ตุลาคม 2562
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
10 ตุลาคม 2562

่บ้านหลังแรก (ในแคนาดา) Ep.1 กว่าจะได้บ้าน

ต้องวางแผนยังไง? ต้องมีงบเท่าไหร? ต้องมีเงินเก็บ? ต้องใช้อะไรบ้าง? ขั้นตอนยังไง?….
 
1สวัสดีค่ะ เขียน Blog ครั้งแรก อยากจะมาแบ่งปันประสบการณ์ในต่างประเทศ  ซึ่งเป็นมุมมองและประสบการณ์ตรงที่เราพบเจอกับตัวเอง รวมถึงชีวิตประจำวัน เล็กๆน้อยๆ

หลังจาก ครบ 4 ปีเต็ม ที่มาอยู่แคนาดา (Sep 2015) เดินทางมาและทำงานที่แคนาดา ตัวคนเดียว ไม่ผ่านเอเจนซี่ใดๆทั้งสิ้น (ไว้มีเวลาจะเล่าให้ฟังความเป็นมาของชีวิตที่ผกผันให้มาอยู่ที่แคนาดา ตัวคนเดียว ไปยังไง มายังไง อยู่ยังไง….ให้รอด!) 


ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนเลยว่าเรื่องซื้อบ้านไม่ได้อยู่ในแผนหรือมีความคิดใดๆทั้งสิ้น เพราะเรายังไม่แน่ใจว่าเราจะจบหรืออยู่ที่ไหนถาวร  
เมืองที่เราทำงานอยู่เป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยว เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่อง โรงละคร (อันนี้ดังมาก เราพึ่งมารู้หลังจากได้มาทำงานที่นี่)  มีร้านอาหารเยอะมาก (มารู้ทีหลังเหมือนกันว่ามีโรงเรียนสอนทำอาหาร) 

 
Downtown เมืองที่เราทำงานอยู่
Downtown คล้ายเมืองเก่าในอังกฤษ
 
Park เป็นเหมือนศูนย์การของเมือง
สวนสาธรณะ มีขนาดค่อนข้างใหญ่ 
 
โรงละคร อยู่ในพื้นที่เดียวกับ Park
โรงละคร เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจะเปิดการแสดงตั้งแต่เดือนเมษายนถึงสิ้นเดือนตุลาคม

ต้องบอกก่อนว่าเราเช่าบ้านอยู่อีกเมืองต้องขับรถมาทำงานไปกลับประมาณ 100 กิโล จริงๆก็ขับง่ายๆนะ ไม่ได้มีอะไรยาก ออกจากบ้านสัก 3-4 นาทีก็ขึ้นทางด่วนขับตรงอย่างเดียวก็ถึงที่ทำงาน
สวนทางกับการจราจร คนส่วนมากขับเข้าเมืองมาทำงาน แต่เราขับออกจากเมือง ไปทำงานที่เมืองอื่น
บ้านเช่า
 
บ้านที่เราเช่าอยู่เป็นเหมือนทาว์เฮาส์ เราอยู่หลังกลาง
 
Stafford H
  เส้นทางที่เราขับรถไปทำงาน เป็นทางด่วน ขับง่าย 
 
จะลำบากหน่อย (ถึงลำบากมาก) ในช่วงหน้าหนาว หิมะ พายุ(หิมะ) ถนนลื่น มองไม่เห็นเส้นแบ่งถนน เวลาส่วนกับรถบรรทุกของใหญ่ๆ ยิ่งลำบาก
ทางด่วนหน้าหนาว
ทางด่วนปิดช่วงหน้าหนาว เพราะมีพายุหิมะ (ภาพจากข่าว)
 
