ที่เก็บรูปของคนบ้าเที่ยว ...
Group Blog
 
All blogs
 
~~ 30 กันยายน - 1 ตุลาคม สังขละบุรี ~~

ทริปปลายหน้าฝน ถือโอกาสไปเที่ยวที่สังขละบุรี ที่อยากไปมาตั้งนาน แต่ทริปนี้ไม่ได้จัดชวนใครเหมารถตู้ไป ขับเองแบบสบายๆ เอารถกระป๋องคู่ใจไปเองเลย

6:30 น. ออกเดินทางจากกทม.
เป้าหมาย : มื้อเช้าที่นครปฐม
7:00 น. ถึงนครปฐม ยามเช้า อากาศสดชื่น อุณหภูมิสูงสุด 28 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 55 เปอร์เซ็นต์ ความเร็วลม 10 กม./ชม. คลื่นสูงครึ่งเมตร (เกี่ยวมั้ยเนี่ย)




อิ่มมื้อเช้าที่รอบองค์พระแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางต่อ

9:00 น. เริ่มเข้าเขต จ.กาญจนบุรี เห็นทิวเขาอยู่ตรงหน้าแว้ววววว



10:00 น. มาถึงน้ำตกไทรโยคน้อย แวะกันจุดแรกที่นี่
เดินขึ้นมาด้านบน ก็เจอกับหัวจักรรถไฟตั้งโชว์อยู่เลย ก็เก็บมาซะหน่อยนึง





แล้วก็ น้ำตกๆๆๆๆ โอ้ สดชื่น ๆๆๆๆๆ




พักชมน้ำตกสักพัก ก็อออกเดินทางต่อ
ว่าจะแวะถ้ำละว้า แต่เห็นว่าต้องนั่งแพเข้าไปก็กลัวจะเสียเวลาก็เลยไม่แวะ

11:30 มาถึงอุทยานไทรโยค ค่าเข้าอุทยานขึ้นแล้ว เป็นคนละ 40 บาท และรถ 30 บาท

ว่าแล้วก็เดินไปหาน้ำตกไทรโยคใหญ่กัน ดูป้ายบอกทางหน่อยนึง


ก็เดินไปถึงสะพานแขวน ตรงนี้มีเสียว เพราะมันไหวไป ไหวมา


มองไปข้างๆ โอ้ น่ามาพักชะมัดเลยง่า


ข้ามฝั่งมาแล้ว ก็มาเจอ น้ำตกไทรโยคใหญ่....... ตรงไหนเนี่ย



เดินมาอีกหน่อย ก็เจอ ไทรโยคเล็ก ที่ใหญ่กว่าไทรโยคใหญ่ แต่ก็เล็กกว่าไทรโยคน้อย งงม๊ะ เหอๆๆ



หลังจากหม่ำมื้อเที่ยงที่นี่เสร็จ ก็ไปเดินทางไปต่อ
แล้วก็แวะที่น้ำตกเกริงกระเวียหน่อยนึง อยู่ข้างทางเลย





ออกจากน้ำตกเกริงกระเวียก็มุ่งไปสู่สังขละกันล่ะ
17:30 น. มาถึงสังขละบุรี พร้อมกับสายฝน จึงไม่ไดทำอะไรนอกจาก หาที่พัก ก็ walk in เข้าไปที่ซองกาเลีย ที่คิดว่าลงตัวสุดแล้ว เพราะอยู่ริมน้ำ บรยากาศดีเชียว



วิวหลังห้อง


หลังจากได้ห้องแล้ว ก็ขนของเข้าห้อง อาบน้ำล้างตัวเหนียวมาทั้งวัน กว่าจะเสร็จ ก็มืด ก็ออกไปกินมื้อเย็นที่ร้านตรงข้ามรพ.สังขละ แล้วก็กลับมาดูหมอโฮจุนต่อ แล้วก็นอนเร็วหน่อย
เป้าหมาย : ตื่นเช้าๆ มาดูอาทิตย์ขึ้นหน้าห้อง แสงอาทิตย์ตัดกับสะพานไม้ งามงดๆ แล้วก็ไปใส่บาตรที่สะพานไม้
ทำจริง : ตื่นมาซ้า 7 โมงครึ่ง อาทิตย์ก็ไปซะ 45 องศาแล้ว งือๆๆๆ พระก็คงฉันท์เพลไปแล้วมั้งเนี่ย -_-
ก็เลยได้วิวยามเช้าตรู่มาแค่นี้แหละ



