คิดเขียนวันละนิด เพื่อจิตที่แจ่มใส อ่านเขียนเพียรไป หวังใจได้รื่นรมย์
Group Blog
 
All Blogs
 

ผลงานแรกในชีวิต..ที่ผ่านมาตรฐานสำนักพิมพ์

ซุ่มเขียนเขียนวรรณกรรมเยาวชน จบไปหนึ่งเรื่อง
ชื่อ..ลูกแม่มูล..
เป็นเรื่องราวชีวิตในวัยเยาว์ ตั้งสี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา แต่ขณะที่เขียนนั้น เหมือนเรื่องราวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันวาน
ทำให้..คิดถึงเพื่อนๆ คิดถึงบรรยากาศบ้านเกิด คิดถึงทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง
ลองส่งไปประกวด..รางวัลนายอินทร์อะวอร์ด...
ผลปรากฏว่า...ผ่านรอบคัดเลือก..ระหว่างนี้รอการตัดสินรางวัลชนะเลิศ

คงรู้ข่าวในเร็วๆ นี

งานเขียนเป็นงานที่หินเอาการ แต่เมื่อตั้งใจเขียนจนจบ ผลที่ได้..ก็ชื่นฉำใจจนเหลือจะกล่าว

เพราะ..เป็นผลงานแรก และเล่มแรกในชีวิต...

อย่าลืม..ถ้าผ่านแผงหนังสือ กรุณาชายตาดูสักนิดนะครับ

..ลูกแม่มูล..โดย...รณบุตร




 

Create Date : 07 พฤษภาคม 2554    
Last Update : 7 พฤษภาคม 2554 11:09:31 น.
Counter : 406 Pageviews.  

นิราศเวียงพิงค์ ตอนจบ ฝากคำร่ำลากัลยาณมิตร



....มาเวียงพิงค์ได้น้ำใจชาวเพียงพิงค์...............................ที่เคยกริ่งเคยเกรงพลันสิ้นสูญ

เพราะเจ้าถิ่นได้ต้อนรับพร้อมเกื้อกูล................................ทั้งเพิ่มพูนอาหารเลี้ยงข้าวปลา

แม่เลี้ยงสาวสามีเป็นหัวหน้าหน่วยฯ................................จึงได้ช่วยเจียดที่พักไร้ห่วงหา

บนยอดเขาสงบเงียบสุขอุรา............................................ศูนย์ควบคุมไฟป่าในภาคเหนือ

มีน้ำใจให้ที่พักยังไม่พอ...................................................เปิดตู้เย็นเบียร์แช่รอโอ..เหลือเชื่อ

เจ้าภาพท่านเทน้ำใจอารีเอื้อ...........................................สุขล้นเหลือเมื่อได้มาเยี่ยมยล

ทุกทุกคนสดชื่นและเอิบอิ่ม.............................................หน้าเปื้อนยิ้มไร้ริ้วรอยความหมองหม่น

ตกย่ำค่ำยังพาทุกทุกคน.................................................ไปเวียนวนหาร้านทานข้าวปลา

พาเข้าร้านบุปเฟ่ต์ชาวเวียดนาม......................................กินได้ตามสบายทั้งหรูหรา

แค่คนละหกสิบเก้าคือราคา............................................ใครตักมาแล้วกินเหลือต้องปรับกัน

ร้อยเก้าเก้าปรับคนกินไม่หมด.........................................ฉันต้องก้มหน้าซดไม่หุนหัน

ถึงแม้พุงจะแน่นก็ชั่งมัน..................................................ด้วยนึกหวั่นไม่อยากเสียค่าปรับไป

เฝ้าตักเล็มฝืนกินจนเกลี้ยงจาน.......................................ทรมานจนสุดจะทนไหว

เพราะล่อเบียร์เข้าไปก่อนแล้วไง......................................อืดแค่ไหนก็จำใจต้องฝืนกิน

เกิดต้องเสียค่าปรับร้อยเก้าเก้า........................................แม่ขมองอิ่มน้องเจ้าคงติฉิน

ทำแกล้งเฉยวางมาดค่อยค่อยกิน.....................................แท้พุงแน่นแทบปลิ้นจนอยากตาย

เมื่อหมดจานหายใจได้โล่งอก...........................................เหมือนจับยกภูเขาทุกข์เหือดหาย

จำบทเรียนบอกตัวเองต่อนี้ไป...........................................เข้าร้านไหนต้องมองป้ายให้ดีดี

หนึ่งเป็นคนต้องหูไวตาไว.................................................เพื่อการกินเราจะได้รสสุขี

แบบต้องฝืนกินให้หมดเหมือนคราวนี้................................โอ้..ชาตินี้อย่าได้เจออีกเลยเชียว...



....หวนรำลึกถึงที่พักดับไฟป่า...........................................ในอุรากลุ้มจิตคิดห่อเหี่ยว

ห้าหกวันที่ดั้นด้นชวนกันเที่ยว...........................................ถึงพรุ่งนี้คงเปล่าเปลี่ยวเมื่อลากัน

เป็นธรรมดาไม่มีงานเลี้ยงใด.............................................ที่จะไม่มีเลิกราพาสุขสันต์

เมื่อมีพบต้องมีจากเข้าสักวัน............................................อดรู้สึกไหวหวั่นใกล้วันลา

ค่ำคืนนี้จึงเป็นคืนสุดท้าย..................................................คืนที่มีความหมายให้ห่วงหา

พรุ่งนี้เช้าเราต้องโบกมือลา...............................................ขอเก็บสิ่งที่มีค่าติดตัวไป

เก็บน้ำใจเก็บไมตรีของพี่เพื่อน..........................................กี่ปีเดือนคงเวียนมาพบกันใหม่

อีกไม่นานคงได้ชวนกันท่องไป............................................ขอลาไกล..เวียงพิงค์..ตรงนี้เอย.....๐



ขอฝากคำร่ำลากัลยาณมิตร

...เล่านิราศเวียงพิงค์กับมิ่งมิตร...........................................ได้ใกล้ชิดสนิทใจชวนใฝ่หา

เกือบอาทิตย์สุขซึ้งใจในอุรา................................................วันเวลามีกำหนดต้องจากกัน

ทั้งเที่ยวท่องเก็บตกนำมาแต่ง.............................................อยากจะแบ่งสิ่งในใจให้สุขสันต์

ทั้งพี่เพื่อนจงมีสุขทุกคืนวัน.................................................เราจากกันแต่เพียงกายใจมั่นคง

แต่งนิราศเก็บตกมาหมดแล้ว..............................................หัวใจแป้วเมื่อต้องจบหวั่นลืมหลง

เก็บไม่หมดเก็บไม่ถูกอาจงวยงง..........................................อย่าพะวงจับผิดฉันนะเอย

...คิดเสียว่านำมาเล่าสนุก..................................................เพื่อความสุขให้คิดหวนชวนเฉลย

จะแหย่บ้างก็อย่าว่ากันเลย................................................หากเปรียบเปรยไม่ถูกใจอภัยกัน

มาบัดนี้เรื่องนิราศจบลงแล้ว..............................................สุขเพริศแพร้วพบกันใหม่ตามใจฝัน

ขอมิ่งมิตรเป็นสุขทุกคืนวัน.................................................ความผูกพันไม่เหือดหายจากห้วงใจ

มีอะไรจะนำมาเล่าไขขาน..................................................เพื่อสื่อสารถึงเพื่อนพี่ไม่ไปไหน

เล่าเป็นกลอนให้อ่านเล่นจดจำไว้........................................หวังให้ใจเรากลมเกลียวเหนี่ยวสัมพันธ์