สัญญาเช่าบ้านก็จะหมดในเดือน กันยายน เราเลยเริ่มๆที่จะดูหาเปลี่ยนที่พักให้ใกล้กว่าเดิม แต่ด้วยความที่เราไม่มั่นใจว่าเราจะทำงานที่เมืองนี้นานแค่ไหน เลยตัดสินใจยาก
(ประวัติเราที่นี่เราเปลี่ยนงานบ่อย เรื่องนี้ก็เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังว่าทำไม แล้วรอดมั้ย) สัญญาเช่าบ้านหรืออพาท์เม้นที่นี้ ต้องทำสัญญาเช่า อย่างน้อย 1 ปี ต้องดูดีๆถ้าไม่ดีต้องทนไปนานเลย
(มีเรื่องอยากเล่าอีก เกี่ยวกับสัญญาเช่าบ้านหรืออพาท์เม้นของที่แคนาดา เดี๋ยวเล่าให้ฟัง อันนี้สำคัญจริง) 

323เข้าเรื่องเลยดีกว่า “บ้านหลังแรก...ในแคนาดา”  เรื่องมีอยู่ว่าก่อนหน้านี้ 1-2 อาทิตย์ เราว่างๆก็ดูเว็บหาเช่าบ้าน คลิ๊กไปคลิ๊กมา ก็ได้เข้าไปดูราคาซื้อขายบ้าน (ซึ่งราคาบ้านที่แคนาดา ช่วง 5-6 ปีหลัง ราคาบ้านสูงขึ้น 30-50%  ซึ่งหมายความว่าราคา มันเกินเอื้มมาก
คลิ๊กไปคลิ๊กมา ไปเจอบ้านเดี่ยว ในเมืองที่เราทำงานอยู่ ทำเลไม่ไกลจาก Downtown และไม่ห่างจากที่ทำงาน (จริงๆแล้วเมืองที่เราทำงานอยู่ เป็นเมืองเล็กๆ มีคนอยู่ประมาณ 32,000 คน) ขายราคาต่ำกว่าราคาตลาดมากกกกกกก เห็นราคาเราตกใจมากเลย
ไม่คิดว่าจะมีบ้านเดี่ยวราคาต่ำกว่า สองแสนเหรียญ  เราเลยติดต่อไปกับเอเจนซี่ เพื่อนัดดูบ้าน และแล้วก็ได้วันและเวลานัดดูบ้าน ก่อนหน้าเราก็มีเอเจนซี่อื่นกับลูกค้าที่ได้ดูบ้านก่อนเรา เราเลยต้องรออยู่ข้างนอกบ้าน  ระหว่างรอก็มีเพื่อนบ้านมาคุยกับเรา ท่าทางแสดงเหมือนเป็นมิตร แต่ไม่ค่อย เรารู้สึกไม่ถูกชะตา (ที่สำคัญสูบบุหรี่ ซึ่งเราไม่ชอบ เหม็นมาก พูดเหมือนอวดๆแล้วก็ข่มๆเรา) ตัวบ้านเป็นบ้านเดี่ยวแต่ระยะห่างระหว่างเพื่อนบ้านแค่รถจอดคั่น เราเดินดูรอบๆ หลังบ้านมีสวนขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่  ไม่มีโรงจอดรถ ตัวบ้านด้านนอก ดูไม่โทรมเท่าไหร่
อายุบ้านน่าจะประมาณ 70 ปี เป็นอย่างน้อย ตัวบ้านทำด้วยอิฐ ระเบียงด้านหน้าทรุด ชำรุดนิดหน่อย แต่ในราคาเท่านี้ เราว่าซ่อมแล้วอยู่ หรือ ซ่อมแล้วขายก็ยังคุ้ม จากภายนอก ดูเหมือนคนที่อยู่ ไม่ค่อยจะดูแลบ้านสักเท่าไหร หรือบอกได้ว่า ไม่ได้ดูแลเลยจะดีกว่า

