HONEY MOON
space
space
space
 
พฤศจิกายน 2558
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
space
space
4 พฤศจิกายน 2558
space
space
space

สองหัวใจนี้เพื่อเธอ ตอนที่ 1


บรรยากาศงานบุญประจำปีของวัดในอดีต มีการออกร้านขายของ ชาวบ้านเดินเที่ยวขวักไขว่ เสียงแม่ค้าและลูกค้าเซ็งแซ่ เด็กๆวิ่งไล่กันเจี๊ยวจ๊าว

แก้ว...หญิงสาวสวยผมทรงดอกกระทุ่ม นุ่งโจงห่มสไบ มีสาวใช้เดินตามกำลังเลือกซื้อผ้า...ขุนวรงค์ยืนมองมาอย่างชื่นชอบ

ในปัจจุบัน ธรรณธรชายหนุ่มผู้บริหารกิจการเฟอร์นิเจอร์นำเข้า บริษัทนูโวทีเฟอร์นิเจอร์กำลังโมโหทะนง...หัวหน้าฝ่ายขายซึ่งเป็นญาติห่างๆข้อหายักยอกเงินบริษัท ธรรณธรทุบโต๊ะปัง ไฟในห้องกะพริบๆ โวยว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรก ตนจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีก ยื่นคำขาดให้เขาลาออก กรรมการบางคนไม่เห็นด้วย อ้างว่าหลักฐานยังไม่ยืนยันว่าเป็นความผิดของทะนง

“แล้วต้องรอให้มันโกงจนบริษัทล้มละลายก่อนรึไง ถึงจะเอาผิดได้” ธรรณธร
ใส่อารมณ์มากขึ้น ไฟในห้องประชุมถึงกับระเบิดดับทั้งห้อง ทุกคนตกใจ บางคนยกแฟ้มขึ้นบังหัว ทะนง ขออธิบาย แต่ธรรณธรไม่ฟังเดินออกจากห้องประชุม พนักงานที่เห็นรีบก้มหน้าหลบเพราะรู้ดีว่าเจ้านายเป็นคนอารมณ์แรงแต่ไม่มีใครคาดคิดว่า เพราะพลังอารมณ์ของเขาทำให้ไฟระเบิดและดับ

ทะนงเจ็บปวดเสียใจถึงกับเอาน้ำในแก้วราดตัวแล้ววิ่งไปกระชากสายไฟที่ห้อยหมายจะฆ่าตัวตาย กรรมการที่อยู่ต้องช่วยกันห้าม ทะนงรำพันว่าตนทำงานที่นี่มานาน เคยช่วยชีวิตธรรณธรไว้แต่เขากลับทำกับตนแบบนี้ กรรมการทั้งสองช่วยกันปลอบใจ

ในขณะเดียวกัน ธรรณธรรู้สึกปวดหัวอยู่ในห้องทำงาน เขาเอนตัวหลับตาให้ผ่อนคลายแต่กลับเหมือน

เห็นภาพบางอย่าง...เป็นภาพเรือนไทย เห็นแก้วกำลังนั่งร้อยพวงมาลัย คุยยิ้มแย้มกับบ่าว...เขาลืมตาพรวดขึ้นอย่างรู้สึกมึนๆ รีบกดโทรศัพท์นัดเพื่อนที่เป็นหมอมาเจอกัน

“จะปรึกษาเรื่องนางในฝันอีกแล้วเหรอ” กฤตดักคอ

“ช่วงนี้เห็นถี่จริงๆ ฉันเป็นอะไรกันแน่”

“แล้วมาปรึกษาฉันแกจะได้อะไร ฉันว่าอาการ แกน่าจะไปหาหมอโรคหัวใจ...รักหญิงในจินตนาการ” กฤตเย้าขำๆ

ธรรณธรโวยอย่าพูดมากให้เจอกันที่บ้านเย็นนี้ จากนั้นเขาก็หลับตาลงเพราะยังรู้สึกมึนๆแล้วเขาก็ผล็อยหลับไปจนพลบค่ำ...เวลานั้นกฤตนั่งรออยู่ที่บ้าน มีอนิมาน้องสาวธรรณธรที่ชื่นชมกฤตมาตั้งแต่เด็ก คอยเอาอกเอาใจเกาะแจไม่ห่าง มีจันทร์แม่บ้านจัดเตรียมอาหารต้อนรับ

อนิมาเห็นว่ามืดแล้วพี่ชายยังไม่กลับมาจึงโทร.ตาม ธรรณธรสะดุ้งตื่นรีบบอกน้องสาวว่าตนเผลอหลับจะรีบกลับเดี๋ยวนี้ อนิมาขู่ถ้าภายในครึ่งชั่วโมงยังไม่ถึงจะชวนกฤตออกไปเที่ยว

“เราก็เที่ยวให้มันน้อยๆหน่อย เห็นพี่ปล่อยก็เอาใหญ่เชียวนะ...บอกไอ้หมอให้มันรอพี่ก่อน กำลังไป” ธรรณธรเอ็ดแล้วรีบออกจากห้องทำงาน


หน้าบ้านหน่วยกู้ภัย ใหญ่ ปู่ ต๋องและแมค ต่างอยู่ในชุดกู้ภัยเดินมาขึ้นรถเตรียมออกปฏิบัติงาน ทั้งสี่ เป็นคนสนุกสนานเฮฮากันตลอดเวลา พวกเขาจะต้องมาแวะรับกรณ์และเกวลิน สองพี่น้องที่ร่วมเป็นอาสาสมัครกู้ภัยรวมใจมิตร ทั้งทีมมีเกวลินเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว

เนื่องด้วยพ่อและแม่ของกรณ์เกษียณแล้ว ทั้งสองรักธรรมชาติจึงย้ายไปเป็นชาวสวนที่ต่างจังหวัด ปล่อยให้กรณ์ดูแลน้อง เขาเป็นคนที่หวงน้องสาวมาก จึงต้องพาน้องออกไปทำงานด้วยเพื่อให้น้องกล้าแกร่งไม่แพ้ผู้ชาย ทุกคนจึงช่วยกันดูแลเกวลิน โดยเฉพาะปู่เพื่อนร่วมแก๊งที่เฝ้ารักและรับใช้เธอมาตลอด

และแล้วก็มีอุบัติเหตุบนท้องถนน ทำให้รถติดยาวเหยียด รถกู้ภัยเข้าไม่ถึง ใหญ่จึงบอกให้ลงรถขนอุปกรณ์ช่วยชีวิตวิ่งฝ่าไป รถธรรณธรติดอยู่บนถนน เกวลินวิ่งมาเฉี่ยวกระจกมองข้างรถเขา เธอหันมาก้มหัวขอโทษแล้ววิ่งต่อไป ทันทีที่ธรรณธรเห็นหน้าเกวลินเพียงเสี้ยววินาที เขารู้สึกคุ้นหน้าเธออย่างมาก จึงเปิดประตูรถวิ่งตาม