ถ้าวันไหนไม่ได้มาอย่าว่ากล่าว...........................................มีเรื่องราวให้เที่ยวจรใช่แปรผัน

ไปทอดแหหาปลาเข้าป่ากัน................................................ทางที่ฝันอิสระแห่งเสรี



...แต่ไปแล้วก็หาใช่จะไปลับ...............................................ใจคอยนับวันเวลาหาน้องพี่

ถึงเวลาจะต้องมาหาคนดี...................................................มารอรับไมตรีที่ทักทาย

เพื่อนหลายคนห่วงฉันเรื่องกินเหล้า.....................................ฉันก็จะกินเบาเบา ไม่เสียหาย

จะกินแค่แก้วเดียวไม่มากมาย.............................................แต่ตอนรินแจกจ่ายอาจหลายที

...โอ๊ะ..ฉันพูดเย้าหยอกหรอกเพื่อนเอ๋ย...............................ฉันไม่เคยเมามายให้เสื่อมศรี

ซาบซึ้งใจในความรักและหวังดี...........................................มิตรไมตรีที่ให้มาลืมไม่ลง

จะจดจำคำพี่เพื่อนที่เตือนจิต.............................................เก็บไว้จำนำมาคิดไม่ลืมหลง

จะกี่วันกี่เดือนยังมั่งคง.......................................................รักยืนยงแด่พี่เพื่อนนานเท่านาน

ทั้งคนอ่านขอยกมือขึ้นนอบนบ...........................................แล้วคอยพบกันใหม่เพื่อขับขาน

ครูเออร์ลี่ใช้ชีวีให้สราญ.....................................................ตรากตรำงานมานานนักขอพักเอย...๐









...เจ้าภาพท่านเทน้ำใจอารีเอื้อ สุขล้นเหลือเมื่อได้มาเยี่ยมยล...






...ขอลาไกลเวียงพิงค์ตรงนี้เอย...




 

Create Date : 02 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2553 10:50:33 น.
Counter : 365 Pageviews.  

นิราศเวียงพิงค์ ตอนที่ ๑๓ (สวรรค์รำวง)


....จากตลาดชาวดอยก็ทัวร์ต่อ.........................................ขึ้นรถได้ก็คุยจ้อแสนสุขสันต์

คืนสุดท้ายโปรแกรมทัวร์ท่าสุดมัน....................................จะสังสรรค์กินขันโตกชมนางรำ

ครู่หนึ่งถึงสันกำแพงแรงเริ่มล้า.........................................เควันจ๋าหากินก่อนให้อิ่มหนำ

ครูกีร์ว่าที่ขันโตกมีนางรำ................................................ใครโชคดีอาจได้ปล้ำ..เอ๊ย..รำกับตัวเธอ

ฉันแอบคิดวางแผนไว้ในจิต.............................................มีโอกาสได้ใกล้ชิดจะเสนอ

อยากเป็นคนโชคดีได้โค้งเธอ...........................................ใครจะว่าฉันเว่อก็จำยอม

ผ่านถนนเส้นสายไม้ลงแวะเยี่ยม......................................ผลิตภัณฑ์เปี่ยมฝีมือทั้งหล่อหลอม

หลากสินค้ามากลวดลายไม่แปลกปลอม..........................เป็นตลาดที่มากพร้อมงานฝีมือ

ของบางอย่างจินตนาการเหนือมนุษย์..............................เป็นที่สุดงานฝีมือน่านับถือ

ทำให้ชื่อสันกำแพงนั้นเลื่องลือ.........................................ระบือชื่อคือเสน่ห์แห่งเวียงพิงค์



....จากนั้นหันเหหน้าหาที่พัก.............................................ไปปักหลักดับไฟป่าค่อยสุงสิง

การเดินทางย้อนคืนกลับรวดเร็วจริง.................................ใจเกรงกริ่งหวั่นไหวใกล้วันลา

