| All Blog
|
ทำไมแอนน์ถึงไม่ชอบผมสีแดงของตัวเอง? ทำไมกิลเบิร์ตถึงเรียกแอนน์ว่าแคร์รอต? สวัสดีค่ะ เพื่อนๆที่อ่านวรรณกรรมชุดแอนน์ : หนูน้อยแห่งบ้านกรีนเกเบิลส์ (Anne of Green Gables) ![]() หรือเคยดูซีรีส์ Anne with an E ![]() เคยสงสัยกันไหมคะว่า ทำไมแอนน์ถึงไม่ชอบผมสีแดงของตัวเอง และทำไมกิลเบิร์ต ถึงเรียกแอนน์ว่าแคร์รอต วันนี้คุณวรวดี มาคลายข้อสงสัยให้ฟังแล้วค่ะ คำอธิบายน่าสนใจมาก ตามไปอ่านพร้อมๆกันเลยยยย ------------------------------------------------------------------------------------ สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน งานหนังสือเดือนมีนาคม 2568 เริ่มแล้วพร้อมปรากฏการณ์แผ่นดินไหวที่ ไม่เคยเกิดขึ้นหนักเช่นนี้มาก่อนในบ้านเรา วรวดีอยู่ที่แคนาดาก็ได้แต่ตามข่าวด้วยความใจหาย และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวที่มีการสูญเสียมา ณ ที่นี้ พร้อมขอแสดงความยินดีกับทุก ชีวิตที่รอดพ้นมาได้ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านกับทุกสำนักพิมพ์ในงานหนังสือปีนี้ด้วยนะคะ หลายวันก่อนมีน้องนักอ่านเขียนมาถามเกี่ยวกับเรื่อง Anne of Green Gables ด้วยคำถามที่น่ารัก และชวนคิด น้องถามว่า “พี่คะ หนูสงสัยมานานแล้วว่าทำไมแอนน์ถึงไม่ชอบผมสีแดงของตัวเองคะ แล้วทำไมกิลเบิร์ตถึงเรียกแอนน์ว่าแคร์รอต ทั้งที่ผมแอนน์สีแดง หรือว่าแคร์รอตของแคนาดา สีแดงคะ หนูคาใจมากค่ะ” ![]() ไม่ทราบว่ามีท่านใดสงสัยแบบเดียวกันนี้ไหม แต่วรวดีขอเอามาตอบให้อ่านพร้อมกันเช่นเคยตรงนี้ พร้อมขอบคุณน้องที่ถามมา โดยขอเริ่มจากเหตุผลสั้น ๆ ก่อนว่าที่น้องแอนน์ไม่ชอบ “ผมแดง” ของตัวเอง ก็เพราะในสมัยของน้องคือช่วงปลายคริสตศตวรรษที่ 19 นั้น “ผมแดง” มักถูกโยงไป เข้ากับความหมายเชิงลบค่ะ เริ่มจากอันแรกเลยก็คือความเชื่อที่ว่า “คนผมแดง” มักมีอารมณ์รุนแรงและปากคอเราะร้ายจนกลาย เป็นอคติประจำยุคสมัย อย่างเช่น ตอนที่น้องแอนน์โกรธมิสซิสเรเชลที่มาวิจารณ์เธอตรง ๆ แล้ว เธอก็ตอกกลับไปอย่างรุนแรงพอกัน มิสซิสเรเชลถึงกับเอ่ยปากว่า “เด็กอะไร! โทสะช่างร้ายกาจ เหมือนสีผมแดงแจ๋ของตัวเอง”... นี่ไงคะ โทษสีผมซะเลย นอกจากนี้ ทั้ง “อคติ” และความเชื่อ เรื่องผมแดงก็ปรากฏให้เห็นในวรรณกรรมเรื่องอื่น ๆ ในสมัยใกล้เคียงกันอีกหลายเล่ม เช่น ตัวละครหนึ่งใน The Catcher in the Rye ก็พูดถึงคนผมแดงว่าปกติจะอารมณ์ร้าย หรือใน Gulliver’s Travels ของโจนาธาน สวิฟท์ ก็ระบุเลยว่าคนผมแดงน่ะเลวร้ายกว่าคนผมสีอื่น ต่อมาก็เป็นเรื่องของ “รสนิยม” น้องแอนน์ของเราเป็นเด็กช่างฝัน รักสวยรักงาม และชอบอ่าน หนังสือ วรรณกรรมที่เธออ่าน นางเอกแต่ละเรื่องก็ล้วนแล้วแต่มีผมสีน้ำตาลมั่ง สีทองมั่ง ดำขลับมั่ง แล้วอย่างนี้น้องจะเชื่อได้อย่างไรว่าผมแดงของเธอสวยงาม ความที่ชีวิตน้องไม่เคย เจอของสวย ๆ หรือสิ่งดี ๆ ใด ๆ แถมตัวเองยังไม่เคยเป็นที่ต้องการของใคร น้องเลยพาลไป เชื่อว่าถ้าตัวเองผมสีสวยเหมือนหญิงสาวในนิยาย เธอคงกลายเป็นที่ต้องการได้ ดังที่เธอพูดกับ มาริลลาว่า “มิสซิสสเปนเซอร์รับน้องลิลลีไปเลี้ยงค่ะ น้องลิลลี่อายุห้าขวบเอง และสวยมากด้วย ผมน้องสีน้ำตาลเข้ม... เอ้อ.. ถ้าหนูสวย และผมสีน้ำตาลเข้มแบบน้อง คุณจะรับหนูไว้ไหมคะ” แล้วเหตุใด “ผมสีแดง” จึงถือว่า “ไม่สวย” อันที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องเข้าใจยากเลยค่ะ เพราะมันเป็นเรื่อง รสนิยมของ “ยุคสมัย” แท้ ๆ อย่างเช่นในยุคอลิซาบีธัน (ศตวรรษที่ 16) ควีนอลิซาเบธที่หนึ่งทรงมี พระเกศาสีส้มแดงจัดจ้าน สตรีในราชสำนักสมัยนั้นก็เลยหาทางย้อมผมให้แดงกันทั้งวัง พอมาถึง ยุควิคตอเรียน (ศตวรรษที่ 19) พระเกศาของควีนวิคตอเรียเป็นสีน้ำตาลเข้ม สตรียุคนั้นก็หันกลับมา นิยมผมสีเข้มตาม และผมสีแดงก็ตกกระป๋องไปช่วงหนึ่ง ซึ่งก็คือช่วงชีวิตของน้องแอนน์ ข้อเท็จจริงอีกอย่างก็คือ ประชากรที่มีผมสีแดงมากที่สุดในโลกคือพวกเชื้อสายเคลติก (Celtic) ซึ่งก็คือชาวสก็อต ไอริช และเวลช์ พ่อแม่น้องแอนน์มาจากสก็อตแลนด์ เธอเลยผมแดงแบบคน สก็อต ส่วนในอังกฤษที่ส่วนใหญ่เป็นเชื้อสายแองโกล-แซกซัน ประชากรผมแดงมีน้อยกว่าเชื้อ สายเคลติกมาก เด็ก ๆ ผมแดงในอังกฤษเลยมักถูกล้อเลียนและโดนเรียกว่า “แคร์รอต” เพราะ สีผมที่ออกส้มคล้ายสีแคร์รอต หรือบางกรณีอาจมีความหมายแฝงเชิงเหยียด ๆ ด้วยก็เป็นได้ค่ะ เพราะผมแดงมักถูกเชื่อมโยงกับพวกสก็อต ไอริช และเวลช์ ซึ่งถูกมองว่าบ้านนอก ๆ และต่ำต้อย กว่าพวกผมสีเข้มสีทองสวย ๆ แบบผู้ดีอังกฤษสักหน่อย ![]() นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมน้องแอนน์จึงไม่ชอบผมแดงของตัวเอง และทำไมกิลเบิร์ตถึงเรียกแอนน์ว่า “แคร์รอต” แต่พ่อกิลของเราเขาไม่ได้เจตนาจะ “บูลลี่” น้องแอนน์หรอกนะคะ เพียงแต่หนุ่มน้อย จอมกวนอายุ 17 ปีคนนี้หมดวิธีที่จะทำให้สาวน้อยหันมาสนใจเขา เพราะขยิบตาให้ก็แล้ว ดึงผม เปียเธอก็แล้ว แต่สาวน้อยยังเมิน เขาเลยใช้วิธี “แหย่” แทน หารู้ไม่ว่าไปแหย่รังแตนเข้า เรื่องเลย ยาวต่อไปอีกหลายเล่มเลยค่ะกว่าจะจบ และเพื่อตอบคำถามน้องนักอ่าน แคร์รอตแคนาดาไม่ได้มีสีแดงหรอกค่ะ มันก็มีสีส้มเหมือน