อุบัติเหตุที่เกิดอยู่กลางสี่แยก มอเตอร์ไซค์เด็กแว้นมุดอยู่ใต้รถตู้ พวกเกวลินช่วยกันนำร่างเด็กแว้นออกมาจากใต้ท้องรถและพยายามปั๊มหัวใจเขาก่อนจะนำส่งโรงพยาบาล ธรรณธรวิ่งมายืนมองการทำงานของเกวลินราวถูกมนต์สะกด เขาเดินเข้าไปหาเธออย่างไม่รู้สึกตัว ภาพที่เห็นติดๆดับๆทำให้เขาต้องกะพริบตาถี่ๆ เสียงเกวลินขอทาง พวกหน่วยกู้ภัยดันธรรณธรให้หลบ

เวลาผ่านไปร่วมสองชั่วโมง อนิมาหงุดหงิดเป็นห่วงพี่ชายพยายามโทร.หาก็ไม่รับสาย ใช้มือถือคนในบ้านโทร.ก็ไม่ได้ผล จึงคิดจะออกไปตาม แต่กฤตขอให้รออีกสักพัก

หลังจากพวกเกวลินส่งคนเจ็บที่โรงพยาบาลเรียบร้อย ก็หาร้านกินข้าว ปู่คอยตักกับข้าวให้เกวลิน...

กรณ์ ต๋องและใหญ่คุยกันถึงความประมาทของคนเจ็บ ไม่สวมหมวกกันน็อกทำให้ปางตาย ปู่เหลือบตามองไปเก้าอี้ที่ว่าง ทำหน้าสยองๆ ทุกคนขยาดเพราะรู้ว่าปู่จะเป็นคนเดียวที่มองเห็นวิญญาณ ทุกคนถามปู่ว่าใช่เด็กแว้นไหม ปู่พยักหน้าแสดงว่าคนเจ็บเมื่อครู่เสียชีวิต

กรณ์ตัดบทให้ทุกคนเลิกกลัวเพราะพวกเราทำดีที่สุดแล้ว...กรณ์มีอาชีพเสริมคือร้องเพลงตามร้านอาหาร จึงฝากใหญ่ส่งเกวลินกลับบ้านด้วยและสั่งปู่ให้เลิกจีบน้องตนเสียที

รถกู้ภัยจอดส่งเกวลินหน้าบ้าน เธอกระโดดลงจากรถอย่างกระฉับกระเฉงโบกมือลาทุกคนแล้วเดินเข้าบ้าน พอปิดประตูรั้วก็รู้สึกเหมือนมีใครมองอยู่ จึงรีบหันกลับมาดูแต่ไม่เห็นใคร

ในขณะเดียวกัน อนิมาไม่รออีกต่อไปจะออกไปตามหาธรรณธร เพราะกลัวอาการเขากำเริบ บัวลอย เด็กรับใช้ในบ้านแปลกใจกระซิบถามป้าจันทร์ว่าธรรณธรเป็นโรคอะไร จันทร์เอ็ดให้เลิกสอดรู้สอดเห็น บัวลอย หน้าคว่ำ

หลังจากเกวลินอาบน้ำเปลี่ยนชุดนอนเตรียมตัวจะเข้านอน ได้ยินเสียงสุนัขเห่าไม่หยุดและมีเสียงของตก ก็สงสัยจะเป็นขโมยขึ้นบ้าน เธอคว้ามือถือและไม้เบสบอลเดินออกไปถึงสนามหน้าบ้าน มองรอบบ้านไม่เห็นใครจึงเดินไปขยับกลอนประตูรั้วให้แน่ใจ พอหันหลับมาก็ต้องตกใจ เพราะธรรณธรในสภาพสะบักสะบอมสวมเสื้อกล้ามเดินเข้ามาเซจะล้ม

หญิงสาวตกใจทิ้งไม้รับร่างเขาไว้ “เฮ้ย! อะไรกันเนี่ย นายไปโดนอะไรมา จะตายไหม!”

เกวลินวางเขาลงกับพื้นเห็นตามเนื้อตัวเป็นแผล จึงอังที่จมูกพบว่ายังไม่ตาย ก็พยายามแบกลากเข้ามานอนในบ้าน แล้วโทรศัพท์ตามปู่ให้มาช่วย จากนั้นก็หยุดมองหน้าชายหนุ่มชัดๆ

“ใครว้า...หน้าคุ้นๆ” ธรรณธรค่อยๆลืมตา เกวลินยิงคำถาม “ฟื้นแล้วเหรอ นายเป็นใคร ไปถูกใครตีมา แล้วมาอยู่นี่ได้ยังไง แล้วนายเป็นคนดีหรือคนร้าย...ว่าไงล่ะ”

ธรรณธรมองเกวลินด้วยสายตาของความรักลึกซึ้งที่โหยหามาร้อยกว่าปี เขาพึมพำเรียกเธอ...คุณแก้ว...

เกวลินกลับเข้าใจว่าเขาชื่อแก้ว ธรรณธรส่ายหน้าชี้ไปที่เกวลิน “คุณแก้ว...”

“ไม่ใช่ ฉันชื่อเกวลิน ฉันก็เพิ่งเคยเห็นนาย แล้วฉันก็ไม่รู้จักนาย นายจำคนผิดแล้ว”

ทั้งสองมองหน้ากันอย่างงงๆ ทันใดนั้นธรรณธรทำท่าเจ็บแปลบเหมือนถูกทุบกลางหลัง เกวลินตกใจถามเป็นอะไร พลันท่อนแขนเขาก็เกิดแผลราวถูกมีดบาด เขาร้องลั่น เกวลินตาค้างมือถือหล่นชี้มือออกไป “แขนนาย! แผล! แผลมาได้ยังไง...รอตรงนี้ก่อนเดี๋ยวจะทำแผลให้”

เกวลินวิ่งไปหากล่องยาอย่างประหลาดใจว่าเกิดอะไรขึ้น พอออกมาปรากฏว่าแผลที่แขนธรรณธรหายไป เธอยิ่งตกตะลึง กล่องยาร่วงจากมือถอยกรูดชนกำแพง

“นี่นายเป็นคนหรือผีกันแน่!”

