3.ต้นพริกชี้ฟ้าสมุนไพรใกล้ครัว @ 5 Herbal at corner kitchen farmhouse.






3. ต้นพริกชี้ฟ้าสมุนไพรใกล้ครัว
 (พริกเดือยไก่)

5 พืชผักสมุนไพรใกล้ครัว

 @

5 Herbal at corner kitchen farmhouse.




พาชมสมุนไพรใกล้ครัว

ด้วยคลิปวิดีโอนี้ค่ะ




3. ต้นพริกชี้ฟ้า (พริกเดือยไก่)



พริกชี้ฟ้า หรือ พริกเดือยไก่

พริกชี้ฟ้า ชื่อสามัญ Chili spur pepper[1], Capsiums,


Chillics, Green pepper, Paprika Tabasco pepper, Cayenne pepper[2]


Chili, Thai dragon Chile, Spur pepper, Long cayenne pepper[4]


พริกชี้ฟ้า ชื่อวิทยาศาสตร์ Capsicum annuum L. (Capsicum annuum var.


acuminatum Fingerh.) จัดอยู่ในวงศ์มะเขือ (SOLANACEAE)[1],[2]



สมุนไพรพริกชี้ฟ้า มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า พริกเดือยไก่ พริกหนุ่ม พริกหลวง (ภาคเหนือ),


พริกแล้ง (เชียงใหม่), พริกมัน พริกเหลือง (กรุงเทพฯ) เป็นต้น[1]




ลักษณะของพริกชี้ฟ้า

  • ต้นพริกชี้ฟ้า มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ ถูกนำเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์เพื่อเก็บผลขายในประเทศไทยแต่โบราณแล้ว โดยจัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีอายุประมาณ 1-3 ปี มีความสูงได้ประมาณ 0.3-1.2 เมตร ลำต้นเปราะหักง่าย แตกกิ่งก้านหนาแน่นเป็นพุ่ม เปลือกลำต้นเรียบเป็นสีน้ำตาล กิ่งอ่อนเป็นเหลี่ยม ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด ปลูกกลางแจ้งจะดีเพราะน้ำไม่ท่วม เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วน ระบายน้ำดี หรือปลูกบนดินรังปลวกก็จะมีอายุอยู่ได้นาน พบได้ทุกภาคในประเทศไทย แต่พบได้มากทางภาคเหนือและกรุงเทพฯ[1],[2],[3]
  • ใบพริกชี้ฟ้า ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับหรือออกตรงข้ามกัน บางพันธุ์ก็ออกเป็นคู่ ๆ ลักษณะของใบเป็นรูปหัวใจเรียว รูปวงรี รูปใบหอก หรือเป็นรูปขอบขนานแกมรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบแหลมหรือเว้าเล็กน้อย ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2.5-4 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3-10 เซนติเมตร แผ่นใบเป็นสีเขียวเข้ม เนื้อใบนิ่ม หลังใบและท้องใบเรียบ[1],[2],[3]
  • ดอกพริกชี้ฟ้า ออกดอกเป็นช่อหรือออกดอกเดี่ยวชี้ขึ้น โดยจะออกตามซอกใบและที่ปลายกิ่ง ดอกเป็นสีขาวหรือสีขาวอมเขียว มีกลีบดอก 5 กลีบ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกัน ส่วนกลีบเลี้ยงโคนเชื่อมติดกันปลายตัดหรือเป็นหยัก 5 หยัก ดอกมีเกสรเพศผู้ 5 อัน สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี[1],[2],[3]
  • ผลพริกชี้ฟ้า ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลมยาว ปลายผลแหลม ผลอ่อนเป็นสีเขียวแก่ เมื่อแก่แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีส้มและสีแดง ผิวผลเป็นมัน ปลายผลชี้ตั้งขึ้น ผลมีรสเผ็ดร้อนพอประมาณ ส่วนเมล็ดมีลักษณะแบนเรียบ สีเหลืองหรือสีขาวนวล และมีจำนวนมาก สามารถติดผลได้ตลอดปี[1],[2]



