Group Blog
 
All Blogs
 

ไบรอัน ร๊อบสัน เป็นคำตอบสุดท้าย .....

คุณคิดว่า ไบรอัน ร๊อบสัน อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นคำตอบสุดท้ายของ เฮดโค้ช ทีมชาติไทยหรือไม่ครับ ... ???




ใครก็รู้ว่า " ไบรอัน ร๊อบสัน " ฝีเท้าเก่ง ขนาดไหน !!





ปีเตอร์ รีด ไปได้เพียงไม่ทันไร ไบรอัน ร๊อบสันจะมาแทน .... ถ้ามองกันแบบ สบายๆ มองโลกในแง่ดี ผมว่า หลายคนคงพอใจที่ได้ ไบรอัน ร๊อบสันมาคุมทีมแทน .... เพราะอดีตของ ร๊อบสัน นั้นช่างน่าสัมผัส เสียนี้กะไร อดีตกัปตันของทีมแมนยู ผมว่างานนี้ แฟนๆแมนยู คงดีใจอย่างมาก บางทีอาจจะไม่ใช่ดีใจเพราะว่าได้มาคุมทีมชาติไทยหรอกครับ แต่อาจจะดีใจเพราะว่าได้สัมผัส อดีตยอดนักเตะขวัญใจของทีมรักตัวเอง ... มันก็คงเหมือนกันกับผมนะครับ ถ้าเป็น เอียน รัช หรือ เคนนี่ เดลกลิช มาคุมทีมชาติไทย บางทีผมอาจจะไม่สนเลยก็ได้ว่า เขาจะมาคุมทีมชาติไทย แล้วจะประสบความสำเร็จหรือไม่ .... ผมคงสนใจว่า ผมจะได้ไปดู เคนนี่ เดลกลิช และมีโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดกับ อดีต ยอดนักเตะซะมากกว่านะครับ ....



แต่ตำแหน่ง ผู้จัดการทีมแล้ว ไม่แน่ใจในความ เก่ง !!


ไม่ต้องพูดถึง ประวัติในการคุมทีมของ ไบรอัน ร๊อบสัน นะครับ เพราะผลงานของเขาในการคุมทีมสโมสรในอังกฤษ ก็ไม่ค่อยมีผลงานเด่นชัดเท่าไหร่ .. แต่เอาครับ ไหนๆ แล้ว ก็หยิบหยกเอาประวัติคร่าวๆ ของ อดีตกุนซือ หลายทีมในพรีเมียร์ลีกกันสักหน่อย คงไม่ลงไปถึงตอนเป็นนักเตะนะครับ ..

สำหรับ ไบรอัน ร๊อบสันนั้น แขวนสตั๊ด เมื่อปี 1996 ... โดยแขวนสตั๊ดกับทีม มิดเดิ้ลสโบรซ์ แต่ ร๊อบสัน นั้นไม่ได้เข้ารับตำแหน่งกุนซือ ภายหลังจาก ฤดูกาล 1996 ..... ซึ่งร๊อบสันเองนั้น ได้คุมทีมเป็นผู้จัดการทีมตั้งแต่ ฤดูกาล 1994 .... หลายคนคงแปลกใจว่าทำไม ถึงได้คุมทีมก่อนที่ตัวเองจะเลิกเล่นฟุตบอล ..... ก็ง่ายๆไม่มีอะไรซับซ้อน ร๊อบสัน แกเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีม พร้อมกับเป็นผู้เล่นไปในตัวด้วยกัน ให้กับทีม โบโร่ ... ซึ่งภายหลังฤดูกาล 1996 .... ร๊อบสัน ก็ได้คุมทีม โบโร่ เต็มตัวโดยไม่ได้เล่นฟุตบอลอีกเลย ซึ่งการคุมทีม โบโร่ นั้น จะเรียกได้ว่า ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งก็พอได้ เมื่อพาทีมคว้าแชมป์ ดิวิชั่น 1 ( ลีกแชมป์เปี้ยนชิพ ในปัจจุบัน ) ขึ้นมาเล่นในระดับ พรีเมียร์ลีก รวมทั้ง ยังคว้ารองแชมป์บอลถ้วยทั้ง ลีก คัพ และ เอฟเอ คัพมาครองได้สำเร็จ ในปี 1997 ..... ซึ่งตอนนั้น ไบรอัน ร๊อบสัน ถือเป็นกุนซือที่น่าจับตามองมากคนหนึ่งในวงการฟุตบอลอังกฤษ โดย ถึงขนาดมีข่าวว่า อาจจะเป็นตัวตายตัวแทน ของ เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสันเสียด้วย ....