หลังจากอาบน้ำแต่งตัวแล้ว ก็ขึ้นมากินมื้อเช้าด้านบน แล้วก็เดินออกมาถ่ายวิวสะพานซองกาเลียด้านนอก





วิวอีกด้านบ้าง


จากนั้น 8:30 น. ก็ออกรถขับข้ามไปฝั่งหมู่บ้านมอญ ไปวัดวังก์วิเวการาม เลี้ยวไปที่เจดีย์พุทธคยาจำลองก่อน (เข้าวัดแล้วมันร้อนๆ อ่ะ เหอๆ)







แล้วก็ไปต่อที่วัดวังวิเวห์การาม ที่หลวงพ่ออุตตมะท่านได้สร้างไว้ แล้วก็เป็นที่จัดพิธีศพของท่านด้วย(ตอนผมไปท่านยังไม่ละสังขารนะ แต่อยู่ที่รพ.ศิริราชแล้ว)




ชมวัดถึง 9:30 น. ก็กลับออกมาที่สะพานไม้







ก่อนจะข้ามกลับรีสอร์ท มีจุดชมวิว กำลังก่อสร้างเพิ่มเติมอยู่ด้วย



ด้านหน้าก็เป็นสะพานซองกาเลียนี่เอง


แล้วก็กลับไปเก็บของที่ห้อง ก่อนจาก ขอเก็บสะพานไม้อีกสักที



หลังจากออกจากรีสอร์ทแล้ว พอมีเวลา ก็เลยแวะๆ เซอเวรเซอกรรมสักเล็กน้อย ไปที่ พีเกสเฮ้าส์ ไปดูวิวแถบนั้นสักหน่อย
ที่พักก็สวยดีแต่ก็ไม่อยู่ริมน้ำอยู่ดี แต่ก็ไม่ไกลจากน้ำมากนัก ห้องน่าพักใช้ได้ แต่ติดที่ว่า ต้องซื้อ Package ของเค้าเท่านั้น ไม่งั้นก็ต้อง walk in เข้ามา
สงสัยเพราะห้องน้อยมั้ง ห้องแอร์แค่ 3 ห้องพัดลมอีก 12 เอง



เดินลงมาที่ท่าน้ำบ้าง


ชมวิวไปเรื่อย วิวดีเหมือนกันนะ เห็นสะพานไม้ลิบๆ


ตรงข้ามก็เจดีย์


แล้วก็ถึงเวลาต้องออกจาก สังขละบุรี ซะแล้ว
ก่อนออกมาแวะถ่ายรูปวัดตรงทางเข้าสักหน่อย ขาเข้าไม่ได้ถ่ายเพราะฝนตก
จุดหมายต่อไป ด่านเจดีย์สามองค์



ปุเรงๆไป เส้นทางโหดกว่า ไปอ.สังขละอีกแฮะ สงสัยว่าจะมีคนมาวางระเบิดไว้เยอะ เป็นหลุมเต็มไปหมด
ใช้เวลาตั้งครึ่งชม. กว่าจะไปถึง
12:00 น. ถึงด่านเจดีย์สามองค์ แวะกินข้าวก่อนจะทำเรื่องผ่านแดนไปชมฝั่งพม่า



หลังจากกินข้าวเที่ยงกันเสร็จ ก็เสียเงินค่าทำเรื่องผ่านที่ ตม. คนละ 25 บาท แล้วก็ขับรถผ่านไป จ่ายให้พม่าที่ด่านอีก 50 บาท ค่าเอารถผ่าน ก็ถึงเข้าไปได้
เข้าไปก็ต้องขับรถชิดขวา ไปตามเรื่อยๆ ก็เจอกับป้ายให้เลี้ยวขวา บอกว่าไปวัดเสาร้อยต้น ภาษาไทยเนี่ยแหละ ภาษาพม่าอ่านไม่ออกหรอก
ขับไปตามป้ายเรื่อยๆ จนถึงวัด เข้าไปชมโบสถ์เสียหน่อย



