Group Blog
 
<<
มกราคม 2560
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
10 มกราคม 2560
 
All Blogs
 
ดรุณฆาต : บทที่ 9




หลังจากแดนรวีประกาศกลางร้านอาหารว่าคบหาอยู่กับแรแข ผ่องพรรณก็เรียกทั้งคู่มาพบในห้องทำงาน

“เรื่องที่พูดเมื่อกี้เป็นความจริงหรือเปล่าตาขิง” ผู้นั่งอยู่ตรงโต๊ะทำงานยังสงสัย ขณะคนถูกถามซ่อนความขบขันที่แม่เพื่อนวางท่าราวกับเป็นอาจารย์ฝ่ายปกครองเรียกเด็กเกเรมาพูดคุยถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสม

“จริงครับ”

“จริงหรือเปล่ายายหวาน”

แรแขเงียบครู่หนึ่ง สบตาคนตัวสูงใหญ่ข้างๆ ก็เห็นเขาส่งสายตาเป็นสัญญาณว่าให้ยอมรับ

“จริงค่ะ”

“แล้วเราคบกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมน้าไม่รู้เรื่อง ธรรศก็ไม่เคยบอก” เจ้าของบ้านพยายามจับผิด มองดุเมื่อเพื่อนลูกชายทำหน้าระรื่น

“ก่อนหน้านี้สักเดือนครับ ผมถึงได้มาที่ภูพระยา ส่วนเรื่องธรรศไม่ได้บอกคุณน้า ผมเป็นคนบอกเองว่าอย่าเพิ่งบอกใคร แต่วันนี้พอมีคนเข้าใจหวานผิดๆ ผมเลยต้องบอกเพราะไม่อยากให้ใครด่าว่าหวานเสียหาย” แดนรวีสบตาผ่องพรรณ เอ่ยช้าชัด “และคุณน้าคงไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้นใช่มั้ยครับ”

รู้ว่าเพื่อนลูกชายถามจี้ใจดำไปอย่างนั้น ผ่องพรรณจึงไม่ตอบ แต่ถามกลับเสียงขุ่น

“แล้วเรื่องนังแกรนด์เป็นฝีมือเราใช่มั้ย”

“ใช่ครับ” แดนรวียืดอกยอมรับ “แฟนเค้ามาตอแยแฟนผม ผมก็ต้องบอกเธอสิครับ แต่...” ผู้พูดแสร้งตีสีหน้าสลด “ผมคิดว่าคุณแกรนด์แค่มาตามแฟนกลับ ไม่นึกว่าจะมาอาละวาด”

“ให้จริงเถอะว่าไม่ได้นึก” ผ่องพรรณประชด ปรายตามองลูกเลี้ยงที่วางหน้าเรียบเฉยด้วยความหมั่นไส้

หนอย นึกว่าจะหาทางกำจัดนังหวานออกจากบ้านได้ง่ายๆ แล้วเชียว

ผ่องพรรณนึกถึงแผนการที่นอกจากตั้งใจทำให้ดาริกาเสียหน้า ยังสามารถไล่แรแขออกไปให้พ้นหูพ้นตา รวมถึงคำพูดของอัชฌาที่เคยบอกตนทางโทรศัพท์

“ถ้าคุณน้าช่วยผมคืนดีกับหวานสำเร็จ ผมมีของขวัญให้คุณน้าด้วยนะครับ”

“ของขวัญอะไร”

“ได้ข่าวคุณน้าอยากทำรีสอร์ทกับภรรยาท่านผู้กำกับ แต่ยังขาดเงินทุนอยู่ไม่ใช่หรือครับ ...ถ้าคุณน้าช่วยผมเรื่องนี้ ค่าสินสอดของผมคงช่วยคุณน้าเรื่องรีสอร์ทได้ ดีไม่ดีมันอาจมากพอจนคุณน้าไม่ต้องหุ้นกับใครด้วยซ้ำ แต่เป็นเจ้าของคนเดียว”


ผู้นั่งตรงโต๊ะทำงานเผลอกัดริมฝีปาก แสนเสียดายที่เงินก้อนโตทำท่าจะหายวับ ก่อนความละโมบจะสั่งการว่าอย่าเพิ่งยอมแพ้ มันต้องมีวิธีอื่นที่ทำให้แรแขต้องตกเป็นของอัชฌา ไม่ใช่แดนรวี

และผ่องพรรณก็คิดออก เธอยืดตัวตรง วางมือลงบนโต๊ะทำงาน เอ่ยในฐานะเจ้าของบ้านและยังมีสิทธิ์ในการปกครองแรแข

“เรื่องเธอสองคน น้ายินดีด้วยแล้วกัน”

คำพูดกลับตาลปัตรจากการคาดการณ์ส่งผลให้ผู้ยืนอยู่ทั้งสองคนเลิกคิ้ว รู้สึกไม่ชอบมาพากลกับน้ำเสียงอ่อนหวาน

“ส่วนเรื่องตาขิงช่วยน้องไม่ให้เสียหาย น้าก็ขอขอบใจด้วย”

“แต่” แดนรวีเอ่ยอย่างรู้ทันจึงโดนแม่เพื่อนค้อนใส่

“แต่อย่างที่ขิงบอก น้าเองไม่อยากให้หวานเสียหายด้วยเรื่องแบบนี้อีก เพราะฉะนั้นในเมื่อขิงประกาศเป็นแฟนกับหวานก็ควรย้ายออกไปอยู่ที่อื่นเสีย ไม่งั้นคนจะลือได้ว่าบ้านนี้ยอมให้ผู้ชายมาค้างกับลูกสาว อยู่กันเป็นคู่ผัวตัวเมียทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงาน”

“แต่หวานกับพี่ขิงไม่เคยทำอย่างนั้น และคนในบ้านก็รู้พี่ขิงไม่ได้พักรวมกับใคร” แรแขท้วงเสียงแข็ง

“แล้วคนข้างนอกเค้ารู้มั้ย” ผ่องพรรณไม่พอใจที่ถูกขึ้นเสียง “เธอมันทั้งโง่ ทั้งมองอะไรคับแคบ และยังไม่รู้ตัวอีกว่าตัวเองมีประวัติ”

“ประวัติ? ประวัติอะไรคะ อย่าบอกนะคะว่าคุณน้าหมายถึงเรื่องอัชฌา มันไม่ได้เกี่ยวกันกับเรื่องนี้สักหน่อย”

“โง่จริง ใครว่าประวัติเรื่องนั้น ชั้นหมายถึงประวัติเรื่องแม่เธอเป็นผู้หญิงใจง่ายต่างหาก ไม่เคยได้ยินหรือไงที่เค้าบอกดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ ถ้าแม่เป็นคนใจง่าย คนก็ต้องมองว่าลูกเป็นพวกใจง่าย ยอมนอนกับผู้ชายได้ง่ายๆ เหมือนกัน”

ผ่องพรรณใช้อดีตกรีดลงบนหัวใจลูกเลี้ยง แสดงความสาแก่ใจเมื่อเห็นใบหน้าแดงก่ำ ขณะแดนรวีมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความไม่พอใจแต่ก็ปกปิดความรู้สึกไว้ เขาแตะหลังมือของคนที่กำหมัดแน่น

“คงมีแต่คนใจแคบเท่านั้นที่ใช้อดีตของอีกคนมาตัดสินคนอีกคน” แดนรวีแทรกขึ้นมา ทำเป็นไม่เห็นว่าแม่เพื่อนชักสีหน้า “แต่ยังไง สิ่งที่คุณน้าพูดก็มีส่วนถูก เอาเป็นว่าผมขอเวลาอีกสองสามวันแล้วผมจะย้ายออกจากบ้านหลังนี้เพื่อไม่ให้มีใครว่าหวานได้”

จากนั้นแดนรวีก็ขอตัวออกจากห้องทำงานของผ่องพรรณ เขาดึงมือแรแขมาด้วย โดยต่างฝ่ายต่างเงียบเชียบ จนกระทั่งแดนรวีเป็นฝ่ายเอ่ยก่อนเมื่อถึงบริเวณสวนหน้าบ้าน

“ถ้าอยากชกคนจะชกที่พี่ก็ได้” ชายหนุ่มบอกคนที่ยังกำหมัดอยู่ แรแขเงยมองคนข้างๆ

“จริงเหรอคะ”

“จริงสิ แต่ต้องใช้จมูกชกนะ ชกที่ตรงนี้” คนพูดชี้แก้มตัวเอง ครั้นพอเห็นใบหน้าบึ้งตึงก็ยักไหล่ “ไม่ใช่เวลาตลกสินะ”

แรแขไม่ตอบ สีหน้ายังมีความเคร่งเครียด แดนรวีจึงวางมือลงบนศีรษะหญิงสาว

“พี่ขอโทษ พี่แค่อยากให้หวานยิ้ม”

“วันนี้มีแต่เรื่องหนัก หวานยิ้มไม่ออกหรอกค่ะ”

“พี่รู้ และพี่ไม่บังคับให้หวานยิ้มด้วย เพราะอยู่กับพี่ หวานเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่”

“ตอนนี้หวานอยากร้องไห้ค่ะ”

“ถ้างั้นมาร้องตรงนี้” แดนรวีแตะอกข้างซ้าย

“ที่พูดจายุงบินชุมแบบนี้ เพราะอยากให้หวานยิ้มอีกหรือเปล่าคะ”

แดนรวียิ้มที่แรแขรู้ทัน

“อย่างที่บอก อยู่กับพี่แล้ว หวานอยากทำอะไรก็ทำ จะโกรธ จะโมโห จะร้องไห้ก็ได้ แล้วพี่จะเป็นคนหาวิธีทำให้หวานกลับมายิ้มได้เอง” ดวงตาเข้มสบดวงตาหวาน “แต่พี่เชื่อว่าหวานไม่ร้องไห้หรอก เพราะถ้าจะร้อง หวานคงร้องไห้ตั้งแต่ตอนคุณแกรนด์มาอาละวาดแล้ว แต่นี่หวานของพี่ยังสามารถยืนต่อกรต้านทานคุณแกรนด์กับน้าผ่องได้ ก็สมแล้วกับตำแหน่งหญิงแกร่งที่พี่ให้ฉายาว่าหวาน 4G”

แรแขหลุดหัวเราะออกมาจนได้กับฉายาประหลาดที่อีกฝ่ายตั้งให้ ก่อนนึกอะไรออกจึงตีหน้าขรึม

“จริงหรือเปล่าคะที่พี่บอกหวานจะทำอะไรก็ได้ตอนอยู่กับพี่”

“จริงสิ คนอย่างแดนรวีพูดคำไหนคำนั้น” ชายหนุ่มยืนยัน

“งั้นถ้าหวานจะงอนล่ะคะ”

“หืม?” คิ้วเข้มเลิกขึ้น “หวานงอนพี่เรื่องอะไร”

“ก็เรื่อง...” แรแขย่นจมูก “เรื่องที่พี่ประกาศว่าเราคบกันอยู่”

“อ้าว แล้วไม่จริงหรอกเหรอ หวานยอมรับต่อหน้าน้าผ่องแล้วนี่” แดนรวีเอ่ยหน้าตาย “หรือที่งอนเพราะหวานอายคนในร้าน”

ดวงตาเข้มเป็นประกายวิบวับ แรแขจึงค้อนใส่คนตัวโตแล้วเบือนหน้าหนี

“นั่นเรื่องนึงค่ะ”

“แล้วอีกเรื่อง?”

แรแขหันกลับมาทางคนเจ้าเล่ห์ที่มัดมือชกตนเป็นคนรัก

“หวานนึกว่าตอนพี่ขอหวานเป็นแฟนจะโรแมนติกกว่านี้เสียอีก เพราะงั้น...” หญิงสาวยื่นหน้า เอามือไขว้ไปด้านหลังด้วยท่าทางเหมือนเด็กๆ “พี่ขิงต้องไปหาวิธีมาใหม่ ไม่งั้นหวานจะงอน และไม่รับพี่เป็นแฟนด้วย”

เอ่ยแล้วหญิงสาวก็สะบัดหน้า ก้าวฉับๆ ไปทางร้าน ปล่อยให้แดนรวีเก้อเขินกับวิธีการที่ถูกต่อว่าว่าไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย



ออกจากบ้านดาริกาด้วยความฉุนเฉียว อัชฌาก็ขึ้นรถ ไม่สนใจหญิงสาวที่ตามมาทุบกระจกปึงปัง

“ลงมานะฌา มาคุยกันให้จบเดี๋ยวนี้!”

ดาริกาแผดเสียง แต่เจ้าของรถกลับสตาร์ทเครื่องยนต์ พาพาหนะทะยานออกจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็วราวไม่ไยดีคนข้างหลัง

อัชฌากำพวงมาลัยแน่น คิดถึงความผิดพลาดอย่างมหันต์ที่หันมาคบกับดาริกาแทนที่จะเป็นแรแข ไม่เช่นนั้น ป่านนี้เขาคงแต่งงาน มีชีวิตอย่างสงบสุข ไม่ถูกด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายแบบที่ขนาดเขาเป็นผู้ชายยังรับไม่ได้

พอนึกถึงตรงนี้ ชื่อคนอีกคนก็ปรากฏขึ้นมา อัชฌาขบกรามแน่นที่แผนการต้องล้มเหลวพังไม่เป็นท่าด้วยฝีมือของผู้ที่ประกาศว่ากำลังคบหาฉันคู่รักกับแรแข

ไอ้ชั่วแดนรวี

ความโกรธที่เพิ่งทุเลาลงเล็กน้อยจึงปะทุรุนแรงอีกรอบ อัชฌาคิดว่าถ้าไม่ใช่เพราะแดนรวีเข้ามาแทรกกลาง แรแขอาจใจอ่อนยอมคืนดีกับเขาแล้วก็ได้ ชายหนุ่มจึงรู้สึกเสียหน้า เสียศักดิ์ศรีที่ถูกคนที่ไม่มีอะไรเหนือกว่า หนำซ้ำยังตกอับหยามหน้า

เสียงโทรศัพท์ปลุกอัชฌาออกจากโทสะ ชายหนุ่มกดรับ และแทบอยากเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งเมื่อถูกตวาด

“แกไปก่อเรื่องอะไรมาฮึไอ้ฌา!” ทัศนัยตวาดลูกชายเสียงลั่นหลังจากดาริกาโทรศัพท์ฟ้องว่าเกิดอะไรขึ้นที่ร้านครัวผ่องพรรณ

“พ่อโทรมาเพราะรู้แล้วไม่ใช่เหรอ” อัชฌาส่งเสียงดังไม่แพ้กัน ผู้เป็นพ่อจึงยิ่งโมโห

“โง่ โง่ที่สุด ทำไมแกมันโง่อย่างนี้ พ่อบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าไปยุ่งกับเด็กหวานนั่นอีก”

“ก็ผมรักหวาน”

“แล้วเค้ายังรักแกหรือเปล่า”

คำพูดทัศนัยทำลูกชายสะอึก

“พ่อขอสั่งให้แกเลิกยุ่งกับเด็กนั่น ห้ามไม่ให้ไปร้านครัวผ่องพรรณอีก และแกต้องไปง้อหนูแกรนด์”

“ผมไม่ง้อ และผมจะเลิกกับแกรนด์ด้วย” อัชฌาประกาศ “ผมทนไม่ไหวแล้วนะพ่อ รู้มั้ยวันนี้แกรนด์ทำอะไรกับผมบ้าง” ผู้พูดมองรอยขีดข่วนตรงแขน

“ฉันไม่สน” อดีตเจ้าพ่อที่ผันตัวกลายเป็นนักการเมืองท้องถิ่นเอ่ยเสียงเย็นกับลูกชายคนเดียว “แกต้องทำตามที่พ่อสั่ง แกต้องแต่งงานกับแกรนด์เพื่อผลประโยชน์ของครอบครัวเรา”

“แต่ผมไม่ได้รักแกรนด์แล้ว”

“ฉันบอกแล้วไงว่าไม่สน แล้วแกหัดทำตัวให้ฉลาดสมกับเป็นลูกฉันหน่อย ไม่ใช่มัวทำอะไรโง่ๆ ตามใจเหมือนทุกครั้ง และถึงฉันจะเคยยอมให้แกทำเรื่องโง่หลายเรื่องโดยไม่เคยว่า แต่เรื่องนี้ฉันจะไม่ยอม” ทัศนัยหมายถึงธุรกิจต่างๆ ที่ลูกชายคนเดียวเคยขอทำแต่ทั้งหมดก็ล้มเหลว “จำไว้ ฉันไม่สนความรัก ฉันสนแต่เรื่องธุรกิจกับอำนาจ และผู้หญิงคนนี้ก็ให้ฉันกับแกได้ทั้งสองอย่าง เพราะฉะนั้นหัวเด็ดตีนขาดยังไง แกก็ต้องแต่งงานกับแกรนด์!”

ทัศนัยสั่ง วางสายโดยไม่รอคำตอบรับหรือปฏิเสธ ขณะอัชฌาตะโกนระบายความแค้นด้วยถ้อยคำหยาบคายไม่ต่างจากที่โดนดาริกาด่าทอสักครู่

จนกระทั่งพ้นตำบลผารังษีก็มีโทรศัพท์เข้ามาอีกสาย ในตอนแรกอัชฌาจะไม่รับ แต่พอเห็นชื่อผู้โทรว่าเป็นผ่องพรรณก็เปลี่ยนใจ และพอได้ฟังเรื่องราวที่อีกฝ่ายถ่ายทอด อารมณ์ที่ร้อนดั่งไฟก็เย็นลง

อัชฌาวางสาย พอใจกับแผนการที่จะได้เขี่ยดาริกาและแดนรวีออกไปให้พ้นเส้นทาง





คลิกเพื่อเลือกบทที่ต้องการอ่าน
บทที่ 1 / บทที่ 2 / บทที่ 3 / บทที่ 4 / บทที่ 5 / บทที่ 6 / บทที่ 7 / บทที่ 8 / บทที่ 9 / บทที่ 10 / บทที่ 11


---------------

ตอนนี้ที่ Fanpage ชมบุหลัน กำลังแจกนิยายเรื่องมนตร์กาลบันดาลรักอยู่ค่ะ
ถ้าสนใจไปร่วมสนุกตอบคำถามกันได้นะคะ หมดเขตวันพรุ่งนี้ค่า





Create Date : 10 มกราคม 2560
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2560 20:59:00 น. 2 comments
Counter : 506 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
พี่หมูน้อย : โห...มีทริปยาวถึงธันวาปีนี้แล้วเหรอเนี่ย (หันมามองตัวเอง ไม่มีแผนซักกะอย่าง อิจฉาพี่เบาๆ)


โดย: ชมบุหลัน (ratta ) วันที่: 10 มกราคม 2560 เวลา:12:59:24 น.  

 
หืมมมมม

งานไม่มีแนวโน้มว่าเสร็จ สงสัยจะไปกรีซไม่ทันล่ะม้างงงงงงงงง

หา data ลำบากมาเลย เบื่อออออออออ



โดย: พี่หมูน้อย IP: 171.4.113.61 วันที่: 14 มกราคม 2560 เวลา:16:37:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
ratta
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




บล็อกนี้ไม่รับทิปนะคะ

สวัสดีค่ะ :)
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++
จะไม่ค่อยเข้า Bloggang เท่าไหร่ หากต้องการติดต่อ พูดคุยกันได้ที่ Facebook 'ชมบุหลัน' นะ

ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดของ Blog นี้ไปเผยแพร่หรือใช้ทุกกรณี จนกว่าจะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก ratta (รัตตะ) ก่อนนะจ๊ะ

ผลงานนิยาย รางรักพรางใจ อุ่นรักฉบับอนุบาล อุบัติร้ายอุบัติรัก แปลงใจสีคราม ใยกัลยา มีแค่รัก รักของมิถุนา มนตร์กาลบันดาลรัก ดรุณฆาต

Friends' blogs
[Add ratta's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.