มุมของห้องที่มองจากด้านนอกอาคาร โรงแรมนี้มีแต่ฝรั่งพักค่ะ  



เก็บของเรียบร้อย เีราก็ไปเที่ยว ที่สำคัญต่างๆ ในภูเก็ตค่ะ ที่แรกที่เราไปก็คือ 
จุดชมวิวเมืองภูเก็ต ที่เรียกว่า เขารัง มุมนี้จะเห็นเมืองภูเก็ตนะค่ะ 



อยู่ถ่ายรูปสักพัก เราก็ไปไหว้พระค่ะ หลวงพ่อพระทอง (พระผุด)ค่ะ 


ท้องฟ้าแจ่มใส 



หลังไหว้พระ เอาฤกา์ เอาชัย เนื่องในวันปีใหม่ไทยแล้วนะค่ะ เราก็ไปที่แหลมพรหมเทพ 
ในตอนกลางวัน กัน ขอบอกว่าแดดร้อนเปรี้ยง แต่คนน้อยมากค่ะ 



ถ่ายรูปกันเพลิน ๆ ไป กับแหลมพรหมเทพ ในเวลากลางวัน 



จากนั้นเราก็กลับที่พัก และก็ไปหาข้าวทางที่อ่าวฉลองนะค่ะ เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมาค่ะ  
วันที่ 2 ก็เป็นวันที่เรา ซื้อ One Day Trip เกาะพีพี มาหยาไว้นะค่ะ โดยทางทัวร์ก็ส่ง
รถมารับเราที่โรงแรมประมาณ 7 โมงเช้าได้ค่ะ เพื่อไปที่ท่าเรือรัษฏา  



โดยท่าเรือนี้จะเป็นจุดศูนย์กลาง ในการไปเที่ยวเกาะต่าง ๆ รอบภูเก็ตนะค่ะ
เราออกเดินทางด้วยเรือ Speed Boat ขนาดใหญ่ค่ะ เพราะว่าเป็นแชร์กรุ๊ปไปกันหลายทัวร์ 



เริ่มออกเดินทางไปเที่ยวทะเลกระบี่ เมืองร้อยเกาะกันค่ะ  



ระหว่างทางถ้าผ่านจุดสำคัญ ๆ หรือเกาะสำคัญ ทางไกด์จะบอกเรานะค่ะ 
อันนี้น่าจะเป็นเกาะไก่ 



ผ่านถ้ำไวกิ้ง ที่มีรังนกนะค่ะ อันนี้ได้แต่จอดดู ห้ามเข้าค่ะ 



จากนั้นก็มีแวะดำน้ำตามจุดต่าง ๆ นะค่ะ 



เดินทางไปอ่าวมาหยา สถานที่ถ่ายทำ The Beach กันค่ะ 



เราก็ไม่มีโอากสได้ลงอ่าวมาหยานะค่ะ ได้แต่ถ่ายรูปจากบนเรือ เพราะคนเยอะ น่าเสียดายมาก 
ถ้ามีโอกาสจะไปใหม่ค่ะ  



แต่เค้าก็ให้ลงดำน้ำหน้าอ่าวมาหยาค่ะ 



ได้เวลา เราไปทา่นข้าวกลางวันที่เกาะพีพี กันค่ะ  ที่โรงแรม พีพี โฮเต็ล 



มาถึงลงจากท่าเรือ เราก็จะเจอกับ Tourist Information 



และหาดพีพี ด้านที่เรือจะจอดนะค่ะ 



อันนี้จะเป็นอีกหน้าหาด ตรงนี้จะเป็นจุดเล่นน้ำ ดำน้ำ เล่นกิจกรรมต่างๆ นะค่ะ เรามีเวลาอยู่ที่พีพี
แค่ 2 ชัั่วโมง ก็เลยเอาแต่เล่นน้ำ ไม่ได้ขึ้นไปบนจุดชมวิวเลย คราวหน้าซ่อมใหม่แน่นอนค่ะ 



ฝรั่งเต็มไปหมดค่ะ  ได้เวลาออกเดินทางกลับแล้วค่ะ จุดเด่นของทะเลกระบี่ 
สำหรับเราคิดว่าเป็นที่สีทะเลที่ออกสัเขียวมรกต ผสมกับภูเขาหินมากมาย รูปทรงสวยงาม 



ระหว่างทาง แข่งกับเวลาพระอาทิตย์ตกนะค่ะ กลับพร้อมชาวประมงกันเลยทีเดียว 

วันต่อมา ก็ถือโอกาสตื่นสายค่ะ เพราะเป็นวันกลับแล้วนะค่่ะ ก็มีเวลามาทานอาหารเช้าของ
รีสอร์ท ขอบอกว่าอร่อยเกือบทุกอย่างเลยค่ะ ที่นี่ใช้ได้เลย บุฟเฟ่ต์ค่ะ 



