ความหวาดกลัวต่อการคัดลอกและหวงแหนในงานของตัวเองมี...แต่ก็ไม่มากเท่ากับความปรารถนาดีที่อยากให้คนอ่านของเรามีความสุขกับทุกตัวอักษรในทุกวัน
ขอบคุณที่เป็นคนอ่านของเราค่ะ Copyright Act B.E. 2537
Link นิยายที่เว็บอื่นๆ ขวามือล่างสุดค่ะ
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2561
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
23 ตุลาคม 2561
 
All Blogs
 
ตอนที่ 26 ของขวัญ โดย ภูปรดา

26.



“ฝาง!!” สายรุ้งกระโจนเข้าใส่เพื่อนรักอย่างดีใจเมื่อเห็นฝางเดินเข้ามาในครัว “กินอะไรหรือยัง ทำไมต้องเข้ามาในครัวเอง ไม่รอกินข้าวที่ห้องอาหารล่ะจ๊ะ?”

“คุณนายไหมทองออกไปข้างนอกแต่เช้า คุณในเรือนก็หายไป ฝางไม่ทันเห็น ก็เลยเดินมาที่นี่จ้ะ” สายรุ้งจ้องหน้าเพื่อนรักพลางยิ้ม “หลับสบายไหมคุณผู้หญิง?”

“ก็ดี ไม่มีคนกวน แล้วรุ้งหลับสบายไหมจ๊ะ?”

“ไม่เลย นอนกลัวผีทั้งคืนเลยแถมยังได้กลิ่นยาสูบทั้งคืนเลย ไม่รู้ใครสูบ เรือนคนใช้ก็อยู่อีกตึก ทำไมได้กลิ่นก็ไม่รู้สิ ฝางได้กลิ่นไหม? รุ้งว่าบ้านนี้ก็แปลกๆ คนบนตึกก็น้อย เดินๆ อยู่ใครมาสะกิดคงร้องลั่นทุ่งแน่”

“ไม่ได้กลิ่นอะไรทั้งนั้น แต่วันนี้ก็ทำใจดีๆ ไว้ละกัน วันนี้วันพระ คุณในเรือนอาจจะไม่สบายหนักเหมือนเคย แต่ไปไหนก็ไม่รู้ได้ตอนนี้ เห็นเขาไหมจ๊ะ?”

“ยังไม่เห็นนะ เดี๋ยวรุ้งไปหาให้นะ เดี๋ยวมา”

พอสายรุ้งวิ่งออกไป ก็ปะทะเข้ากับร่างโปร่งทันที “ฉิบหายแล้ว!! คุณอิง” หล่อนร้องลั่น “ยังนะ ยังไม่ฉิบหาย จะตกใจทำไมรุ้ง?” อิงกาลถาม

“ก็มาเงียบๆ นี่คะ” อิงกาลไม่ได้สนใจคนตรงหน้านาน หากแต่รีบเดินมาจูงมืออีกคนเดินออกไปทันที “มานี่กับพี่หน่อยฝาง” เขาไม่รอให้ใครยินยอม หากแต่กึ่งลากกึ่งจูงหญิงสาวออกไปทันที อิงกาลหยุดอยู่ตรงหน้าดงกรรณิการ์ เขาปล่อยมือหล่อนให้เป็นอิสระ “พี่ตัดทิ้งดีไหม?”

“ทำไมหรือคะ?”

“จะได้เลิกเป็นเรือนกรรณิการ์เสียทีไง เห็นเขาพูดปากต่อปากกันมาว่าบ้านนี้น่ากลัวนัก ดึกๆ ดื่นๆ มีกลิ่นหอมประหลาด ไม่ก็กลิ่นยามวน ไม่ก็มีแสงวิบๆ วับๆ พี่ว่ามันน่าจะเกี่ยวกับดงกรรณิการ์นี่แหละ”

“มีอะไรที่เชื่อไม่ได้อีกหรือคะ? หรือกลัวอะไร?”



“ถ้าเราจะอยู่กับปัจจุบัน เราก็ต้องลบล้างอดีต บ้านนี้มีคนอยู่มาหลายชั่วอายุคน หลายอย่างเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน แต่พี่จะเปลี่ยนมันเอง”

“บ้านคุณในเรือนนี่คะ จะมาถามฝางทำไม?” ฝางสงสัยแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนัก

“ก็……มีอีกคนในตัวเรา เขาว่านี่บ้านเขาด้วย”

“ถ้าเขาตอบได้ตอนนี้ก็ดีสิคะ แต่ฝางไม่ทราบ”

“ไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ?” ชายหนุ่มถาม เพราะอยากแน่ใจว่าวันนี้จะไม่มีอะไรประหลาดๆ เกิดขึ้น “คุณในเรือนสบายดีไหมคะ ตัวร้อนไหม?”