สรรพคุณของพริกชี้ฟ้า

  1. พริกมีสรรพคุณช่วยทำให้เจริญอาหาร บำรุงธาตุในร่างกาย (ผล, เมล็ด)[1],[2],[4]
  2. ช่วยแก้กระษัย (เมล็ด)[1]
  3. สารแคปไซซินที่มีอยู่ในพริกทุกชนิด จะมีสรรพคุณช่วยระบบหายใจ หัวใจ และความดัน (ผล)[4]
  4. พริกสามารถลดความดันโลหิตได้ เพราะทำให้เลือดอ่อนตัว และทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดเป็นไปได้ด้วยดี (ผล)[2]
  5. ช่วยเร่งการย่อยสลาย ขับเหงื่อ และช่วยลดน้ำหนักได้ดี (ผล)[2],[4]
  6. ช่วยลดอาการหวัดคัดจมูก (ผล)[4]
  7. ช่วยแก้อาเจียน (ผล)[2]
  8. ช่วยขับเสมหะ (ผล)[2]
  9. พริกสามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของกระเพาะอาหาร ทำให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น (ผล, ใบ)[2],[3]
  10. ช่วยแก้ลมจุกเสียด แก้อาการท้องขึ้นอืดเฟ้อ เรอเปรี้ยว แก้แน่น ลดกรดในกระเพาะ ช่วยขับผายลม และช่วยในการย่อยอาหาร (ผล, เมล็ด, ใบ)[1],[2],[3],[4]
  11. พริกมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อน ๆ (ผล)[4]
  12. เมล็ดมีสรรพคุณเป็นยาขับปัสสาวะ (เมล็ด)[1] ต้นนำมาเผาให้เป็นถ่าน มีสรรพคุณใช้ขับปัสสาวะเช่นกัน (ต้น)[4]
  13. ช่วยรักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก (เมล็ด)[1]
  14. ช่วยแก้หิด กลาก เกลื้อน (ผล)[2]
  15. ช่วยยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์บางชนิดได้ (ผล)[4]
  16. ช่วยแก้อาการเคล็ดขัดยอก แก้อาการปวดตามข้อ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดตามบั้นเอว ฟกช้ำดำเขียว ช่วยทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น และช่วยแก้ตะคริวได้ (ผล, เมล็ด)[1],[4]
  17. ต้นนำมาเผาให้เป็นถ่าน ใช้เป็นยาแก้เส้นเอ็นพิการ แก้ปวดเมื่อย (ต้น)[4] ส่วนเมล็ดก็มีสรรพคุณช่วยแก้เส้นเอ็นพิการได้เช่นกัน (เมล็ด)[1]
  18. หมายเหตุ : วิธีการใช้ตาม [2] ให้นำผลพริกมาปรุงเป็นอาหาร โดยรับประทานได้ไม่จำกัดจำนวน[2] ห้ามถูกแผลเพราะจะทำให้ปวดแสบ[3]

    ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของพริกชี้ฟ้า

    • สารสำคัญที่พบในบริเวณไส้ของผลพริก คือ “แคปไซซิน” (Capsaicin) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้พริกมีรสเผ็ดร้อนและมีกลิ่นฉุน โดยสารชนิดนี้สามารถยับยั้งการขนส่งน้ำตาลกลูโคสผ่านลำไส้ได้ จึงมีผลทำให้ระดับน้ำตาลในร่างกายลดลง ส่วนสารสำคัญที่ทำให้พริกมีสีส้มหรือสีแดง คือ แคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ซึ่งประกอบไปด้วยสารแคโรทีน (Carotene), แคปซันทิน (Capsanthin), แคปซารูบิน (Capsarubin), ลูทีโอลิน (Luteolin) ส่วนในเมล็ดพริกมีสารโซลานีน (Solanine) และโซลานิดีน (Solanidine) นอกจากนี้พริกยังมีสารอาหารอีกมากมาย เช่น ไขมัน คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ใยอาหาร วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินซี แคลเซียม ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส เป็นต้น[2]
    • เมื่อปี ค.ศ.1980 มีการทดลองพบว่า น้ำสกัดจากผลพริกสามารถลด fasting blood glucose แต่ขึ้นอยู่กับขนาดของยาที่ให้ และการให้สารสกัดทางปากสามารถลด intracardiac glucose tolerance curve เมื่อทำการแยกสาร Capsaicin มาทดลอง พบว่า สารนี้มีผลยับยั้งการขนส่งกลูโคสผ่านลำไส้ ซึ่งอาจเกิดจากการสลายกลูโคสเป็นกรดแลกติก หรือมีผลยับยั้งต่อ ATPase-dependent sodium pump[2]
    • เมื่อปี ค.ศ.1980 ได้มีการทดลองใช้สาร Capsaicin ในหนูที่เกิดใหม่กับหนูอายุ 3 เดือน ผลการทดลองพบว่า หนูเกิดใหม่มีระดับน้ำตาลในเลือดลดลง แต่ไม่ได้ผลในหนูอายุ 3 เดือน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะหนูทนต่อยาได้มากขึ้นก็เป็นได้[2]

    ประโยชน์ของพริกชี้ฟ้า

    1. ผลอ่อนและผลแก่ใช้เครื่องประกอบอาหาร[3]
    2. ยอดอ่อนและใบอ่อนสามารถนำมาประกอบอาหารได้ เช่น แกงอ่อม แกงเลียง เป็นต้น[3]
    3. การรับประทานพริกเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งและป้องกันการเป็นโรคหัวใจและโรคหลอดลมอักเสบได้ เนื่องจากพริกมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่หลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินเอ[2]
    4. พริกยังถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมในขี้ผึ้งทาถูนวด เพื่อแก้อาการปวดเมื่อยบวมและลดอาการอักเสบ เพราะทำให้ผิวหนังบริเวณที่ทายามีเลือดมาเลี้ยงมากยิ่งขึ้น จึงช่วยแก้อาการเป็นตะคริวได้ด้วย[2],[4]
    5. นอกจากนี้พริกยังใช้เป็นส่วนผสมในยาธาตุ ยาแก้ปวดหลัง เนื่องจากสารสกัด Capsaicin จากพริกสามารถช่วยกระตุ้นการหลั่งของเอนไซม์บางชนิดได้ ซึ่งทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้เกิดการบีบตัวและคลายตัว[2],[4]


คุณค่าทางโภชนาการของพริกชี้ฟ้า

  • พริกชี้ฟ้าเขียว 100 กรัม จะประกอบไปด้วย พลังงาน 129 แคลอรี, น้ำ 63.8%, โปรตีน 1.5 กรัม, ไขมัน 0.5 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 29.8 กรัม, ใยอาหาร 2.2 กรัม, เถ้า 2.2 กรัม, วิตามินเอ 1,917 หน่วยสากล, วิตามินบี1 0.07 มิลลิกรัม, วิตามินบี2 0.01 มิลลิกรัม, วิตามินบี3 0.1 มิลลิกรัม, วิตามินซี 204 มิลลิกรัม, แคลเซียม 103 มิลลิกรัม, ธาตุเหล็ก 0.5 มิลลิกรัม, ฟอสฟอรัส 27 มิลลิกรัม[3]
  • พริกชี้ฟ้าแดง 100 กรัม จะประกอบไปด้วย พลังงาน 58 แคลอรี, น้ำ 84%, โปรตีน 2.8 กรัม, ไขมัน 2.3 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 6.6 กรัม, ใยอาหาร 3.5 กรัม, เถ้า 0.8 กรัม, วิตามินเอ 10,000 หน่วยสากล, วิตามินบี1 0.16 มิลลิกรัม, วิตามินบี2 0.24 มิลลิกรัม, วิตามินบี3 3.5 มิลลิกรัม, วิตามินซี 168 มิลลิกรัม, แคลเซียม 3 มิลลิกรัม, ธาตุเหล็ก 1.3 มิลลิกรัม, ฟอสฟอรัส 18 มิลลิกรัม[3]



ข้อมูลจาก : กองโภชนาการ กรมอนามัย, 

ตารางแสดงคุณค่าอาหารไทยในส่วนที่กินได้ 100 กรัม[3]








" ขอขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชม "


ปล. ติดตามชมคลิปวิดีโอ


และให้กำลังใจ ด้วยการกดไลค์ กดแชร์


กดติดตามกันด้วยนะคะ!