ธรรณธรมีท่าทางอ่อนเพลียหลับตาตอบไม่ไหว เกวลินงงทำอะไรไม่ถูก....ด้านอนิมากับกฤตขับรถตามหาธรรณธร จนเข้ามาในซอยบ้านเกวลินและขับรถผ่านบ้านเธอไป

เกวลินยังหวาดกลัวว่าธรรณธรเป็นคนหรือผี พยายามรักษาระยะห่าง ซักถามว่าเขาชื่ออะไร ธรรณธรตอบว่าตนชื่อเมฆ...เกวลินถามอีกว่าเขาไปโดนอะไรมา เขาส่ายหน้า เธอถอนใจ

“ไม่เป็นไร...แล้วนายรู้ไหม ทำไมอยู่ๆนายถึงมาโผล่บ้านฉัน” เห็นธรรณธรส่ายหน้าอีก จึงตั้งคำถามใหม่ “เอาล่ะ...นายอาจจะต้องใช้เวลา เอางี้...นายหิวน้ำไหม เดี๋ยวฉันไปเอามาให้”

เกวลินไม่ให้ธรรณธรขยับไปไหน รีบไปเอาน้ำมาเทใส่แก้ววางให้ เขาดื่มรวดเดียวหมดแก้ว พยายามตั้งสติมองไปรอบบ้าน แล้วเกิดความกลัวเพราะเห็นทุกอย่างแปลกตา ไม่ว่าจะเป็นทีวี ตู้เย็น โทรศัพท์และอีกหลายอย่าง พอโทรศัพท์ดังขึ้นเขาก็ร้องจ๊าก กระโดดหนี...ใหญ่ ปู่ ต๋องและแมคเดินเข้ามาพอดี ทุกคนจ้องมองธรรณธรเป็นตาเดียว ต่างฝ่ายต่างกลัวและพร้อมสู้ ใหญ่จะให้จับธรรณธรไว้ เกวลินห้าม ให้ ค่อยๆคุยกันดีๆ ธรรณธรรีบมาหลบหลังเธอ

เมื่อธรรณธรในความรู้สึกที่เป็นเมฆคลายความหวาดกลัวลง ปู่ก็เข้าค้นตัวเขาว่ามีอาวุธหรือเข้ามาขโมยของอะไรหรือเปล่า เกวลินเอ่ยปากขอโทษที่พวกตนต้องระวังตัวไว้ก่อน...เมื่อทุกคนซักไซ้แต่ธรรณธรส่ายหน้าลูกเดียว ใหญ่เสนอให้พาส่งตำรวจเผื่อญาติพี่น้องเขาตามหา

แต่พอมาถึงสถานีตำรวจ ธรรณธรไม่ยอมอยู่รอญาติ เกาะเกวลินแจจนปู่หมั่นไส้ไม่พอใจ ด้านอนิมากับกฤตได้รับแจ้งจากตำรวจว่าพบรถธรรณธรจอดอยู่กลางถนนจึงลากมาไว้ที่สถานี มือถือเขาก็อยู่ในรถ อนิมาร้อนใจกลัวพี่ชายเป็นอะไรไป


เกวลินกับปู่เดินออกมาหน้าโรงพัก ปู่ข้องใจทำไมธรรณธรถึงเรียกเธอว่าแก้ว เกวลินคิดว่าเขาคงสมองเพี้ยนจากการถูกตีมา ไม่ทันไรเสียงธรรณธรเรียกแก้ว แล้ววิ่งตามมา ตำรวจมาบอกว่าเขาอาละวาดจะตามเธอกลับบ้าน เกวลินรู้สึกสงสาร ตัดสินใจพาเขากลับไปใหม่

ปู่หงุดหงิดไม่พอใจ เดินถือถุงน้ำเต้าหู้กลับมาฝากคนอื่นๆที่บ้าน กลับมาถึงเห็นทั้งใหญ่ ต๋องและแมค นอนหลับเอกเขนกบนโซฟา เกวลินให้ธรรณธรนั่งรอตนจะไปเทน้ำเต้าหู้มาให้ ปู่วิ่งตามไปช่วย ระหว่างนั้น ต๋องตื่นขึ้นมาเจอธรรณธรก็ตกใจโวยวาย เขาหวาดกลัวถอยไปตั้งหลัก ใหญ่กับแมคตื่นมาคิดว่าต๋องจะโดนทำร้าย เกวลินเดินถือน้ำเต้าหู้กลับออกมาร้องถาม

“เมฆ! ไปทำอะไรเขาอีก”

ธรรณธรส่ายหน้าดิก ใหญ่โวยเอากลับมาอีกทำไม เกวลินบอกเขาไม่ยอมอยู่ที่โรงพัก เลยพากลับมา แล้วตัดบทชวนทุกคนกินน้ำเต้าหู้รวมทั้งธรรณธรด้วย ท่าทางเขายังหวาดกลัวทุกคน ต๋องเตือนขึ้นว่าถ้ากรณ์กลับมาเจอเป็นเรื่องแน่ เกวลินจึงคิดฝากธรรณธรไปอยู่บ้านพวกใหญ่แต่เขาไม่ยอมไป ไม่ทันไรเสียงมอเตอร์ไซค์ของกรณ์ดังเข้ามาในบ้าน ทุกคนลุกพรวด ใหญ่เสนอ

“เดี๋ยวพวกฉันไปถ่วงเวลาให้ก่อนนะ เกวเอามันไปซ่อนก่อน”

เกวลินเอาถ้วยน้ำเต้าหู้จากธรรณธรวางไว้บนโต๊ะแล้วลากเขาขึ้นชั้นบน ใหญ่ ต๋องและแมคออกไปรับหน้ากรณ์ แต่ด้วยท่าทีมีพิรุธของทุกคนทำให้กรณ์แปลกใจ กรณ์เหนื่อยขอตัวเข้าห้องน้ำ ทุกคนเปิดทางให้เขาเข้าบ้าน แต่กรณ์ทำท่าจะก้าวขึ้นชั้นบนทุกคนร้องถามทำไมไม่เข้าห้องน้ำข้างล่าง กรณ์ตอบว่าอยากอาบน้ำด้วย พอดีเกวลินกับปู่เดินลงมา กรณ์โวยปู่ขึ้นไปทำอะไรข้างบน ปู่อึกอักๆก่อนจะตอบว่าขึ้นไปตีแมลงสาบ เกวลินรีบสำทับว่าตนให้ขึ้นมาช่วยเอง กรณ์ยิ่งแปลกใจ “คนอย่างแกเนี่ยนะกลัวแมลงสาบ ทุกทีเห็นใช้มือเปล่าจับโยนทิ้ง”

“เอ่อ...ก็ตัวนี้มันตัวใหญ่อะ ทำไมฉันเป็นผู้หญิงนะ จะกลัวแมลงสาบไม่ได้เลยรึไง”

กรณ์งงแต่ไม่อยากใส่ใจจึงเดินเลยขึ้นข้างบน ใหญ่กระซิบถามว่าเรียบร้อยไหม เกวลินพยักหน้าตอบว่าซ่อนไว้ในห้องน้ำ ต๋องรีบแทรกว่ากรณ์จะเข้าห้องน้ำ พลันเสียงกรณ์ร้องเฮ้ย! ทุกคนรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำชั้นบน เกวลินละล่ำละลัก

