ความหวาดกลัวต่อการคัดลอกและหวงแหนในงานของตัวเองมี...แต่ก็ไม่มากเท่ากับความปรารถนาดีที่อยากให้คนอ่านของเรามีความสุขกับทุกตัวอักษรในทุกวัน
ขอบคุณที่เป็นคนอ่านของเราค่ะ Copyright Act B.E. 2537
Link นิยายที่เว็บอื่นๆ ขวามือล่างสุดค่ะ
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2561
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
20 พฤศจิกายน 2561
 
All Blogs
 
ตอนที่ 35 ของขวัญ โดย ภูปรดา

35.

กลิ่นกระเทียมเจียวฉุนใส่จมูก หญิงร่างท้วมคนหนึ่งกำลังเจียวกระเทียมอยู่ พอหันไปอีกทางก็เห็นหญิงรูปงามห่มผ้าแถบสีจำปา นุ่งโจงกระเบนสีเข้ม ไว้ผมปีก หล่อนกำลังจับจีบดอกขนมช่อม่วง บางส่วนนึ่งสุกแล้ววางอยู่ไม่ห่าง พอเงยหน้าขึ้นมาคุณนายไหมทองจึงจำได้ว่าคือผู้หญิงที่ชื่อแม่จีบ พอเดินเข้าไปใกล้ๆ จึงได้กลิ่นหอมหวานจากตัวหล่อน แต่แม่จีบมองไม่เห็นผู้ยืนอยู่

“วันพรุ่งจะตั้งเครื่องตอนตะวันตกดิน พวกเอ็งก็เร่งมือเครื่องคาวหวานให้ครบ คืนนี้ข้าจะจัดการเครื่องกลีบดอกบัวแลเครื่องหอมห้าเอง”

“คุณจีบไม่ไปวัด แต่ตั้งเครื่องราวกับเครื่องเดือนสี่คงได้บุญมากโขนะเจ้าคะ” บ่าวคนหนึ่งที่ทำครัวอยู่พูด

“ข้าก็มิใช่ชั่วทำเพื่อตัวแต่เพียงอย่างเดียว นางเอิบมันหายไปไหน?!”

“แม่นายจวงให้ปัดกวาดเช็ดถูห้องกลางอยู่เจ้าค่ะ เห็นว่าเหม็นอับด้วยไม่ได้เปิดมานาน” คนตอบก้มหน้าก้มตาต่อ คุณนายไหมทองสงสัยทันทีว่าห้องนั้นคือที่ใดในเรือนกรรณิการ์ เพียงวูบเดียวที่คิดก็ได้กลิ่นอับทันที!

เท้าหล่อนสัมผัสกระดานไม้ เบื้องหน้าคือพรม ประตูหน้าต่างหลายบานถูกเปิดออก พอหันมาก็เห็นหญิงสูงวัยยืนบัญชาการอยู่กับบ่าวคนหนึ่ง “พอข้าทำลืมพวกเอ็งก็ลืมหมดเสียสิ้นว่าต้องทำความสะอาด! เร่งมือเข้า เอ็งทำผู้เดียวอย่าให้ใครเข้ามา” คนพูดหันซ้ายแลขวา นางเอิบปิดประตูก่อนจะเดินมานั่งพับเพียบอยู่ตรงหน้า “เรียบร้อยเจ้าค่ะ” มันยิ้มกระจ่างให้ “ทุกเรื่องหรือไม่?” นางจวงถาม

“ทุกเรื่องเจ้าค่ะ”

คนฟังอมยิ้มเพียงวูบเดียวแล้วเอ่ย “ฟังข้านะนางเอิบ ต่อให้เอ็งต้องตายก็อย่าได้แพร่งพรายเรื่องใด ลูกข้าคือหัวใจของข้า ดีชั่วอย่างไรข้าก็รักของข้า เอ็งเป็นบ่าวคุณจีบมาตั้งแต่ยังไม่โกนจุก เอ็งน่าจะรู้แจ้งแก่ใจดีว่าคุณจีบมิใช่ชั่วด้วยสันดาน ที่พลีกายให้ผู้ชายก็ด้วยความรัก เอ็งแลข้ารู้สึกไม่ต่างกัน”

นางเอิบน้ำตาปริ่มขึ้นมาทันที หากแต่ไม่ได้เอ่ยความใด “ข้าปรุงยาไว้ในตลับสีผึ้ง เอ็งเอาไปให้คุณจีบใช้เสีย อาบน้ำร่ำแป้งให้เธอดังที่เคยทำ” หล่อนเอามือควักตลับไม้ประดับด้วยพลอยสีเม็ดเล็กๆ ออกมาจากชายพก ก่อนจะส่งให้บ่าว

“เมื่อฟ้าสางข้ากลับมาจากถือศีลอุโบสถแล้ว ให้เอ็งร่ำไห้แล้วมาแจ้งข้า อย่าให้คุณจีบออกจากหอนอนเป็นอันขาด รักษาสิ่งที่เอ็งสร้างมาเท่าชีวิตรู้หรือไม่?”