เข้าที่พักแต่งตัวใหม่เสียสวยเช้ง........................................พวกผู้ชายยอดนักเลงไม่ห่วงหา

วันทั้งวันขออาบน้ำแค่หนึ่งครา.........................................ไม่รู้สึกรู้สากับผู้ใด

ลูกผู้ชายไทยแท้แต่ขี้หนาว...............................................นอนปวดร้าวหนาวจิตพอทนไหว

แต่จะให้อาบน้ำสุดทำใจ..................................................ขอยกไปอาบตอนเช้าครั้งเดียวพอ

ได้ผ้าเย็นเช็ดหน้าตาอุราชื่น..............................................แค่นี้ก็ชื่นมื่นแล้วล่ะหนอ

นึกกระหยิ่มยิ้มย่องตั้งตารอ..............................................คืนนี้หนอขอสนุกสุดขีดเชียว



....ได้เวลามุ่งสู่ศูนย์วัฒนธรรม..........................................เสน่ห์ล้ำแห่งล้านนาตื่นตาเหลียว

นั่งกับพื้นกินขันโตกน่ารักเชียว.........................................บ้างเกาะเกี่ยวควงคู่มาน่ารักจริง

ทั้งฝรั่งมังค่ามาเยอะแยะ.................................................พอมาถึงก็นั่งแหมะไม่สุงสิง

มีหมอนขิกทรงสามเหลี่ยมให้แอบอิง.................................เด็กผู้หญิงลูกฝรั่งนั่งเฉยเลย

บรรยากาศดูดีมีเสน่ห์.......................................................แต่ฉับพลันฝนก็เทมาเฉยเฉย

กลัวเปียกปอนทุกคนจึงเบียดชิดเชย...................................บรรยากาศไม่เสบยแต่แปลกดี

นางรำออกมารำฟ้อนแค่หนึ่งชุด.........................................เมื่อฝนมาก็เลยหยุดกลางแสงสี

จึงเข้าไปรำฟ้อนบนเวที.....................................................ก่อนย้ายที่เข้าในโรงละครรำ

เมื่อถึงรอบรำวงธรรมดา...................................................ฉันถลาออกไปโค้งแม่งามขำ

รำเฉิบเฉิบงามแสงเดือนยังจดจำ........................................ตอนเป็นครูพาเด็กรำจำฝังใจ

พี่แหววรี่มายิงกล้องเก็บทุกช็อต.........................................ฉันยิ่งออดอ้อนรำขนานใหญ่

สาวน้อยเอียงฉันก็เอียงตามเธอไป.....................................จะจีบมือข้างไหนก็ทันเธอ

พี่น้อยชมไม่เสียชื่อเราครูเก่า..............................................เรื่องรำฟ้อนพวกเราพร้อมเสมอ

แต่คนรำชักติดใจแล้วซิเออ................................................อยากอยู่เวียงรำกับเธอจนวันตาย

เสียงครูกีร์แว่วมาอย่าฝันเฟื่อง...........................................จะเป็นเรื่องถึงชีวิตนะสหาย

เดี๋ยวแม่ยอดขมองอิ่มวาดลวดลาย.....................................เธอไม่วายคางเหลืองหรือหมดบุญ







...สาวน้อยเอียงฉันก็เอียงตามเธอไป จะจีบมือข้างไหนก็ทันเธอ...




.

..นางรำออกมารำฟ้อนได้สองชุด ฝนตกมาก็เลยหยุดกลางแสงสี...






...ได้เวลามุ่งสู่ศูนย์วัฒนธรรม เสน่ห์ล้ำแห่งล้านนาตื่นตาเหลียว...




 

Create Date : 01 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2553 7:31:21 น.
Counter : 275 Pageviews.  

