แฟนฟิคชั่น : กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน (The Hero & The King)
Group Blog
 
 
มีนาคม 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
18 มีนาคม 2560
 
All Blogs
 
กระบี่สะท้านฟ้าฯ ตอนที่ 37 ก่อนจากลา



เรื่องย่อ

สรุปเนื้อเรื่องย่อๆ มาให้อ่านกันก่อน เนื่องจากหายไปนานมาก กลัวเพื่อนๆ จะลืมตัวละครไปหมดแล้วนะคะ

เด็กชายฝาแฝดสองคน ถูกแยกกันตั้งแต่เด็ก คนหนึ่งต่อมา คือ “ฮ่องเต้คังซื่อ” ฮ่องเต้หนุ่มหน้ามน ที่ขึ้นครองราชย์ตั้งแต่เด็ก เมื่อเติบโตขึ้นไม่ได้รับอำนาจที่แท้จริงในการบริหาร บ้านเมืองถูกกุมอำนาจโดยขุนนางกังฉินชื่อ “อ๋าวไป้” ส่วนฝาแฝดอีกคนหนึ่ง “ชีเส้าเฟย” รู้แค่ว่าตัวเองกำพร้า เติบโตมาในค่ายทหารของแม่ทัพตงฉิน “แม่ทัพหลินเซียง” ในวัยเด็กเพราะเขาเคยช่วยจอมยุทธอันดับหนึ่ง “ซุนซิ่ง” ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ เขาจึงถูกเนรเทศออกจากค่าย เมื่อเติบโตขึ้น ด้วยจิตใจรักชาติรักประชา เขาสละตนก่อตั้งค่ายเหลียนหลิ๋นอยู่ที่ชายแดน เพื่อต่อต้านการรุกรานจากต้าเหลียว

ค่ายเหลียนอิ๋นประกอบไปด้วย เทพมังกร ชีเส้าเฟย เป็นหัวหน้าใหญ่ กงซุนเช่อ ผู้รอบรู้และนักวางแผน อ้อมหมิงเจิ้ง ขงเบ้งชุดแดง เก่งทั้งบุ๋นและบู๊ และลู่เสี่ยวฟง คุณชายขี้เล่น ผู้มีทักษะยุทธและวิชาตัวเบาอันไร้เทียมทาน ค่ายเหลียนอิ๋นต่อต้านเหลียวอยู่ที่ชายแดน เป็นที่รักของชาวบ้าน เป็นที่เกรงข้ามของศัตรู พวกเขาเป็นหนามยอกอกของขุนนางกังฉิน อ๋าวไป้ใช้ราชโองการบังหน้า ใส่ร้ายว่าค่ายเหลียนอิ๋นเป็นกบฏ ทำให้ชีเส้าเฟยและฮ่องเต้ต้องบาดหมางกัน

ชีเส้าเฟยในวัยเด็กเคยช่วยเหลือยอดกระบี่อันดับหนึ่งซุนซิ่งและบุตรสาว “ซุนเส่เยี่ย” ซุนซิ่งจึงได้ถ่ายทอดวรยุทธและมอบกระบี่นี่สุ่ยหานให้กับเขา 14 ปีต่อมาชีเส้าเฟยบังเอิญได้พบเส่เยี่ยอีกครั้ง เคราะห์ร้ายที่บ้านของหญิงสาวไฟไหม้ บิดาของนางเสียชีวิต นางสูญเสียดวงตาสองข้าง ชีเส้าเฟยรับปากดูแลนางจนเกิดเป็นความรัก แต่เพราะที่ค่ายเหลียนอิ๋นเกิดเรื่อง เขาจึงจำต้องแยกจากนาง

ต่อมาเส่เยี่ยได้พบกับฮ่องเต้คังซื่อ เพราะเส่เยี่ยหน้าตาเหมือนน้องสาวที่คังซื่อรักมาก ชายหนุ่มจึงปักใจรักหญิงสาวตั้งแต่แรกพบ คังซื่อพาเส่เยี่ยเข้าวังโดยหวังให้นางเป็นฮองเฮา ที่วังหลวงหญิงสาวได้รับการรักษาตาจนกลับมามองเห็นอีกครั้ง ที่สำคัญนางได้สืบพบชาติกำเนิดของชีเส้าเฟย และได้รู้ว่าความจริงที่ว่าชีเส้าเฟยกับฮ่องเต้คังซื่อเป็นพี่น้องกัน

มาวันหนึ่งชีเส้าเฟยแอบเข้าวังหลวงและพาเส่เยี่ยออกมา สิ่งนี้ยิ่งสร้างความบาดหมางระหว่างชีเส้าเฟยกับฮ่องเต้ ชายหนุ่มทั้งสองคนต่างก็หลงรักเส่เยี่ย ทำให้เกิดเป็นปม “ความรัก” “ความแค้น” ขึ้น

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

ความเดิมจากตอนที่แล้ว

คังซื่อรับปากอ้อมหมิงเจิ้ง จะร่วมมือกับค่ายเหลียนอิ๋น หาทางเอายาถอนพิษจากอ๋าวไป้มาช่วยลู่เสี่ยวฟง