“บ่าวให้ชีวิตคุณจีบได้เจ้าค่ะ แม่นายอย่าได้ร้อนใจใดๆ คุณจีบผิดพลั้งไปเพราะรักบังตา แม่นายอย่าได้เศร้าหมองเลยนะเจ้าคะ หากเวรกรรมใดๆ ที่นางเอิบแลคุณจีบได้ก่อไว้ และทำให้แม่นายทุกข์ ขอให้อโหสิกรรมให้เราด้วย บ่าวผิดไปแล้ว อย่าถือโทษโกรธคุณจีบเลย บ่าวมีคุณจีบเป็นดั่งพ่อแม่มาตั้งแต่เล็ก หากเธอมิซื้อมาก็คงไม่ได้อยู่มาจนบัดนี้ ขอแม่นายอย่าได้ห่วงใดๆ เลย” นางเอิบก้มลงกราบ คุณนายไหมทองยืนตัวสั่น เหตุใดทุกคำของบ่าวชื่อนางเอิบคนนี้จึงได้สะเทือนใจนัก และความรักของแม่นายจวงผู้นี้คล้ายกับเธอไม่มีผิด ลูกรักเขา!!

“ฉันเห็นเลขแล้ว!!” เสียงดำตะโกนขึ้น ทำให้คุณนายไหมทองตกใจตื่น เสียงสายรุ้งและดำคุยกันฟังไม่ได้ศัพท์ นายขมหัวเราะระคนกัน ตบเข่าตัวเองฉาดใหญ่เหมือนดีใจนักหนา

“ข้าทำได้เท่านี้หนาแม่ไหมทอง หล่อนมิอาจหลีกหนีความจริงได้ ด้วยเวรกรรมที่ก่อนั้นยาวนานชั่วกัปชั่วกัลป์มิเว้นผู้ใด จนกว่าจะชดใช้ได้หมดจึงจะจบ” เสียงอันน์ดังขึ้น แม่พลอยปรากฏขึ้นกลางเรือน หล่อนยื่นมือชี้ไปยังขันน้ำก่อนจะอมยิ้ม แสงระยิบระยับอาบความมืดในเรือนฝางทั่วอาณาเขต บุญที่มนุษย์ร่วมสร้างย่อมเกิดผลแก่ทุกผู้ ทุกสิ่งที่ตั้งอยู่ล้วนดับ ทุกสิ่งที่ก่อล้วนต่อ หากมิแพ้วถางกิเลสตัวเองด้วยสำนึก ก็มิอาจหยุดเวรกรรมได้



คุณนายไหมทองกลับเรือนกรรณิการ์ด้วยความรู้สึกไม่เหมือนเดิม หล่อนมองศาลพระภูมินิ่งเมื่อเดินผ่าน “เราตั้งเครื่องไหว้มั่งดีไหมคะ?” นางฟื้นถาม

“ฟื้น....ฉันควรจะจัดงานแต่งงานให้แม่ฝางใช่ไหม?”

“ก็ไหนว่าจะให้แยกกันละคะคุณ?”

“ลูกฉันรักเขาฟื้น พี่อิงรักแม่ฝางมาก” นางฟื้นหันไปสบตาคนพูด ใจหายอย่างบอกไม่ถูก คุณนายไหมทองน้ำตาคลอ ไม่นานนักน้ำตาหล่อนก็ไหลอาบแก้ม “หัวใจแม่ฟื้น ทำทุกอย่างเพื่อลูกได้จริงๆ ฉันรู้ฟื้น ฉันรู้ว่าฉันรักลูกมากแค่ไหน”

นางฟื้นเอื้อมไปจับมืออีกคนไว้ “อย่ากังวลไปเลยค่ะคุณ แม่ฝางไม่ได้อยากแต่ง เราค่อยๆ แยกเขาก็ได้ พอคุณอิงหายป่วยก็คงจะดีขึ้นเอง เขาไม่รักลูกเรานะคะคุณ”

“ฉันรู้ แม่ฝางน่ากลัวนัก น่ากลัวมาตั้งแต่เล็ก ลึกๆ แล้วฉันก็คิดว่าเขาจะมีใจให้ลูกฉันบ้าง แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าไม่ใช่ เด็กคนนั้นเหมือนเจ้ากรรมนายเวรของเรา ที่เข้ามาในบ้านของเราโดยที่เราต้องแลก ถ้าลูกฉันหายป่วยจริง แล้วใจเขาล่ะฟื้น? ใจที่แม่ฝางไม่เอาจะทำยังไง?” คุณนายไหมทองร้องไห้ผิดธรรมดา อาจจะเพราะแก่ตัวลงไปมาก ไม่ก็เพราะได้เห็นสัจธรรมอะไรสักอย่างที่นางฟื้นไม่รู้ ชั่วข้ามคืนที่ไปนอนกับแม่ฝางจึงเปลี่ยนไปได้เพียงนี้