นิราศเวียงพิงค์ ตอนที่ ๑๒ (เจอะสาวดอยที่ดอยอินทนนท์จ้า)



....เผลอแป๊บเดียวถึงอำเภอจอมทอง..................................เพื่อนทั้งผองยังสรวลเสไม่เหือดหาย

ได้ที่พักดับไฟป่าสุขใจกาย................................................บารมีพ่อยอดชายครูกีร์เรา

ถึงที่พักต้องบอกว่า..โอ้..สุดยอด........................................หลังบ้านพักสายธารลอดจากขุนเขา

กระแสน้ำไหลเย็นไม่สร่างเซา............................................คลายความเศร้าเหงาใจในทันที

เสียงสายธารไหลสาดกระเซ็นซ่าน.....................................อุราพล่านคิดถึงยอดยาหยี

ถ้ามีเธออยู่เคียงใกล้ในคืนนี้..............................................ดวงฤดีคงสุขสมหาใดปาน

จะชี้ชวนนอนฟังเสียงน้ำไหล............................................จะกล่อมใจด้วยบทกลอนอ้อนขับขาน

จะจูงมือเล่นน้ำให้สำราญ................................................คงชื่นบานถ้าสองเราอยู่ด้วยกัน

แต่ฉับพลันฉันก็ต้องร้องสะดุ้ง...........................................พี่เถียรพุ่งแก้วเหล้าชวนสุขสันต์

อย่ามัวซึมอย่ามัวเศร้าชนแก้วกัน......................................ฉันไม่หวั่นดวลกับพี่ซี้ต่างวัย


............ดอยแห่งนี้ชื่อว่าดอยอินทนนท์.............................ที่มากมนต์เสน่หาพาหลงใหล

เป็นยอดดอยสูงที่สุดในเมืองไทย......................................มีความหนาวจับหัวใจกว่าทุกดอย

เป็นที่มีน้ำค้างเกิดเหมยขาบ............................................เป็นดอยอาบเมฆหมอกสูงสุดสอย

เป็นดอยที่สูงกว่าเมฆที่ล่องลอย.......................................มั่นคงคอยนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชม

มาครั้งนี้แค่สิบองศากว่า..................................................เหมยขาบจึงไม่มาให้ยลโฉม

แม่คะนิ้งก็ไม่มาปลอบประโลม.........................................เพราะอากาศที่จู่โจมไม่หนาวพอ

....จากอินทนนท์ด้นไปธาตุจอมทอง..................................อร่ามเหลืองเรืองรองสวยจริงหนอ

เป็นพระธาตุคู่ขวัญยอดชูช่อ.............................................ประกายทอแสงเจิดจ้าคู่ฟ้าดิน

พระธาตุหนึ่งคู่บารมีของพ่อหลวง......................................เป็นศูนย์รวมดวงใจไทยทั่วทุกถิ่น

อีกองค์หนึ่งคู่บารมีแม่แผ่นดิน...........................................ทั่วธรณินเทิดไท้คู่ราชัน

มองพระธาตุความรักชาติก็เดือดพล่าน..............................สององค์ท่านทนเหนื่อยยากสู้พลิกผัน

พลิกชีวิตคิดพอเพียงเนิ่นนานวัน.......................................แต่คนไทยกลับฆ่าฟันบั่นกันเอง

ไม่ดูพ่อไม่ดูแม่เป็นตัวอย่าง..............................................ลับลวงพรางชิงไหวพริบเข้าข่มเหง

ถ้าชาวไทยหันมาฆ่ากันเอง..............................................จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง *



.... บนพระธาตุมีบันไดเลื่อนขึ้นให้....................................ยามขึ้นไปไม่ต้องเหนื่อยระวังหลัง

ยืนเฉยเฉยก็ลอยไปสบายจัง............................................แต่ขาลงต้องระวังเพราะต้องเดิน

ขึ้นสูงสุดไปเดินรอบองค์พระธาตุ......................................แสนประหลาดเหมือนตัวเราได้เหาะเหิร

เพราะมีเมฆมาโอบอุ้มแสนเพลิดเพลิน.............................ยามเมฆลอยพัดเผชิญต้องตัวเรา