กดคลิ๊กลิ้งก์ไปที่ช่องยูทูปนี้


ชมคลิปวิดีโอสดใส ดูกันให้ สบายๆ


" ขอบคุณมากค่ะ "


Fe's house ทริคเด็ดมุมครัวอาหารไดเอทเครื่องดื่มสุขภาพดี


ด้วยรักและปรารถนาดี




    * Fe's house *







Create Date : 14 พฤษภาคม 2561
Last Update : 14 พฤษภาคม 2561 15:56:26 น. 2 comments
Counter : 103 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
แวะมาทักทายจ้าาา sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite Ultherapy กำจัดไขมัน ร้อยไหม adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้วถาวร สักคิ้ว 6 มิติ Cover Paint สักไรผม 3D Eyebrow ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: สมาชิกหมายเลข 4529152 วันที่: 14 พฤษภาคม 2561 เวลา:17:40:43 น.  

 
@ member 4529152 ขอบคุณค๊า


โดย: รัตนาวลี55 วันที่: 10 มิถุนายน 2561 เวลา:9:39:49 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

รัตนาวลี55
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]





เป็นข้าราชการบำนาญ งานออนไลน์คืออาชีพเสริมทำยามว่าง
มีงานอดิเรกที่รักทำทุกวันใฝ่เรียนรู้ท่องโลก Internet
คิดสูตรอาหารเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพหาผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ
ในราคาเบาๆ คุณภาพดีนำมาทดลองใช้เมื่อได้ผลดีจึงบอกต่อ
อยากให้ทุกคนมีสุขภาแข็งแรง

รักงานครีเอทไอที สนใจใเทคโนโลยี เพื่อก้าวให้ทันสมัย พอจะนำพาสิ่งดีๆ
ไปแบ่งปันบอกต่อกัน
"ยิ่งคุณแก่" คุณจะพบว่าชีวิตมันก็แค่การเดินทาง
ทุกอย่างที่ผ่านมาก็คือประสบการณ์

"งาน คือการอธิบายตัวตน" ให้เปลี่ยนงานอดิเรกที่รัก
ให้เป็นเงินตั้งแต่คุณยังมีแรงแล้ว
คุณจะเล่นเป็น "เงิน" ทั้งชีวิตเพราะเราดูแลตัวเองได้
และได้ทำ "สิ่งที่รัก" ที่อธิบายตัวเราชั่วชีวิต.




google.com, pub-3791389710662192, DIRECT, f08c47fec0942fa0 Flag Counter Flag Counter

รัตนาวลี55 บล๊อกสูตรอาหาร สวยสุขภาพดี , การท่องเที่ยว คลิปวิดีโอเด็ดดี 108 เคล็ดลับ ดูสบายใจ บทความเด่น เรื่องดี มีประโยชน์ พร้อมข้อมูลสาระน่ารู้ Trick & Travel /Recipe Cooking Blog Rattanaware55 Life Style ~~~~~~~ 100% ~~~~~~~ แบ่งปันทริคเด็ด 108 เคล็ดลับดีๆ บรรยายอังกฤษ English Subtitle เนื้อหาดีเหมาะสมดูได้ทุกเพศทุกวัย ด้วยรักและปรารถนาดี จากใจถึงใจ "ขอขอบคุณ ที่เข้ามาเยี่ยมชมบล็อกนี้" Thanks for everyone visit my blog.

lozocat
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2561
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
14 พฤษภาคม 2561
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add รัตนาวลี55's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.