“พี่กรณ์อย่าทำอะไรเขานะ ออกมาก่อนฉันจะอธิบายให้ฟัง พี่กรณ์...พี่กรณ์”

กรณ์เปิดประตูห้องน้ำออกมา เกวลินวิ่งสวนเข้าไปดูแล้วแปลกใจที่ไม่เห็นธรรณธร กรณ์ถามว่าหาอะไร

เกวลินอึกอักย้อนถามพี่ร้องทำไม กรณ์บอกว่าผ้าเช็ดตัวหาย ลืมไปว่าเอาไปตากที่ระเบียง แล้วถามทุกคนขึ้นมาทำอะไร และไม่ให้ทำอะไรใคร เกวลินแก้ตัวว่า

“อ๋อ แมลงสาบไง มันมีอีกตัวนึงอย่าไปตีมันนะ สงสารมัน”

“แล้วที่ไอ้ปู่ตีไม่สงสารเหรอ” กรณ์ย้อนถาม

“ตัวนั้นมันนิสัยไม่ดี ต้องตี แต่อีกตัวนิสัยดี ห้ามตี...เอ...แต่มันไปไหนแล้วไม่รู้ คงมุดท่อไปแล้วมั้ง”

กรณ์มองหน้าน้องสาวถามเมากันมาหรือเปล่า วันนี้ดูพูดเพี้ยนๆ ปู่หัวเราะกลบเกลื่อน บอกพวกเราเป็นคนตลก เกวลินครุ่นคิดว่าธรรณธรหายไปไหนไม่ทันไร เขาแง้มประตูห้องนอนเธอโผล่หน้าออกมา ทุกคนร้องเฮ้ย! กรณ์หันมาถามเป็นอะไรกัน ใหญ่รีบบอกว่าไม่เป็นอะไรแค่จะกลับแล้วดันน้องๆให้ลงข้างล่าง เกวลินฝากล็อกบ้านให้ด้วย ปู่ลังเลเป็นห่วง เกวลินย้ำ

“กลับกันไปก่อนเหอะเดี๋ยวฉันจัดการเอง ไม่งั้นถูกจับได้แน่”

“จะดีเหรอเกว มันยิ่งบ้าๆบอๆอยู่ด้วย”

“เอาน่า ฉันจัดการได้ เดี๋ยวฉันเอาไปซ่อนเอง”

ต๋องอาสาจะอยู่ช่วย ปู่ลากคอต๋องตอกหน้าว่าเขาน่ากลัวกว่า ใหญ่เตือนให้เกวลินระวังตัวแล้วพาทุกคนกลับไป เกวลินรีบผลุบเข้าห้อง เรียกเบาๆ “เมฆ...นายเมฆ...”

ธรรณธรยืนอยู่หลังประตู เกวลินหันมาตกใจ แล้วถอนใจบ่นจะเอาเขาไปซ่อนที่ไหนดี เธอย้ำให้เขาอยู่เงียบๆห้ามส่งเสียง เขาพยักหน้าหงึกๆ ทันใดกรณ์เคาะประตูเรียก เกวลินสะดุ้งรีบห้ามอย่าเพิ่งเปิดเข้ามาตนโป๊อยู่ แล้วลนลานหาที่ซ่อนตัวธรรณธร สุดท้ายลากไปอยู่ใต้เตียงดึงผ้าคลุมลงมาปิดไว้ แล้วถึงบอกให้กรณ์เข้ามาได้ กรณ์ชูแมลงสาบถามใช่ตัวนี้หรือเปล่าที่นิสัยดี เกวลินพยักพเยิดใช่ กรณ์ถามจะเลี้ยงไว้ไหม เธอบอกให้ใส่ชักโครกกดไปเลย

“อ้าว...ไม่สงสารแล้วเหรอ”

“ไม่แล้ว พี่รีบออกไปเหอะ ฉันง่วง แล้วล็อกห้องให้ด้วย”

กรณ์งงกับท่าทางของน้องสาวมาก...พอกรณ์กลับออกไป เกวลินเรียก “นายเมฆ คืนนี้นายนอนตรงนี้แหละ ห้ามออกไปไหน...นายเมฆ”

ไม่มีเสียงตอบ เกวลินจึงก้มลงไปมอง จังหวะนั้นธรรณธรยื่นหน้าออกมา ทั้งสองประจันหน้ากันระยะใกล้ เกวลินผวาดันตัวขึ้น ทำให้ลื่นไถลตกลงมาอยู่ในอ้อมกอดธรรณธร ขาชี้โด่เด่...ภาพอดีตผุดขึ้น เห็นคนไล่ฟันเมฆ...เกวลินตกใจดันตัวออกมองหน้าธรรณธรด้วยความงุนงง เกวลินขึ้นเตียงนอน ธรรณธรขยับเข้านอนใต้เตียง ต่างคนต่างครุ่นคิดงงๆ



เช้าวันใหม่ ยุ้ยน้องสาวใหญ่กำลังทำข้าวต้มหอมฟุ้งอยู่ในครัว ใหญ่ตื่นมาขอกินแต่ยุ้ยไม่ให้บอกว่าทำให้กรณ์ ใหญ่หงุดหงิดที่น้องสาวหลงกรณ์อยู่ได้ทั้งที่เขาไม่ได้สนใจตัวเลย ปู่ตื่นมาบอกใหญ่ให้ไปบ้านเกวลินกัน อ้างเป็นห่วงว่าเมฆจะทำร้ายเธอ ยุ้ยแปลกใจว่าใครคือเมฆ

พอยุ้ยฟังเรื่องราวทั้งหมดก็อยากเห็นหน้าเมฆว่าจะหล่อกว่ากรณ์ไหม เธอรีบยกหม้อข้าวต้มมาที่บ้านกรณ์แต่เช้า กรณ์งัวเงียมาเปิดประตูรับ ยุ้ยรีบขอขึ้นไปปลุกเกวลินเอง กรณ์มองโต๊ะที่ห้องโถงเห็นถ้วยน้ำเต้าหู้วางเกลื่อน นับดูมันเกินจำนวนคนก็เอะใจ มีใครมาบ้านเมื่อคืน

ยุ้ยใช้หัวโขกประตูตึงๆเพราะมือถือหม้อข้าวต้ม เกวลินงัวเงียลุกมาเปิดประตูบ่นกวนทำไมแต่เช้า พลันเห็นกรณ์ยืนอยู่ข้างหลังยุ้ยก็ตาโพลงจะปิดประตู กรณ์ดันไว้ถามทันทีว่าเมื่อคืนใครมาบ้าน เธอปฏิเสธไม่มีใครนอกจากพวกใหญ่ ยุ้ยตัวลีบรู้สึกผิดเกือบทำความลับแตก กรณ์เดินมองรอบห้อง เกวลินค่อยๆดึงผ้าลงมาปิดใต้เตียงไว้โดยไม่ได้สังเกตว่าธรรณธรไม่อยู่แล้ว