แคร์รอตทั่วไป ถ้างั้นทำไมเขาถึงใช้ “สีแดง” เรียกคนผมสีส้ม นั่นอาจเป็นเพราะผมสีส้มที่ว่านี้ มีความ “จัดจ้านร้อนแรง” เหมือนเปลวเพลิงสีแดงมากกว่าจะออกไปทางสีส้มที่ใกล้เคียงไปทาง สีทอง ก็เลยกลายเป็นคำเรียกเส้นผมสีนี้ว่า red hair อีกอย่าง orange หรือผลส้มมาเป็นที่รู้จักใน อังกฤษหลังจากมีคำว่า red hair แล้ว คนอังกฤษก็เลยมักเชื่อมโยงคำว่า orange ไปกับผลไม้ มากกว่า และถ้าจะเรียกคนผมแดงในเชิงล้อเลียนก็จะเรียกว่า readheads (หัวแดง) ไปเลย หรือ ไม่ก็แคร์รอต (ตามสีที่ใกล้เคียง) เพราะเป็นสิ่งที่เห็นและกินกันทุกวันปกติ แต่จะไม่เรียกว่า orange เพราะมันป็นของแปลกของแพงค่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะกลายเป็นคำชมไป ส่วนอีกคำหนึ่งที่ใช้เรียกล้อเลียนเด็กผมแดงก็คือคำว่า “จินเจอร์” ที่แปลว่า “ขิง” นี่ล่ะค่ะ ตรงนี้ เข้าใจว่าเพราะความเผ็ดร้อนของขิง มันเลยไปเข้ากับความเชื่อที่ว่าคนผมแดงอารมณ์ร้อนเหมือน ขิง ใครที่อ่าน Anne of Avonlea (เล่มสอง) แล้ว คงจำได้ว่านกแก้วของมิสเตอร์แฮร์ริสันได้ชื่อว่า “จินเจอร์” ก็เพราะความปากร้ายของมันนั่นเอง แถมมันยังชอบพูดคำว่า “ยายตัวหัวแดง” ทุกทีที่ เห็นน้องแอนน์เข้ามาอีกด้วย (ดูปากมันสิคะ!) แต่คำพวกนี้ปัจจุบันไม่ถูกนำมาใช้ในลักษณะ “ล้อเลียน” อีกแล้วค่ะ เพราะเขามีการรณรงค์ต่อต้าน การบูลลี่คนผมสีแดงกันอย่างเป็นทางการ มันเลยกลายเป็นคำเรียกเล่นขำ ๆ ไปเท่านั้นเอง แถมใน ปัจจุบันผมแดงดูจะเป็นที่นิยมไม่น้อยไปกว่าสีอื่นเลยด้วย ลองหันไปดูดาราฮอลีวู้ดสิคะ หลายคน เลยที่มีผมสีแดงนี้ แต่ยังไงก็อดแอบคิดเล่นไม่ได้ค่ะ ว่าถ้าอังกฤษสมัยนั้นรู้จักพริกจินดาของเราที่ทั้งสีแดงรสชาติร้อน แรงเผ็ดจัด บรรดาเด็กผมแดงจะถูกเรียกว่า “จินดา” แทน “จินเจอร์” ไหม และหากคำนี้ดังไปถึง แคนาดา แล้วพ่อกิลเบิร์ตดันไปเรียกน้องแอนน์ว่า “จินดา” เข้า หัวของเขาจะแตกแทนกระดานที่ น้องแอนน์ฟาดใส่หรือเปล่า ก็มัน “เผ็ดร้อนแรง” แถมยัง “แดง” จัดกว่าทั้งจินเจอร์และแคร์รอตรวม กันเยอะเลย... จริงไหมคะ ------------------------------------------------------------------------------------ เพื่อนๆสามารถติดตามอ่านเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจได้จาก เพจ Facebook คุณวรวดี วงศ์สง่า หรืออุดหนุนหนังสือชุดนี้ได้ที่ เพจสำนักพิมพ์ Wordswonder นะคะ |
สมาชิกหมายเลข 4642774
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]![]() Link |






ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [