ชมวิวทิวทัศน์ เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ภัยพิบัติ เกิดกันบ่อยมาก แนวทางการวางผังเมืองจะช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติ จริงหรือเปล่า?


การบริหารจัดการ ภัยพิบัติ ซี่งอาจเกิดขึ้นได้ทุกที่ แต่ถ้ามีการวางแผนงานรับมือภัยพิบัติ ก็จะสามารถผ่อนหนักเป็นเบาได้อย่างแน่นอน หนึ่งในเครื่องมือในการจัดการเรื่องภัยพิบัติ ก็คือการวางผังเมืองที่มีความเข้าใจจะช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติ
ภัยพิบัติ เกิดกันบ่อยมาก แนวทางการวางผังเมืองจะช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติ จริงหรือเปล่า?
อุทกภัยรุนแรงครอบคลุมหลายจังหวัดภาคใต้ จำเป็นต้องทบทวนผังภาค/ผังเมืองรวมได้แล้ว
เที่ยวนี้ไม่มีใครพูดเรื่อง Land Use พื้นที่ธรรมชาติ พื้นที่รองรับน้ำ พืชพรรณซับน้ำ ถนนวงแหวนขวางทางน้ำ บ้านจัดสรร (25 พ.ย.68)

 
ลิ้งก์บทความเดิม เมื่อ 13 ปีที่แล้ว https://shorturl.at/jbf1W
บทความ : แนวทางการวางผังกายภาพเมืองเพื่อลดผลกระทบจากภัยพิบัติตอนที่ 1
โดย ฐาปนา บุณยประวิตร อดีตนายกสมาคมการผังเมืองไทย กรรมการ และเลขานุการกฎบัตรไทย
เพจ สมาคมการผังเมืองไทย เพจ Smart Growth Asia
thapana.asia@gmail.com

 



 
สมาคมการผังเมืองไทย ,กฎบัตรแห่งชาติ, Asia Space Planning

 
(เป็นบทความที่เคยโพสต์ไปเมื่อ 13 ปีที่แล้ว ในบล็อกพันธ์ทิพย์นี้ และใน OKnation ข้อมูลในโอเคเนชั่นหายไปแล้ว) ตอนนี้ (หมายถึงเดือน พ.ย. 68) เกิดมหาวิบัติอุทกภัยใหญ่อีกรอบแล้วในหาดใหญ่ ADMIN เห็นว่าเนื่องจากการวางผัง ออกแบบเมือง มีความสำคัญอย่างมากมายมหาศาล ในการช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติ ถ้ามีการปรับเปลี่ยน ให้ความสำคัญกับแนวทางการวางผัง อย่างจริงจัง เป็นการกลัดกระดุมเม็ดแรกในการแก้ปัญหาให้ถูกต้อง เพราะถ้ากลัดกระดุมเม็ดแรกผิด กระดุมเม็ดต่อไป ก็ผิดหมด )

 
 
 


 

 

บทนำ
ภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่กำลังเกิดขึ้นเป็นต้นเหตุให้เกิดภัยพิบัติหลากหลายชนิด และแนวโน้มจะมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันกลุ่มประเทศตะวันตกได้ตื่นตัวคิดค้นวิธีการแก้ไขปัญหาและพยายามลดสาเหตุของโลกร้อนด้วยการปรับปรุงกายภาพเมืองให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนอกจากนั้นยังได้แสวงหาวิธีการเพิ่มศักยภาพของกายภาพเมืองเพื่อให้มีความสามารถในการปกป้องตัวเองจากภัยพิบัติ สำหรับประเทศไทยและประเทศในกลุ่มอาเซียนแม้จะมีการกล่าวถึงปัญหานี้อยู่มาก แต่ยังมองไม่เห็นความพยายามอย่างจริงจังในการลดสาเหตของปัญหา รวมทั้งยังไม่พบภาพร่างแนวทางที่มีศักยภาพในการปรับปรุงกายภาพเมืองให้รองรับต่อภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นทางเลือกในการปรับปรุงผังกายภาพในการลดผลกระทบจากภัยพิบัติ วันนี้จึงขอนำบางเกณฑ์และบางกลยุทธ์จากแนวคิดการเติบโตอย่างชาญฉลาด (Smart Growth) และแนวคิดลัทธิชุมชนเมืองยุคใหม่ (New Urbanism หรือCNU) แสดงให้เห็นโอกาสในการบรรเทาปัญหาและนำเสนอแนวทางเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องพิจารณาต่อไป
 

