ความหวาดกลัวต่อการคัดลอกและหวงแหนในงานของตัวเองมี...แต่ก็ไม่มากเท่ากับความปรารถนาดีที่อยากให้คนอ่านของเรามีความสุขกับทุกตัวอักษรในทุกวัน
ขอบคุณที่เป็นคนอ่านของเราค่ะ Copyright Act B.E. 2537
Link นิยายที่เว็บอื่นๆ ขวามือล่างสุดค่ะ
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2561
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
21 ตุลาคม 2561
 
All Blogs
 
ตอนที่ 23 ของขวัญ โดย ภูปรดา

23.
ผู้คนบนศาลาเดินกันไปมา เสียงคนพูดจากันยังไม่หนาหูนักด้วยยังเช้าอยู่มาก เด็กวัดบางคนกำลังปัดกวาดเช็ดถูพื้นไม้ด้วยความง่วงงัน “อ้าว! ท่านขมมาแต่เช้าเลย มาแล้วหลับ มาเพื่ออะไร?!!” เด็กชายคนหนึ่งหัวเราะคิกเมื่อเห็นท่านขมนอนสัปหงกอยู่ข้างเสาบนศาลา

“เออ! ข้านอนไม่หลับเลยออกมาใส่บาตรหน้าวัดแต่เช้ามืด คนอย่างข้าต้องคนแรกเท่านั้นโว้ย!” คนพูดดูภูมิอกภูมิใจยิ่งนัก “พวกเอ็งทำงานไป เดี๋ยวคนมากันมากกว่านี้ได้ลื่นล้มหัวแตก ถูพื้นหรือเล่นสงกรานต์กันวะ?! เปียกไปหมด”

เด็กชายหัวเราะแล้วรีบเอาผ้ามาถูที่พื้นเพื่อซับน้ำออกทันที “บ่นเก่งจริงคนแก่ หลวงพ่อบ่นเก่งคนเดียวไม่พอ ยังจะมีคนมาบ่นอีก คางยานไปถึงท่าน้ำแล้วโน่น!!”

นายขมไม่ได้สนใจคำประชดประชันของเด็กวัด เขาลุกขึ้นแล้วเดินไปสูดอากาศที่หน้าประตูศาลา แล้วลงจากบันไดไปทันที หวังจะออกไปวิ่งให้ตัวเองตื่น

“นั่นใคร? งามเชียว ลูกสาวบ้านไหนล่ะนั่น?” เขาทัก

หญิงสาวยกมือไหว้ทันที “ฝางค่ะ ลูกแม่บัว”

“อ่อ! ว่าไงนางฟ้า วันนี้มาคนเดียวเรอะ? นางดำไม่มาด้วยหรือ?”

“ไม่ค่ะ น้าขมมีอะไรกับฉันหรือไม่?”

“ไม่มีหรอกแม่ มาทำบุญอย่างเดียวหรือ เหตุใดดูรีบร้อน?”

“ต้องไปธุระค่ะ จะเอาอาหารมาถวายแล้วก็พบหลวงพ่อ” ฝางสลับมือถือปิ่นโตและตะกร้าไปมาเพราะรู้สึกหนัก หวังจะให้อีกคนหยุดถามเหลือเกิน “ท่านออกไปบิณฑบาตไหมคะ?”

“ไปสิไป รอสักพักเดี๋ยวคงกลับมาแล้วล่ะ ขึ้นไปรอบนศาลาสิ”

ฝางพยักหน้า แล้วรีบเดินไปทันที “เดี๋ยว! แม่ฝาง!”

เธอหันหน้ามาเมื่อถูกเรียก “คะ? น้าขม”

“เรียกพี่ได้ไหม?”

ฝางยิ้มออกมาทันที “อย่าเลยจ้ะ ฝางกลัวบาป”

นายขมหน้าเจื่อนลงไปทันที “นางดำมันสอนมาล่ะสิ!”

“เปล่าค่ะ ขอโทษนะคะ ฝางไปได้หรือยัง?”