ปรากฏว่าธรรณธรกำลังแต่งตัวสุดเนี้ยบอยู่ที่บ้าน อนิมาเข้ามาบ่น “ตกลงจะบอกนิได้รึยัง ว่าพี่ไปนอนที่ไหนมา ถึงได้กลับมาตอนเช้าเนี่ย แล้วพี่ธรรณคิดยังไงถึงจอดรถทิ้งไว้กลางถนน กุญแจก็เสียบคาไว้ โทรศัพท์ก็ไม่เอาไป ติดต่อก็ไม่ได้ทำไมทำตัวเหลวไหลอย่างนี้ รู้ไหมว่านิกับพี่กฤตตามหากันให้วุ่นทั้งคืน ไม่ได้หลับได้นอน”

ธรรณธรคว้ามือถือจากมืออนิมาแล้วเดินไปหยิบกุญแจรถถามเพียงว่าชาร์จแบตหรือยัง อนิมาตอบว่าชาร์จแล้ว เขาก็หยิบเสื้อสูทเดินออกจากห้อง อนิมาหน้าเหวอมองตามเคืองๆ

เมื่อพี่ชายไม่ตอบสักคำถาม อนิมาจึงตามติดถึง บริษัท “ถ้าพี่ธรรณไม่บอกนิ นิจะตามพี่ทั้งวันไม่ให้ทำงานเลยคอยดู บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าไปนอนที่ไหน หรือว่าไปค้างกับพี่แชมเปญมา ใช่ไหมหรือไปค้างกับคนอื่น”

ธรรณธรหยุดกึกทำเอาอนิมาเบรกแทบไม่ทัน แล้วเขาก็ถอยหลังมามองที่ถังขยะข้างโต๊ะพนักงาน เห็นใบสมัครงานถูกทิ้งอยู่จึงหยิบขึ้นมาดูด้วยความสะดุดตาภาพผู้สมัคร พนักงานรีบรายงานด้วยความหวาดเกรงว่า เป็นใบสมัครที่คัดทิ้ง แต่ถ้าเขาจะให้คัดกลับมาใหม่ก็ได้

ธรรณธรมองรูปอยู่นานจนอนิมาชะโชกหน้ามามองด้วยและถามมีอะไร ธรรณธรทำทีรวบใบสมัครคนอื่นบนโต๊ะมาด้วยแล้วเดินตรงไปห้องทำงาน อนิมาตามติดเขาแกล้งทำใบสมัครหล่นแล้วบอกให้เธอช่วยเก็บ พออนิมาก้มเก็บเงยหน้ามา ธรรณธรหนีเข้าห้องไปแล้ว เธอเจ็บใจตามมาเคาะประตูเรียกให้เปิดในใบสมัครเป็นชื่อและภาพเกวลิน ทำให้ธรรณธรครุ่นคิดหลับตาลง ทันใดเกิดภาพในอดีต...ขุนวรงค์สบตากับแก้วซึ่งยิ้มหวานให้...เขาลืมตาขึ้นมองรูป

เกวลินพึมพำว่าเธอเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงมาอยู่ในฝันของเขาได้ จากนั้นธรรณธรก็โทร.สั่งอร...เลขาให้นัดเกวลินมาสัมภาษณ์งานวันนี้ โดยเขาจะเป็นคนสัมภาษณ์เอง ทั้งอรและพนักงานที่รับสมัครงานต่างแปลกใจ

ในขณะที่เกวลินกำลังเล่าให้ยุ้ย ใหญ่ ต๋อง ปู่และแมคฟังว่าตื่นเช้ามาเมฆหายไป ต๋องหาว่าเป็นผีแต่ปู่แย้งถ้าเป็นผีตนต้องดูออก ใหญ่คาดเดา

“ฉันว่านะ ก็คนธรรมดานี่แหละ พอเขาได้นอนความจำก็เลยกลับมา แล้วเลยหนีกลับบ้านไป ไม่เห็นมีอะไรน่าแปลก”

“แต่มีอีกเรื่องที่น่าแปลกนะ คือก่อนที่พวกพี่จะมา อยู่ๆที่แขนเขาก็เกิดรอยแผลเป็นแนวยาว เหมือนใครเอามีดมาฟันอย่างนั้นน่ะ พอฉันไปเอายาจะมาทำแผล ออกมาแผลก็หายไปแล้ว”

แมคว่าเป็นการเล่นกล เกวลินเอ็ดในเวลานั้นจะเล่นได้อย่างไร ยุ้ยยิ่งปลาบปลื้มในความลึกลับของเมฆ ทุกคนมองยุ้ยเอือมๆ...เสียงกรณ์ร้องเรียกเกวลินบอกว่ามีโทรศัพท์มาถึง เกวลินรับสายแล้วตื่นเต้นตกใจเพราะต้องรีบไปสัมภาษณ์งานเดี๋ยวนี้ พอวางสายก็กระโดดโลดเต้นดีใจที่ได้งานทำไม่ต้องขอเงินพี่ชายอีก กรณ์เหน็บแค่เรียกสัมภาษณ์ยังไม่ทันรับ

“แหม แต่เขาเรียกไปสัมภาษณ์ก็แสดงว่าเขาสนใจฉัน มันก็มีโอกาสได้อยู่แหละน่า”

ปู่ ต๋องและยุ้ยดีใจไปกับเกวลินด้วย กระโดดโลดเต้นไปกับเธอ กรณ์มองอย่างเซ็งๆ...เกวลินขึ้นบ้านไปรื้อหาชุดที่จะใส่ ทั้งตู้มีกระโปรงอยู่ตัวเดียว กรณ์เห็นน้องสาวแต่งตัวแล้วเคือง แกล้งว่าเชยแถมแนะนำว่าหน้าที่ที่สมัครน่าจะแต่งตัวให้ดูทะมัดทะแมงดีกว่า เกวลินครุ่นคิดตาม



ในบริษัทนูโวทีเฟอร์นิเจอร์ หน้าห้องทำงานของธรรณธร แชมเปญเดินงามสง่าเข้ามา พนักงานพากันยกมือไหว้ เธอเดินมาเห็นอนิมานั่งเล่นเกมอยู่ก็เอ่ยถาม ยอมมาทำงานแล้วหรือ อนิมาเงยหน้ามอง คิดแผนการบางอย่างได้ จึงฟ้องว่าตนมาเอาเรื่องพี่ชายที่เมื่อคืนไม่กลับบ้าน