ภาพน้ำท่วมกรุงเทพมหานครปี พ.ศ.2554
ที่มา:หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
การปรับปรุงกายภาพเมืองเพื่อลดผลกระทบจากภัยพิบัติ แบ่งเป็น 2 ช่วงคือ ช่วงแรกเป็นการวางแผนการปรับปรุงกายเมืองก่อนการเกิดภัยพิบัติ (Pre-Disaster) และช่วงที่สองการปรับปรุงกายภาพเมืองหลังเกิดภัยพิบัติ (Post-Disaster) โดยแนวทางการปรับปรุงกายภาพก่อนการเกิดภัยพิบัติซึ่งจะกล่าวในบทความตอนที่1 นั้น ประกอบด้วยสาระสำคัญ 4 เรื่องได้แก่
1) การวางแผนยุทธศาสตร์โครงสร้างทางกายภาพ
2) การวางแผนปรับปรุงการใช้ประโยชน์ที่ดิน
3) การสร้างข้อกำหนดกายภาพเมืองตามแนวทาง Form-BasedCode และ
4) การวางแผนด้านที่อยู่อาศัย (U.S. Department of Housing and Urban Development, 2012) รายละเอียดสรุปได้ดังนี้

การวางแผนยุทธศาสตร์โครงสร้างทางกายภาพ
CNU ได้พัฒนา TheTransact ขึ้นเพื่อให้นักผังเมืองแบ่งส่วนประกอบทางภูมิศาสตร์ออกเป็น6 ส่วนโดยกำหนดให้พื้นที่ธรรมชาติ (T1) และพื้นที่เกษตรกรรม(T2) เป็นพื้นที่สงวนรักษาส่วนพื้นที่ตั้งแต่ย่านชานเมือง (T3) พื้นที่พาณิชยกรรมผสมผสานที่อยู่อาศัย (T4) พื้นที่พาณิชยกรรมใจกลางเมือง (T5) และพื้นที่ใจกลางเมือง (T6) เป็นพื้นที่อนุญาตให้พัฒนา ทั้งนี้ความเข้มข้นในการสงวนรักษาและพัฒนาในแต่ละบริเวณขึ้นอยู่กับบริบทของพื้นที่ ส่วนประกอบทางภูมิศาสตร์ที่กล่าวถึงนี้รัฐต้องนำไปเป็นข้อกำหนดในผังเมืองรวมด้วยการกำหนดขอบเขตพื้นที่แต่ละบริเวณให้เด่นชัดห้ามการรุกล้ำพื้นที่ในเขต T1 และ T2 เนื่องจากจะเกิดสภาพขาดความสมดุล สำหรับเกณฑ์การสงวนรักษาพื้นที่ของการเติบโตอย่างชาญฉลาดนั้น ได้กำหนดนโยบายไว้อย่างเด่นชัดในการอนุรักษ์พื้นที่ T1 ตลอดจนการสงวนรักษาและการปรับปรุงฟื้นฟูพื้นที่ T2 ซึ่งเน้นการสร้างระบบการจัดการพื้นที่ธรรมชาติพื้นที่เกษตรกรรม ที่โล่ง แหล่งน้ำ ปาชายเลนหรือชายหาดซึ่งมีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้เพื่อให้พื้นที่คงความอุดมสมบูรณ์เป็นพื้นที่กันชนและสามารถรองรับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

 

ภาพตัวอย่างการแบ่งส่วนประกอบทางภูมิศาสตร์(The Transact) ของชุมชนบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ที่มา: บริษัทพิพิธภัณฑ์เอเซีย จำกัด
 