“พี่สบายมากวันนี้ คงเพราะฝางมาอยู่ข้างๆ ไง” คนตอบยิ้มตาหยีอย่างมีความสุข แต่คำถามเมื่อครู่ของเขาดูตรงกันข้ามกับคำว่า “สบาย” หญิงสาวส่ายหน้า อิงกาลใจร้อนและใจเย็นได้ในเวลาเดียวกันเสมอ และอะไรที่ยังไม่เกิดขึ้น ไม่ได้แปลว่าจะไม่เกิด แต่อย่างน้อยร่างกายก็ยังไม่ได้ทำร้ายเขา และฝางเองก็รู้สึกว่าคนในกายกำลังเงียบสงบ “พี่อยากถาม….ทำไมต้องรออีกเดือนถึงจะแต่งงานได้ ไม่ใช่แค่อยากซ่อมเรือนใช่ไหม? ฝางก็รู้บ้านนี้ไม่มีอะไรให้ซ่อมแซม” อิงกาลมองไปรอบๆ ตึก ทุกอย่างรอบเรือนกรรณิการ์งดงามเสมอ เขายังนึกไม่ออกว่าจะซ่อมแซมตรงไหนได้อีก ฝางก้มหน้ามองที่พื้น “ไม่ทราบเหมือนกัน แต่มันมีที่ต้องซ่อมแซมค่ะ”

อิงกาลยืนนิ่งอย่างใช้ความคิด “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการแต่งงาน? ต่อให้มีที่ต้องซ่อมแซมก็เถอะ” ฝางส่ายหน้าแทนคำตอบ คนใจร้อนหันหน้าหนี อิงกาลยังใช้ความคิดอยู่เพียงลำพัง “งั้น….จะให้คนสำรวจทุกที่ จะซ่อมแซมตรงไหนก็ซ่อมได้หมด แต่คงไม่นานถึงหนึ่งเดือนนะ เตรียมตัวไว้ก็ดี พี่อยากแต่งงานเร็วๆ รู้อะไรไหมว่าพี่เป็นคนมีสมบัติมาก หากแต่งงานแล้วทุกอย่างก็จะเป็นของฝางและลูกทั้งหมด รู้ว่ามันไม่มีค่าอะไรกับฝางหรอก แต่พี่กำลังบอกข้อดีของการแต่งงานอย่างถูกต้อง” ชายหนุ่มอมยิ้ม



“คุณในเรือนคะ ตั้งแต่เล็กจนโต ฝางเจอเรื่องประหลาดๆ มาเยอะมาก แต่ไม่เคยจดจ่อกับมัน ไม่เคยอยากเอาชนะ ไม่เคยต้องการรู้ที่ไปที่มา ข้อดีของความไม่รู้ดีเสมอสำหรับฝาง เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเรา ก็เป็นหนึ่งในนั้น” คนพูดหน้านิ่ง ปล่อยให้ชายหนุ่มคิดให้ได้เอง แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล

“เราถึงต่างกันไงครับ” อิงกาลอมยิ้ม “ทุกอย่างที่ทำให้ฝางมายืนอยู่ตรงหน้าพี่ได้ เพราะพี่ต้องการไงครับ ฝางไม่รู้ดีแล้ว แต่พี่ไม่รู้ไม่ได้”

“ฉันว่าหล่อนควรรู้ไว้อีกเรื่องนะ ว่าสักวันหล่อนจะต้องเดินออกไปจากบ้านนี้จนได้” ใครบางคนยืนกอดอกพลางยิ้มอย่างผู้ชนะ คุณโสนเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าฝาง “ ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความจริงนะฝาง” หล่อนยิ้มเยาะ

ฝางยืนสบตาหล่อนนิ่ง ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา อิงกาลยืนมองหญิงสาวทั้งสองคน ก่อนจะก้มมองที่พื้นพลางอมยิ้ม “ขอบใจคุณโสน มาทำไมแต่เช้าครับ?”