แต่แล้วในที่สุด ร๊อบสัน ก็ต้องจาก โบโร่ไป .... และก็พักช่วงการเป็นผู้จัดการทีมไปสักระยะ และกลับมาคุมทีมอีกครั้ง โดยเข้าคุมทีม แบร๊ดฟอร์ด ซิตี้ ...... ทีมในระดับ ดิวิชั่น 1 .. และเริ่มต้นด้วยดี ในเกมแรก แต่สุดท้าย ก็ไม่สามารถพาทีมรอดจากการตกชั้นได้ ทำให้ ร๊อบสัน ถูกปลดออกจากตำแหน่ง โดยคุมทีม แบร๊ดฟอร์ดได้เพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้น

ตกงานได้ไม่นาน ร๊อบสัน ก็มาได้งานใหม่ในการคุมทีม เวสบรอมวิช อัลเบี้ยน โดยผลงานของ เวสบรอมก็ลุ่มๆ ดอนๆ ..... อยู่ในโซนท้ายตาราง มาตลอด แต่ก็ยังสามารถพาทีมรอดพ้นจากการตกชั้นได้สำเร็จ โดยในฤดูกาล 2004 – 05 คุมทีม เวสบรอมได้อันดับที่ 17 ..... และในฤดูกาลต่อมา ร๊อบสัน ก็หนีไม่รอด เมื่อไม่สามารถพาทีมยกระดับขึ้นมาได้ วนเวียนอยู่ท้ายตารางเช่นเคย แต่คราวนี้ ไม่รอด เวสบรอม ต้องตกชั้น ... และก็เป็นฤดูกาลสุดท้ายของ ร๊อบสัน ....... ตกงานอีกแว้วว ...

ร๊อบสัน ต้องพักกายและใจอีก 1 ฤดูกาล ก่อนที่จะตกปากรับคำมาคุมทีม เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด โดยเป็นการคุมทีมร่วมกับ ไบรอัน คิดส์ ( อดีตผู้ช่วยโค้ช ) และจบฤดูกาลนั้น ด้วยผลงานที่ค่อนข้างดี แต่ก็ไม่สามารถพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นไปได้ และสุดท้ายก็ได้คุมทีม เพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้น .... หลังจากนั้นก็มีข่าวว่าจะมาคุมทีมชาติไทย ตามลำดับ ..



ทีมชาติไทย ไม่ใช่ โบโร่ หรือ เวสบรอม !!


ถ้าพูดถึงผลงานการคุมทีมแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ร๊อบสัน ภาพรวมทั้งหมด ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร แต่ถ้าถามว่า ถ้ามาคุมทีมชาติไทยแล้ว ทีมชาติไทยจะเป็นอย่างไร สำหรับผมแล้ว คงตอบอะไรได้ไม่มาก .. ถ้ามาคุมทีมชาติไทยจริงๆ ก็นับได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ ร๊อบสัน คุมทีมในระดับชาติ ซึ่งผมมองว่า มันมีความแตกต่างกันพอสมควรสำหรับการคุมทีม ระดับชาติกับสโมสร ...... ผมยกตัวอย่าง โบล่า มิลูโตวิช ... ผู้จัดการทีมคนนี้ มีชื่อเสียงอย่างมากในการคุมทีม เพราะเขาเป็นผุ้จัดการทีมเพียงคนเดียว ที่สามารถพาทีมชาติ ถึง 5 ชาติไปลุยบอลโลกได้ ... เม็กซิโก 1986 , คอสตาริก้า 1990 , สหรัฐอเมริกา 1994 , ไนจีเรีย 1998 และ จีนในปี 2002 ..... แต่ถ้าดูจากประวัติ เขาก็ทำได้ไม่ดีมากนักในการคุมทีมระดับ สโมสร ... อย่าง ที่เคยคุมทีม ซาน ลอเรนโซ่ ก็คุมไม่ครบฤดูกาล ร่วมทั้งล่าสุด อัล – ซาด ทีมในลีกการ์ต้า ซึ่ง มิลูโตวิช เข้าไปคุมทีมในฤดูกาล 2004 – 05 เขาก็ไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์มาครองได้ ทั้งๆที่ ก่อนหน้าที่เขาจะมาคุมทีม ในฤดูกาล 2003 – 04 อัล – ซาด ก็เป็นแชมป์เก่า และ ในฤดูกาลถัดมา หลังจากเขาไม่ได้คุมทีมต่อ อัล – ซาด ก็คว้าแชมป์ลีก ได้ 2 สมัยถัดมา .....

เพราะฉะนั้น ผมคงประเมินไม่ได้ว่า เมื่อ ไบรอัน ร๊อบสันมาคุมทีมแล้ว ผลงานทีมชาติไทยจะเป็นอย่างไร จะดี จะเลว กว่าที่ ปีเตอร์ รีด ทำไว้หรือไม่ .... ผมว่าข้อดี ที่ได้ ไบรอัน มาคุมทีมก็อาจจะได้ความต่อเนื่องสำหรับนักเตะนิดหน่อย เพราะอย่างน้อย รีด กับ ร๊อบสันก็เป็นคนชาติเดียวกัน .... แต่ข้อเสีย ก็คงอาจจะเป็นอีหร๊อบเดิม คือ มีโอกาสที่ ร๊อบสัน จะทิ้งงานกลางคันไปเหมือนกัน



ไม่ต้องแถลงข่าว บอกว่าเป้าหมายคือ เวิลด์คัพ ... เอเชี่ยน คัพ ก็เพียงพอแล้ว ....


ถึงแม้ เราอาจจะบอกว่า สัญญาเราก็เขียนให้มัน ครอบคลุมหน่อยไม่ให้หลวมเหมือนสัญญาของ ปีเตอร์ รีด ... แต่อย่าลืมว่า เราอาจจะทำไม่ได้ เพราะยังไงเสีย ถ้าเราเขียนสัญญาที่บีบ ร๊อบสัน มากๆ .... บางที เขาอาจจะไม่รับงานก็ได้ ...... เพราะผมคิดว่า นี้คือแผนการขอคะแนนเสียงจาก บังยี ... เพราะอย่าลืมว่า บังยี มี 1 คะแนนเสียงสำหรับการ บิด ขอเป็นเจ้าภาพบอลโลกปี 2018 ....