หลังจากชีเส้าเฟยช่วยเส่เยี่ยกลับมา คังซื่อแสดงความรู้สีกต่อเส่เยี่ยอย่างเปิดเผยต่อหน้าคนอื่น ไทเฮาที่เดิมเคยมีท่าทีขัดขวางพวกเขา ตอนนี้ไม่เพียงไม่ขัดขวางแต่ยังสนับสนุนฮ่องเต้และเส่เยี่ย ในขณะที่ชีเส้าเฟยแม้จะรักเส่เยี่ยแต่จำต้องหลีกทางให้เพราะไม่อยากแย่งชิงคนรักของน้องชาย สิ่งนี้ทำให้เส่เยี่ยรู้สึกเสียใจมากเพราะคนที่นางรักคือชีเส้าเฟย

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

ช่วงเย็น ณ ค่ายชั่วคราวแม่ทัพหลินเซียง

เส่เยี่ยนั่งอยู่ในห้องคนเดียว บนเตียงมีห่อผ้าที่เตรียมไว้สำหรับเดินทาง หญิงสาวหยิบหยกหักของชีเส้าเฟยขึ้นมาดู แล้วก็นึกทบทวนถึงเรื่องราวในอดีต ตั้งแต่ครั้งแรกที่นางเจอเขา ตอนนั้นเส่เยี่ยอายุเพียงสี่ขวบ นางจำหน้าเขาได้เพียงลางๆ ว่ามีพี่ชายใจดีคนหนึ่ง ช่วยนางกับบิดาหลบหนีการตามล่าจากราชสำนัก

จากนั้นภาพก็เปลี่ยนมาเป็นครั้งแรกที่เส่เยี่ยเจอชีเส้าเฟยที่ร้านขายพัดในตลาด วันนั้นเป็นวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของหญิงสาวก็ว่าได้ นางทั้งสูญเสียบิดา ดวงตาทั้งสองข้าง และยังถูกตามฆ่า ชีเส้าเฟยช่วยนางจากการตามล่าของพวกคนชุดดำ หลังจากนั้นเขาก็สอนกระบี่ให้นาง ดูแลนาง มอบความอบอุ่นให้หัวใจที่โดดเดี่ยวของนาง ทำให้เส่เยี่ยไม่สามารถปฏิเสธความรู้สึกดีที่มีต่อเขาได้ หากแต่สวรรค์ช่างกลั่นแกล้ง ให้นางต้องแยกจากเขา แต่การจากลาในครั้งนั้น ก็หาเป็นความทุกข์ใจที่สุดไม่

พานพบ นั้นยาก...

รักษาไว้ ยากยิ่งกว่า...

เส่เยี่ยหวนนึกถึงช่วงเวลาบนเรือกับชีเส้าเฟย วันที่ชายหนุ่มยอมรับนาง เขามอบจุมพิตแรกให้นาง ดูดาวกับนางจนถึงเช้า เขาเอาเสื้อมาห่มให้นางจนตัวเขาเองไม่สบาย และให้สัญญาว่าจะดูแลนางตลอดไป ตอนนั้นเส่เยี่ยเชื่ออย่างหมดใจว่า ไม่มีอะไรมาพรากพวกเขาจากกันได้อีก

แต่ช่วงเวลาแห่งความสุขนั้น ตอนนี้กลับเป็นเหมือนแค่ความฝัน ความรู้สึกที่ได้อยู่กับชีเส้าเฟย ไม่ว่าจะเป็นแววตาหรือสัมผัสของชายหนุ่ม กลายเป็นหมอกที่เลือนลางในใจของเส่เยี่ยเท่านั้น เมื่อหวนนึกถึงคำพูดของชีเส้าเฟย เส่เยี่ยได้เพียงยิ้มอย่างเจ็บปวด ปล่อยให้น้ำตาเอ่อล้นออกมา

‘เส่เยี่ยเจ้าต้องเข้มแข็ง ต้องหยุดรักเขาให้ได้ ต้องลืมเขาไปให้หมด’ หญิงสาวเตือนสติตัวเอง

การจะลืมชีเส้าเฟยทำไมถึงได้เจ็บปวดเช่นนี้ หากรู้ว่าจะมีวันนี้นางจะไม่ปล่อยให้หัวใจรักเขาเลย

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

อีกด้านหนึ่ง อ้อมหมิงเจิ้งพับข้อความใส่นกพิราบแล้วปล่อยมันบินไป หลินชงเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ ชายหนุ่มมองดูนกพิราบที่บินออกไป เขาถามอ้อมหมิงเจิ้งว่าเรียบร้อยหรือไม่ หญิงสาวพยักหน้าตอบ

ค่ำวันนั้นทุกคนมาร่วมรับประทานอาหารกันตามปกติ เส่เยี่ยก็มาด้วย เพราะไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่านางกำลังจะจากไป โต๊ะอาหารถูกจัดอย่างง่ายๆ ไม่มีพิธีรีตองอะไรพิเศษเหมือนเดิม โต๊ะแรกเป็นโต๊ะของราชนิกูล มีไทเฮา ชีเส้าเฟย ฮ่องเต้ ฮองเฮา อ๋องถูจิ้น เจ้าหยาจือ และเส่เยี่ย โต๊ะที่สองเป็นโต๊ะของค่ายแม่ทัพหลินเซียงและค่ายเหลียนอิ๋น

วันนี้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารทั้งสองออกจะเงียบๆ คงเป็นเพราะแต่ละคนกำลังครุ่นคิดถึงแผนการณ์ที่จะเอายาถอนพิษจากอ๋าวไป้ แม้กระทั่งฮ่องเต้ที่ปกติจะร่าเริง คอยดูแลใส่ใจไทเฮาและเส่เยี่ย วันนี้ก็ดูเงียบขรึมกว่าปกติ หากไม่เป็นเพราะเส่เยี่ยมีเรื่องในใจ หญิงสาวคงต้องสังเกตเห็นความผิดปกตินี้อย่างแน่นอน