“มาดูห้องหับว่าขาดเหลืออะไรค่ะ คุณป้าจะให้โสนมาอยู่เป็นเพื่อน เด็กกำลังจะขนของของโสนมาที่นี่” หล่อนตอบพลางยักไหล่

“คนออกเยอะแยะ คุณแม่ต้องการอะไร ตอบมาซะดีๆ” อิงกาลถามตรงกับใจ

“ท่านคงต้องการกำลังใจกระมังคะ ท่านว่าลูกชายจะออกเรือน ไม่เห็นหัวแม่เอาซะเลย” อิงกาลอมยิ้ม พลางคว้าข้อมือของฝางออกเดินทันที “เข้าใจแล้ว อยู่ให้สบายก็แล้วกัน ยินดีต้อนรับสู่โลกที่มองไม่เห็นนะคุณโสน” หญิงสาวได้แต่ยืนมองทั้งคู่เดินจากไป คุณโสนไม่ได้สนใจคำเตือนใดๆ หากแต่เจ็บใจยิ่งนักที่ถูกเมินเฉย



อิงกาลพาฝางเข้ามาในห้องโถงใหญ่ ชายหนุ่มมองไปรอบๆ “ตรงไหนเหรอที่คิดว่าควรซ่อมแซม? ตอบตามความรู้สึกก็ได้” ฝางว่าง่าย หล่อนมองไปรอบๆ ห้องราวกับกำลังมองหาของสำคัญ “คุณในเรือนมีญาติมาเยี่ยมบ้างไหมคะ?” อิงกาลกอดอกยืนมองหล่อนอย่างใช้ความคิด มันก็แปลกดีที่ถูกถามแบบนี้ หลายชั่วอายุคนบนเรือนนี้กว่าจะมาถึงรุ่นของคุณแม่ เขาได้พบญาติที่เป็นญาติจริงๆ ไม่กี่คน

“เอาจริงๆ นะ มีไม่กี่คนที่พี่เคยพบ ที่ไม่ได้พบคุณแม่ก็ไม่ได้เล่า ทำไมอยู่ดีๆ ถามเรื่องนี้ล่ะครับ?” ฝางส่ายหน้า “ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่รู้สึกว่าที่นี่คนพลุกพล่าน” คนตอบหน้านิ่ง ทั้งๆ ที่ตัวเองก็รู้ดีว่าบนตึกนี้มีคนเดินอยู่ไม่กี่คน คุณนายไหมทองไม่ชอบให้คนรับใช้ขึ้นมาบนตึกหลายคนนัก ฝางก็เห็นบ้านนี้มาตั้งแต่ยังเล็ก อิงกาลยิ้มจาง “เราสองคนนี่เหมือนคนบ้านะฝาง พูดอะไรที่คนอื่นไม่เข้าใจ บางทีตัวเราเองก็ยังไม่เข้าใจ แต่ก็ช่างมันเถอะนะ แล้วตกลงอยากซ่อมแซมตรงไหน ขอแค่ฝางบอกพี่ พี่จะรื้อมาซ่อมให้หมด”

เสียงคุณโสนกำลังดุคนรับใช้ดังใกล้เข้ามา “ไปไหนพ้นเลย! ไปเอาของที่ฉันสั่งมาให้ครบ!” เมื่อหล่อนมายืนอยู่ในห้องโถงแล้วจึงได้หยุดใช้อารมณ์ หางตาของหญิงสาวค้อนขวับให้คนรับใช้ที่วิ่งออกไปแล้ว “หาอะไรกันคะ?” หล่อนถามตรง

“เปล่าครับ มาเดินเล่น”

“ก็เห็นอยู่ว่าเดินหาอะไรสักอย่าง ทำไมต้องปิดบังน้องคะ?”

“ไร้สาระน่าคุณโสน ว่าแต่จะมาอยู่สักกี่วัน คุณแม่ให้นอนห้องไหน?”

“ฝั่งซ้ายเป็นของห้องท่าน ฝั่งขวาก็ห้องพี่อิง ห้องริมน้ำเห็นทีจะเป็นของน้องนะคะ” คนตอบถอนหายใจที่ไม่อาจเลือกห้องใดได้ บ้านนี้เขามีลูกชายคนเดียว ห้องหับถูกยุบให้แยกเป็นสองฝั่งอย่างเห็นได้ชัด ห้องริมน้ำอยู่ตรงส่วนกลางของตึก หากแต่ห่างออกไปด้วยถูกคั่นไว้ด้วยห้องโถงรอบบันได

ฝางหลับตาฟังคนทั้งสองเจรจากันอยู่เงียบๆ ก่อนจะลืมตาแล้วเอ่ย “ลงไปนอนเสียข้างล่าง ห้องหับอยู่ถัดไปนี่เอง”

คนฟังเชิดหน้าขึ้นทันที “มันเรื่องอะไรของหล่อนไม่ทราบแม่ฝาง!?”