บริเวณทานอาหาร ริมสระว่ายน้ำค่่ะ 



ฝรั่งลงมานอนอาบแดด โดยที่ไม่มีแดดเลยวันนี้ ฝนตก 



จากนั้นเราก็ไปเตรียมเก็บกระเป๋า เพื่อมาฝากที่เค้าน์เตอร์นะค่ะ และก็เริ่มลงไปเดินเล่น
ที่หาดกะรน โดยลักศณัของหาดกะรน เป็นหาดที่ยาวประมาณนึงค่ะ แต่คลื่นลมแรง
เราว่าไม่เหมาะกับการเล่นน้ำเลย 



สัญลักษณ์ของหาดกะรน พญานาค 



นั่งรถไปเที่ยวหาดกะตะ ใกล้ๆ กันดีกว่า ที่หาดกะตะ ชายหาดจะสั้น 
คลื่นลมไม่แรง เหมาะกับการเล่นน้ำกว่าเยอะเลยค่ะ 



จากนั้นก็ได้เวลากลับรีสอร์ทแล้วค่ะ เพราะต้องเผื่อเวลาไปสนามบิน  
จบวันพักผ่อนสั้น ๆ ช่วงสงกรานต์กับครั้งแรกที่ภูเก็ตของเราค่ะ ซึ่งก็ประทับใจ 
จนเราไปบ่อย ๆ อยู่เช่นกัน แต่จะไปไหนอีก จะทะยอยเอามาให้อ่านเรื่อย ๆ นะค่ะ 

บ๊าย บ๊าย ภูเก็ตค่ะ 






 

Create Date : 25 กันยายน 2556    
Last Update : 25 กันยายน 2556 13:54:50 น.
Counter : 883 Pageviews.  

บ้านราชดำเนิน รีสอร์ทสวย ติดหาดหัวหิน

  หัวหิน หัวหิน หัวหิน ทำไมหนอถึงไปได้บ่อย ๆ ไม่มีเบื่อ 555++ 
  ก็ได้มีโอกาสไปเที่ยวหัวหิน ทะเลเมืองประจวบ ฯ อีกแล้ว 



สงสัย อยากจะเป็นนักสำรวจรีสอร์ทที่หัวหิน จึงไปมันได้ทุกปี 
ปีละเกือบ 2 ครั้ง สำหรับครั้งนี้ เราก็ได้มาเยือนที่ 
บ้านราชดำเนิน หัวหิน รีสอร์ทน่ารัก สวย ริมหาดหัวหิน
จุดสังเกตง่าย ๆ อยู่ตรงข้ามเยื้อง หัวหิน วิลล่า มาร์เก็ต 



สำหรับราคาห้องพักที่บ้านราชดำเนินอยู่ที่ 1,800 - 3,000.- 
แล้วแต่โลเคชั่นของห้อง ความใหญ่โต ก็ว่ากันไป 

มาถึงก็มาทำการ Check - in ที่ล๊อบบี้กันนะค่ะ โดยล๊อบบี้ 
จะอยู่ติดกับห้องอาหารค่ะ  



โอเค ได้ห้อง เรียบร้อยค่ะ เดินขึ้นบันไดมาชั้น 2 เลยนะค่ะ 
ขึ้นมาปุ๊บจะเห็นโซนนั่งเล่นที่ชั้น 2 ค่ะ (อารมณ์เหมือนบ้านเดี่ยวทั่วไป)



เดินตามมาที่ห้อง H3 เลยค่ะ ห้องเราจะติดกับถนนใหญ่พอดี 



เมื่อเดินเข้าไปในห้อง ก็จะเจอกับเตียง Double Bed นะค่ะ น่านอน 



ปลายเตียงก็จะมี โซนทีวี มินิบาร์ ตู้เสื้อผ้าค่ะ 



มาดูในห้องน้ำกัน 



ห้องน้ำไม่ใหญ่มากนะค่ะ ธรรมดา มีชักโครก 



ฝักบัว เครื่องทำน้ำอุ่น อุปกรณ์อาบน้ำ ผ้าขนหนู ตามมาตราฐาน 





ลงมาเดินเล่น รอบรีสอร์ทกันค่ัะ 
เรารู้สึกว่า รีสอร์ทที่นี้ สวยนะค่ะ ทั้งเรื่องของการตกแต่ง
การใช้สี และต้นไม้ต่าง ๆ 



มีมุมให้ คนที่รักการถ่ายภาพ ถ่ายได้หลายมุมเลยนะค่ะ 



กว่าเราจะเดินจากหน้ารีสอร์ท ไปที่หาด ก็กดชัตเตอร์ไปร่วมร้อยกับมุมต่าง ๆ





ได้เวลา ไปเดินเล่นที่หาดหัวหินแล้ว เพราะแดดร่ม ลมตกพอดี 



ชายหาดหัวหิน ยังไม่เปลี่ยนแปลงเท่าไหร่นะค่ะ  



เดินเล่นสักพัก ก็ได้เวลาทานข้่าวแล้ว 
ถ่ายภาพรีสอร์ท ยามค่ำคืนสักหน่อย



จะไปพัก อย่าลืมสังเกต ป้ายนี้ 



เราจะกินข้าวที่นี่แระ Hua Hin Villa Market ง่ายดี  



เช้าแล้วค่ะ ไปรับทานอาหารเช้ากันเถอะ 



อาหารที่นี่ก็เป็น บุฟเฟ่ต์ นะค่ะ แนว American Breakfast ทั่วไป  



ป้าย Cleaning my room ค่ะ เขียวสด  



ปิดท้ายด้วยมุมสระว่ายน้ำ สวย ๆ ที่วันนี้แดดเปรี้ยงเหลือเกิน 



สรุป 
เราให้ 3.5/5 ค่ะ เพราะรีสอร์ทสวย 
ไม่ไกลหาด ไม่ไกลของกิน 

ขอบคุณค่ะ 





 