 
1st house offer
บ้านเดี๋ยวแต่อยู่ไม่ห่างกันมาก ไม่มีโรงจอดรถ 
 
ด้านหลังบ้าน
หลังบ้าน รกมาก

หลังบ้านหญ้าขึ้นสูง
หลังบ้านหญ้าขึ้นสูง
 
และแล้วก็ถึงเวลาคิวของเราเข้าไปดูภายในบ้าน! เดินสวนทางกับเอเจนซี่กับลูกค้าที่มาดูบ้านก่อนเรา (เป็นคู่รักวัยรุ่น แต่งตัวดี ขับเบนซ์)
เค้าถึงกับต้องใส่ผ้าปิดปาก เราก็งงๆแต่พอได้เข้าไปดู เข้าใจเลย ...สกปรกมาก ไฟติดดวงเดียว ทุกสิ่งอย่างต้องทำใหม่ทั้งหมด ห้องน้ำกระเบืองหลุด ท่อน้ำ สายไฟ หน้าต่าง ประตู ทำใหม่ทั้งหมด
เราดูอย่างรวดเร็ว ไม่มีอะไรน่าท้าทายนอกจากสกปกมาก มาก มาก มาก ไม่รู้ว่าเจ้าของบ้านอยู่ยังไง แต่เท่าที่รู้เป็นผู้ชายทำงานขับรถใหม่แต่งตัวดี แต่ในบ้านเกินคำบรรยายจริงๆ

 
ภายในบ้าน
ภายในบ้านดูสกปรกมาก
 
แต่เนื่องด้วยราคาประมาณนี้เราเลยตัดสินใจ offer บ้านหลังนี้ เราไปที่สำนักงานของเอเจนซี่ จัดการเอกสารเพื่อที่จะ offer บ้านหลังนี้ แล้วเราก็เตรียมการเรื่องเอกสารเงินเงินกู้ ทางเอเจนซี่ ให้นามบัตรของธนาคารแหล่งหนึ่งมา (RBC)บอกเราว่า ธนาคารนี้ดีดำเนินการไว ดอกเบี้ยไม่สูง
พอตอนเย็น เอเจนซี่โทรมาหาเรา บอกว่า บ้านหลังนี้มีคนซื้อแล้วซื้อเงินสด...อุบ๊ะ จบข่าว ใจนึกก็ดีใจที่ไม่ได้เป็นหนี้ แล้วเราก็ไม่ชอบเพื่อนบ้าน อีกใจนิดๆก็เสียดาย เพราะราคาต่ำกว่าท้องตลาดเกินครึ่ง สรุปว่า จบข่าวกับบ้านหลังนี้ 307

หลังจากพลาดบ้านหลักแรก เวลาผ่านไปสัก 7-8 วัน เราก็ไม่ได้คิดจริงจังอะไรกับบ้านอีก แต่เหตุการณ์ใหม่ก็เริ่มอีก เราก็ยังวนเวียนดูหาเช่าบ้านบวกกับเช็คราคาซื้อขายบ้าน เริ่มจาก เดือน  Jun 16 Sunday (วันพ่อของแคนาดา) ว่างๆวันอาทิตย์ไม่มีอะไรจะทำ เลยขับรถไปเรื่อยๆ  ไปเมืองที่เราทำงานอยู่อีกเช่นเคย เพื่อดูว่าแถวที่ทำงานมีอะไรอย่างไรบ้าง ขับไปขับมา จริงมาพร้อมโพย ตระเวน ดูบ้านที่เค้าขาย เพราะราคาพอที่จะสู้ไหว อยากมาสำรวจทำเล  (ไม่เข็ด) สุดท้ายมาเจอบ้านหลังนี้ ซึ่งเห็นราคา แล้วดึงดูด (ราคาอีกเช่นเคย) ภาพในเว็บของเอเจนซี่ ก็ดูไม่น่าเกลียด ติดถนนใหญ่ ถนนสายหลักเข้าเมือง (ซึ่งเราไม่รู้หรอว่าบ้านหลังนี้อยู่ใกล้กับ โรงละคร , Park แล้วก็ไม่ห่างจาก Downtown อยู่ไม่ไกลกับร้านค้าขายของ walmart  ร้านสะดวกซื้อ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ
เราก็เลยโทรไปเช็คกับทางเอเจนซี่ จะขอเข้าไปดูในบ้าน แต่ด้วยความที่เป็นวันหยุด เอเจนเซี่เลยให้เบอร์เจ้าของบ้านมา  เราได้โทรคุยกับเจ้าของบ้านแต่วันนี้ไม่มีใครอยู่บ้าน เพราะเป็นวันพ่อ เค้าพาลูกชายไปหาพ่อ เค้าถามว่ารอได้มั้ย เราเลยบอกว่ารอได้ (รอไป 4 ชั่วโมงกว่า) พอเข้ามาดู ก็พอรับได้นะ (เปรียบเทีบกับหลังแรกที่เคยไปดู) พออยู่ได้แล้วค่อยทยอยปรับปรุง บ้านหลังนี้มีโรงจอดรถ พื้นที่บริเวณบ้านถือว่าใหญ่พอสมควร ค่อนข้าโอเค ไม่ติดกับเพื่อนบ้านมากนัก 322 323 324 