แล้วทำไม ถึงต้องเป็น ไบรอันหล่ะ ...... ง่ายๆครับ เพราะ ไบรอัน มีชื่อเสียงไงหล่ะ ถึงแม้ผลงานจะไม่ได้ดี แต่การเป็นถึง อดีตทีมชาติอังกฤษ และ แมนยู ..... มันสามารถขายได้แน่นอน สามารถทำให้คนมองได้ว่า เออ น่าจะดีแฮะ ...... เกียรติประวัติไม่ใช่ย่อยเลย ..... และอีกอย่าง ร๊อบสัน ในเวลานี้ ว่างงานเสียด้วย เข้าทางสมาคมเลยครับ ......

ผมไม่แน่ใจว่า ร๊อบสัน เข้ามาคุมทีม มีตำแหน่งอะไร คงน่าจะเหมือนกับหลายๆคนในอดีต คือแค่เป็น เฮดโค้ช ..... ส่วนผู้จัดการทีม ก็เป็นอีกคน บ้านเรานี้ก็แปลก มักจะแยก เฮดโค้ช กับ ผู้จัดการทีม คนละคนกัน ซึ่งถ้ามองไปยังประเทศ อื่นๆ ส่วนมาก เฮดโค้ช กับ ผู้จัดการทีม มักจะเป็นคนเดียวกัน ซึ่งข้อดีก็คือจะได้มีอำนาจ เบ็ดเสร็จ เด็ดขาด .........

แต่เห็นว่า จะมีการแต่งตั้ง ใครผมก็ไม่แน่ใจ ( จำชื่อไม่ได้ ) เข้ามาเป็นคนคอยประสานงาน ให้กับ ร๊อบสัน เพื่อป้องกันปัญหา ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เช่นไม่ได้รับความร่วมมือจากบางคน หรือ ไม่มีสนามซ้อมเป็นต้น ..



ถ้ามาจริง ก็พร้อมสนับสนุนเต็มที่ครับ ..... ไทยแลนด์ สู้ๆ


สุดท้ายนี้แล้ว ไม่ว่าจะอย่างไร เราก็คงต้องสนับสนุน ไบรอัน ร๊อบสัน ... เพราะเขาก้าวเข้ามาคุมทีมชาติไทย ...... เราต้องสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ ถึงแม้อดีตอาจจะไม่สวยงาม .... แต่ อนาคตเราไม่รู้ คงต้องรอการพิสูจน์หล่ะครับ ...... !!


ถ้าข้อมูลผิดพลาดยังไง ขออภัยด้วยนะครับ ..... ไม่ได้ตรวจทานเท่าไหร่ ..




 

Create Date : 23 กันยายน 2552    
Last Update : 23 กันยายน 2552 13:36:38 น.
Counter : 210 Pageviews.  

Wallpaper รูปทีม ลิเวอร์พูล ฤดูกาล 2009/2010



คลิ๊กที่ลิงค์นี้จะได้ขนาด บิ๊กไซส์ --->>> //img5.imageshack.us/ifs/1699/img25/3/lfcsquad09101280.jpg

ส่วนใครเป็นใครกันบ้าง ดูรายละเอียดข้างล่างครับผม ...

แถวหลัง: Dave McDonough (technical analyst), Graham Carter (kit manager), Chris Morgan (physiotherapist), Philipp Degen, David Ngog, Martin Kelly, David Martin, Pepe Reina, Diego Cavalieri, Peter Gulacsi, Sotirios Kyrgiakos, Daniel Ayala, Damien Plessis, Rob Price (senior physiotherapist), Felix Ledesma (sports therapist), Eduardo Parra (fitness coach).

แถวกลาง: Dr Mark Waller (club doctor), Mauricio Pellegrino (first-team coach), Javier Valero (goalkeeping coach), Stephen Darby, Andriy Voronin, Lucas Leiva, Daniel Agger, Andrea Dossena, Emiliano Insua, Nabil El Zhar, Jay Spearing, Sammy Lee (assistant manager), Paul Small (masseur), Paco de Miguel (fitness coach).

แถวหน้า: Martin Skrtel, Glen Johnson, Fabio Aurelio, Dirk Kuyt, Javier Mascherano, Steven Gerrard (captain), Rafael Benitez (manager), Jamie Carragher, Fernando Torres, Ryan Babel, Yossi Benayoun, Alberto Aquilani, Albert Riera.




 

Create Date : 15 กันยายน 2552    
Last Update : 15 กันยายน 2552 9:28:17 น.
Counter : 462 Pageviews.  

ข่าวเทนนิส US Open ..

ไม่มีใครพูดถึง เทนนิส US Open ที่กำลังแข่งในเวลานี้เลย เผื่อมีใครสนใจ ผมก็เลยเอาผลการแข่งขันล่าสุดมาฝาก ... ซึ่งหลายๆคนอาจจะเชียร์ ชาราโปว่า หรือ อิวาโนวิช .. หรือคลั่งไคล้ เซเรน่า หรือ วีนัส วิลเลี่ยม แต่น่าเสียดายว่า 2 สาวสุดสวยในวงการเทนนิส เวลานี้ ตกรอบไปแล้ว ส่วน 2 สาวผู้สวยไม่แพ้กันอย่าง วีนัส หรือ เซเรน่า ก็มีแววว่า อาจจะโดน โค่นด้วยนักเทนนิสคนเดียวกันนั้นเอง ....