ภายนอก






พระพุทธรูป เป็นแถวเลย มีป้ายบอกที่มาข้างๆ แต่อ่านไม่ออกอ่ะ เลยไม่ได้ถ่ายไว้



นี่เป็นทางขึ้นไปบนเจดีย์ แต่ไม่ได้ขึ้นไปอ่ะ พอดีเวลาน้อย ขากลับต้องแวะหลายที่ (ข้ออ้าง จริงๆ ขี้เกียจ เหอๆๆ) ก็เลยถ่ายมาแค่นี้พอ



13:30 น. ได้เวลาออกจากด่านเจดีย์สามองค์เสียที ก่อนจาก หยิบโต๊ะไม้พับประดู่ตัวเล็กๆ มาด้วย เอาไว้นั่งอ่านหนังสือกับพื้นกำลังดี ในราคาเบาๆ 320 บาท (แต่ก้ใช่ว่าจะดี เลือกตั้งนานกว่าจะได้ เพราะของฝีมือไม่ดีเลย)
รูปส่งท้ายลาจากทิวเขาด้านหลัง



14:30 เจอจุดชมวิวข้างทางอีกจุด ไม่รอดหรอก อย่างเรา แวะมันทุกจุดที่ผ่าน เหอๆๆ
อีกรูป กับเส้นทางกลับข้างหน้า



14:50 น. มาถึงจุดชมวิวที่จองกรรมเอาไว้ จุดชมวิวป้อมปี่ ขับเข้าไปอีก 1 กม. นะจ๊ะ



เข้าไปอีกหน่อยนะ แล้วจะเจอกับสิ่งที่โฆษณาไว้



อ๊ะๆ มาถึงแล้ววว
เพิ่งเคยเจอป้ายของอุทยานเขียนไว้เลยว่า Car Camp โดยเฉพาะ เป็นยังไงนะ เข้าไปดูหน่อย



เข้าไปถึง ถึงกับตกใจ โอ้!! พระเจ้ายอด มีlถานที่สวยๆ อยู่ในหลืบแบบนี้ด้วยหรือนี่

ดูซะก่อน จัดสวนแบบนี้





กับที่ Car Camp แบบนี้
มีทั้ง อ่างล้างจาน ก๊อกน้ำ เก้าอีกยาว ริมน้ำ ห้องสุขาและอาบน้ำ พร้อมสรรพ
โอ้ แจ่มๆๆๆๆ



บรรยากาศ บ้านพักแบบนี้ กับรถคู่ใจ


มีห่านด้วย


วิวรอบๆ


หลังจากนั้น ก็ไปจุดหมายต่อไป เขื่อนเขาแหลม
16:15 น. มาถึงเขื่อนเขาแหลม



มาถึงข้างบน ก็ชมวิวหลังเขื่อน









ด้านบนประดิษฐาน พระพุทธรูปไว้ด้วย แต่จำชื่อได้แล้ว


17:00 น. ออกจาเขื่อนเขาแหลม มุ่งสู่เมืองกาญฯ เพื่อหาอะไรกินมื้อค่ำ และแวะสะพานข้ามแม่น้ำแคว
แต่เมื่ไปถึง นึกว่าจะเปิดไฟ ไม่เปิดแฮะ




หลังจากอิ่มมื้อค่ำแล้ว
ก็ดินทางกลับ กทม.กัน
กลับมาถึงจุดเริ่มต้น 21:45 น.
ด้วยระยะทางรวม 801 กม.
หมดค่าน้ำมันไป 1400 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไม่รวมค่าน้ำมัน ก็ 1300 กว่าบาท

ดูไปดูมา
ที่แวะมากกว่าปลายทางอีกนะเนี่ย เห็นม๊ะ ตรงกับที่เค้าว่า ระหว่างทางก็สำคัญไม่แพ้จุดหมายปลายทาง อิอิอิ



Create Date : 04 ตุลาคม 2549
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2549 16:49:27 น. 0 comments
Counter : 3749 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month


 
Redrum
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




สาวกแป้นแตก


Friends' blogs
[Add Redrum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.