อนิมาถามแชมเปญว่าเมื่อคืนธรรณธรอยู่กับเธอหรือเปล่า เธอส่ายหน้า อนิมารีบยุให้เฝ้าเขาดีๆตนจะได้ไม่ต้องห่วง แชมเปญไม่พอใจแต่วางท่านิ่งเดินไปถามอรว่าธรรณธรอยู่ไหม อนิมารีบตอบแทนว่าอยู่ในห้องให้เธอเข้าไปเคลียร์กันเอง

อรติงอนิมาทำไมพูดแบบนั้นเดี๋ยวสองคนตีกันตาย อนิมาตอบยิ้มๆก่อนจะคว้ากระเป๋าเตรียมกลับ “ก็นิถามแล้วไม่ตอบ ก็ต้องให้คนอื่นถาม”

“โธ่ ถ้าคุณธรรณอารมณ์เสีย คนซวยคือใคร...ก็อรคนแรกเลย” อรเครียดหวั่นใจ

แชมเปญชวนธรรณธรออกไปทานข้าวกลางวัน เขานั่งนิ่งไม่พูดคุย แชมเปญทนไม่ไหวถามเขาไปไหนทำไมไม่กลับบ้าน ธรรณธรวางช้อนลงหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่ม แล้วตอบว่าจำไม่ได้

“ล้อเล่นรึเปล่าคะ แค่เมื่อคืนเองทำไมถึงจำไม่ได้”

“ก็ผมจำไม่ได้จริงๆ” ธรรณธรยกข้อมือขึ้นดูเวลา

แชมเปญไม่กล้าซักต่อรีบรวบช้อนทั้งที่ยังทานไม่เสร็จ ธรรณธรเรียกพนักงานเก็บเงิน แชมเปญเอ่ยถามคืนนี้เขาว่างไหม อยากชวนไปทานข้าวที่บ้านเพราะเขาผลัดมาหลายครั้งแล้ว

“ขอโทษที ผมยังไม่ว่าง”

แชมเปญไม่พอใจ รอให้พนักงานเดินไปก่อนแล้วถามทำไมเขาถึงไม่ว่าง ติดงานอะไร ธรรณธรมองหน้าอย่างกรุ่นๆตอบว่างานของบริษัท

“นั่นแหละค่ะงานอะไร...และคุณจำเป็นต้องบอก เพราะครั้งนี้คุณพ่อเป็นคนชวน ถ้าท่านถามว่าทำไมมาไม่ได้ แชมเปญจะได้ตอบท่านถูก หรือว่าคุณอยากจะโทร.ไปคุยกับท่านเองคะ”

ธรรณธรโกรธที่เอาพ่อมาข่ม ท่าทีเขานิ่งมาก พอพนักงานเอาสลิปมาให้เซ็นชื่อเขาเซ็นอย่างแรงจนกระดาษขาดแล้วบอกพนักงานว่า วันหลังจะมาเซ็นให้ใหม่ พนักงานก้มหัวรับเกรงๆ แชมเปญมองอย่างหงุดหงิด

หน้าบริษัท ปู่ขับรถมูลนิธิมาส่งเกวลิน พนักงานที่เดินอยู่แถวนั้นตกใจคิดว่ามีใครเป็นใครตาย ต่างวิ่งหลบข้างทาง เกวลินในชุดทะมัดทะแมงรองเท้าผ้าใบโดดลงจากรถสะพายเป้วิ่งเข้าตึก ปู่หันมาเห็นผู้คนมองก็ยิ้มแหะๆ ออกตัวใครมีอะไรเรียกใช้บริการได้

เกวลินวิ่งมาถึงหน้าลิฟต์เห็นมีคนยืนรออยู่ก่อนก็รีบเข้าไปถามว่าฝ่ายบุคคลอยู่ชั้นไหน ชายคนหนึ่งตอบว่าชั้น 8 แต่พนักงานคนอื่นๆมองเธอหัวจดเท้า พอเข้าไปในลิฟต์ เกวลินก้มดูรองเท้าเห็นเชือกหลุดจึงก้มลงผูก ธรรณธรเดินเข้ามา พนักงานทุกคนยกมือไหว้เปิดทางให้ เขาเห็นเกวลินก้มผูกรองเท้าก็มองๆ จู่ๆเธอเงยหน้ามาเห็นนาฬิกาก็คว้าข้อมือเขา

“ขอดูเวลาหน่อยนะคะ ว๊าย! บ่ายกว่าแล้ว ทันไหมเนี่ย”

ธรรณธรรู้สึกขัดตากับกิริยาของเกวลิน แต่พอเห็นหน้าก็ชักคุ้นเผลอก้มมอง เกวลินลุกพรวดขึ้นพร้อมเหวี่ยงเป้สะพายไปโดนใบหน้าเขา ธรรณธรร้องโอ๊ย...

เกวลินตกใจขอโทษแล้วทำของหล่นจึงรีบก้มเก็บ เผอิญเหยียบเท้าเขาเข้าอีก ก็รีบขอโทษขอโพยไหว้ปะหลกๆ

“เธออยู่แผนกอะไร” ธรรณธรโกรธจัด เกวลินตอบว่าเพิ่งมาสมัครงาน ธรรณธรไล่ให้กลับบ้านไป พอดีลิฟต์เปิดเขาเดินออก

เกวลินฉุนบ่นไล่หลังว่าเขามีสิทธิ์อะไรเป็นเจ้าของบริษัทหรืออย่างไร แล้วหันไปเห็นว่านี่เป็นชั้น 8 จึงรีบเดินออก คนในลิฟต์ยืนมองกันอย่างเสียวสยอง

พอมารายงานตัว พนักงานมองการแต่งตัวของเกวลินสลับกับมองรูปในใบสมัคร แล้วเอ่ยถาม “เธอรู้จักกับคุณธรรณเหรอ”

เกวลินถามธรรณไหนไม่รู้จัก พนักงานสาธยายว่าธรรณธรเป็นเจ้าของบริษัท แล้วบ่นว่าวุฒิการศึกษาก็งั้นๆ ประวัติการทำงานก็ไม่มี แถมยังมาสายแต่งตัวมอซอ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเจ้านายถึงอยากสัมภาษณ์เอง...