เจ้าหยาจือเห็นเส่เยี่ยกินอาหารไปไม่กี่คำก็วางตะเกียบลง จึงถามว่าหญิงสาวเป็นอะไรหรือเปล่า เส่เยี่ยบอกว่านางรู้สึกไม่ค่อยสบาย ไทเฮาถามว่าต้องการให้หมอหลวงดูอาการหรือไม่ เส่เยี่ยขอบคุณไทเฮา แล้วบอกทุกคนว่าไม่ต้องเป็นห่วง ช่วงนี้นางเพียงแค่นอนหลับไม่สนิทเท่านั้น คนอื่นฟังแล้วก็ไม่ได้รู้สึกติดใจอะไร มีเพียงชีเส้าเฟยที่เผลอสบตากับเส่เยี่ยโดยบังเอิญ ทั้งสองต่างก็หลบสายตาอีกฝ่าย ไทเฮาสังเกตเห็นท่าทีที่ผิดปกติของพวกเขา แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ เส่เยี่ยขอตัวออกมาจากห้อง เจ้าหยาจือเตือนให้เส่เยี่ยรีบพักผ่อน หญิงสาวพยักหน้ารับ ฮ่องเต้จะขอไปส่ง แต่หญิงสาวปฏิเสธแล้วขอบคุณเขา

ชีเส้าเฟยมองดูเส่เยี่ยอยู่ตลอดเวลา ครั้งนี้หญิงสาวไม่หลบตาเขา นางมองเขาราวกับว่า ‘นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้มองเขาแบบนี้’ หญิงสาวคิดในใจว่าอยากบอกลาเขาเป็นครั้งสุดท้าย แต่สุดท้ายนางก็ตัดสินใจละสายตา แล้วเดินจากมา

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

เที่ยงคืนแล้ว ในค่ายนั้นเงียบสนิท มีเพียงแสงเล็กน้อยจากโคมที่แขวนอยู่หน้าห้องเท่านั้น เส่เยี่ยถือห่อผ้าเดินออกมาจากห้อง แล้วปิดประตูอย่างเบามือ

หญิงสาวเดินยังไม่ถึงประตูค่าย ก็ได้ยินเสียงคนเดินมาจากอีกทาง นางจึงหยุดฝีเท้าแล้วแอบดู ทีแรกหญิงสาวไม่เห็นว่าเป็นใคร แต่พอคนๆ นั้นเดินเข้ามาใกล้ จึงได้เห็นว่าเป็นชายหนุ่มในชุดเกราะขนสัตว์

เส่เยี่ยก้าวเท้าถอยออกมา เพื่อจะหลบเขา แต่นางไม่ทันระวัง จึงเหยียบโดนใบไม้แห้งจนเกิดเสียง

“นั่นใคร” ชายหนุ่มในชุดเกราะตะโกนถาม แล้วเดินมาตามเสียงใบไม้ พอเขาเห็นว่าเป็นเส่เยี่ยก็ตกใจ
“เส่เยี่ย!!!” ชายหนุ่มตาเบิกโพรงเมื่อเห็นห่อผ้าที่ไหล่ของหญิงสาว
“เจ้าจะไปไหน!!!” หญิงสาวไม่เพียงไม่ตอบเขา นางเดินหลบเขาไปอีกทาง
“เส่เยี่ย เดี๋ยวสิ” ชายหนุ่มรีบเดินมาขวาง เส่เยี่ยเบี่ยงตัวหลบเขา แต่ชายหนุ่มก็รั้งแขนนางไว้
“ชีเส้าเฟย!!!ท่านจะเอาอย่างไรกับข้าอีก!” เส่เยี่ยหันมาจ้องหน้าอีกฝ่ายแล้วสะบัดแขนอย่างแรง จนชายหนุ่มตกใจ แต่พอเขาก้มมองที่ชุดของตัวเอง ก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง
“มีอะไรพูดกันก่อนได้ไหม” ชายหนุ่มผ่อนสีหน้าของตัวเองลง แล้วขอร้องด้วยท่าทีที่เป็นมิตรมากขึ้น เส่เยี่ยเห็นเช่นนั้นจึงได้ใจเย็นลง
“ที่ต้องพูดก็พูดไปหมดแล้ว ถึงข้าจะไม่เข้าใจท่าน แต่ก็ยอมรับการตัดสินใจของท่าน แล้วยังมีอะไรต้องพูดกันอีก” หญิงสาวตอบ
“การตัดสินใจของข้างั้นหรือ?” คนถามขมวดคิ้ว
“ท่านตัดสินใจปล่อยมือจากข้าเอง ตอนนี้ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่ และไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ด้วย ดังนั้นข้าจะไปตามทางของข้า” เส่เยี่ยตอบเขา
“ไม่ได้นะ!!!” ชายหนุ่มท้วงหน้าตาตื่น
“ทำไมไม่ได้ ชีวิตเป็นของข้า ข้าอยากทำอะไรข้าก็ทำ ข้าจะไม่อยู่ที่นี่ รอให้ท่านยกข้าให้คนอื่นหรอกนะ”
“ยกเจ้าให้คนอื่นงั้นหรือ?” ชายหนุ่มทำหน้าไม่เข้าใจ
“คนอื่นที่เจ้าหมายถึง... คือ... ฮ่องเต้... งั้นหรือ...” ชายหนุ่มเริ่มหายใจไม่สะดวกเมื่อถามประโยคนี้ เส่เยี่ยถอนหายใจแล้วเบนหน้าไปทางอื่น นางไม่อยากตอบคำถามเหล่านี้อีกแล้ว
“แต่... ฮ่องเต้ก็ดีกับเจ้ามากไม่ใช่หรือ... หรือว่าเจ้า... ไม่เคยรู้สึกชอบเขาบ้างเลย... ” ชายหนุ่มถามต่อ แต่พูดยังไม่ทันจบประโยคดี หญิงสาวก็หมดความอดทนจนพูดสวนขึ้นมา
“นี่ท่านแกล้งโง่ หรือไม่เข้าใจสิ่งที่ข้าพูดกันแน่!!!”
“พอเสียที ข้าไม่อยากตอบคำถามท่านอีกแล้ว!!!”
“ท่านไม่ต้องการข้า ข้าเสียใจมาก แต่ข้าอยากอยู่กับใคร มันก็เป็นสิทธิ์ของข้า ท่านไม่มีสิทธิ์มาบังคับจิตใจข้า!!!”
“ทีนี้ปล่อยข้าไปได้หรือยัง!!!” เส่เยี่ยจ้องคนตรงหน้าด้วยแววตากร้าว แต่เบื้องลึกในใจหญิงสาวมีแต่ความเจ็บปวด ยิ่งจ้องอีกฝ่ายไปเรื่อยๆ สุดท้ายกลับกลายเป็นหญิงสาวเองที่ทนไม่ได้ อยู่ๆ น้ำตาก็เอ่อไหลออกมาเอง