“ห้องริมน้ำต้องปิดซ่อมแซมนับแต่วันพรุ่ง” ฝางตอบ อิงกาลรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในทันที ภาษาของเจ้าตัวเปลี่ยนไปราวกับกุมอำนาจทุกอย่างไว้ในมือ คนที่ต้องการให้ซ่อมเรือนเป็นคนนี้! ชายหนุ่มคิด

“จริงเหรอคะพี่อิง? คุณป้าไม่เห็นบอกอะไรโสน”

“จริงทุกคำครับ อยากจะปรับปรุงอะไรนิดหน่อย น้องนอนข้างล่างแทนก็แล้วกันนะ” ชายหนุ่มยิ้มเจื่อน “ฝางครับ….ขึ้นไปดูห้องดีกว่านะ พี่จะเรียกช่าง”

“เดี๋ยวค่ะ!!” คุณโสนเดินพุ่งเข้าไปหาฝางไม่รีรอ “ตกลงนี่หล่อนอายุเท่าไหร่กันแน่ ทำไมพูดจาเหมือนคนแก่ ออกมาจากเสาต้นไหนมิทราบ ฉันจะถามหลายทีแล้ว ทำไมหล่อนดูแปลกๆ ปกติหรือเปล่าเรา?”

“ห่วงหรือ?” ฝางถามหน้านิ่ง

“ก็ไม่นะ ฉันแค่สงสัย เพราะบางทีฉันว่าหล่อนก็น่ากลัวเกินคน”

อิงกาลอมยิ้มที่มุมปาก คุณโสนเถรตรงจนน่าใจหาย หล่อนจะรู้หรือไม่ว่ากำลังเล่นกับใครอยู่? ฝางยังยืนหน้านิ่ง หล่อนยกสองมือขึ้นประสานกันเรียบร้อย สง่างาม ใบหน้างามเชิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จริตนั้นงดงามอย่างประหลาด ทำให้อิงกาลรู้สึกวูบวาบในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก “คนที่น่ากลัว....คือคนที่ไม่รู้จักตนเลยสักวันเดียว หากแต่ปกคลุมด้วยอาภรณ์และท่าทาง ซ่อนเร้นไว้ไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้ หล่อนรู้หรือไม่?”

“หล่อนว่าใคร?!!!” คุณโสนชักสีหน้าอย่างเห็นได้ชัด

“อยู่ให้ห่างเรา” ฝางตอบก่อนจะก้าวเดินนำอิงกาลออกจากห้องไป คุณโสนหายใจหอบ หล่อนโกรธนัก หากแต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ไม่ยอมก้าวตามออกไป ผิดวิสัยตัวนัก ความเยือกเย็นเข้าครอบงำกายอย่างรวดเร็ว เมื่อเจ้าตัวได้กลิ่นน้ำอบหอมอวลไปทั่วห้อง หญิงสาวไม่รอช้าวิ่งออกจากห้องโถงในทันที!



อิงกาลเดินตามร่างบางขึ้นไปบนตึก ฝางเดินเร็วราวกับปลายเท้าไม่ได้สัมผัสพื้น เขามองพลางอมยิ้ม นึกอยู่ในใจเพียงลำพัง หากสไบนางเคลื่อนคล้อยออกมาให้เห็นคงรู้สึกได้บรรยากาศไม่น้อย ชายหนุ่มได้กลิ่นน้ำอบฟุ้งไปทั่วกาย

หล่อนมาแล้ว ไม่ผิดตัว!