 
บ้านเรา
ภายนอกบ้านดูเก่า (ของจริงเก่ามากกกก) สร้างปี ค.ศ. 1883 
 
ภายใน ห้องนั่งเล่น
ห้องนั่งเล่นไม่ใหญ่แต่ในรูปก็ดูดี พออยู่ได้
 
ห้องครัว
ห้องครัวก็พอใช้ 
 
ห้องนอนใหญ่
ห้องนอนใหญ่ 
 
ห้องนอนเล็ก
ห้องนอนเล็ก (มีสองห้องขนาดพอๆกัน)
 
ห้องน้ำ
ห้องน้ำ 
 
หลังบ้าน
หลังบ้านมีเนื้อที่ มีโรงจอดรถ
 
ค่อนข้างถูกใจเราถ้าเทียบกับบ้านหลังแรกที่เราพลาดไป หลังนี้เราสามารถเข้าไปอยู่ได้เลยไม่ต้องปรับปรุงอะไรมาก (ความคิดเราตอนนั้น) ที่สำคัญ โรงจอดรถที่ดูเหมือนเป็นโรงจอดรถธรรมดา แต่เรารู้ว่ามันไม่เคยเป็นโรงจอดรถ
เค้าทำเหมือนเป็นสำนักงานหรือบ้านมาก่อนแน่ๆ ตรงนี้แหละที่ทำให้เราตัดสินใน.....337322 
เรากลับมาบ้าน วันรุ่งขึ้นเลยติดต่อเอเจนซื่ ทำการ offer บ้านหลังนี้ด้วยราคาที่สูงกว่าราคาที่เค้าต้องการ (+$500) ซึ่งเราควร ตัดราคา ต่อรองอีกสักหน่อย (ความใจร้อนอยากได้) เสียดาย
(น่าจะเช็คให้ละเอียดกว่านี้ ว่าบ้านหลังนี้อยู่บนตลาดขายบ้านมาเป็นเดือนแล้ว ขายไม่ออก เค้าปรับลดราคามาแล้วรอบนึง) เรากรอกข้อมูลดาว์บ้านหลังนี้ไป 5% (หวั่นๆใจอยู่เหมือนกันว่าจะได้มั้ย ก็เรามีเงินสำรองก้นถุงจริงๆเท่านี้)