ไปดู ความคืบหน้า เทนนิส ยูเอส โอเพ่นกันนะครับ ....

ในการแข่งขันประเภท ชาย ... แข่งมาถึง ควอเตอร์ ไฟนั่ล ( รอบ 8 คน ) แล้ว ซึ่งเต็งหนึ่งอย่าง เฟดเดอร์เรอร์ ก็ผ่านเข้ามาถึงรอบนี้แล้ว อย่างไมยากเท่าที่ควร ... ขณะที่เต็ง 2 แอนดี้ เมอร์เรย์ ก็ตกรอบไปแล้วด้วยน้ำมือของ เทเลอร์ เดนท์ มือไร้อันดับไปในรอบที่ 3 ... .



ขณะที่ เต็ง 3 อย่างราฟาเอล นาดาล กำลังลงแข่งในรอบที่ 4 ณ. ตอนนี้ ซึ่งกำลังแข่งกับ มอนฟิลด์ โดย นาดาล ตามหลังอยู่ 1 เซต ... ตอนนี้กำลังแข่งในเซตที่ 2 อยู่นะครับ ติดตามลุ้นผลได้ที่ ลิงค์นี้ ครับ .... //www.usopen.org/en_US/tracker/ttFrame.html?ts=1009825034859&lang=en_US&syn=none&wh=666&mode=score&ref=www.usopen.org/en_US/scores/draws/ms/r5s1.html&db=false&crt=none

ซึ่งในเซตที่ 2 นาดาลทำได้ดีกว่า ในเกมที่ 8 สามารถเบรกเกมเสริฟได้ นำ 5 - 3 ในเวลานี้ ....

ในรอบ 8 คนสุดท้ายมีดังนี้

Roger Federer 1 พบกับ Robin Soderling 12
Novak Djokovic 4 พบกับ Fernando Verdasco 10

Fernando Gonzalez 11 จะพบคู่ชนะ ระหว่าง นาดาล กับ มอนฟิลด์
Juan Martin Del Potro 6 พบกับ Marin Cilic 16

.....................................................................

ขณะที่ ประเภทหญิงเดี่ยว ... ในเวลานี้ผ่านถึงรอบรองชนะเลิศแล้ว 1 คู่ ขณะที่อีก 1 คู้ยังอยู่ในรอบ ควอเตอร์ไฟนั่ล ... โดยอย่างที่บอก อิวาโนวิช , ชาราโปว่า ตกรอบไปตั้งแต่ไก่โห่แล้ว ขณะที่ วีนัส วิลเลี่ยม ก็ตกรอบไปแล้วเช่นกัน .....



ไปดูกันที่ รอบควอเตอร์กันก่อน ที่จบไปแล้ว เซเรน่า วิลเลี่ยม เอาชนะ ฟลาเวีย เพนเน็ตต้า ไป 2 - 0 เซต .. เข้ารอบรองชนะเลิศไปพบกับ คิม ไคลส์เตอร์ ที่หวนกลับคืนสู่สนามแข่งอีกครั้งหลังพักไปราวๆ 2 ปี .... ( ไชว์ฟอร์มได้สุดยอดมากๆ ไม่ทิ้งรายอดีตมือ 1 ) ... โดย คิม เอาชนะ หลี นา มือวางอันดับที่ 18 จากจีนไปได้ 2 - 0 เซตเช่นกัน

ต้องดูสิว่า คิม ไคลส์เตอร์ จะเอาชนะทั้งพี่ทั้ง 2 ตระกูล วิลเลี่ยมได้หรือไม่ โดย คิม นั้นเอาชนะ วิลเลี่ยม ผู้พี่มาได้แล้วในรอบที่ 4 .....

ขณะที่ มือวางอันดับ ต้นๆก็เรียกได้ว่า ตกรอบกันยกชุดเลย ... ในรอบ ควอเตอร์อีก สาย Yanina Wickmayer มือไร้อันดับจากเบลเยี่ยมจะพบกับ Kateryna Bondarenko มือไร้อันดับเช่นกันจาก ยูเครน .....

ส่วนอีกคู่ Melanie Oudin มือไร้อันดับประเทศเจ้าถิ่น จะพบกับ Caroline Wozniacki มือวางอันดับที่ 9 จากเดนมาร์ก ....

.............................................................................


ลักษิกา

ไปดู 2 สาวไทยในการแข่งขันระดับ เยาวชน กันบ้าง ....

น้องนก มือวางอันดับที่ 2 ของรายการ ผ่านเข้าสู่รอบที่ 3 แล้ว โดยจะไปพบกับ Ulrikke Eikeri มือวางอันดับที่ 15 จากนอร์เวย์ ...... ขณะที ลักษิกา ผ่านด่านรอบแรกได้แล้ว โดยในรอบที่ 2 จะพบกับ Elena Bogdan ...