เมื่อถึงห้องโถงกลางตึกชั้นบน ร่างของฝางก็หันหน้ามายืนประสานมือสงบนิ่ง “เข้าไปได้หรือไม่ห้องริมน้ำที่แม่โสนกล่าวถึง?” อังควิภาที่ซ่อนอยู่ภายในร่างฝางถาม “มาแต่หัววันเลยนะครับ” อิงกาลเย้าเล่น เขาอยากรู้เหมือนกันว่าความอัศจรรย์มันเกิดได้ตลอดเวลาจริงหรือไม่ นี่เขากำลังฝันหรือกำลังเป็นบ้ากันแน่

“หากแม้นมิใช่คำถาม อย่าได้เอ่ยอะไรไร้แก่นสาร เรากำลังขออนุญาต”

“ขอโทษครับ เชิญตามสบาย” ชายหนุ่มยิ้มให้ตาหยี รู้สึกชอบใจในท่าทางแบบนี้ในกายฝางเหมือนกัน ฝางดูสง่างามมากกว่าเดิมหลายเท่า ในขณะเดียวกันก็ดูตรงไปตรงมา ไม่เก็บงำความในใจใดๆ ไว้

หากจับสองกายนี้แยกออกจากกันได้ ฝางตัวจริงจะเป็นอย่างไรหนอ? จะเหมือนตัวจริงที่เอาแต่เก็บงำความรู้สึกไว้หรือไม่? เขากำลังสงสัย

องค์อังควิภาไม่รอช้า หล่อนก้าวข้ามธรณีประตูอย่างงดงาม ภาพที่เห็นเกิดขึ้นรวดเร็วนัก อิงกาลไม่สงสัยว่าทำไมหล่อนรู้ว่าห้องนี้มีธรณีประตูสูง แต่การเคลื่อนย้ายกายนั้น ทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝัน



ร่างงามเอนกายพิงหมอนอยู่บนพรม ท่านเงยหน้าขึ้นมายิ้มเมตตาให้ผู้มาใหม่ “องค์อังควิภาหรือ?” องค์ขาลเอ่ยถามเมื่อนางก้มลงกราบที่พื้น

“ไม่ได้มาเสียนาน ต้องกราบขออภัยเจ้าข้า”

“อย่าไปกังวลใดๆ มีเหตุอันใดนำเจ้ามา?” องค์ขาลลุกขึ้นนั่งตั้งใจฟัง

“ได้ยินเสียงเล่าอื้ออึงนักว่าแม่จีบจักออกเรือนในไม่ช้า หากแต่ที่ทุกคนกำลังเจรจาและกังวลกลับเป็นเรื่องขององค์ขาลเจ้าข้า เหตุใดไม่ได้ก้าวออกจากวิมานมาช้านาน มิได้สำราญอยู่หรืออย่างไร?” คนถามดูห่วงใยนัก หล่อนคลานเข้ามาใกล้ สองมือกุมปลายเท้าขององค์ขาลไว้อย่างเทิดทูน

“เห็นทีวิมานจะจางหายในไม่ช้า องค์อังควิภาอย่าได้กังวล มีเหตุมีผลมิใช่เรื่องบังเอิญไม่ว่าภพภูมิใด” ร่างบางน้ำตาคลอ เมื่อได้ยินเสียงปลอบประโลม

“อังควิภาเจ้า….จำคำข้าไว้ การจุติเข้าสู่ภพภูมิใหม่หาใช่เรื่องใหญ่โต ดีแล้วที่มาหาในวันที่อันกายข้า ผ้าทิพย์ แลเครื่องประดับยังมิได้เศร้าหมองมากนัก ยังได้เจรจาเห็นพักตร์เจ้า เล่ามาเถิดมีสิ่งใดคับข้องใจ หากหาเหตุได้ ความเศร้าหมองใดๆ จักได้คลายลง” อังควิภาถอยออกมานั่งตรงหน้า “ข้าหาอยู่ได้ไม่ ด้วยหลายราตรีที่ผ่านมามีชายฉกรรจ์มากหน้าหลายตาลอบเข้ามาในเขตแดน แม่จวงเจ้าของเรือนหล่อนรู้เห็น หากแต่ไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด ดูผิดแผกไปราวกับคนละคน”

“หาได้พ้นหูพ้นตาดอก มันเข้ามานำทองหยองมอบให้แก่เจ้าของเรือน เป็นบ่าวเป็นข้าของพ่อปรุง แม่จวงหล่อนเก็บงำไว้ เหตุเพราะต้องการฉุดรั้งแม่จีบไว้ในอกตนนานเท่านาน” องค์ขาลอธิบาย “อันจะทำการใดอื้ออึง ก็เกรงจะลือกระฉ่อนไปทั่วคุ้ง ด้วยตกปากรับคำยกลูกสาวให้คุณรุ้งไปเสียแล้ว” คนพูดหัวเราะ

“หล่อนจะทำการใดหรือเจ้าข้า?”