อดไม่ได้ต้องกางแขนโอบกอดเมฆ....................................ดั่งเทวามาสรรค์เสกคู่สองเจ้า

ดั่งล่องลอยบนสวรรค์ชั้นบางเบา......................................พลันก็คิดถึงน้องเจ้ายอดดวงใจ

พี่กอดเมฆใจก็ลอยคิดกอดน้อง........................................ถ้าเราสองมาด้วยกันคงสดใส

เจ้าไม่มาจึงกอดเมฆแทนทรามวัย....................................บอกรักไปฝากกับเมฆส่งถึงนาง

เมฆจ๋าเมฆนำรักข้าส่งนางด้วย........................................น้องคนสวยจงพบสุขอย่าหม่นหมาง

นำรักข้าล่องลอยมอบให้นาง..........................................อกอ้างว้างต้องกอดเมฆแทนทรามวัย

ได้เวลาลาพระธาตุสองคู่ขวัญ..........................................ยกขบวนขึ้นรถตู้ดูสดใส

ได้กอดจูบเมฆก็มีกำลังใจ.................................................ขบวนทัวร์เคลื่อนไปใจอิ่มบุญ



....ครู่หนึ่งถึงตลาดของชาวเขา..........................................มีสินค้ามายั่วเย้าให้อุดหนุน

ทั้งพืชผักผลไม้ให้เจือจุน..................................................สนองคุณความต้องการคนผ่านทาง

เห็นแม่ค้าสาวดอยวัยกระเตาะ.........................................ยามหัวเราะดูน่ารักก็เต้นผาง

เรียกอู้ดดี้มานี่เร้ว..รีบเยื้องย่าง........................................ช่วยถ่ายรูปคู่กับนางหน่อยซิเกลอ

เธอแต่งตัวกระตุ้งกระติ้งดูน่ารัก.......................................มีลูกปัดถักทอห้อยล้นเกร่อ

ทั้งเสื้อผ้าก็แวววาวไม่เคยเจอ..........................................โก๋แก่จึงรีบเสนออย่าว่ากัน


*(รศ.นภาลัย สุวรรณธาดา)








ถึงที่พักต้องบอกว่า..โอ้สุดยอด หลังบ้านพักสายธารลอดจากขุนเขา







ได้ที่พักดับไฟป่าสุขใจกาย บารมีพ่อยอดชายครูกีร์เรา




 

Create Date : 30 ตุลาคม 2553    
Last Update : 30 ตุลาคม 2553 7:21:47 น.
Counter : 491 Pageviews.  

นิราศเวียงพิงค์ ตอนที่ ๑๑ (ความรักของหินผา)

....ผ่านอำเภอขุนยวมแม่ลาน้อย......................................รถเคลื่อนคล้อยต่อไปใจสุขี

เสียงหัวเราะพูดหยอกเย้าเร้าฤดี......................................ทุกคนมีแต่ความสุขแทบล้นทรวง

ใครมีมุกมีคำถามนำมาอวด............................................สร้างสัมพันธ์ให้ยิ่งยวดไม่ห่วงหวง

เหมือนทุกคนเปิดใจรักไม่หลอกลวง.................................เราทั้งปวงเปี่ยมด้วยรักถักไมตรี

ถึงอำเภอแม่สะเรียงเรียงร้อยฝัน......................................คิดถึงวันร้องเพลงหนึ่งซึ้งสุขศรี

เรียมยินเสียงแม่สะเรียงร้องเรียกนี้...................................สุขฤดีกับท่อนจบ..ห่วงครูเยาว

....แล้วแวะชมความงามถ้ำแก้วโกมล..............................ใครได้ยลต้องอุทานความงามเจ้า

แก้วผลึกใสงามประหลาดอยู่นานเนาว์.............................ดั่งเกล็ดเพชรมายวนเย้าพร่างพราวตา