สำหรับพื้นที่เมืองแม้จะมีบทบาทด้านการอนุรักษ์น้อยกว่าพื้นที่ธรรมชาติและการเกษตรแต่เมืองยังมีภารกิจในการดูแลรักษาโครงข่ายทางธรรมชาติ เช่น แม่น้ำ ลำคลองหรือพื้นที่รองรับน้ำที่ตั้งในเขตเมืองให้มีความสมบูรณ์และเชื่อมต่อกับเส้นสายทางธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญ เมืองควรสร้างระบบการจัดการเพื่อขจัดปัญหาการรุกล้ำซึ่งกันและกันของโครงข่ายทางกายภาพเช่น การรุกล้ำทางน้ำโดยโครงข่ายถนน ทางรถไฟ และสาธารณูปโภค หรือการตั้งถิ่นฐานของประชาชนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
ดังนั้น ยุทธศาสตร์โครงสร้างทางกายภาพที่รัฐต้องระบุในแผนยุทธศาสตร์ จึงได้แก่ 1) การคงความสมบูรณ์ของโครงสร้างทางกายภาพของพื้นที่ทั้งสองบริเวณ 2) การคงความสมบูรณ์ของแหล่งผลิตอาหารและน้ำสะอาดที่ใช้ได้ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤติ 3) การสร้างข้อกำหนดในกฎหมายผังเมืองและกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการปกป้องพื้นที่ธรรมชาติและโครงข่ายให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ตลอดเวลาและ 4) กำหนดให้พื้นที่ทั้งสองเป็นหน่วยสนับสนุนซึ่งกันและกันในภาวะวิกฤติภัยพิบัติ
การวางแผนปรับปรุงการใช้ประโยชน์ที่ดิน
กลยุทธ์การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อบรรเทาภัยพิบัติตามแนวคิดการเติบโตอย่างชาญฉลาด(U.S. EnvironmentalProtection Agency, 2011) มีดังนี้


 

ภาพตัวอย่างผังการใช้ประโยชน์ที่ดินของชุมชนละไมอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ที่มา: บริษัทพิพิธภัณฑ์เอเซีย จำกัด
 
การส่งเสริมความหนาแน่น
แนวคิดทั้งสองมีเกณฑ์สอดคล้องกันในการส่งเสริมให้เกิดความหนาแน่นในเขตเมือง ใจกลางย่านในเขตต่อเมืองและเขตชานเมืองโดยพื้นที่ศูนย์ชุมชนต้องมีกิจกรรมการใช้ประโยชน์ที่เข้มข้นห้ามการกระจัดกระจายของเมืองหรือชุมชนไปยังพื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่ธรรมชาติหรือพื้นที่รองรับน้ำ

 

ภาพการส่งเสริมความหนาแน่นภายในใจกลางย่านธุรกิจของนิวยอร์ค
ที่มา: New York Architecture, 2010
 
การกำหนดขอบเขตเมืองหรือชุมชน
เมืองหรือชุมชนจึงต้องมีขอบเขตที่ชัดเจน สามารถแยกขอบเขตของแต่ละย่านหรือชุมชนออกจากกันได้หรือแยกขอบเขตชุมชนออกจากพื้นที่การเกษตรหรือพื้นที่ธรรมชาติ ในทางทฤษฏีขอบเขตที่เหมาะสมของศูนย์ชุมชนซึ่งจะเกิดความสะดวกในการจัดการภาวะวิกฤติไม่ควรมีเส้นผ่าศูนย์กลางเกินกว่า1กิโลเมตร อย่างไรก็ตามในทางปฎิบัติขอบเขตชุมชนอาจจะขึ้นอยู่กับลักษณะภูมิประเทศหรือความพร้อมของเครื่องมืออุปกรณ์ในการจัดการก็ได้ สำหรับการจัดการในภาวะวิกฤติจะใช้พื้นที่ขอบเขตเมืองหรือชุมชนที่ได้รับการวางผังแล้วเป็นพื้นที่เป้าหมายพื้นที่นอกเหนือจากนี้แม้จะอยู่ในภาวะเสี่ยงก็จะถูกจัดความสำคัญในอันดับรอง

 

ภาพตัวอย่างการกำหนดศูนย์ชุมชนตามแนวทางการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน(Samui TOD)
ที่มา : บริษัทพิพิธภัณฑ์เอเซีย จำกัด
 
การใช้ประโยชน์ที่ดินแบบผสมผสม
ภายในพื้นที่ศูนย์ชุมชนต้องจัดให้มีกิจกรรมการใช้ประโยชน์ที่ดินแบบผสมผสาน โดยมีหน่วยบริการสำคัญๆ เช่น ตลาดสดร้านค้าปลีก สถานีขนส่ง โรงเรียน หรือสถาบันการศึกษา วัด โบสถ์หรือมัสยิดผสมผสานและล้อมรอบด้วยที่พักอาศัย ฯลฯเหตุที่ต้องผสมผสานกิจกรรมเพราะต้องการให้เกิดความคุ้มค่าในการใช้พื้นที่และต้องการให้ศูนย์ชุมชนเป็นหน่วยหนึ่งของเศรษฐกิจที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ในภาวะวิกฤติเป็นสถานที่สร้างงานสร้างรายได้แก่ประชาชน

 

ภาพการใช้ที่ดินแบบผสมผสานของย่านBrooklyn นิวยอร์ค
ที่มา : Brooklyn Daily Eagle, 2010
 
การกระชับกลุ่มอาคารในศูนย์กลางชุมชน
ผังเมืองและข้อกำหนดท้องถิ่นต้องอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารในแนวสูงในลักษณะกลุ่มอาคารได้เพื่อเพิ่มมูลค่าที่ดินและทรัพย์สินทั้งยังก่อให้เกิดความคุ้มค่าในการใช้ที่ดินโดยกลุ่มอาคารดังกล่าวต้องออกแบบให้เชื่อมต่อกันกับพื้นที่สาธารณะ สถานีขนส่ง ตลาด ย่านพาณิชยกรรมและโรงพยาบาลหรือศูนย์สาธารณสุข ฯลฯ กลุ่มอาคารแบบกระชับภายในใจกลางเมืองซึ่งผสมผสานกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการพักอาศัยจะทำให้สมาชิกในชุมชนพึ่งพาตนเองได้ในภาวะวิกฤติ

 

ภาพแสดงการกระชับกลุ่มอาคารและส่งเสริมอาคารแนวสูงบริเวณใจกลางชุมชน
ที่มา: .U.S.EPA, Smart Growth National Award, 2009
 
การสร้างกายภาพทางเดินให้เชื่อมต่อกัน
การเติบโตอย่างชาญฉลาดให้การส่งเสริมการเชื่อมต่อระหว่างอาคารและบล๊อกที่ดินด้วยโครงข่ายทางเดินที่มีความสมบูรณ์ ในภาวะวิกฤติที่ขาดแคลนน้ำมันและไฟฟ้าโครงข่ายทางเดินจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการสัญจรและการเชื่อมต่อกับสถานที่ต่างๆบางแนวคิดการพัฒนาเมืองได้ใช้ความสมบูรณ์ของโครงข่ายทางเดินในเมืองเป็นเครื่องชี้วัดความสำเร็จของการวางผังและเป็นเครื่องบ่งชี้ประสิทธิภาพในการจัดการช่วงภาวะวิกฤติ

 

ภาพทางเดินขนาดใหญ่ (Pedestrian Mall) ถูกวางแผนให้เชื่อมต่อเป็นโครงข่ายในย่านการค้าใจกลางกรุงHelsinki
ที่มา: Distraction, Reflections, 2011
 
การสร้างข้อกำหนดกายภาพเมืองตามแนวทาง Form-Based Code 
รัฐต้องสนับสนุนให้ชุมชนและนักผังเมืองร่วมกันออกแบบกายภาพเมืองและจัดทำข้อกำหนดรายละเอียดการพัฒนากายภาพเมืองหรือForm-Based Code-FBCs ที่ลงลึกถึงประเภท รูปทรงและขนาดของมวลอาคาร ซึ่งนอกจากประชาชนจะมองเห็นภาพร่างทัศนียภาพและสภาพแวดล้อมของชุมชนในอนาคตได้แล้ว นักผังเมืองหรือนักออกแบบชุมชนเมืองยังสามารถนำเอารูปแบบด้านกายภาพไปจัดทำแบบจำลองภาวะวิกฤติกรณีเกิดภัยพิบัติเช่น การทำแบบจำลองสภาวะน้ำท่วม (Flood Simulation) ได้อีกด้วย ซึ่งข้อมูลที่ได้อาจนำไปปรับปรุง FBCs ให้มีความสมบูรณ์สอดคล้องกับการบรรเทาปัญหาภัยพิบัติมากยิ่งขึ้น