“อีกไม่กี่เพลา แม่จวงจะปรุงยาให้คุณปรุงเข้าหอก่อนคุณรุ้งเสียให้ได้”

อังควิภาแย้มสรวลด้วยเห็นเป็นเรื่องประหลาดนัก “แม่จีบหล่อนอาจจะดีใจที่ได้ทองหลายหีบหากได้รู้ เหตุใดแม่ลูกไม่เจรจากันดีๆ นะเจ้าข้า?”

“ก็คงเหมือนองค์เองที่ไม่ยอมรับองค์อจลา เหตุนี้จึงได้เกิด ทุกผู้มีความปรารถนา แต่คนที่จะชนะคือคนที่แข็งแกร่งกว่าอย่างไรเล่า แม่จีบคิดว่าหล่อนฉลาดกว่าแม่ตน” องค์ขาลหัวเราะ เมื่อแม่จีบหล่อนไม่ยอมรับคุณปรุง เรื่องยุ่งๆ จึงจะเกิดเพราะหัวอกคนเป็นแม่ไม่ได้เห็นดีเห็นงามในการออกเรือนไปไกลๆ ยังดีนักหนาที่คุณปรุงเธอรักใคร่แม่จีบด้วยใจจริง “นางจวงแลเห็นช่องจะดึงลูกไว้ นางจึงได้ใช้พ่อปรุงหวังให้คลายทุกข์ แลนางยังได้ทองไว้ให้ลูกรักด้วย คุณปรุงมาปะนางจวงเหมาะเจาะในยามที่แม่จีบไม่อยู่ จึงได้เจรจา ข้าก็ได้แต่ดู เพราะมันเป็นชะตา”

อังควิภาไม่อาจเอ่ยอะไรได้ต่อ หากแต่พอจะมองเห็นปัญหาที่จะตามมา “ข้าอาจจะโชคดีที่ไม่มีผู้ใดมาก่อเหตุให้เกิดความร้าวฉานระหว่างวิมานได้นะเจ้าข้า องค์อจลาก็เมตตาไม่หักหาญน้ำใจกัน” องค์ขาลอมยิ้ม ท่านไม่ปรารถนาจะเอ่ยถึงข้อนี้ ด้วยรู้อยู่แก่ใจดีว่าองค์อจลารู้สึกอย่างไร “เรื่องเรือนกรรณิการ์จะปล่อยให้เกิดเหตุไปกระนั้นหรือเจ้าข้า?” อังควิภาเอ่ยถาม

“หากแม้นเป็นชะตา แม้แต่อยู่สูงกว่าข้าก็หาทำอันใดได้ไม่” คนตอบยิ้มให้อย่างเมตตา “หักใจเสียเถิด เหตุใดจะเกิดเราก็เป็นได้เพียงผู้ดู หมั่นบำเพ็ญสร้างสมบุญกุศลไว้ จุติเมื่อใดจักได้อยู่ในวิมานที่ดี ใครใคร่ทำการใด จักได้รับผลในสิ่งนั้นเสมอ” ร่างโปร่งที่ยืนมองภาพนั้นอยู่สั่นเทิ้มไปทั่วกาย คำว่า “เรือนกรรณิการ์” ดังก้องอยู่ในโสตประสาท ความอยากรู้และความหวาดกลัวเคลื่อนคล้อยเข้ามาโดยไม่รู้ตัว อิงกาลถอยหลังชิดผนัง มือของเขาปะทะแจกันสูงที่ตั้งอยู่มุมห้องล้มครืน!

สองร่างในอาภรณ์โบราณสีสันงดงามมองมาที่เขาก่อนจะหายวับไปกับตา เหลือเพียงร่างของฝางนั่งพับเพียบอยู่ตรงกลางพรม หล่อนหันมามองแจกัน ก่อนจะเอ่ย “เห็นอะไรหรือคะคุณในเรือน?” อิงกาลยังไม่ตอบในทันที เขาก้มลงยกแจกันขึ้นตั้งในตำแหน่งเดิม แล้วยิ้มจางให้อีกคน “ภาพประหลาดๆ อาจจะเพราะอากาศในห้องนี้อบอ้าว ไม่ได้เปิดใช้มานาน ฝางทำอะไรอยู่นะ? นั่งทำไมครับ?” ชายหนุ่มรีบเปลี่ยนเรื่อง

“อยากรู้เหมือนกันค่ะว่ามานั่งอยู่ในห้องนี้ได้ยังไง” คนตอบหน้าซื่อ ฝางถอนหายใจกับความไม่รู้เรื่องของตัวเองอย่างจนใจ “แล้วฝางบอกไปหรือยังคะว่าต้องซ่อมแซมตรงไหน?”