และในประเภทหญิงคู่ น้องนกจับคู่กับ อิลีน่า บ๊อกดาน ได้รับเป็นคู่มือวางอันดับที่ 3 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบที่ 2 ได้แล้ว .... โดยในรอบ 2 จะพบกับคู่จากVeronica Cepede Royg ปารากวัย และ Zsofia Susanyi ฮังการี .....

อย่าลืมตามลุ้นเชียร์ นักเทนนิส ดาวรุ่งของไทยทั้ง 2 คนด้วยนะครับ ....




 

Create Date : 09 กันยายน 2552    
Last Update : 9 กันยายน 2552 10:25:25 น.
Counter : 306 Pageviews.  

เจาะลึก แชมป์เปี้ยนลีก กลุ่ม E . หงส์ และ เพื่อนร่วมกลุ่ม



ภายหลังที่ในฤดูกาลนี้ มีการเปลี่ยนแปลงการคัดเลือกเข้ามาเล่นในแชมป์เปี้ยนลีก ซึ่งถึง ณ.วันนี้ ก็ได้ 32 ทีมที่ผ่านเข้ามาเล่นในรอบแบ่งกลุ่มรอบแรก หรือ จะเรียกว่าเป็นการแข่งขันในรอบสุดท้าย รอบแรกก็ว่าได้ ... ซึ่งก็มีการจับสลากแบ่งสายในรอบแบ่งกลุ่มแล้ว เมื่อวานนี้ ซึ่งเชื่อว่าแฟนๆบอลของหลายๆทีมก็คงพอจะทราบกันแล้วว่า ทีมไหนอยู่สายเดียวกับทีมไหน และ ทีมอันเป็นที่รักของตัวเองนั้น จะต้องเจอกับทีมใดบ้าง .......

ทุกครั้งที่มีการจับสลากแบ่งสายในฟุตบอลรายการต่างๆไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอลโลก ฟุตบอลยูโร ก็ตามที หลายคนจะต้องมีการวิเคราะห์ว่า กลุ่มไหนจะเป็นกลุ่มแห่งความตาย หรือ เรียกแบบภาษาอังกฤษหน่อย ก็ กรุ๊ป ออฟ เดท .... โดยถ้าถามผมว่า ในการแบ่งสาย UCL ปีนี้กลุ่มไหนคือกลุ่มแห่งความตาย ผมมองว่า ในหลายๆกลุ่มก็มีความคลายๆกัน หนักๆด้วยกันทุกกลุ่มครับ ...

กลุ่ม A หลายคนอาจจะมองว่า ยูเว่ กับ บาเยิรน์ คงน่าจะลอยลำ แต่เวลานี้ ทั้ง 2 ทีมก็ไม่ได้มีความแข็งแกร่งเหมือนเมื่อหลายปีก่อน ... ทำให้ โอกาสของ บอร์กโดซ์ ก็ยังพอมีลุ้นแทรกเข้ารอบได้ ....

กลุ่ม B ... แมนยูน่าจะเป็นอีกปีที่เจอกับทีมที่ไม่แข็งแกร่งมากนัก ( เกือบทุกปี ) ... น่าจะเข้ารอบไปได้ไม่ยากนัก แต่สำหรับ 3 ทีมที่เหลือ คงได้ลุ้นกันมันเลยทีเดียว สูสีทั้ง 3 ทีม ....

กลุ่ม C ... มิลาน กับ รีล มาดริด น่าจะผ่านไปได้ ขณะที่ มาร์กเซย์ คงต้องลุ้นไปเล่น ยูฟ่าคัพ กับ ซูริค ค่อนข้างแน่ ...

กลุ่ม D ... เชลซี น่าจะผ่านนะครับสำหรับกลุ่มนี้ แต่สำหรับ อาโปเอล ... ปอร์โต้ และ แอต มาดริด คงลุ้นสนุก บางคนอาจจะมองว่า อาโปเอล ( ทีมไรหว่ะ ) น่าจะมองผ่านไปได้ แต่ผมว่า พวกทีมน้องใหม่นี้แระน่ากลัว เพราะแรงกำลัง เหลือเฟือ .. เล่นแบบสนุกไม่ต้องคิดไร น่าจะทำกันได้ดี ... ที่สำคัญ อาโปเอล ยัง ปาติซาน จากเบลเยี่ยมและ โคเปเฮเก้น จากเดนมาร์กมาได้ ผมว่าไม่ธรรมดาเหมือนกันครับ ทีมนี้ ...

กลุ่ม F ... บาร์ซ่า กับ อินเตอร์ น่าจะผ่านอีก 2 ทีมไปได้ ด้วยความแข็งแกร่ง และ ประสบการณ์น่าจะชิงกันเข้ารอบเป็นที่ 1

กลุ่ม G ... กลุ่มนี้ น่าจะลุ้นกันสนุกทั้ง 4 ทีม ค่อนข้างมีความแข็งแกร่งไม่ต่างกันมากนัก ทีมอย่าง Unirea Urziceni อาจจะไม่คุ้นหูเลย แต่ โรมาเนีย ส่งเข้าประกวด ก็น่าจะพอทำให้ทีมอื่นๆลำบากใจได้แน่นอน ..

กลุ่ม H ... ก็แข็งพอๆกันทั้งกลุ่มนะครับ สำหรับ 4 ทีมนี้ .... ได้ลุ้นกันหมด แต่ อาร์เซน่อล มีประสบการณ์ก็น่าจะเอาตัวรอดไปได้ ส่วน 3 ทีมแต้มคงสูสีกัน ...