คุณโสนเดินเข้ามาในห้องริมน้ำขณะที่ฝางกำลังอ่านหนังสืออยู่ “มาทีไรก็อ่านหนังสือ เธอไม่ลงไปกินขนมจีนน้ำยากับพวกคนใช้ล่ะ ถูกหวยรวยเบอร์กันใหญ่”

“กินข้าวแล้ว” ฝางตอบและยังก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ คุณโสนแสยะปาก รู้สึกเหมือนตัวเองต่ำต้อยนักระยะนี้ ใครๆ ก็เอาอกเอาใจแม่ฝางเพราะเป็นตัวให้โชค ไปวัดกับคุณนายป้ามาก็มีแต่คนถามไถ่เรื่องแต่งงานของมัน! “วันพระหน้าหล่อนจะไปถือศีลแล้วมันจะจบใช่ไหมฝาง? ฉันไม่อยากรอไปนานกว่านี้แล้ว”

“จบค่ะ คุณในเรือนดีวันดีคืน ไม่ทุกข์ร้อนใดๆ ไปซื้อที่ทางก็ได้ราคาดี กินทั้งชาติก็ไม่หมดค่ะ คุณโสนอย่าห่วง ฝางจะหาทางออกเอง” คุณโสนนั่งลงทันที “จริงนะ? หล่อนพูดจริงนะ ไม่ได้แค่ตัดรำคาญฉันใช่ไหม?”

“ถือศีลมา ไม่โกหก” แววตาของฝางมั่นคงเยือกเย็น

คุณโสนรูดแหวนในมือแล้วยัดใส่มือให้ฝางทันที “ฉันให้! แหวนเพชร เอาไว้ใส่เล่น แพงไม่ใช่เล่น แต่ฉันมีมาก นึกซะว่าเป็นของตอบแทนที่พาฉันถือศีล ฉันคงได้บุญจากหล่อนมาก ถึงได้มีความสุขนักวันนี้” คนพูดยิ้มแล้วลุกขึ้นวิ่งไปทันที

ฝางดูแหวนทองคำขาวประดับล้อมเพชรลูกเล็กๆ หลายเม็ดก็อมยิ้ม เห็นกันมาตั้งแต่เล็ก นี่เป็นครั้งแรกที่คุณโสนญาติดีกับเธอ คงจะมีความสุขมากที่จะได้แต่งงานกับคุณในเรือน ฝางหลับตาลงระลึกถึงบุญที่ตัวเองทำ ประหลาดนักที่ไม่รู้สึกห่วงหาคุณในเรือนเลย



อิงกาลออกจากบ้านมาตั้งแต่เช้าและยังไม่คิดจะกลับเข้าบ้านทั้งๆ ที่ดึกมากแล้ว เขานั่งอยู่ในรถที่จอดไว้หน้าโบสถ์ มีเพียงแสงไฟที่ห้อยอยู่ตรงต้นพิกุลใหญ่เป็นเพื่อน เขามาพบท่านเจ้าอาวาสเพื่อมาฟังคำเขา “ลือ” เกี่ยวกับบ้านของเขาและฝาง พวกที่ได้ลาภถูกหวยได้บอกเล่าต่อๆ กันถึงบุญที่ได้จากการเลี้ยงเพลพระให้เจ้าที่และผีบ้านผีเรือน เจ้ากรมข่าวลือก็ไม่ใช่ใคร นายขมนั่นเอง แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้สร้างปัญหาให้ใคร แต่สร้างรายได้ให้ตัวเองมากกว่าเดิม เพราะกลายเป็นผู้เจรจากับเจ้าที่และหยดน้ำตาเทียนลงน้ำ อิงกาลส่ายหน้า เขาคิดว่าคงไม่ใช่ทุกคนจะได้ลาภ เพราะฝางที่เป็นคนบวชแท้ๆ ยังไม่ได้อะไรเลย และเธอไม่ได้สนใจใครเลย แม้แต่ตัวเขา......ทำไมรู้สึกว่างเปล่าเหมือนกำลังจะสูญเสีย ทั้งๆ ที่ฝางก็ยังนอนอยู่ข้างๆ ทุกคืน โดดเดี่ยวที่คุณแม่ไม่พูดความจริงก็มากแล้ว มาว่างเปล่าเข้าไปอีก เขาอมยิ้มให้กับชะตาที่แปลกของตัวเอง มีเงินมากกว่าใครแต่เหมือนไม่มีใครในชีวิตเลยด้วยซ้ำ

พอเงยหน้าขึ้นก็รู้สึกถึงลมแรงที่ผ่านเข้ามาทางกระจกที่เปิดไว้ เขามองไปที่โบสถ์ เห็นสไบสีขาวอยู่ไกลๆ ร่างหนึ่งลอยล่องรวดเร็วพุ่งเข้าไปในโบสถ์ อิงกาลรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองถูกกระชากเข้าไปด้วย!