“บอกแล้วครับ ห้องนี้แหละ พี่จะรื้อพรมเก่าทิ้ง เปลี่ยนสีห้องเท่านั้น” ชายหนุ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงดังที่กล่าว แต่เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกจับผิดจากหญิงที่ถูกเรียกว่าองค์ขาลในชุดโบราณเมื่อครู่ ความอัปยศที่หล่อนกล่าวเกี่ยวกับเรือนกรรณิการ์ ชายหนุ่มก็ไม่ต้องการให้ฝางรับรู้เช่นกัน แม้ลึกๆ ในใจจะหวาดหวั่นว่าความคิดของตนไม่อาจรอดพ้นจากสายตาใครได้! สีหน้าของฝางอาจจะเป็นคำตอบที่เดาได้อย่างสบายใจที่สุด ฝางยังไม่รู้แน่ๆ! อิงกาลไม่รอช้า เขาเดินไปฉุดแขนฝางให้ลุกขึ้นเดิน แล้วออกไปจากห้องนี้ทันที



พอฝางปลีกตัวออกไปอ่านหนังสือที่ริมน้ำ อิงกาลก็ใช้เวลาอยู่ในห้องนอนเพียงลำพัง ชายหนุ่มครุ่นคิดถึงภาพเหตุการณ์ที่ได้เห็นอย่างหงุดหงิด นี่ตะวันยังไม่ตกดินด้วยซ้ำ เขากลับได้เห็นภพภูมิที่ไม่น่าจะได้เห็น

สองนางเจรจากันเรื่องอาภรณ์เศร้าหมอง เรื่องวิมาน เรื่องการจุติ เขารู้ดีว่าคำพูดเหล่านี้แปลว่าอะไร หลวงพ่อเคยเล่าให้ฟังเมื่อครั้งท่านยังอยู่หลายครั้ง อันเทวดานั้นเมื่อหมดสิ้นซึ่งบุญกุศลที่สั่งสมมา ก็จะถึงครา “จุติ” อันเป็นการเคลื่อนจากอีกภพหนึ่งไปสู่อีกภพหนึ่ง ก่อนจะตายจะเกิดจุตินิมิตหลายประการ หนึ่งในนั้นคืออาภรณ์ผ้าทิพย์จะเศร้าหมองดังที่ได้ยินมาเองกับหูเมื่อครู่

คนสำคัญบนเรือนกรรณิการ์กุมชะตาไว้อย่างเงียบๆ ทั้งแม่จวงและองค์ขาล อิงกาลหลับตาลงหวังเรียกสติตัวเองให้กลับคืนมา เมื่อแก้อดีตไม่ได้ เขาก็จะไม่กลับไปแก้ไข คนที่ “หวัง” ให้เขาก้าวเข้าไปสู่อดีตมีเจตนาไม่ดีอย่างไม่ต้องสงสัย! เมื่อก้าวเข้ามาสู่กองไฟนับแต่ชะตากำหนดมา เขาก็จะแก้ที่ปัจจุบันเอง!

เลือดเนื้อในกายเรา เกิดจากเขาผู้ผ่านพ้นเวลามา เรือนกรรณิการ์เป็นของเราอย่างไม่ต้องสงสัย แม่จะรู้ประวัติของต้นตระกูลหรือไม่ไม่สำคัญ แต่ชายหนุ่มรู้สึกถึงความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดในภพชาตินี้ได้ทันที

หญิงหนึ่ง...ชายสองเกิดด้วยมารดาของนางผู้ชื่อจีบ

ชายหนึ่ง.....หญิงสองจะต้องเกิดด้วยมารดาของเขาอย่างไม่ต้องเอ่ยถามผู้ใด!

แม่ได้ก่อกองไฟขึ้นในเรือนแล้วหนออิงกาล….


Create Date : 23 ตุลาคม 2561
Last Update : 23 ตุลาคม 2561 10:14:21 น. 0 comments
Counter : 122 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.