ทางเอเจนซี่ยังทำเรื่องเอกสารจองบ้านยังไม่เสร็จ เจ้าของบ้านก็โทรมาหาเราบอกว่ายังไม่เป็นจดหมาย offer ซื้อบ้านเลย (เหมือนอยากขายมาก) เราก็บอกไปว่าส่งเรื่องไปหมดแล้ว
เราก็จัดการเตรียมเอกสารเพื่อยื่นกู้ซื้อบ้าน ระหว่างนั้นก็กำหนดระยะเวลาอีก 10 วัน เราจะต้องหาแหล่งเงินกู้ ให้ได้ เพราะถ้าเลยกำหนดถือว่าผิดสัญญา เราจะหลุดจองบ้าน ซึ่งโดยหลัการซื้อขายบ้าน เริ่มจาก เห็นประกาศขาย นัดดูบ้าน
ถ้าตกลงปลงใจอยากได้จริงๆก็จัดการ บอกตัวแทนขายทำการ offer บ้าน แล้วก็กรอกเอกสาร ซึ่งจะประกอบไปด้วย รายละเอียดของบ้าน
(ขนาดเนื้อที่ ขนาดบ้าน จำนวนห้องนอน ห้องน้ำ และอื่นๆ) ลักษณะการขาย เช่น มีเฟอร์นิเจอร์ หรือสภาพบ้านแบบไหน ชำรุด ไม่ซ่อมให้หรือมีการปรับปรุงหลังการขาย)
จำนวนเงินดาว์น วันที่เราจะปิดการซื้อขาย เช่นให้เราให้ ปิดการขาย ภายใน 10 วันนับจากวันที่เรา ได้ส่งจดหมาย offer ซื้อบ้าน ถ้าระหว่างนั้นมี คนอื่นสนใจบ้าน และให้ offer มากกว่าเรา เจ้าของบ้านมีสิทธิที่จะขายให้เค้าได้ และ กำหนด ย้ายออกหรือย้ายเข้า โดยกฏหมายขั้นต่ำต้องให้เวลาเจ้าของเดิม 30-60 วัน จะดำเนินการหลังจากปิดการซื้อขาย ซึ่งระยะเวลาที่สำคัญคือช่วง 10 วัน (อันนี้สำหรับเรานะเพราะเราเสนอเค้าไป 10 วัน) ต้องได้เอกสาร ทั้งหมดเพื่อ ไปยื่นกู้ 

289 เราวิ่งหาธนาคารไป 4-5 ที่ ปกติแหล่งเงินกู้กับธนาคารใช้เอกสารเหมือนๆกัน คือ หนังสือรับรองการทำงาน เงินเก็บย้อนหลัง 3 เดือน (ซึ่งต้องมีเงินสะสมมากกว่าเงินดาว์น) เช็คเครดิต เอกสารยืนยันตัวตน เช่น ใบขับขี่ เอกสาร offer บ้าน ติดต่อทนาย
(ต้องใช้ทนายในการตรวจสอบเอกสาร) ระยะเวลาที่เราควรให้กับธนาคารหรือแหล่งเงินกู้ ประมาณ 5-6 วัน


ซึ่งธนาคารแรกเรา(นามบัตรที่เราได้มาจากเอเจนซี่ของบ้านหลังแรก RBC) ติดต่อไป นัดพบกับฝ่ายสินเชื่อ เตรียมเอกสารทั้งหมดพร้อม she พูดเก่งมาก บริการดีเหลือเกิน รับปาก นู่นนี่นั่น เวลาผ่านไป 5-6 วัน ยังไม่รู้ผล 139 ซึ่งเรามองว่าผิดปกติ เราเลยต้องหารแหล่งเงินกู้สำรอง 118

เราเริ่มร้อนใจ 122 เริ่มหาธนาคารอื่น ซึ่งจริงๆแล้วควรทำเป็นอย่างมาก เพราะจะได้เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย ซึ่นต้อนนั้นไม่รู้ว่าเราทำไมโง่ ที่จะรอแค่ธนาคารเดียว แถมเชื่อใจว่าเค้าจะดูแลเราเป็นอย่างดี แต่กลับไม่ใช่เลย  ระว่างรอ