ชายหนุ่มใจหายวูบตกไปอยู่ที่เท้า เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดในใจของนาง ความรู้สึกของเขาในตอนนี้ก็ไม่ต่างไปจากนางเลย
‘เส่เยี่ย ข้าเข้าใจแล้ว เหตุใดเจ้าถึงได้เย็นชากับข้าเสมอมา แม้ข้าเคยสงสัย แต่ก็ไม่เคยยอมรับมัน’ ชายหนุ่มคิด

ชายหนุ่มเอามือลูบน้ำตาบนแก้มของหญิงสาว
“ข้าขอโทษ”
“เส่เยี่ย ข้าขอโทษ ข้าไม่เคยคิดเลยว่าข้าทำให้เจ้าลำบากใจถึงเพียงนี้”
“ต่อไปข้าจะไม่ฝืนใจเจ้าอีก”
“ยกโทษให้ข้าได้ไหม” ชายหนุ่มขอร้องด้วยท่าทีอ่อนโยนและจริงใจ ดวงตาของเขาเริ่มมีน้ำตาไหลคลอ

เส่เยี่ยมองคนในชุดเกราะด้วยความสับสน เมื่อครู่นี้นางยังแน่วแน่อยู่เลย ตอนนี้นางเป็นอะไรไป ทำไมถึงได้ทั้งเสียใจและรู้สึกสงสารเขาเช่นนี้

ชายหนุ่มเห็นเส่เยี่ยเงียบไป เขาคว้ามือของหญิงสาวขึ้นมากุม
“เส่เยี่ย ข้าขออีกเพียงวันเดียว แค่วันเดียวเท่านั้น ให้ข้าจัดการเรื่องสำคัญนี้ก่อน แล้วข้าจะมาสะสางเรื่องทุกอย่าง ไม่ให้มีใครต้องเสียใจอีกต่อไป รับปากข้านะเส่เยี่ย” คนพูดๆ ด้วยสายตาที่หนักแน่นมาก ทำเอาเส่เยี่ยไม่กล้าปฏิเสธ
“เดี๋ยวพวกเขาก็จะออกมากันแล้ว เจ้ารับปากข้านะ” ชายหนุ่มขอร้อง เส่เยี่ยได้แต่อ้ำอึ้ง แต่แล้วก็นึกแปลกใจขึ้นมา
“นี่พวกท่านกำลังจะทำอะไรกันงั้นหรือ” เส่เยี่ยถาม ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจบอกความจริง
“ไปเอายาถอนพิษจากอ๋าวไป้”
“หา ว่าอะไรนะ!” หญิงสาวร้องเสียงสูง ชายหนุ่มรีบเอามือปิดปากนางไว้
“เบาๆ หน่อย เรื่องนี้แม่ทัพหลินกับเสด็จแม่ไม่รู้” เส่เยี่ยได้ยินเช่นนั้นก็ตาเบิกโพรง
“พวกท่านทำไมถึงได้ทำอะไรโดยพละการเช่นนี้ มันอันตรายมากนะ” หญิงสาวส่ายหน้าไม่เห็นด้วย
“เพราะอย่างนี้ถึงบอกเสด็จแม่ไม่ได้ เส่เยี่ยเจ้าฟังข้านะ มีหลายเรื่องที่ข้ารู้และไม่รู้ อาจมีเรื่องที่ข้าทำผิดต่อเจ้า แต่ตอนนี้พวกเรามีเรื่องสำคัญที่ต้องทำ ขอแค่เจ้าอยู่ที่นี่อีกวันเดียว ข้าสัญญาว่าจะกลับมาสะสางเรื่องทั้งหมดนี้ด้วยตัวข้าเอง” ชายหนุ่มพูดด้วยแววตามุ่งมั่น แม้เส่เยี่ยจะรู้สึกลังเล แต่ในที่สุดนางก็ใจอ่อนรับปากเขา