สำหรับ กลุ่ม สุดท้ายคือ กลุ่ม E ที่ผมไม่ได้พูดถึงในข้างบนนั้น ผมจะ เอาข้อมูลของทั้ง 4 ทีมมาให้ดูกัน เพราะต้องเจาะละเอียดนิดนึง นะครับ .......

เริ่มต้นกันที่ ลิเวอร์พูล ..... ความคงไม่มีอะไรสำหรับทีมนี้ หลายคนคงมีพอมูลอยู่ในใจกันบ้างแล้ว หล่ะครับ .....

กลุ่ม E



โอลิมปิค ลียง ...



แหม น่าเสียดายนะครับที่ อดีตกุนซือ ลิเวอร์พูลอย่าง เชราร์ อุลลิเยร์ ไม่ได้คุมทีม ลียง แล้วไม่งั้น พวกเราเดอะค๊อป คงได้ต้อนรับการมาเยือนของ อุลิเยร์ กันแน่แท้ ... แต่ผมเชื่อว่า นัดนี้ ที่ลิเวอร์พูลจะเปิดบ้านพบลียง หรือ ลียงเปิดบ้านพบลิเวอร์พูลนั้น อดีตกุนซือของลิเวอร์พูล และ ลียง ผู้นี้คงได้ตามไปเชียร์เกาะติดสนามอย่างแน่นอน ... เชื่อสินะ

โอลิมปิค ลียง ถ้าเป็น เมื่อ 3 - 4 ปี ก่อน ถ้าทีมไหนได้จับสลากมาเจอะเจอกับทีม ลียง ทีมนี้ทุกคนคงต่างที่จะกลัวเหมือนกัน เพราะเมื่อสัก 3 – 4 ปีก่อนหน้านี้ ลียงถือเป็นทีมที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในเวทียุโรป .. แต่ก็น่าเสียดาย ที่ลียงก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จ อย่างเป็นรูปธรรมเท่าไหร่ .... การประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในบ้านฝรั่งเศส มันอาจจะน่าเกรงขาม แต่เมื่อมาเล่นกับทีมที่ยิ่งใหญ่ ในยุโรป ลียงก็ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร .... แต่ก็ต้องยอมรับว่า หลายทีมไม่อยากเจอในช่วงเวลานั้น ...
ลียง ณ. ปัจจุบัน ก็อาจจะมีความแข็งแกร่งอยู่บ้าง แต่ความเปลี่ยนแปลงต่างๆในช่วง ปีที่ผ่านมา ทำให้ ลียงทีมนี้ ไม่น่ากลัวมากเท่าไหร่ .. โดยดูจาก สถานการณ์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ลียง ก็ไม่สามารถป้องกันแชมป์ ลีกเอิง มาได้ ทำได้เพียงตำแหน่งที่ 3 ในลีกเท่านั้น เป็นรองทั้ง มาร์กเซย์ และ บอร์กโดซ์ แต่ยังได้เข้ามาเล่นในรอบคัดเลือกและผ่านเข้ามาเล่นในรอบนี้ได้ ด้วยการเอาชนะ อันเดอร์เลช มาอย่างท้วมท้น .. 3 – 1 ในการไปเยือน และ ถล่ม 5 – 1 ในการลงเล่นในบ้าน .. ก็ยังไม่ทิ้งลายเสือ ... ลียง ในฤดูกาลนี้ ก็กลับมาโชว์ฟอร์มได้ดี เมื่อยังเกาะกลุ่มผู้นำลีกเอิงอยู่ ... โดยมีผู้เล่นตัวหลักๆหลายคนที่ยังอยู่ ทั้ง ฟาบริโอ กอสโซ่ แบ็คทีมชาติ อิตาลี ... เพลย์เมกเกอร์ อย่าง เอเดอร์สัน ชาวบราซิล ... ซิดนีย์ โกวู กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส .. คอม คาสตอม มิดฟิลด์ มากประสบการณ์ ชาวสวีเดน รวมทั้งกองหลังทีม ชาติบราซิล อย่าง คริส .. และมีการเสริมทีมใหม่ อย่าง ลิซานโด้ โลเปซ อดีตกองหน้าทีมปอร์โต้ ชาวอาร์เจนไตส์ รวมทั้ง

ลียง ยังไม่เคยประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดใน แชมป์เปี้ยนลีกเท่าไหร่ .. รวมทั้ง ถ้วยในยุโรป ก็เคยทำได้แค่เพียงแชมป์ อินเตอร์ โตโต้ คัพเท่านั้น ในปี 1997 ... ซึ่งคงจะพอบอกได้ว่า ลียง ทีมนี้ เป็นทีมที่เพิ่งจะยิ่งใหญ่ในฝรั่งเศสเท่านั้น โดยคว้าแชมป์ลีกภายในประเทศรวมทั้งหมด 7 ครั้ง แต่เป็น 7 ครั้งที่ติดต่อกัน ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2002 – 2008 ....