ธนาคารแรก (RBC) เราพยายามโทรหาฝ่ายสินเชื่อ เดินเข้าไปหาที่ธนาคาร ก็ไม่อยู่  ส่งอีเมล์ ก็ไม่ตอบ โทรหาไม่รับ ส่งข้อความไปตอบกลับว่าติดลูกค้าอื่น นางหายไปเลย ซึ่งภายหลังเรามารู้ว่าเค้า เหมือนจะมีความสัมพันธ์กับเอเจนซี่ของบ้านแรกที่เราเคยไปดู เกี่ยวกับพวกคอมมิชั่น (ถ้าเราไม่ได้ซื้อบ้านผ่านเอเจนซี่ที่แนะนำมา การดำเนินการก็จะต่างกันออกไป  ตอนแรกๆก็ต้อนรับเราดีเพราะเราบอกว่าเอเจนซี่แนะนำมา แต่บ้านที่ซื้อไม่ได้ผ่านเอเจนซี่ที่แนะนำ สุดท้ายก็ไม่โอ) 

ธนาคารที่ 2 (BMO) เราติดต่อไปวันเดียวกัน เราโทรไปนัดแล้วฝ่ายสินเชื่อเล่าให้เค้าฟังว่าเราจะซื้อบ้านแล้วก็ยังหาธนาคารกู้เงินไม่ได้อีก 2 วัน จะต้องปิดการซื้อขายบ้านแล้ว ผู้จัการธนาคารบอกให้เราเข้าไปให้ตอนเย็นได้เลย ธนาคารที่ 2 ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 2-3 วัน กระบวนการคือเราต้องทำการนัดคุยกับฝ่ายสินเชื่อซึ่งเค้าไม่ได้มีกันทุกธนาคาร เจ้าหน้าที่สินเชื่อคนนี้จะเข้าไปทำงานแต่ละสาขาต่างวันกัน ในวันที่เราเข้าไปคุยไม่มีพนักงานสินเชืื่ออยู่ มีเหมือนพนักงานสินเชื่อฝึกหัดกับผู้จัดการธนาคาร บริการดีมาก ช่วยเหลือดีมาก ซึ่งธนาคารให้เรากรอกเอกสารยื่นกู้แล้วก็เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นกู้  โทร skype คุยกับฝ่ายสินเชื่อ ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที แล้วเราถามว่าเมื่อไหร่จะรู้ผล เค้าบอกจะเร่งให้ใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน

ซึ่งเราก็กลัวว่าธนาคารจะอนุมัติไม่ทันเราก็เลยโทรหาเอเจนซี่ เล่าให้เค้าฟังว่าเรารอผลเงินกู้กัธนาคารอาจจะช้าไปสัก 1-2 วัน ซึ่งถ้าหากผลอนุมัติล่าช้าไปทางเอเจนซี่ต้องเปลี่ยนเอกสารสัญญาซื้อขายบ้าน ซึ่งจะต้องเปลี่ยนวันปิดการขายแล้วก็ส่งสัญญาซื้อขายมาให้เราเซ็นต์อีกรอบ แต่เราบอกว่ารอเราให้คำตอบอีกที 465 ในวันรุ่งขึ้น

แล้วทางเอเจนซี่ก็แนะนำแหล่งเงินกู้ 287 ให้เราด้วยเป็นแหล่งเงินกู้เอกชน แน่นอนเอกชนทำงานค่อนข้างไว หลังจากคุยกับเอเจนซี่ ทางบริษัทสินเชื่อก็โทรหาเราทันที เราส่งเอกสารต่างๆทางอีเมล์ แล้วก็รู้ผลวันถัดไป

แต่เราก็ยังร้อนใจอยู่ดี 122 เราค้นหาในอินเตอร์เน็ต เจออีกธนาคาร เลยโทรไปนัดคุย โชคดีมีเจ้าหน้าที่สินเชื่อประจำธนาคาร เราเลยขอนัดคุยตอนเย็นหลังเลิกงาน เราเล่าให้เค้าฟังเหมือนเคย แล้วก็ให้เอกสารต่างๆกับทางธนาคาร
บริการดีมาก ค่อนข้างเป็นมืออาชีพใช้เวลา ที่ธนาคาร 25-30 นาที 120 