พลันชายหนุ่มก็คว้าตัวเส่เยี่ยมากอดไว้แน่น ไม่รู้ทำไม แต่นางรู้สึกเหมือนมันเป็นการกอดลา
“เจ้ารักษาตัวดีๆ รอข้ากลับมานะ” คนพูดยิ้มบางๆ ให้นาง

ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าหลายคนกำลังมุ่งหน้ามาทางพวกเขา ชายหนุ่มพยักหน้าให้หญิงสาวหลบไป เส่เยี่ยมองชายตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ ชีเส้าเฟยวันนี้ไม่เหมือนปกติเลยจริงๆ จากนั้นหญิงสาวก็ถอยไปหลบอยู่อีกด้านหนึ่งของตึก

ครู่หนึ่งก็เห็นคนในชุดฮ่องเต้เดินมากับกงซุนเช่อ อ้อมหมิงเจิ้ง องครักษ์เหอ โดยมีหลินชงประคองลู่เสี่ยวฟงตามมาข้างหลัง ส่วนคนในชุดเกราะเหลียนอิ๋นหันมามองหน้าเส่เยี่ยแล้วยิ้มให้นางเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นเขาก็เดินไปสมทบกับพวกกงซุนเช่อ แล้วเดินทางออกจากค่ายไป

เส่เยี่ยไม่รู้ว่าพวกเขามีแผนการณ์อะไร แต่ท่าทางของชีเส้าเฟยเมื่อครู่นี้ ทำให้นางรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลย

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

ณ จุดนัดพบ

พวกอ๋าวไป้มารออยู่ก่อนแล้ว

กงซุนเช่อเดินนำหน้าทุกคนมา ด้านซ้ายของเขามีชีเส้าเฟย หลินชง และลู่เสี่ยวฟง ด้านขวามีอ้อมหมิงเจิ้ง องครักษ์เหอ และฮ่องเต้ วันนี้ฮ่องเต้ดูนิ่งและขรึมกว่าปกติ ที่มือของเขามีเชือกมัดเอาไว้อยู่

กงซุนเช่อสั่งห้ามใครพูด หรือทำอะไรก่อนคำสั่งของเขา ทุกคนพยักหน้ารับทราบ ทั้งหมดจึงเดินไปเผชิญหน้ากับพวกของอ๋าวไป้พร้อมกัน

อ๋าวไป้พอเห็นฮ่องเต้ก็กระหยิ่มยิ้มย่องว่าชัยชนะของพวกมันอยู่ไม่เกินเอื้อมแล้ว

กงซุนเช่อตะโกนถามอ๋าวไป้ว่าเอายาถอนพิษมาด้วยหรือไม่ อ๋าวไป้พนักหน้าแล้วชูยาขึ้น ระหว่างที่มันกำลังจะเก็บยาถอนพิษลงนั้น กงซุนเช่อก็ตะโกนขึ้น

“ช้าก่อน” ว่าแล้วกงซุนเช่อก็เดินไปหาอ๋าวไป้ แล้วเอายามาทดสอบ เมื่อเห็นว่าเป็นยาถอนพิษจริง ก็พยักหน้าให้อ้อมหมิงเจิ้ง

อ้อมหมิงเจิ้งไม่ได้แก้มัดให้ฮ่องเต้ นางปล่อยให้เขาเดินไปหาพวกอ๋าวไป้

กงซุนเช่อเดินถือยาถอนพิษมา จึงสวนกับฮ่องเต้ที่กำลังเดินไปหาอ๋าวไป้ พวกเขาสบตากัน กงซุนเช่อหยุดเดิน สีหน้าของเขาดูมีความกังวล

พอฮ่องเต้พยักหน้าให้เขา กงซุนเช่อถึงได้เดินเอายาถอนพิษไปให้หลินชงซึ่งประคองลู่เสี่ยวฟงอยู่

อ๋าวไป้เมื่อเห็นฮ่องเต้เดินมา ก็รีบเข้าไปคว้าตัวเขาไว้ เมื่อจับตัวฮ่องเต้ได้แล้ว อ๋าวไป้ก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างสะใจ
“ฮ่าๆๆ ฝ่าบาทเห็นหรือยัง ว่าใครจงรักภักดีกับท่านบ้าง” ว่าแล้วอ๋าวไป้ก็ผลักฮ่องเต้ไปให้หันจุ้นกับทหารอีกคน อ๋าวไป้สั่งให้พวกนั้นมัดเชือกฮ่องเต้เพิ่ม อ้อมหมิงเจิ้งเห็นเช่นนั้นก็ทำท่าจะเข้าไปขัดขวาง แต่กงซุนเช่อห้ามนางไว้ก่อน
“ชีเส้าเฟย ในที่สุดเจ้าก็เป็นกบฎต้าซ่งอย่างแท้จริง คำทำนายกล่าวไว้ไม่มีผิดจริงๆ” อ๋าวไป้ตะโกนไปที่อีกฝั่ง แล้วหัวเราะทิ้งท้าย ก่อนจะสั่งให้คนของพวกมันเดินทางกลับ

ระหว่างที่พวกมันหันหลังกลับไปนั้น
“ตอนนี้หล่ะ” กงซุนเช่อพยักหน้าให้อ้อมหมิงเจิ้ง
“พรึบ!” อ้อมหมิงเจิ้งใช้วิชาตัวเบาเหาะไปทางพวกอ๋าวไป้
“พัวะ!” คนในชุดฮ่องเต้ใช้กำลังภายในปลดเชือกที่มือออกจนขาดกระจุย เมื่ออ๋าวไป้และหันจุ้นเห็นเช่นนั้นก็รู้ทันทีว่าพวกตนหลงในอุบายของกงซุนเช่อแล้ว คนในชุดเหลืองนี้ไม่ใช่ฮ่องเต้ !