เกวลินแทรกถาม

“นี่นินทาหรือด่าคะ ถ้าจะนินทาก็เบาๆหน่อย แต่ถ้าจะด่าก็มองหน้าด้วย”

พนักงานเบ้ปากเสริมว่ายังหยาบคายอีก ก่อนจะบอกให้เกวลินเดินตามไปหาอรเลขาหน้าห้องธรรณธร... อรมองเกวลินหัวจดเท้าอย่างงงๆก่อนจะต่อโทรศัพท์เข้าไปรายงานธรรณธร

ธรรณธรรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เจอผู้หญิงที่เห็นในฝัน หาท่านั่งที่เหมาะสมแต่ก็อดเอานิ้วเคาะโต๊ะอย่างประหม่าไม่ได้...อรเดินนำเกวลินมาส่งหน้าห้อง เกวลินรู้สึกประหม่าไม่มั่นใจตัวเองขึ้นมา เปิดประตูเข้าไปด้วยท่าทีเหนียมๆยกมือไหว้ พอเห็นหน้าธรรณธรก็ชี้หน้าอ้าปากค้าง 
ธรรณธรอึ้งที่เธอคือคนที่เหวี่ยงกระเป๋าใส่หน้าตนในลิฟต์ แต่แล้วจู่ๆเกวลินก็เรียกเขา

“เมฆ!นายจริงๆด้วย นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วเป็นยังไงบ้างหายดีแล้วเหรอ...นี่อยู่ๆนายก็หายไปจากบ้าน ฉันเป็นห่วงแทบแย่” เกวลินพุ่งเข้าเกาะแขน

ธรรณธรถอยห่างไม่เข้าใจเธอพูดเรื่องอะไร เกวลินถามจำไม่ได้หรือ ตนคือแก้วของเขา แล้วจะถลกแขนเสื้อเขาดูว่าแผลหายหรือยัง ธรรณธรปัดลุกหนีถามเรารู้จักกันด้วยหรือ เกวลินทำหน้าล้อลืมแล้วหรือเมื่อคืนเขาไม่ยอมอยู่โรงพักตามกลับมาที่บ้านตนและยังกินน้ำเต้าหู้แถมยังซ่อนตัวในห้องน้ำอีก ธรรณธรทำหน้างงงวยหาว่าเธอจำผิดคน

“ไม่ผิดหรอก นอกจากนายจะมีฝาแฝด นายมีฝาแฝดไหมล่ะ” ธรรณธรส่ายหน้า “งั้นก็นายนั่นแหละ ที่นอนอยู่กับฉันเมื่อคืนนี้”

ธรรณธรตกใจ “ไม่มีทาง เธอไม่ใช่สเปกฉัน”

“ต๊ายกล้าพูดเนอะ เมื่อคืนติดฉันแจเลย เดินตามต้อยๆเป็นลูกเจี๊ยบเชียว...โอเค นายจำฉันไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่ฉันขอบอกนายว่า ฉันคือคนที่ช่วยชีวิตนายไว้ ตกลงรับฉันเข้าทำงานนะ”

ธรรณธรปฏิเสธเสียงกร้าว...ไม่รับ เกวลินโกรธโวยว่าเขาเป็นคนเลว ตามตนมาทำให้เสียเวลาแล้วไม่สัมภาษณ์ ตอบสั้นๆว่าไม่รับ เกวลินจะเดินออก ธรรณธรถามจะไปไหน พอเธอบอกจะกลับ เขาตวาดยังกลับไม่ได้

“ไม่รับฉันทำงาน แล้วกล้ามาสั่งฉันเหรอ...ไอ้บ้า!” เกวลินฉุนหันไปจะเปิดประตู

ธรรณธรเจ็บจี๊ด จู่ๆแก้วน้ำบนโต๊ะก็ลอยไปกระแทกประตูแตกกระจายตรงหน้าเกวลิน เธอตกใจมากหันมาต่อว่าที่เขาปาแก้วใส่ ธรรณธรปฏิเสธบอกว่ามันลอย

ไปเอง เกวลินโกรธหยิบหมอนที่โซฟาปาใส่เขาบ้าง แล้วบอกว่ามันลอยไปเอง และยังขู่ว่าอย่าให้เจอกันข้างนอกอีกจะเจอของแข็งลอยใส่เบ้าตาแน่ ว่าแล้วก็เปิดประตูเดินฉุนออกไป ธรรณธรทรุดนั่งหมดแรงสับสน

“เนี่ยเหรอ...นางในฝันของฉัน”

เกวลินเห็นพนักงานมองด้วยสายตาตกใจ ก็ตวาดถามไม่เคยเห็นคนตกงานหรือ ทุกคนรีบก้มหน้าทำงานต่อ เกวลินเห็นกล่องใส่ของวางอยู่ที่พื้นก็เตะกระเด็นด้วยความโมโห พนักงานสะดุ้งกระซิบถามกันว่าเขาสัมภาษณ์ กันอีท่าไหน

เกวลินกลับมาเล่าให้ใหญ่ ปู่ ต๋อง แมคและยุ้ยฟังอย่างโกรธๆ ทุกคนโกรธตามยกเว้นยุ้ย

ธรรณธรมาปรึกษากฤตที่โรงพยาบาล กฤตจดทุกคำที่เพื่อนเล่าเพราะเป็นข้อมูลใหม่ที่ทำให้รู้ว่าคนที่หลับอยู่ในตัวเขาอีกคนชื่อเมฆ...และเมื่อวานถูกปลุกขึ้นมาให้แสดงบทบาทแทนเขา

“แล้วทำไมมันถึงถูกปลุกขึ้นมาอีกทั้งที่อาการฉันมันหายไปเป็น 10 ปีแล้ว ฉันรู้สึกว่าตั้งแต่ฉันย้ายบ้านและออฟฟิศมาอยู่ย่านนี้ เหมือนฉันเข้าใกล้อะไรสักอย่าง แล้วอาการมันก็กลับมา”

“มันมีเหตุมากระตุ้นไง นายอาจมีเรื่องคับข้องใจหรือกดดันอะไรบางอย่าง ที่บุคลิกของธรรณธรไม่สามารถรับมือได้ เมฆจึงถูกปลุกขึ้นมาแทน”

“ฉันจำได้ว่าฉันกำลังรถติดไฟแดงอยู่บนถนนแล้วไง เมฆอะไรนั่นมันจะทำให้ไฟแดงเปลี่ยนเป็นไฟเขียวได้รึไง”

“ฉันก็ไม่รู้ว่ะ คืออาการของนายมันก็แปลกออกไปจากผู้ป่วยรายอื่น เยอะอยู่เหมือนกัน”

ธรรณธรถามแปลกอย่างไร กฤตอธิบายว่าอย่างแรก คนที่มีอาการป่วยด้วยโรคหลายบุคลิกหรือภาษาหมอเรียกสั้นๆว่า DID (Dissociative identity Disorder) เขาจะสร้างบุคลิกที่ตัวเองอยากเป็นขึ้นมา เช่นคนอ่อนแอ ก็จะกลายเป็นคนเข้มแข็ง คนขี้อายจะกลายเป็นคนมั่นใจ เวลาตัวตนจริงๆเจอปัญหาที่ทำไม่ได้ อีกตัวตนหนึ่งก็จะถูกปลุกขึ้นมาแก้ปัญหาแทน

“แต่นายเมฆไม่ได้ช่วยอะไรฉันได้เลยนะ แถมไปถูกใครตีมาก็ไม่รู้”