139 วันรุ่งขี้นก่อนวันปิดการขาย เราได้รับการติดต่อมาจาก ธนาคารที่ 2 (BMO)  บริษัทสินเชื่อ และ ธนาคารสุดท้าย โดยทั้งสามที่อนุมัติสินเชื่อ ให้เรา โดยที่อัตราดอกเบี้ยต่างกันไป (ไม่ต่างกันมาก) ซึ่งเราตัดสินใจไปกับธนาคารสุดท้าย (รู้ผลอนุมัติตอนเช้า ไวมาก)   287 ซึ่งดอกเบี้ยในช่วงเวลานี้โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 2.7-3.1% และที่สำคัญคือเราไม่ได้ศึกษาหรือเตรียมการใดๆมาก่อนเลย ไม่เคยทำเรื่องกู้เงินกับธนาคาร ไม่มีทนายความ ไม่มีความรู้เรื่องบ้าน ขั้นตอนการซื้อขายบ้าน  แต่อย่างใด  
307   307   307

หนี้ก้อนแรกได้เกิดแล้ว 300  ตื่นเต้น ตกใจ กังวล  ระหว่างนี้ก็จะเป็นเรื่องระหว่าง ธนาคาร เอเจนซี่ และทนายความ ส่วนเราก็รอว่าเค้าจะนัดเรื่องจัดการเอกสาร ตรวจเช็คบ้าน รับกุญแจ 

112 ส่วนธนาคารแรกที่เราติดต่อไป และพยายามติดต่อตลอดเวลา ยังไม่ตอบกลับมา ซึ่งเกินกว่า 10 วัน ก็ยังไม่ติดต่อกลับมา ผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ฝ่ายสินเชื่อของธนาคารแรกส่งข้อความมาหาเราบอกว่าสินเชื่ออนุมัติแล้ว ดอกเบี้ย 3.xx% ซึ่งเราบอกไปว่าเราได้สินเชื่อกับธนาคารอื่นแล้วและขอบคุณในความล่าช้า ที่ทำให้เราได้สินเชื่อที่ดีกว่าแล้วบริการที่ดีกว่า.63 (เราโทรไปคอมเพลนเกี่ยวกับบริการไว้ด้วย มีทางหัวหน้าคอมเพลนโทรกลับมาหาเรา แล้วก็ผู้จัดการสาขาโทรมาหาเรา ก็ได้แต่ขอโทษ เราคิดว่าจะไปปิดบัญชีกับธนาคารนี้เลย เราว่าไม่โอ)

138 คงสงสัยใช่มั้ยค่ะว่าทำไมตัดสินใจไว้จัง เราก็ไม่รู้เหมือนกัน เราไม่ได้คิดว่าจะอยู่ที่นี่นาน (ความคิดตอนแรก) ที่สำคัญคือ ค่าเช่าบ้านกับเงินผ่อนบ้านรายเดือนเท่ากัน อันนี้เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เราตัดสินใจซื้อบ้าน


ต้องวางแผนยังไง? ต้องมีงบเท่าไหร? ต้องมีเงินเก็บ? ต้องใช้อะไรบ้าง? ขั้นตอนยังไง?….