“หนอยกล้าตบตาข้างั้นหรือ” อ๋าวไป้มองไปที่ชายหนุ่มในชุดเกราะเหลียนอิ๋นที่ยืนอยู่ข้างกงซุนเช่อ มันชี้ไปที่เขาแล้วสั่งให้ทุกคนเข้าไปจับทันที
“คนในชุดเกราะคือฮ่องเต้ตัวจริง จับมัน!”

หันจุ้นกับพวกทหารไม่รอช้า พุ่งเข้าไปหมายจะจับฮ่องเต้ทันที องครักษ์เหอรีบเข้ามาขัดขวาง เขาต่อสู้กับหันจุ้นและทหารที่พุ่งเข้ามาอย่างดุเดือด แต่เพราะต้องคุ้มกันทั้งฮ่องเต้และกงซุนเช่อ เขาจึงไม่ได้เป็นต่อพวกมันมากนัก ข้างๆ กันนั้นหลินชงก็ช่วยคุ้มกันลู่เสี่ยงฟงที่โดนพิษอยู่ไม่สามารถใช้กำลังภายในได้

อีกฝั่ง อ้อมหมิงเจิ้ง กับ ชีเส้าเฟยในชุดฮ่องเต้ ถูกทหารล้อมและตะลุมบอนต่อสู้กันอย่างดุเดือด แม้ทั้งสองคนจะวรยุทธสูง แต่พวกทหารของอ๋าวไป้นั้นมีมาก ล้มลงไปเท่าไหร่ก็วิ่งเข้ามาเพิ่มอีกเท่านั้น ราวกับกองทัพผีดูดเลือดที่ฆ่าเท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด

ระหว่างที่ทั้งหมดกำลังต่อสู้กันอย่างชุลมุน มีเงามืดของชายคนหนึ่งซุ่มอยู่หลังต้นไม้ ในมือของมันกำลังง้างธนูใหญ่ สายตาที่แน่วแน่ของมัน ดูมั่นใจว่าไม่พลาดเป้าแน่นอน

“ฉึก!” ทันใดนั้น ลูกธนูก็ปักเข้าที่กลางอกของฮ่องเต้ ชายหนุ่มในชุดเกราะเหลียนอิ๋นล้มลงทันที ทุกสายตาหันไปมองเขา

“ฝ่าบาท!!!” เสียงขององครักษ์เหอและคนอื่นๆ ร้องขึ้นพร้อมกัน

อ้อมหมิงเจิ้งและชีเส้าเฟยที่กำลังถูกฝูงทหารรุมอยู่อีกฝั่ง หันกลับมามองฮ่องเต้ด้วยความตกใจ ชีเส้าเฟยกระโดดขึ้นเตะอกของทหารคนหนึ่ง แล้วไล่ถีบพวกทหารที่ล้อมเขาอยู่กระเด็นเป็นวงกลม

ทว่า เงามืดนั้น ยังไม่หยุดมือ มันง้างลูกธนูขึ้นอีกดอก

“ฉึก!!” ลูกธนูดอกที่สองปักลงบนอกของฮ่องเต้อย่างไร้ความปราณี คราวนี้ลูกธนูฝังลึกจนเกือบจะทะลุถึงด้านหลัง ฮ่องเต้กระอักเลือดออกมาก้อนใหญ่ องครักษ์เหอคว้าร่างของฮ่องเต้ด้วยความตกใจ หลินชงกับอ้อมหมิงเจิ้งก็รีบเข้ามาช่วยกันพวกทหารออกไป

ชีเส้าเฟยหันไปหาคนที่ยิงธนูทันที มันหลบอยู่หลังต้นไม้ไม่ไกลจากเขานัก พอมันเห็นชีเส้าเฟยมองมา ก็ทำท่าจะวิ่งหนี แต่ชีเส้าเฟยเร็วกว่ามาก เขาบินไปกระชากเสื้อมัน แล้วบีบคอมันทันที
“อ๋าวเทียนลี่!! เจ้า!!!!” ชีเส้าเฟยบีบคอคนตรงหน้าด้วยโทสะที่ไม่อาจควบคุมได้ เท้าของอ๋าวเทียนลี่ลอยขึ้นจากพื้น มันดิ้นทุรนทุรายเพราะหายใจไม่ออก จนในที่สุดก็หมดสติไป
“เทียนลี่!!!” เสียงคนเป็นพ่อก่นร้องด้วยความตกใจ
“อัก!” ชีเส้าเฟยซัดร่างไร้สติของอ๋าวเทียนลี่กระแทกใส่ต้นไม้อย่างแรง ก่อนจะปล่อยให้มันล้มลง อ๋าวไป้รีบวิ่งไปคว้าร่างของลูกชายไว้

ชีเส้าเฟยโฉบกลับไปดูฮ่องเต้ทันที

กงซุนเช่อเห็นท่าไม่ดี จึงสั่งให้ทุกคนรีบถอย

อ๋าวไป้บอกคนของมันว่าไม่ต้องตาม ให้รีบพาอ๋าวเทียนลี่กลับไปดูอาการก่อน

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

เช้าตรู่ ณ ค่ายชั่วคราวแม่ทัพหลินเซียง

ทหารในค่ายตามหาชีเส้าเฟยและฮ่องเต้กันอย่างโกลาหล ที่ห้องโถงไทเฮา ฮองเฮา อ๋องถูจิ้น เจ้าหยาจือ แม่ทัพหลินเซียง หลินกุเหนียง เส่เยี่ยและองครักษ์จั๋ว รออยู่อย่างร้อนใจ