“นั่นแหละที่แปลก อย่างที่สอง เวลาที่บุคลิกอื่นแสดงบทบาท เขามักจะยังจำตัวตนเดิมของตัวเองได้อยู่ แต่ที่คุณเกวลินเล่า เขาบอกว่านายความจำเสื่อม จำอะไรไม่ได้เกี่ยวกับธรรณธรเลย มันเหมือนว่านายกลายเป็นเมฆไปเลยร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม”

“เหมือนเทกโอเวอร์ร่างฉันไป จนฉันไม่มีหุ้นเหลืออยู่เลย”

“ถูกต้อง ตรงนี้แหละที่มันไม่เหมือนกับผู้ป่วยรายอื่นๆ แต่มันก็แค่ชั่วคราวนะ...ตอนนี้นายก็ซื้อหุ้นกลับมาหมดแล้วนี่”

ธรรณธรปลงคิดว่าตัวเองเป็นบ้าแถมบ้าหนักกว่าคนอื่น กฤตบอกว่าไม่ได้บ้าแค่ใกล้เคียง ธรรณธรนึกได้ถามว่าโรคนี้เกี่ยวกับที่ตนทำของลอยได้หรือเปล่า กฤตครุ่นคิดก่อนจะอธิบาย “พลังจิตมีหลายแบบ แบบที่นายมีมันคือพลังจิตที่สามารถเคลื่อนย้ายวัตถุได้ ซึ่งคนที่ทำได้แบบนายก็มีอยู่ทั่วโลก บางประเทศถึงขั้นมีโรงเรียนสอนเลย ฉันว่านายไปลงเรียนหน่อยก็ดีนะ...ฮ่าๆ”

ธรรณธรว่าจะเรียนทำไมให้เครียดกว่าเดิม กฤตเย้าเพื่อจะได้ควบคุมพลังจิตให้ขนของส่งลูกค้าโดยไม่ต้องจ้างรถขนอีก ธรรณธรเอ็ดไม่ใช่เวลาพูดเล่น กฤตบอกแค่อยากให้หายเครียด

“หนักกว่าเดิมน่ะสิ...เรื่องที่ฉันฝันเห็นเกวลินล่ะ”

“อันนั้นก็เข้าข่ายพลังจิตอีกแบบนึง คือการรับรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า นายเคยเห็นหน้าคุณเกวลินในฝัน ทั้งที่ไม่เคยเจอกันเลย แล้ววันนี้นายก็ได้มาเจอเขาจริงๆ”

ธรรณธรแย้งว่าที่เห็นในฝันกับตัวจริงต่างกันมาก กฤตให้รอดูต่อไปและแนะนำต้องเจอกับเธอบ่อยๆ

จะได้รู้ข้อมูลเพิ่มเพื่อสาวไปถึงสาเหตุของอาการ ทั้งโรคหลายบุคลิกแล้วก็ที่ฝันเห็นเธอ ธรรณธรหน้าเจื่อนเพราะตนไม่ได้รับเธอเข้าทำงาน กฤตร้องอ้าว...



คืนนั้นอนิมานัดไปเที่ยวผับกับเพื่อนๆกำลังเดินคุยโทรศัพท์ถามว่าเพื่อนๆอยู่ผับไหน ขณะเดียวกัน กรณ์ร้องเพลงเสร็จควงลูกค้าสาวออกมา เผอิญแฟนหนุ่มของสาวมาเจอทำให้เกิดเรื่อง กรณ์วิ่งหนีมาเจออนิมาจึงคว้าตัวเธอมาขอให้ช่วย แต่เธอตกใจร้องให้คนช่วยกรณ์ตัดสินใจจูบปิดปากเธอและหันหลังบังไว้ แฟนของลูกค้ากับพวกวิ่งมามองๆแล้วเลยไป เขาจึงปล่อยตัวอนิมา เธอขาอ่อนจนเขาต้องประคองไว้ กรณ์กล่าว ขอโทษ แต่อนิมาได้สติตบเขาฉาดใหญ่ แล้วรัวไม่ฟังคำอธิบาย กรณ์ชักโมโหเสียงดังให้หยุด

“นี่! ฟังผมมั่งสิ มีคนจะมาทำร้ายผม ผมเลยเอาคุณมาบังไว้ ปากคุณน่ะผมไม่ได้อยากจะจูบเลย ไม่เห็นจะมีรสชาติ เอาเป็นว่าผมขอโทษก็แล้วกัน จบนะ” พูดจบกรณ์เดินไปอย่างโกรธๆ

อนิมาร้องกรี๊ด “จูบฉันแล้วยังมาว่าฉันอีกเหรอ ไอ้...ไอ้บ้า ฉันจะฟ้องพี่ธรรณ”...

กรณ์ตื่นเช้ามาเจอเกวลินนั่งหางานจากหนังสือพิมพ์ จึงถามถึงงานที่ไปสัมภาษณ์เขาไม่รับเพราะไปหาเรื่องเขาใช่ไหม บอกให้กลับไปขอโทษเขาเสีย เกวลินงอน ทันใดอรโทร.เข้ามาบอกให้เกวลินมาเริ่มงานได้ เธอปฏิเสธจะไม่กลับไปเหยียบที่นั่นอีก ธรรณธรดึงโทรศัพท์มาพูดเองถามต้องการเงินเดือนเท่าไหร่ เกวลินสวนฟังให้ชัดๆ ตนจะไม่ไปทำงานกับเขา

“ถ้าเธอไม่ตกลง ฉันจะแจ้งตำรวจ ที่เมื่อวานเธอเตะกล่องของตัวอย่างฉันเสียหาย รู้ไหมว่ามันราคาเท่าไหร่”

เกวลินป้องปากพูดไม่อยากให้กรณ์ได้ยินว่าอย่ามาขู่ ธรรณธรโต้ไม่ได้ขู่แต่ให้ลองคิดดูเพราะตนจะจ้างในสนนราคาที่ต่างจากปกติ คือจากเก้าพันเป็นสองหมื่น เกวลินไม่ทันฟังสวนไปว่าไม่...ธรรณธรสวนกลับมาอีกว่าสามหมื่น พรุ่งนี้เริ่มงานแล้วตัดสาย เกวลินถึงกับอึ้ง หลบมาปรึกษาปู่กับแมค ทั้งสองไม่อยากให้เธอไปทำงานนี้เพราะดูไม่ชอบมาพากล

พนักงานต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำงานเช็กสต๊อกเท่านั้นได้เงินเดือนตั้งสามหมื่น อยากรู้ว่าเกวลินเป็นลูกใคร ทำไมเจ้านายต้องง้อขนาดนี้ อรเสิร์ชดูรายชื่อไฮโซก็ไม่มี ต่างฉงนสงสัย

**********  Smiley






Create Date : 04 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2558 21:49:13 น. 0 comments
Counter : 669 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
space

สมาชิกหมายเลข 2710224
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 2710224's blog to your web]
space
space
space
space
space