มีหลากสีหลากรูปหลายร้อยแบบ.....................................เหมือนเกล็ดเพชรมาอิงแอบแนบภูผา

แต่มีกฎการเยี่ยมชมเป็นกติกา.........................................อย่านำกล้องถ่ายหินผาแต่อย่างใด

เพราะจะทำให้หินแก้วนั้นหมองเศร้า.................................ประกายแสงจับเข้าก็หมองไหม้

เกิดเป็นสีดำคล้ำไม่ยองใย................................................หินก็ไร้ราศีที่ควรชม

เหมือนแก้มสาวถ้าเกิดเจ้าไม่แหนหวง...............................ให้หนุ่มล่วงดอมสัมผัสจนสุขสม

แก้มของสาวก็ไร้ค่าอ่าภิรมย์.............................................ทุกข์ระทมไร้ค่าราคีคาว



....จากหินสวยไปน้ำตกเขาออบหลวง................................ใจยิ่งห่วงถึงความรักเคยเหน็บหนาว

หินสองฝั่งทะมึนง้ำย้ำเรื่องราว...........................................เหมือนหนุ่มสาวอยากจุมพิตสนิทกัน

แต่สายธารมาขวางกั้นบั่นรักแยก.......................................หินเลยแตกแยกรักให้ไม่สุขสันต์

แต่หินหนุ่มหินสาวสู้ฝ่าฟัน................................................ยังหันหน้าเข้าหากันทุกวันคืน

โอ้หินเอ๋ยหินยังมีเรื่องความรัก...........................................แล้วตัวฉันคนคักคักหรือจะฝืน

ฉันรักสาวอยากกอดสาวสุดกล้ำกลืน.................................กี่วันคืนขอรักเธอจนวันตาย

จะรักเธอไม่ขอเพ้อถึงจุมพิต..............................................แค่สนิทชิดนอกกายก็บุญหลาย

อยู่ใกล้เธอได้มองเธอแค่รูปกาย.........................................เพียงเท่านี้ไม่เสียดายที่เกิดมา



....จากออบหลวงทรวงสะท้อนอ้อนในรัก.............................เพิ่งประจักษ์รักเพริศพิศจิตโหยหา

ดูตัวอย่างรักของหินมากคุณค่า..........................................หินไม่ด่าไม่หึงหวงทวงรักใคร

แค่อยู่ใกล้แม้ไม่ได้กอดจุมพิต............................................หินก็ไม่เบือนบิดให้หวั่นไหว

อยู่ใกล้กันมองตากันแสนสุขใจ...........................................ตัวอย่างหินจะจำไว้เป็นบทเรียน

ฉันรักใครแม้ใครเขาไม่รักตอบ...........................................ฉันก็ชอบของฉันไม่แปรเปลี่ยน

รักด้วยใจภักดีใจไม่วนเวียน...............................................ขอเฝ้าเพียรรักเพียงเจ้าเศร้าเดียวดาย






......



>หินสองฝั่งทะมึนง้ำย้ำเรื่องราว เหมือนหนุ่มสาวอยากจุมพิตสนิทกัน




...






>>>...โอ้หินเอ๋ยหินยังมีเรื่องความรัก แล้วตัวฉันคนคักคักหรือจะฝืน




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2553    
Last Update : 29 ตุลาคม 2553 6:30:43 น.
Counter : 280 Pageviews.  

1  2  3  4  

รณบุตร สุดสะเหล่อ
Location :
ศรีสะเกษ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นชายหัวใจนุ้มหนุ่ม ส่วนร่างครึ่งศตวรรษนิดๆ ชอบความรื่นรมย์ทุกอย่าง แม้สิ่งนั้นจะจุดจุดจุด...ก็ตาม
เขียนวันละนิด จิตแจ่มใส อ่านวันละนิด จิตก็ใสแจ่ม
Friends' blogs
[Add รณบุตร สุดสะเหล่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.