ทันใดนั้นชีเส้าเฟยในชุดฮ่องเต้ กงซุนเช่อ อ้อมหมิงเจิ้ง ลู่เสี่ยวฟง หลินชงก็เดินเข้ามา ทุกคนที่รออยู่จึงหันไปมองเป็นทางเดียวกัน สีหน้าของคนที่กลับมา อธิบายอย่างชัดเจนว่าเกิดเรื่องร้ายขึ้น

ครู่หนึ่งองครักษ์เหอก็ประคองร่างของคังซื่อในชุดเกราะเหลียนอิ๋นเข้ามา ทุกคนคิดว่านั่นคือชีเส้าเฟย แต่ละคนตกใจด้วยท่าทางที่แตกต่างกันไป

กงซุนเช่อให้องครักษ์เหอวางคังซื่อลงบนตั่ง ชายหนุ่มนอนในสภาพมีสติเพียงครึ่งเดียว เสื้อผ้าของเขาถูกฉีกออก เพื่อเอาปลายธนูออก แต่หัวธนูยังคงฝังอยู่ภายใน บาดแผลนั้นสาหัสจนเกินจะรักษา ตอนนี้คังซื่อไม่อาจรับรู้ถึงความเจ็บปวดได้แล้ว ชีพจรของเขาอ่อนมาก และกำลังเบาลงเรื่อยๆ ชายหนุ่มคงเหลือเวลาอีกไม่นานนัก

เส่เยี่ยเห็นร่างที่นอนเลือดท่วมอยู่ ก็ใจหายวาบ นางไม่อาจเชื่อว่านี่คือเรื่องจริง หญิงสาวทรุดไปนั่งอยู่ที่พื้น
'เพราะอะไร...'
'ท่านจะผิดสัญญากับข้าอีกไม่ได้นะ ไหนท่านบอกว่าให้ข้ารออีกแค่วันเดียว... แล้วทำไม...'

ไทเฮาตกใจจนตัวสั่นเทา นางพุ่งเข้าไปหาร่างที่นอนอยู่ ได้แต่ร้องถามว่าทำไมเป็นแบบนี้ แล้วก็เริ่มร้องไห้ไม่หยุด คนอื่นๆ ในห้องก็อยู่ในอาการตกใจไม่แพ้กัน

องครักษ์เหอและหลินชงคุกเข่าลงข้างไทเฮา
“ขอไทเฮาทรงลงโทษด้วย หม่อมฉันทำผิดใหญ่หลวง ไม่สามารถดูแลฮ่องเต้ได้” องครักษ์เหอพูดจบก็ก้มหน้าลง น้ำตาลูกผู้ชายของเขาไหลพราก

‘ไม่สามารถดูแลฮ่องเต้ได้!!! พวกท่านหมายความว่าอย่างไร!!!’ เส่เยี่ยตาเบิกโพรงเมื่อได้ยินประโยคนี้

“เป็นความคิดของข้าเอง ไม่เกี่ยวกับคนอื่น ขอไทเฮาลงโทษข้าเถิด” อ้อมหมิงเจิ้งก็คุกเข่าลงอีกคน

ไทเฮาหันไปมองชีเส้าเฟยที่ยืนอยู่ในชุดฮ่องเต้ แล้วก็มองชายในชุดเกราะที่นอนเจ็บอยู่ นางถึงได้เข้าใจในทันที
‘ฮ่องเต้กับชีเส้าเฟย พวกเขาแต่งกายสลับกัน’ แล้วไทเฮาก็โผเข้ารอดร่างคังซื่อ นางร้องไห้ไม่หยุด

“ไม่เกี่ยวกับพวกเขา... หม่อมฉันขอโทษ...” คังซื่อที่นอนอยู่พยายามพูดกับไทเฮาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

คนเป็นแม่เห็นสภาพคังซื่อแล้วก็ยิ่งร้องไห้สะอึกสะอื้นจนเริ่มหายใจไม่ออก ไทเฮายกมือขึ้นบีบหน้าอกของตัวเอง แล้วอยู่ๆ นางก็หอบอย่างรุนแรง ฮองเฮารีบเข้าไปประคองนาง ในที่สุดไทเฮาก็เสียใจจนหมดสติไป องครักษ์จั๋วและฮองเฮาจึงช่วยกันพานางออกไปพัก

คังซื่อได้แต่มองตามผู้เป็นมารดาไป แล้วเขาก็มองไปที่ชีเส้าเฟย ชายหนุ่มชี้ไปที่ชีเส้าเฟยแล้วเรียกเขาเพื่อจะพูดอะไรบางอย่าง ชีเส้าเฟยเห็นดังนั้นก็รีบเข้าไปนั่งข้างๆ ผู้เป็นน้องชาย

“พี่ใหญ่... ฝากท่านดูแล... เสด็จแม่ด้วย...” คังซื่อกล่าว ชีเส้าเฟยพยักหน้ารับปาก มือของเขากุมมือคังซื่อไว้แน่น