“ยัง! เขาลือกันว่าเอ็งเป็นเมียน้อยลูกคุณนายไหมทองหรือ? จริงหรือวะ?” นายขมถามหน้าตาจริงจัง

“เขายังไม่ได้แต่งงานนี่จ๊ะน้าขม” หญิงสาวยิ้มจางส่งให้

“มันก็จริง…..แต่เขาว่าเมียแต่งของพ่ออิงกาลคือแม่โสนเท่านั้น เขาหมั้นหมายกันมาตั้งแต่ยังเด็ก เมื่อวานเขาพูดกันทั่วคุ้งน้ำเชียวเอ็ง เขาว่าความแตกเมื่อไม่กี่วัน คุณนายไหมทองแกเก็บความลับได้เก่ง นี่แหละน้าเงินทองจึงไม่รั่วไหล ลูกชายแกเลยรวยล้นฟ้า เป็นบุญของเขานะเอ็ง ว่าแต่เอ็งไปอยู่บ้านเขามาตั้งแต่เด็ก ได้มากี่มากน้อย?” ความอยากรู้และความรู้ของท่านขมดูจะมีมากมาย มีอะไรในโลกนี้บ้างที่หลุดพ้นจากสายตาของคนเกิดก่อน และมีอะไรบ้างที่คนไม่ได้เสริมเติมแต่งความคิดของตัวเองใส่เรื่องราวที่รู้ ฝางอยู่กับครอบครัวของคุณนายไหมทองมาตั้งแต่ยังเด็ก แต่ดูเหมือนความรู้ของเธอจะน้อยกว่าคนตรงหน้าเสียแล้ว

“มีอีกหลายเรื่องนะจ๊ะที่น้าขมไม่รู้ ไว้ว่างๆ ฉันจะมาเล่าให้ฟังเอง ขอตัวก่อนนะจ๊ะ ฉันลาล่ะ!” ฝางพูดพลางยิ้ม

“เฮ้ย! เดี๋ยวก่อนสิวะ ข้ายังเล่าไม่จบเลย”

ฝางไม่ได้หันกลับมามองเขาอีก นายขมเกาศีรษะด้วยความรู้สึกผิดหวัง ใจเขาอยากถามฝาง แต่ต้องพูดกับตัวเอง​ “เขาว่า….บ้านแม่บัวมีผี เดินกันสไบปลิว เย็นๆ ค่ำๆ บางทีก็มีเสียงคนโดดน้ำตูมๆ ที่ท่าน้ำ แล้วก็ฝนตกเฉพาะที่เรือนเอ็ง จริงหรือเปล่าวะ?”

“สู่รู้!” เสียงใครสักคนดังขึ้น

“ไม่น่า! ข้าแค่รับฟังข่าวสารจากประชาชน” นายขมหันหน้ามาดูข้างหลัง ก่อนจะเอามือปิดปากตัวเองทันที ไม่มีคน!! ไม่มีใคร!! ใครพูดกับข้า!!! เขานึกอยู่ในใจไร้เสียง



อาหารเช้าถูกยกมาไว้ในห้องนานแล้ว แต่อิงกาลยังไม่ยอมรับประทานอาหาร สายรุ้งนั่งพับผ้าอยู่ที่พื้นไม่ห่างกันมากนัก ชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่บนเตียงเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอยู่นานแล้ว “พี่อิง…เอ่อคุณอิง ไม่กินข้าวหรือ?” หญิงสาวตบปากตัวเองเบาๆ ก่อนจะเงียบไปเสียเฉยๆ

อิงกาลหันหน้ามาก็เห็นอีกคนเอาผ้าปิดปากตัวเองไว้ ราวกับกลัวว่าจะโดนเขาดุ “เรียกอย่างที่อยากเรียกเถอะรุ้ง”

“จ้ะ….ได้จ้ะ กินข้าวหน่อยเถอะจ้ะ จะได้กินยาเสียที เดี๋ยวพี่ดำกลับมาจากตลาดก่อน ฉันได้โดนด่าเปิง”

“วันนี้วันอะไรนะรุ้ง?”