โดยในอดีต ลิเวอร์พูล ไม่เคยพบกับ ทีม ลียงในการแข่งขันบอลถ้วยยุโรปเลยสักครั้งเดียว ... แต่ถ้านับสถิติการพบกับทีมจากฝรั่งเศส ลิเวอร์พูล พบกับทีมจากฝรั่งเศสไปทั้งหมด 22 เกม ชนะ 14 เสมอ 1 แพ้ 7 เกม ยิงได้ 33 เสียไป 16 ประตู .....

ฟิออเรนติน่า



ม่วงมหากาฬ ฟิออเรนติน่า ทำผลงานได้ดีขึ้นมาตามลำดับ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และ ไม่น่าเชื่อว่า ทีมนี้จะเคยเป็นทีมที่เกือบจะล้มละลาย เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว แต่ก็สามารถที่จะระดมทุน และ ต่อสู้กันมา จนทำให้ในที่สุด ฟิออเรนติน่า ก็มีที่ยืนอีกครั้งในลีกสูงสุดของประเทศ ....... ถ้าจะพูดถึง ฟิออเรนติน่า สำหรับผมทีมนี้แล้ว ผมจะนึกถึง กาเบรียล บาติสตูต้า อดีตกองหน้าของทีม ม่วงมหากาฬ และ ทีมชาติ อาร์เจนติน่า ..... ซึ่งเป็นบุคคลที่หลายๆคน คุ้นเคยเป็นอย่างดี และ ถือเป็นสัญลักษณ์ของทีม ม่วงมหากาฬเลยทีเดียว ซึ่งมันก็เหมือนกับว่า ถ้าเราพูดถึง นาโปลี เราก็จะนึกถึง ดิเอโก้ มาราโดน่า .... นั้นเอง .....

ผลงานในระดับยุโรปในอดีตนั้นของ ฟิออเรนติน่า ก็ถือว่ามีดีในระดับหนึ่ง แต่ก็เมื่อหลายสิบปีก่อน ... ประมาณ 50 ปีที่แล้ว โดย ฟิออนั้น เคยเข้าถึงรอบชิงยูโรเปี้ยนคัพ เมื่อปี 1957 ... และได้รองแชมป์ ซึ่งพ่ายให้กับ รีล มาดริด ยุคโครตบอล ... และยังเคยคว้ารองแชมป์ ยูฟ่า คัพ มาครองได้ในปี 1990 ในยุคของ บาติสตูต้า นั้นแหละ ... แต่ที่เคยได้ถึงแชมป์ ก็เป็นถ้วย คัพวินเนอร์คัพในปี 1661 ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่ก้าวถึงแชมป์ยุโรปเพียงครั้งเดียวของ ฟิออ ...

แต่สำหรับ ปัจจุบัน ฟิออเรนติน่า ในเวทียุโรป ก็ถือว่าเป็นน้องใหม่ก็ได้ ยิ่งเป็นในเวที ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีกแล้วนั้น ยังถือว่า มีประสบการณ์น้อยกว่า ลียง และลิเวอร์พูล ... แต่ด้วยฟอร์มการเล่น ที่โดดเด่น ทำให้ ฟิออเป็นทีมที่น่ากลัวไม่แพ้ ลียง ณ.ปัจจุบัน ... โดย ในฤดูกาลนี้ ฟุตบอลลีกของ อิตาลี เพิ่งจะผ่านมาแค่นัดเดียว โดยฟิออทำได้เพียงเเค่เสมอ กับ โบโลญญ่า ไป 1 – 1 .......

โดยในอดีต ฟิออ ก็ไม่เคยพบกับลิเวอร์พูลมาก่อนในถ้วยยุโรป ... แต่ถ้าเป็นสถิติที่ ลิเวอร์พูล พบกับทีม อิตาลีนั้น ค่อนข้างสูสี เมื่อเคยพบกับทีมจากอิตาลีไปทั้งหมด 19 เกม ลิเวอร์พูล เอาชนะได้ 7 ครั้งเสมอ 4 ครั้ง และแพ้ไปทั้งหมด 8 ครั้ง ยิงได้ 20 เสีย 20 ประตู ......

แดแบรซินี่ เวแอฟเซ่ ...



ไม่เคยได้ยินชื่อทีมนี้เลยครับ ให้ตายสิ ... ก็ลองไปซุ่มดู ที่ กูเกิ้ล อ้อ เป็นทีมมาจาก ฮังกาเรี่ยน นี้เอง .... ความจริงทีมจากประเทศนี้ ก็พอมีหลายทีม ที่เราจะเคยได้ยินมากันบ้าง โดยเฉพาะทีม เฟเนวาลอส ทีมนี้เคยเจอกับทีมลิเวอร์พูลมาบ่อยๆ ... แต่โดยส่วนมากแล้ว ทีมจากประเทศนี้ก็มักไม่ค่อยได้เข้ามาเล่นใน แชมป์เปี้ยนลีกรอบสุดท้ายเท่าไหร ทำให้เราอาจจะไม่ค่อยได้คุ้น กับทีมจากประเทศนี้ ....