 

ภาพจำลองสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงบริสเบลออสเตรเลีย
ที่มา : www.aamgroup.com
 
การวางแผนด้านที่อยู่อาศัย
U.S. Department of Housing and Urban Development ได้กำหนดกลยุทธ์การวางแผนที่อยู่อาศัยก่อนเกิดภัยพิบัติไว้3 ขั้นตอนคือ 1) การเลือกรูปแบบและสถานะของที่อยู่อาศัยได้แก่ การศึกษาเพื่อหารูปแบบบ้าน ประเภทวัสดุและเทคนิคการก่อสร้างที่เหมาะสมกับสภาพของภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 2) การประมาณราคาความสูญเสียของที่อยู่อาศัยได้แก่ การประมาณความเสียหายที่อาจเกิดจากภัยพิบัติซึ่งให้คาดการณ์ตามแบบจำลองที่สร้างขึ้น โดยกำหนดระดับความสูญเสียไว้ 3 ระดับคือ มาก ปานกลาง และน้อย ทั้งนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบในท้องถิ่นต้องเตรียมความพร้อมด้านงบประมาณเพื่อรองรับหากเกิดปัญหาขึ้น 3) ทรัพยากรและระบบการผลิตวัสดุอุปกรณ์หลังภัยพิบัติ ได้แก่การเตรียมการจัดหาวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์หลังภัยพิบัติเหตุที่ต้องศึกษาและจัดเตรียมแนวทางการผลิตวัสดุอุปกรณ์ไว้ก่อนเนื่องจากหากวิกฤติการณ์เกิดขึ้นในวงกว้าง ท้องถิ่นอาจไม่สามารถจัดหาวัสดุและอุปกรณ์มาใช้ได้หรือราคาของวัสดุอุปกรณ์อาจจะสูงกว่างบประมาณที่มีอยู่ ดังนั้น การเตรียมการวางแผนการจัดหาไว้ก่อนจึงมีความจำเป็น

 

ภาพน้ำท่วมที่พักอาศัยบริเวณถนนจรัลสนิทวงศ์กรุงเทพมหานคร ปี พ.ศ.2554
ที่มา : Baan BangAor Coffee, 2554
 
สรุป
แม้การวางผังทางกายภาพเมืองจะไม่สามารถหยุดยั้งความเสียหายทั้งหมดที่เกิดจากภัยพิบัติได้ทั้งหมดแต่การเตรียมการด้านกายภาพไว้ก่อนอาจช่วยบรรเทาและลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้ ในบทความตอนต่อไปจะกล่าวลงลึกในรายละเอียดโดยจะชี้ให้เห็นวิธีการปรับปรุงฟื้นฟูกายภาพจำแนกตามประเภทของภัยพิบัติ ซึ่งจะทำให้ผู้อ่านมีความเข้าใจประโยชน์ที่ได้จากการวางผังทางกายภาพมากยิ่งขึ้น
เอกสารอ้างอิง
U.S. Environmental Protection Agency, Planning for Disaster Debris,Available from;
//www.epa.gov/osw/conserve/rrr/imr/cdm/pubs/disaster.htm, May 13,2012
U.S. Department of Housing and Urban Development, Pre-Disaster Planningfor Permanent Housing Recovery, Available from:www.huduser.org/portal/publications/Pre_DisasterPlanningVol1.pdf., May 13, 2012

 



Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2569
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2569 13:40:22 น. 0 comments
Counter : 930 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณhaiku, คุณnewyorknurse


เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




ภาพอดีต ภาพปัจจุบัน และอนาคต และความเป็นไปของเกาะรัตนโกสินทร์
เล่าเรื่องทริป ที่สุดแสนจะธรรมด๊า ธรรมดา แต่หลายคนอาจมองข้ามไป แต่ในสายตาของนักท่องเที่ยวทั่วโลกแล้ว มัน อเมซิ่ง มากมาย
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.