“ยังไม่ถึงวันพระจ้ะ แค่วันโกน”

“รุ้งก็คงรู้เรื่องของพี่หมด ถึงได้พูดอย่างนี้” ชายหนุ่มหัวเราะเบา

“ก็รู้จ้ะ ใครๆ ก็รู้”

“ขอบใจที่พูดตรงๆ ว่าแต่ว่าฝางเขาพูดถึงพี่บ้างไหมรุ้ง?”

“ไม่นะ ไม่ได้ว่าอะไรจ้ะ”

“หมายถึงที่ผ่านมา ตั้งแต่เล็กจนโต” อิงกาลอธิบาย

“ไม่จ้ะ ฝางอ่านแต่หนังสือ เล่าแต่เรื่องในหนังสือให้ฟัง เพราะรุ้งไม่ได้เรียนหนังสือ ฝางว่าความรู้จะทำให้เราฉลาด” หญิงสาวเล่าพลางยิ้ม “ฝางนี่เก่งเหลือเชื่อเลยจ้ะ รู้ทุกเรื่องเลย ยกเว้นหัวใจตัวเอง” สายรุ้งหัวเราะ

“รุ้งหมายความว่า รุ้งรู้ใจเขาอย่างนั้นหรือ?”

สายรุ้งพยักหน้าพลางยิ้มตาหยี



“ถ้าเล่าทุกอย่างนับจากนี้จนกว่าพี่จะพอใจ จะยกแผงที่ตลาดให้เลย ตกลงไหม?” สายตาของชายหนุ่มมีแววแห่งความสุขขึ้นมาทันใด “ข้อเสนอนี้สายรุ้งน่าจะไม่ยอมให้หลุดมือใช่ไหม?”

“รุ้งรู้สึกเหมือนกันกับพี่อิงเลยจ้ะ”

“ดีมาก….งั้นไปเก็บของแล้วไปอยู่เรือนกรรณิการ์กับฝาง”

“ทำไมจ๊ะ?! ทำไมต้องไปเรือนกรรณิการ์” สายรุ้งมีสีหน้าหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด “ไม่ต้องตกใจ…..พี่ไม่อยากให้ฝางอยู่คนเดียว” ชายหนุ่มอธิบาย

“แล้วพี่ดำล่ะจ๊ะ?” อิงกาลมองออกไปที่หน้าประตู ความในใจของเขาไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ทุกนาทีที่เหลืออยู่……ต้องอยู่ในมือเราคนเดียวเท่านั้น

“ไปเก็บของเถอะ เดี๋ยวพี่จัดการทางนี้เอง” อิงกาลไม่รอให้ใครตั้งคำถาม ชายหนุ่มรับประทานอาหารตามที่หญิงสาวขอร้องแต่โดยดี สายรุ้งได้แต่มองเขาอยู่เงียบๆ แล้วเดินออกไปจากห้องนอน



“ทำอะไรรุ้ง?” เสียงพี่ดำถามขึ้นในความเงียบทำให้เจ้าตัวตกใจ ละล่ำละลักตอบ “เอ่อ เก็บของไปเรือนกรรณิการ์จ้ะ” คนพูดยิ้มตาหยี “คุณอิงให้ไปอยู่เป็นเพื่อนฝางจ้ะพี่ดำ แต่แปลกดีนะ พี่ดำต้องไปอยู่ด้วยอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”

ดำนิ่งไปไม่นานก็ตอบ “ก็คงแล้วแต่เจ้าของเรือน พี่ยังไงก็ได้ พ่ออิงเขาคงบอกอีกที” สายรุ้งหน้าเสีย “คือ....พี่ดำจ๋า! รุ้งกลัวเรือนนั้นยิ่งกว่าที่นี่อีกนะ ผีเยอะไหมจ๊ะ?” เจ้าตัวถามพลางเกาะแขนพี่ดำแจ “เฮ้ย! ผีเผอที่ไหน ไม่มีหรอก! พี่ดำก็ไม่ได้ไปนอนเรือนนั้นบ่อยๆ ไปถามฝางสิ”

“แหม! คงบอกหรอกคนนั้น ดอกพิกุลจะร่วงออกมาไม่ใช่เรื่องง่ายๆ”

“ป่านนี้จะคิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้เจ้าฝางของข้า” ดำถอนหายใจด้วยความเป็นห่วง ได้แต่จินตนาการเรื่องที่กำลังจะเกิด เพราะเจ้าตัวไม่อาจควบคุมผู้ใดได้อีกแล้ว เจ้าฝางตัวน้อยๆ ของพี่ดำเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ผู้กุมชะตาของหล่อนกลายเป็นคนเรือนอื่น หัวอกของดำไม่ต่างอะไรกับผู้เป็นมารดาของฝาง ด้วยทั้งรักและห่วงใยกันมาตั้งแต่เกิด “เดินต่อไปเถอะนะฝาง ยังไงเสียพ่ออิงก็คงไม่ทิ้งเจ้า”



ร่างบางก้มลงกราบเมื่อหลวงพ่อเดินกลับมาที่กุฏิหลังฉันเช้าเสร็จแล้ว

“ออกจากเรือนได้ด้วยหรือเอ็ง? เห็นบนศาลานึกว่ากลับไปแล้ว” ท่านถามพลางยิ้มน้อยๆ “ตั้งแต่แม่เอ็งตายไป นานๆ จะได้เห็นสักทีนะเจ้าฝาง”

“พี่ดำมาวัดบ่อยๆ เจ้าค่ะ ฝางต้องเรียนหนังสือ”

“ว่ามามีอะไรกับข้า!” หลวงพ่อเป็นเจ้าอาวาสที่วัดแทนเจ้าอาวาสองค์เดิม

“จะแต่งงานเจ้าค่ะ ฝางมาขอฤกษ์”

ท่านสมภารหัวเราะลั่นเมื่อได้ยินคำหล่อนเอ่ย “เอ็งจะแต่งแน่เรอะเจ้าฝาง?!”

ฝางพยักหน้ารับ “อย่างที่เรียนเจ้าค่ะ”

“กับลูกชายคุณนายไหมทองน่ะเรอะ!”

“ไม่มีคนอื่นเจ้าค่ะ” ฝางก้มหน้านิ่งเมื่อตอบคำถามแล้ว

“ฝางเอ๊ย….เหตุผลของมนุษย์การออกเรือนคือความสุข เหตุผลของคนอื่นถามเขาดีหรือยังเจ้า?”

“ของใครเจ้าคะ?”

“ทุกคนนั่นแหละ”

“ฝางเล่าไม่ได้ค่ะ ส่วนฤกษ์แล้วแต่หลวงพ่อจะเห็นสมควร” สีหน้าของเจ้าตัวจริงจัง หลวงพ่ออมยิ้ม “ฤกษ์ข้าไม่มีให้ เอ็งเกิดมาเพื่อวันนี้ อยากทำอะไรก็ทำไป คิดเสียว่าโชคเข้าข้างเอ็ง ขอเตือนอย่างเดียว อย่าให้ไฟสุมจนก้าวออกมาจากกองไฟไม่ได้ มนุษย์มีเรื่องเดียวที่สำคัญที่สุดคือ เวลา หากใช้มันไม่คุ้ม เอ็งจะเสียใจทีหลัง”

ฝางนั่งฟังนิ่ง แม้พอจะเข้าใจสิ่งที่หลวงพ่อกำลังสั่งสอนอยู่บ้าง แต่ก็ไม่อาจจะเอาใจใส่กับมันเกินกว่าที่ได้ยิน เธอเตือนตัวเองตั้งแต่ก้าวเข้ามาในเขตวัดแล้วว่า จะไม่ยอมเปลี่ยนใจใดๆ แม้หากจะมีใครทัดทานการแต่งงาน คนแถบนี้คิดไปไกลเสียแล้ว หลวงพ่อจะให้ฤกษ์ตามโหราศาสตร์หรือตามสมควรเมื่อร้องขอก็คงสุดแล้วแต่ท่าน การเอากิจที่ไม่ใช่ของสงฆ์มารบกวนท่านฝางก็รู้สึกเกรงใจอยู่เหมือนกัน แต่หากไม่ทำก็จะไร้ซึ่งหลักฐานอันสมควร มาไกลเกินจะฟังคำใครแล้วเช่นกัน หญิงสาวก้มลงกราบก่อนจะเอ่ย “ขอเป็นต้นเดือนนะเจ้าคะ ผู้ใหญ่คงไม่ทัดทานหากรู้ว่าฤกษ์มาจากปากหลวงพ่อแล้ว”

“เอ็งมันฉลาด…..แต่ข้าว่าคนสั่งมาฉลาดกว่า”

“หามิได้เจ้าค่ะ ฝางลานะเจ้าคะ” หญิงสาวพนมมือไหว้อีกครั้ง ก่อนจะคลานออกไป “เดินสไบปลิวขนาดนั้น……จะมาขอฤกษ์คนอย่างข้าทำไมแม่คุณ” หลวงพ่อส่ายหน้า เมื่อเห็นร่างบางค่อยๆ เคลื่อนออกไปไกลราวกับปาฏิหาริย์ เจ้าฝางถูกครอบงำทั้งๆ ที่รู้ตัวสินะ!



เมื่อฝางกลับมาถึงบ้านก็เย็นมากแล้ว เธอแวะไปทำธุระต่ออีกสองสามที่ มาถึงก็เห็นอิงกาลกำลังสั่งให้คนจากเรือนกรรณิการ์ขนข้าวของขึ้นรถ และมีของใช้ของเธอปนอยู่ด้วย ฝางเดินมาดูแล้วหันกลับไปถามอีกคนทันที “ทำไมรีบร้อนคะ?”

“วันโกน” อิงกาลตอบ

“อยู่ที่นี่ก็ดีแล้ว พรุ่งนี้ค่อยไปก็ยังได้”

“ไม่ได้…..ต้องวันนี้ครับ” ชายหนุ่มตอบพลางยิ้ม “ไปเรียกพี่ดำกับรุ้งมาเถอะ เดี๋ยวจะมืดค่ำซะก่อน”

“มาแล้วจ้า มาแล้ว!!” สายรุ้งวิ่งลงจากเรือนพลางหอบผ้าผ่อนที่หล่อนมีมา

ฝางสบตาพี่ดำที่กำลังเดินตามหลังสายรุ้งมาทันที “แล้วของพี่ดำอยู่ไหนจ๊ะ?”

“พี่ดำไม่ไปครับ…..พี่ขอให้ช่วยดูแลเรือนนี้ให้ ฝางมีรุ้งก็อยู่ได้สบายแล้วครับ”

ฝางหน้าบึ้งทันที “ถามกันก่อนก็น่าจะดีกว่านี้นะคะ พี่ดำอยู่คนเดียวมันอันตราย” อิงกาลอมยิ้มกับอาการนั้นอย่างเข้าใจ “ใครบอก? พี่ให้คนมาอยู่ด้วยอีกห้าคน ทั้งผู้ชายผู้หญิง พอใจหรือยังคนสวย?” เขาไม่รอช้าเดินเข้ามาดึงมือฝางให้ออกเดินทันที “เราเดินไปนะ อากาศดี พี่อยากเดินกับฝางมานานแล้ว รุ้งขึ้นรถครับ!”

“ไปเถอะฝาง มาหากันทุกวันได้นี่นา” ดำปลอบน้อง

“ไม่ได้ครับ!” อิงกาลหันกลับมาทันที “พี่ดำต้องไปเรือนนั้นทุกวันแทน ฝางมาที่นี่ไม่ได้ คนจะนินทาในทางไม่ดี เข้าใจนะครับ อิงขอให้ไปหลังเที่ยงนะครับ แล้วพบกันนะพี่ดำ” ชายหนุ่มยกมือไหว้ ก่อนจะดึงแขนฝางให้ออกเดินทันที!