ถ้าจะไล่ดู ประวัติศาสตร์ของทีมนี้ ก็พอมองได้ว่า เป็นทีม ที่ไม่ได้มีความสำเร็จมากนักในอดีต โดยเพิ่งจะมาทำผลงานได้โดดเด่นในลีก ฮังกาเรี่ยน เมื่อไม่นานมานี้สักเท่าไหร่ .. โดยความสำเร็จต่างๆของสโมสร ทั้งแชมป์ลีกภายใน แชมป์บอลถ้วยภายในนั้นก็เพิ่งเกิดขึ้นมา เมื่อไม่กี่ปีนี้ ... เช่น อย่างแชมป์ลีก ก็เพิ่งเคยได้แชมป์ครั้งแรกเมื่อปี 2004 – 2005 ปีเดียวกับที่ ราฟา เข้ามาคุมทีมลิเวอร์พูลนั้นเอง ... และ แชมป์แรกของสโมสร ตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นมาก็มาประสบความสำเร็จเอาเมื่อปี 1999 .. ซึ่งเป็นแชมป์บอลถ้วย .... แต่ไม่น่าเชื่อว่า สโมสรแห่งนี้ จะก่อตั้งเมื่อ 100 กว่าปีก่อน มาแล้ว ...

ผลงานปัจจุบันในลีก ฤดูกาลนี้ ก็ถือว่า ยังโอเคอยู่ อยู่ในระดับกลางตาราง แต่ได้เปรียบที่แข่งน้อยกว่าทีมอื่นๆถึง 2 นัด .. โดย แดแบรซินี่ ผ่านเข้ารอบมาเล่นในรอบ แบ่งกลุ่มได้ต้องผ่านถึง 3 ด่าน โดยด่านแรก เอาชนะ Kalmar FF ด้วยกฎประตูทีมเยือน หลังเสมอกันที่ 3 – 3 .... ต่อมา ก็เอาชนะ FC Levadia Tallinn ด้วยผลรวมสกอร์ 2 – 0 ... ก่อนที่จะโชว์ฟอร์มเยี่ยมเอาชนะ เลฟสกี้ โซเฟียมาได้ ด้วยสกอร์รวม 4 – 1 ......

แน่นอนว่า ทีมนี้ เพิ่งจะประสบความสำเร็จได้ไม่นานมากนัก ทำให้ ในอดีตแน่นอนว่าก็ต้องไม่เคยเจอกับทีมลิเวอร์พูล ในบอลถ้วยยุโรปมาก่อนแน่นอน .... แต่สถิติที่ลิเวอร์พูล เจอกับทีม ฮังการี่นั้น หลายคนอาจจะคิดว่า น่าจะทำได้ดีกว่า แต่ผลปรากฏว่า ลิเวอร์พูล ไม่ได้ทำผลงานได้ดีในการพบกับสโมสรจากฮังการี่ เท่าไหร่ โดยพบกันมาทั้งหมด 8 เกม ชนะ 2 เสมอ 4 และแพ้ 2 ครั้ง ... ได้ 5 เสีย 4 ประตู ..... โดยเป็นการเจอกับทีมจาก เฟเนวารอสถึง 6 ครั้ง ......

แน่นอนว่า ถ้าดูจาก ประวัติต่างๆตามที่ได้กล่าวมา ลิเวอร์พูล ไม่เป็น 2 รองใคร และน่าจะมีโอกาสผ่านเข้ารอบได้อย่างสบาย ... แต่การแข่งขันฟุตบอล สู้กันที่สถิติ หรือ หน้ากระดาษไม่ได้ ... ลิเวอร์พูล แค่มีโอกาสผ่านเข้ารอบมากที่สุดในบรรดา 3 ทีมที่ได้เอ่ยมา แต่เราไม่ควรดีใจ เพราะว่า เรายังไม่สามารถผ่านเข้ารอบไปได้ ... ซึ่งนับว่าตอนนี้ ทุกทีมก็มีโอกาสเท่ากันหมด ......

แต่ยังไงก็แล้วแต่ ผมก็ยังเชื่อว่า ไม่น่าจะเป็นเกมที่ยากมากนัก สำหรับลิเวอร์พูล กับการที่จะผ่านเข้ารอบต่อไป .....

โปรแกรม ลิเวอร์พูลที่จะลงเตะนั้น เกมแรกจะพบกับ แดแบร์ซินี่ เป็นเกมแรกวันที่ 16 กันยายน ที่ แอนฟิลด์ ต่อด้วยการพบกับ ฟิออเรนติน่า ในเกมที่จะต้องไปเยือน อาร์เตมิโอ้ ฟรังคลี่ ........ และนัดต่อมา เล่นในบ้านพบกับลียงและถัดมาก็ไปเยือนลียงทันที จากนั้นก็มีการสลับกันนิดหน่อย ลิเวอร์พูล ไปเยือน เฟร้นท์ ปุสกัส บูดาเปซ ... ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับ ยอดนักเตะผู้ยิ่งใหญ่ของทีม ชาติ ฮังการี่ และ สโมสร รีล มาดริด ...... โดย สโมสรตั้งชื่อสนามเพื่อเป็นเกียรติแก่ ปุสกัส .. และปิดท้าย ด้วยการเปิดบ้าน เจอกับ ฟิออเรนติน่าในวันที่ 9 ธันวาคม ........

ก็ขอจบแค่นี้แล้วกัน เจอกัน แชมป์เปี้ยนลีกวันที่ 16 กันยายน ... 2552 .. ครับ




 

Create Date : 31 สิงหาคม 2552    
Last Update : 31 สิงหาคม 2552 14:54:59 น.
Counter : 179 Pageviews.  


RedSMARNiA
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add RedSMARNiA's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.