“พี่ใหญ่... อย่าทิ้งบ้านเมืองนะ... ท่านต้องช่วยเสด็จแม่... รับปากข้า... เป็นฮ่องเต้...” คังซื่อพูดด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น ชีเส้าเฟยรู้สึกหดหู่เป็นอย่างมาก ที่เห็นคนเป็นน้องตกอยู่ในสภาพนี้ เขาไม่อาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้อีกต่อไป น้ำตาก้อนใหญ่จากดวงตากร้านของชีเส้าเฟยหยดลงบนชุดเกราะที่เต็มไปด้วยเลือดของคังซื่อ

แล้วจากนั้นคังซื่อก็พยายามมองหาคนๆ หนึ่ง เขามองหาเส่เยี่ยนั่นเอง เมื่อคืนคังซื่อได้รับรู้ถึงจิตใจหญิงสาวหมดแล้ว เขาตั้งใจจะแก้ไขสิ่งที่ตนเคยทำผิดพลาดไว้กับนาง

'เส่เยี่ย... เจ้าอยู่ไหน' คังซื่อคิด แต่ปากของเขาตอนนี้รู้สึกหนักขึ้นเรื่อยๆ ตาของเขาก็พร่ามัว จนจะมองอะไรไม่เห็น

“เส่เยี่ย... ” คังซื่อเอ่ยเรียกชื่อของหญิงสาวเบาๆ เมื่อทุกคนหันไปทางเส่เยี่ย หญิงสาวก็นั่งกองอยู่ที่พื้นในสภาพไร้เรี่ยวแรง น้ำตาไหลอาบทั่วใบหน้า ตอนนี้จิตใจของนางราวกับจะแตกเป็นเสี่ยง หูของนางอื้ออึงจนไม่ได้ยินเสียงใด

คังซื่อเรียกชื่อหญิงสาวได้เพียงสองคำเท่านั้น จากนั้นเขาเริ่มเสียความรู้สึกในการควบคุมร่างกาย ปากของเขายกไม่ขึ้นอีกต่อไป เปลือกตาก็หนักจนไม่สามารถลืมได้อีก ลมหายใจค่อยๆ แผ่วลง มือที่จับชีเส้าเฟยอยู่ค่อยๆ ร่วงลง

ชีเส้าเฟยตาเบิกกว้างขึ้นทันที ชายหนุ่มหายใจแรงด้วยความตกใจ

“พี่รอง!!! พี่รอง!!! ท่านมาดูเร็ว!!!” ชายหนุ่มตะโกนเรียกกงซุนเช่อด้วยเสียงตระหนก

กงซุนเช่อรีบเข้ามาจับชีพจรของฮ่องเต้...

แล้วก็มองหน้าชีเส้าเฟย...

“ฝ่าบาท..."

กงซุนเช่อถอนหายใจ...

แล้วก็ก้มหน้าลงอีก...

"ฝ่าบาทจากไปแล้วหัวหน้าใหญ่...”

เมื่อกงซุนเช่อพูดจบ ร่างของคังซื่อก็หลับไปอย่างสงบ....

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

Song : Kind of Courage Called Giving Up
By : Della Ding



Create Date : 18 มีนาคม 2560
Last Update : 27 มีนาคม 2560 20:58:09 น. 6 comments
Counter : 376 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
ก่อนอื่นต้องขอโทษเพื่อนๆ ทุกคนด้วยนะคะ หายไปนานมากๆ หลายคนคงไม่ได้ตามอ่านแล้ว แต่อยากจะบอกว่าไม่เคยลืมเรื่องนี้ พยายามหาโอกาสที่จะแต่งต่อให้จบมาตลอด

หากใครแวะมาอ่าน หวังว่าจะชอบ และทิ้ง comment ไว้นะคะ

ขอบคุณมากค่ะ


โดย: realtomtam วันที่: 18 มีนาคม 2560 เวลา:12:36:38 น.  

 
มารายงานตัวแล้วค่ะ

ก่อนอ่านย้อนไปทบทวนของเดิมเล็กน้อย ไปย้อนตอนที่ 36 ก่อน ตอนแรกหวั่นใจว่าตัวเองจะลืมเรื่องราวไปแล้วหรือเปล่า แต่ย้อนแป๊บเดียวก็จำความได้แล้วล่ะ ดีใจที่แต๋มกลับมาอัพเดทนะ


โดย: O-yohyo วันที่: 6 พฤษภาคม 2560 เวลา:20:03:20 น.  

 
อ่านไปก็ลุ้นไป จนมาตอนท้ายต๊กกะใจเลยอ้ะ ดีนะที่แต๋มลงตอนที่ 38 ไว้แล้ว ไม่งั้นขาดใจแน่เลย


โดย: O-yohyo วันที่: 6 พฤษภาคม 2560 เวลา:20:06:54 น.  

 
มลเยี่ยยังรออ่าานอยู่นะคะ


โดย: มลเยี่ย IP: 171.101.227.242 วันที่: 6 พฤษภาคม 2560 เวลา:21:34:24 น.  

 
สวัสดีนะจ้ะ แวะมาเยี่ยมนะจ้าาา sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: สมาชิกหมายเลข 4057910 วันที่: 23 สิงหาคม 2560 เวลา:17:45:41 น.  

 
ขอบคุณโย่ มลเยี่ย และเพื่อนๆ นะคะ ที่ยังจำได้ อีกนิดนึงเดี๋ยวมาต่อให้จบค่ะ พอดีติดภาระกิจพี่ชายเพิ่งกลับมา ตอนนี้มีพลังแล้ว ขอเวลาปั่นอีกแป๊บค่า ^_^


โดย: realtomtam วันที่: 19 กันยายน 2560 เวลา:21:00:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
realtomtam
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add realtomtam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.