“เฮ้อ! ทำไมใจร้อนจังเลยนะ ท่าทางดูเป็นคนใจเย็นมาตั้งนานนะ” ดำบ่น

“เหรอ! หนูว่าแกใจร้อนมาตั้งแต่เกิดแล้วต่างหาก และเหมือนคุณนายไหมทองยังกับแกะเรื่องใช้อำนาจน่ะพี่ดำ” สายรุ้งหัวเราะ “เราก็ทำตามที่เขาบอกเถอะ ยังไงฝางก็มีคนดูแลชนิดที่ว่า คุณนายไหมทองเดินเข้ามาก็ชนลูกชายตัวเองก่อนเลยละวะ สนุกแน่ๆ”



มือที่กุมมือของฝางอยู่กระชับมั่นราวกับกลัวว่าเธอจะจางหายไป อิงกาลเดินอมยิ้มอย่างมีความสุข นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เดินเคียงข้างหล่อนด้วยความรู้สึกมั่นคงอย่างที่สุด ฝางไม่อิดออด เดินหน้านิ่งมุ่งสู่เรือนกรรณิการ์เคียงข้างเขา “ไม่ถามหรือคะว่าได้ฤกษ์เมื่อไหร่?”

อิงกาลส่ายหน้า “ไม่เห็นอยากรู้เลยครับ”

“ถ้าคุณนายไหมทองถาม จะตอบว่ายังไง?” หญิงสาวถามและไม่ได้หยุดเดินสักนิด “ได้หมดตั้งแต่วันนี้ ฤกษ์คือวันนี้ไง” อิงกาลยิ้ม “แล้วคุณในเรือนปล่อยให้ฝางไปวัดทำไมกัน ถ้าจะทำแบบนี้?!” ฝางเริ่มเสียงดัง

ชายหนุ่มหัวเราะ “ก็แล้วมันจริงไหมล่ะ? หลวงพ่อบอกอย่างนี้ใช่ไหม?”

ฝางหายใจหอบ อยากจะหาไม้ฟาดคนตรงหน้าเสียจริงๆ “ทำไมต้องโกรธด้วยล่ะ เข้าหอก่อนวันพระไม่บาปหรอกน่า” อิงกาลหัวเราะร่วน “อย่าโกรธไปเลย เดี๋ยวจะเหมือนคุณโสน คนอะไรร้อนเป็นไฟทุกวัน”

ฝางสบตาคนตรงหน้านิ่ง คุณในเรือนกำลังเปรียบเทียบผู้หญิงสองคนให้เธอฟัง “คุณในเรือนรักคุณโสน”

“ไม่ใช่ ไม่จริง” อิงกาลส่ายหน้าพลางยิ้มกระจ่าง “พี่ไม่ถามนะว่าทำไมฝางถามอย่างนั้น แต่จะบอกว่า คนเรามันเห็นกันมาตั้งแต่เกิด มันแยกออกว่าคนไหนรักอย่างไหน คนไหนรักอย่างไหน”

“ก็แปลว่ารักอยู่ดี และที่สำคัญ เธอรักคุณในเรือน”

“เรื่องของเธอเถอะฝาง พี่ไม่เกี่ยว คนที่เราต้องสนคืนนี้คือคุณนายไหมทอง” ชายหนุ่มหัวเราะ “ทำไมชอบพูดเล่นคะ?” อิงกาลดูสนุกกับเรื่องนี้เหลือเกิน

“ไม่เคยพูดเล่นเลย นี่เรื่องจริงทั้งหมดนะ”

“ไปอารมณ์ดีมากจากไหนกัน นี่ฝางยังไม่ได้ก้าวขึ้นเรือนตัวเองเลย หิวก็หิว วันนี้ไปที่โน่นที่นี่ทั้งวัน”