ต้องวางแผนยังไง?  เรื่องวางแผนสำหรักซื้อบ้านเราว่ามีกันทุกคน แต่สำหรับเรา ไม่ได้วางแผนเลย แต่ปัจจัยที่ทำให้เราซื้อบ้านคือ ใกล้ที่ทำงาน และค่าเช่าบ้านหรืออพาทเมนท์ราคาเท่าๆกัน  และต้องเช็คกับธนาคารเรื่องเครดดิต หรือวงเงินที่เราสามารถกู้ได้ เพราะบางคนไม่ได้รับเงินกู้เต็มจำนวนค่าบ้าน
ต้องมีงบเท่าไหร่? แน่นอนค่ะ ยิ่งมีงบมากยิ่งดี แต่สำหรับคนที่มีงบน้อย ต้องมีอย่างน้อยพอสำหรับเงินดาวน์ (ถ้าจะดีต้องเก็บเงินให้พอดาวน์ 20% เพราะดาวน์ต่ำกว่า 20% จะต้องจ่ายเงินพิเศษ เหมือนให้ความมั่นใจว่าเราสามารถผ่อนไหว เหมือนเป็นค่าประกันพิเศษ ซึ่งราคามากน้อยก็ขึ้นอยู่กับสภาพบ้านและราคาบ้านที่เราซื้อ เงินดาวน์ถ้ามีน้อย เค้าก็มีแบบดาว์น 5% ซึ่งเราก็เลือกแบบดาวน์น้อย และก็ต้องจ่ายค่าประกันพิเศษ)
ต้องมีเงินเก็บ? ส่วนเงินเก็บแน่นอนว่าต้องมีเหลือหลังจากซื้อบ้านแล้ว เพราะยังมีค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็นอีกมาก เช่น เงินประกันบ้าน ค่าจดทะเบียนมิตเตอร์ (น้ำ ไฟ แก๊ส) ค่าภาษีบ้าน และเงินเก็บก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ของธนาคารที่จะอนุมัติเงินกู้ด้วย จากที่ได้คุยกับเจ้าหน้าที่ เค้าจะแนะนำว่าเงินเก็บควรมีมากกว่าเงินที่เราดาว์นบ้านเล็กน้อย และอยู่ในบัญชีที่แยกออกจากเงินเดือน อย่างน้อยสามเดือน
ต้องใช้อะไรบ้าง? เอกสารที่ต้องใช้ก็เหมือนที่บอกไป คือ หนังสือรับรองการทำงาน เงินเก็บย้อนหลัง 3 เดือน (ซึ่งต้องมีเงินสะสมมากกว่าเงินดาว์น) เช็คเครดิต เอกสารยืนยันตัวตน เช่น ใบขับขี่ เอกสาร offer บ้าน ติดต่อทนาย


Ep.1 เป็นเรื่องที่เราบังเอิญ หรือเราพยายามทำให้มันเป็นเรื่องบังเอิญ....กว่าจะได้บ้าน 
ปกติเราเป็นคนไม่ชอบขับรถ ยิ่งในเมืองยิ่งไม่ชอบ (ค่าปรับแพง) หลังจากต้องวิ่งหาธนาคาร ที่อยู่ใน downtown เลยกลายเป็นว่าเรารู้จักในเมืองเป็นอย่างดีเลย หลายเรื่องก็เป็นประสบการณ์ ที่ทำให้เราเรียนรู้ เช่น การที่เราอยู่ต่างที่ ต่างเมือง ต่างประเทศ ต้องรู้ข้อกฏหมาย  ต้องรู้ว่าเราต้องทำอะไร ใครทำอะไรที่ไหน อย่างไร ใครที่เราควรติดต่อประสานงานด้วย ที่สำคัญคือการจัดการแผนสำรอง  รู้หน้าไม่รู้ใจ อยู่ต่างที่ต่างถิ่น ต้องระวังให้ดี (ต่างชาติ ต่างสีผิว พวกเขา พวกเรา เรื่องนี้ยังคงมี และเกิดขึ้นตลอด )

ไว้พบกันใหม่ใน Ep.2  นะค่ะ  117
​​​​​​​



Create Date : 10 ตุลาคม 2562
Last Update : 18 ตุลาคม 2562 21:18:28 น. 0 comments
Counter : 164 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสาวไกด์ใจซื่อ


ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สมาชิกหมายเลข 5340657
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add สมาชิกหมายเลข 5340657's blog to your web]