Group Blog
All Blog
|
ผอมเร็วอาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป การที่น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วมากกว่า 5 กิโลกรัม ภายใน 1-2 เดือน โดยไม่ได้ตั้งใจ อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติบางอย่างในร่างกาย เช่น ภาวะสุขภาพที่เกี่ยวกับการทำงานของฮอร์โมน การติดเชื้อ หรือแม้กระทั่งมะเร็ง บางครั้งเราอาจมองข้ามหรือคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่หากไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินหรือการออกกำลังกาย เราควรตระหนักและหาสาเหตุให้แน่ชัด การผอมลงอย่างรวดเร็ว อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น 1.ความเครียดหรือภาวะซึมเศร้า สภาพจิตใจที่มีเครียดสะสมระยะเวลาหนึ่ง สามารถส่งผลต่อการกินอาหาร ทำให้เบื่ออาหารและน้ำหนักลดลงได้อย่างรวดเร็ว 2.ความผิดปกติของระบบฮอร์โมน ปัญหาเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ อาจทำให้น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว แม้จะกินอาหารเท่าเดิม 3.การติดเชื้อหรือโรคร้ายแรง การติดเชื้อบางชนิดหรือแม้แต่โรคมะเร็ง อาจทำให้น้ำหนักลดลงได้อย่างไม่คาดคิด มะเร็งบางประเภทสามารถทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานมากขึ้น จนทำให้น้ำหนักลดลงโดยไม่รู้ตัว น้ำหนักที่ลดลงโดยไม่รู้สาเหตุ อาจเป็นสัญญาณของมะเร็งบางประเภท เช่น 1.มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งชนิดนี้มักทำให้เบื่ออาหาร ปวดท้อง และน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว 2.มะเร็งตับอ่อน มะเร็งตับอ่อนจะมีอาการปวดท้องหรือท้องอืด รวมถึงการสูญเสียน้ำหนักที่รวดเร็ว 3.มะเร็งปอด มะเร็งปอดสามารถทำให้น้ำหนักลดลงโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ร่วมกับอาการหายใจลำบากหรือไอเรื้อรัง 4.มะเร็งลำไส้ใหญ่ การสูญเสียน้ำหนักที่ไม่คาดคิดอาจเป็นสัญญาณของมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยเฉพาะการถ่ายเป็นมูกเลือดหรือเมื่อมีท้องผูก,ท้องเสียร่วมด้วย 5.มะเร็งเม็ดเลือดขาว(ลูคีเมีย) มะเร็งชนิดนี้ อาจทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างมากและน้ำหนักลดลงโดยไม่มีสาเหตุ การอักเสบเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน ซึ่งทำหน้าที่เป็นการตอบสนองทางชีวภาพต่อสิ่งกระตุ้นที่เป็นอันตราย และอาจกระตุ้นให้เกิดอาการทั่วไป เช่น ไข้ บวม แดงและปวด มีรายงานว่า การอักเสบเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคหลายชนิด เช่น โรคเมตาบอลิซึม โรคอ้วน โรคภูมิต้านตนเอง และโรคมะเร็ง ในบรรดาโรคเหล่านี้ มะเร็งเป็นโรคที่คร่าชีวิตมนุษย์มากที่สุด จากข้อมูลของสำนักงานวิจัยมะเร็งนานาชาติ( IARC)ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งประมาณ 9.5 ล้านคนในปี พ.ศ. 2561 ไซโตไคน์(Cytokine)ในการอักเสบ เกี่ยวข้องกับมะเร็งอย่างไร ไซโตไคน์(Cytokine)คือ กลุ่มของโปรตีนมีหน้าที่หลั่งออกมาจากระบบภูมิคุ้มกัน เป็นตัวควบคุมการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันและการอักเสบ มีงานวิจัยจำนวนมาก พบว่า การเพิ่มขึ้นของไซโตไคน์บางชนิดเกี่ยวข้องกับการเหนี่ยวนำและการลุกลามของเนื้องอก มะเร็งไม่ได้เพียงแค่เติบโตเงียบๆ แต่ยังหลั่งสารก่ออักเสบ เช่น IL-1β,IL-6, TNF-α( Tumor necrosis factor alpha)เป็นไซโตไคน์ที่ก่อให้เกิดการอักเสบ ซึ่งมีส่วนร่วมในการควบคุมกระบวนการส่งสัญญาณที่หลากหลาย ทั้งโดยตรงและจากการกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวตอบสนอง จนเกิดการอักเสบเรื้อรังทั่วร่างกาย นอกจากนี้ มะเร็งยังผลิตสารเฉพาะที่ทำลายสมดุลร่างกาย เช่น 1. Proteolysis-Inducing Factor (PIF) กระตุ้นการสลายโปรตีนกล้ามเนื้อผ่าน ubiquitin–proteasome system 2. Lipid-Mobilizing Factor (LMF) เร่งสลายไขมันโดยตรง 3.PTHrP กระตุ้นการเผาผลาญและยับยั้งการกินอาหารผ่านสมอง 4.GDF15 ทำให้ไม่อยากอาหาร 5. MyostatinและActivin A ดังนั้นคนที่เป็นมะเร็งจึงมีร่างกายซูบผอม ไมโอสแตติน (Myostatin) คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นในกล้ามเนื้อ เพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อไม่ให้มากเกินไป โดยทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมเชิงลบ (negative regulator)เมื่อไมโอสแตตินจับกับตัวรับบนเซลล์กล้ามเนื้อ จะจำกัดการเพิ่มจำนวนและขนาดของใยกล้ามเนื้อ เรียกง่ายๆว่า ยับยั้งการสร้างกล้ามเนื้อ นั่นเอง แอคติวิน เอ(Activin A)เป็นหนึ่งในกลุ่ม TGF-β ของปัจจัยการเจริญเติบโตที่มีบทบาทในการส่งสัญญาณผ่านตัวรับเฉพาะ เพื่อควบคุมการเผาผลาญของกระดูก รวมถึงการสลายและการสร้างกระดูก เมื่อบรรดาสารดังกล่าวทำงานพร้อมกัน ราวกับเครือข่ายที่ค่อยๆ ทำลายกลไกการเผาผลาญของร่างกาย ผลลัพธ์เลยเป็นดังนี้ 1.ไม่อยากอาหารเพราะสมองถูกกด สารต่างๆ จะไปกดศูนย์ความหิว (NPY/AgRP) และกระตุ้นศูนย์ความอิ่ม (POMC/CART) ที่สมองส่วนไฮโปทาลามัส แม้ฮอร์โมนกระตุ้นความหิวอย่างเกรลิน(ghrelin)จะเพิ่มขึ้น แต่กลับเกิดภาวะ “ดื้อต่อ ghrelin” ทำให้ไม่รู้สึกหิวเหมือนเดิม การรักษามะเร็ง บางครั้งมีผลข้างเคียงที่ทำให้ขัดขวางการกินมากขึ้น เช่น เกิดแผลในระบบเดินอาหาร, คลื่นไส้อาเจียน 2.ร่างกายเร่งสลายไขมันจนหมด เนื้อเยื่อไขมันชนิดขาว (WAT) ที่เก็บไขมันเพื่อให้อวัยวะอื่นใช้ ได้ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นเนื้อเยื่อไขมันชนิดผลิตความร้อน (BAT) ซึ่งใช้พลังงานสูง เร่งสลายไขมันรุนแรงทำให้พลังงานถูกเผาผลาญตลอดเวลา แม้ในเวลาพัก ไม่ได้เพิ่มการใช้พลังงานใด ๆ 3.กล้ามเนื้อถูกย่อยสลาย อันนี้แหละค่ะ น่ากลัวที่สุด เพราะมันทำให้ผู้ป่วยร่างกายย่ำแย่ กล้ามเนื้อถูกทำลายจากสารต่างๆ เร่งระบบลากโปรตีนเส้นใยไปทำลายที่เครื่องสลายโปรตีน แถมเส้นทางสร้างโปรตีน (IGF-1/AKT/mTOR) ถูกยับยั้ง อีกทั้งไมโตคอนเดรียยังเสียหาย ทำให้สร้างพลังงานได้ไม่ดีอีก ผลลัพธ์คือ กล้ามเนื้อฝ่อเพราะขาดโปรตีนเส้นใย การใช้พลังงานจึงไม่ดี ผลิตกำลังได้น้อยมากๆ ภาวะนี้เรียกว่า สภาพผอมแห้งจากมะเร็ง (Cancer cachexia) ผู้ป่วยจะทนต่อการรักษาได้น้อยลง ฟื้นตัวยากและเสียชีวิตเร็วขึ้น หลายครั้งมะเร็งยังไม่ทันทำอะไร ก็โดนภาวะแทรกซ้อนจากสภาพร่างกายของตัวเองเล่นงาน เช่น ติดเชื้อรุนแรง เป็นต้น สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม หากน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยที่คุณไม่ได้ทำอะไรเปลี่ยนไปจากชีวิตประจำวัน และยังมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์ทันที ได้แก่ 1. เบื่ออาหาร 2. เหนื่อยง่าย 3. ปวดท้อง 4. อาการผิดปกติอื่นๆ ที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน เรียบเรียงโดย แป้งปังปอนด์ ที่มา : เพจ tensia ผอมเร็ว แค่น้ำหนักลด หรือมะเร็ง? อาการและวิธีการวินิจฉัย - โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล อ้อมน้อย https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC2785020/
|
แป้งปังปอนด์
ผู้ติดตามบล็อก : 878 คน [?]![]() เริ่มเขียนblog 20ก.ค55 ปัจจุบัน ( 3 มี.ค 57 ) แป้งได้มีเพจแป้งปังปอนด์ สร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์แชร์ข้อมูลจาก blog ให้ท่านที่สนใจได้ติดตามอ่านอย่างสะดวกและรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาโหลดเนื้อหาจาก blog ดังนั้นขออนุญาตงดตอบคำถามใดๆทางเพจและ facebook ค่ะ หากท่านใดมีคำถามเกี่ยวกับการกินวิตามินเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพและบำรุงผิวพรรณ รบกวนส่งคำถามไปยัง blog แป้งปังปอนด์ นานาสารพันปัญหา volume 5 อย่างเดียวเท่านั้นค่ะ ขออนุญาตฝากกด like เพจแป้งปังปอนด์ เพื่อเป็นกำลังใจในการสรรค์สร้างผลงานด้วยมันสมองและสองมือพยาบาลสาวภูไท คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จบการศึกษา ปี พ.ศ 2539 จากที่ราบสูงคนนี้ด้วยนะคะ สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการนำชื่อ " แป้งปังปอนด์ " ไปใช้เพื่ออ้างอิงหรือติดป้ายสินค้าในเวปไซด์หรือที่ใดๆหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน " Blog แป้งปังปอนด์ " แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยการเผยแพร่เพื่อการอ้างอิงหรือนำรูปภาพไปโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
|

ผู้ติดตามบล็อก : 878 คน [