อิงกาลอมยิ้ม “จำได้ว่า…ฝางจะกลับมาเร็วๆ นะ แต่หายไปจนเย็น คิดว่าพี่จะนั่งเฉยๆ รอหรือ?” ฝางยืนอึ้ง เธอนึกไม่ถึงว่าเขาจะช่างจดช่างจำขนาดนี้

“ฝางจะกลับบ้านสักครู่ เดี๋ยวตามไปนะคะ” หญิงสาวไม่รอช้าหันหลังจะวิ่งไปทันที หากแต่ไม่ทันเพราะโดนอีกคนสวมกอดไว้ทันทีเช่นกัน! “จะไปไหน?!!! ใครอนุญาต?!” อิงกาลกอดรัดเอวบางแน่น เขารวบมือหล่อนไว้ไม่ให้ฝางได้ขัดขืน “หันหลังกลับมาแล้วไปเรือนเรากันนะครับ อย่าให้ใช้กำลัง พี่ยังปวดหัว”

“ฝาง….ลืมขนมถ้วยฟู”

“เห็นแก่กินไม่ดีเป็นสาวเป็นนาง” ชายหนุ่มอมยิ้ม

ฝางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะหันหน้ากลับมา ไออุ่นจากริมฝีปากงามประทับลงจุมพิตหล่อนไม่รีรอ ความมืดที่ค่อยๆ ครอบงำในยามนี้หวานนัก ความสุขประหลาดเอ่อล้นในใจ แม้ขัดขืนหากแต่ทำได้เพียงวูบหนึ่งเท่านั้น “ฉันกำลังทำอะไรอยู่?” คุณในเรือน….อย่าดึงฝางด้วยวิธีนี้ อย่าใช้วิธีของมนุษย์อีกเลย

ชายหนุ่มอมยิ้ม…..เขาได้ยินเสียงความคิดหล่อนชัดเจน ขนมถ้วยฟูงั้นหรือ? มันไม่ได้เกิดมาเพื่อนางฟ้าอย่างเดียวแล้วฝาง ใครสักคนต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อ เรา! โชคเข้าข้างเขาแล้ว!



“คุณนายขา!” เสียงคนใช้ดังเข้ามาในห้อง หากแต่คุณนายไหมทองยกมือปรามเจ้าตัวไว้ได้ทัน “เอ็งอยู่เงียบๆ เขาใช้อะไรก็ทำไป” คนสั่งใจเย็น

“คุณอิงพาแม่ฝางมาเรือนเราค่ะ รถขนข้าวของมาราวกับจะย้ายเรือนค่ะ”

“เอ็งก็ไม่ได้โง่ ไปทำตามที่คุณอิงสั่ง มีอะไรขาดเหลือก็บอกข้า อย่าเอะอะโวยวาย” คุณนายไหมทองส่ายหน้าด้วยความระอา

“แต่! จะไปห้องไหนล่ะเจ้าคะ? แม่ฝางจะไปอยู่ห้องไหน?”

“ข้าบอกให้เอ็งฟังคุณ!!” คุณนายไหมทองตะโกน “ไปให้พ้นหน้าข้า อย่ามาเพ่นพ่านแถวนี้อีก ฟังคุณอิงแล้วอย่ามาให้ข้าเห็นหน้าเอ็งอีกวันนี้” น้ำเสียงของคุณนายไหมทองเปลี่ยนเป็นราบเรียบ หากแต่ทุกถ้อยคำเต็มไปด้วยความเจ็บปวดของเจ้าตัว หล่อนรู้ว่าใครมาเพราะคนในบ้านจะไม่เปิดประตูให้คนแปลกหน้าเด็ดขาด คุณนายไหมทองมองเห็นประตูใหญ่เปิดในขณะที่มองมาจากหน้าต่างชั้นบน ลูกชายของหล่อนกำลังก่อกองไฟด้วยความตั้งใจแล้ว!


Create Date : 21 ตุลาคม 2561
Last Update : 21 ตุลาคม 2561 22:27:15 น. 0 comments
Counter : 66 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.