Create Date : 11 กันยายน 2556    
Last Update : 16 กันยายน 2556 16:05:49 น.
Counter : 1171 Pageviews.  

รีวิว Bella Villa Metro Pattaya ในเครือ Best Western

Bella Villa Pattaya  




แพลนไว้ว่าจะไปนอนเล่นพัทยาสักคืนแก้เครียด และสนใจโลเคชั่นแถวพัทยาเหนือ
ก็เลยลอง Search ดู เห็นโรงแรม Bella Villa Metro Pattaya ที่เค้าเพิ่ง Renovate
ใหม่เป็นของเครือ Best Western ราคาพันนิด ๆ เลยจองผ่าน Agency โลด



โรงแรม Bella Villa Metro ตั้งอยู่ตรง วงเวียนปลาโลมา จะอยู่ในซอยข้างๆ โรงแรมดุสิตธานี 
ถ้ามากก็ให้ 2 แถว เค้ามาจอดเลย ถึงแล้วโทรเรียก ไม่ต้องเดินเข้าไปค่ะ  เค้าจะเอามอไซค์มารับ 
(เดินเข้าไป ประมาณ 300 เมตรได้) 

หน้าตารถที่มารับ 



เข้ามาปุ๊บ ก็จัดการเรื่องเอกสาร เรียบร้อย ขอเค้าไว้ว่าเป็นชั้นสูงหน่อย 
และห้องปลอดบุหรี่ ทางโรงแรมเลยจัดให้ที่ชั้น 5 มีเด็กช่วยยกกระเป๋าให้ด้วย 

โรงแรมนี้จะเน้นโทน สีชมพู สี Old Rose  



เข้ามาในห้องก็จะเห็นเลยค่ะ ว่าเป็นห้อง Sea View  



เปิดไฟปุ๊บ ก็จะเจอเตียง King Size หัวเตียงสี Old Rose อีกแล้ว 



โรแมนติคด้วย โคมไฟหัวเตียง 



มองไปที่ท้ายเตียง ก็จะเห็นตู้เสื้อผ้า ตรงประตูทางเข้า และด้านขวา จะเป็น
ประตู้ห้องน้ำ ก็เป็นแบบฝักบัวนะค่ะ ไม่มีอ่าง อุปกรณ์อาบน้ำมีครบ ผ้าเช็ดตัว
สบู่ รวมดึงไดร์เป่าผม ด้วย 



นอกจากนั้นยีงมีทีวี มาให้ แต่โบราณไปนิด โต๊ะทำงาน ตู้เย็น ขนาดกลาง 
ไว้แช่ของ รวมทั้งซิงค์ไว้ล้างจานค่ะ  

มีโซฟาให้ และโต๊ะกาแฟ ให้นอนเล่น หรือทานขนม ด้วยนะ 



เปิดระเบียงออกไป ก็จะเจอกับวิวหาดพัทยาค่ะ มองเห็นถึงพัทยาใต้ ท่าเรือบาลีฮายเลย 



ส่วนด้านล่างก็จะเห็นสระว่ายน้ำ ขนาดปานกลางค่ะ 



ชมห้องพักกันเสร็จก็ลงไปเดินเล่นในส่วนล๊อบบี้ ก็จะมีโซนห้องสมุดเล็ก ๆ ให้ยืมหนังสือ
ไป่านกัน ส่วนมากก็เป็นภาษาอังกฤษนะค่ะ 

การตกแต่งโรงแรม สีสัน หวานแหววมาก 





ส่วนของ มุมอ่านหนังสือ จะอยู่ถัดจากสระว่ายน้ำ 



ห้องอาหาร สีชมพู อีกแล้วค่ะ ไลน์อาหารเช้า ถือว่าโอเคนะค่ะ ไม่ได้ถ่ายมา 
เพราะหิว 555 ++ +




จบการรีวิวค่ะ 

คะแนนโดยรวม 2.5/5   
หักคะแนน ฝักบัวไหลไม่แรง / ทีวีจอโบราณ 
ให้คะแนนที่วิวค่ะ  




 

Create Date : 10 กันยายน 2556    
Last Update : 16 กันยายน 2556 15:35:03 น.
Counter : 349 Pageviews.  

1  2  3  

Roundshady
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ชอบเที่ยว ชอบเล่น ชอบพูดคุย
ชอบแลกเปลี่ยนความเห็น ชอบเขียน

ดังนั้นจึงมี Blog
Friends' blogs
[Add Roundshady's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.