“เข้ามาเถิดองค์อจลา” เสียงใสบอกความเมตตา ก่อนจะปรากฏขึ้นในห้องกลาง องค์อจลาก็ปรากฏกายขึ้นเช่นกัน เขาพนมมือไหว้อย่างนอบน้อม “ข้ามาเยี่ยม มิได้มาเสียนานโข ด้วยหัวใจและจิตมิใคร่จะสะอาดนักเจ้าข้า”

“ลดองค์ลงมาต่ำไหว้ข้า เกรงใจนักท่าน อย่าได้เป็นเช่นกล่าวเลย ผู้สูงส่งมีหรือจะมัวหมอง” องค์ขาลยิ้มงามส่งให้ “อังควิภาเจ้าเข้ามาเถิด” หล่อนหันไปมองที่ฝาผนัง ร่างของอังควิภาในชุดขาวก็ปรากฏ หล่อนนุ่งโจงห่มสไบ ผมเกล้ามวยต่ำไว้ข้างหลัง งดงามหมดจดหาที่เปรียบมิได้ หัวใจองค์อจลาเต้นระรัว หล่อนหันมายกมือไหว้แล้วนั่งนิ่ง “พวกรุกขเทวาไปใส่บาตรพระธุดงค์กันมิได้ขาด เห็นว่าเจ้าก็ไปมา”

“เจ้าข้าองค์ขาล บางคราก็ให้วาสิกาไป ด้วยข้าอยากถือศีล”

“องค์อจลาได้ไปบ้างหรือไม่?”

“คงมีเพียงข้าที่มิได้ไป แม่จวงเรือนนี้อ่อนเปลี้ยลงทุกวัน แลยังศีลพร่องร่องแร่งลงเรื่อยๆ หล่อนปรุงยาหวังให้ลูกสาวสิ้นสติหลับใหลแลจะให้พ่อปรุงเข้าหา”

“อย่าห่วงไปเลย ชะตาหาแก้ไขได้ไม่ เราก็รู้กันอยู่ อังควิภาเจ้าก็อย่าได้ไปข้องแวะกับมนุษย์ ไปเถิดไปรักษาศีลของเจ้า อย่าได้รีรอ” สิ้นเสียงองค์ขาลร่างอังควิภาก็เลือนหาย เมื่อองค์ขาลหันมาก็ไร้เงาขององค์อจลา ท่านส่ายหน้าพลางยิ้ม



“เจรจากับพี่บ้างเถิด!” ร่างองค์อจลาแทรกตัดหน้าแสงสว่างที่กำลังพุ่งเข้าวิมานตน อังควิภาถอยห่างออกทันที “ข้าถือศีลเจ้าข้า อย่าได้ประวิงเวลาใดๆ”

“เจ้าจะถือศีลไปใย ในเมื่อวิมานกำลังจะดับสูญ เรือนนี้ก็จักมิเหลือ เห็นหรือไม่สีผ้าผ่อน สีดอกไม้ทิพย์ สีหีบหมากหม่นหมองลงเรื่อยๆ องค์ขาลผู้นั้นเป็นใหญ่ในเรือน แต่แพรพรรณล้วนเศร้าหมองเพราะกำลังจะหมดบุญ เจ้าถือศีลไปก็มิได้ช่วย”

“แล้วจะให้ทำเยี่ยงไร? จะให้ข้าหอบผ้าละทิ้งวิมานเสียเดี๋ยวนี้ หรือจะให้ข้าย้ายเข้าวิมานองค์เอง?” อังควิภาหน้านิ่ง หล่อนไม่ปรารถนาจะพูดจาล่วงเกินให้ได้ก่อบาป แต่ต้องเปลี่ยนทุกความในใจเป็นคำถาม

“ไปอยู่กับข้าเถิด แม้บุญไม่มากพอจะช่วยผู้ใดได้ แต่ข้าก็จักเป็นผู้ที่ยังอยู่ในวิมานตนได้ ข้ามาครานี้เพื่อยกมือไหว้มันผู้ต่ำศักดิ์กว่า เจ้านึกหรือว่าข้ามิรู้สึกรู้สาใดๆ เราเป็นรุกขเทวาสูงศักดิ์กว่ามาก ข้าก้มกราบมาแล้วก็ยังมิยอมใจอ่อนกับข้าหรือ?” เสียงชายหนุ่มตัดพ้อ “ข้าไหว้ข้ากราบผู้ต่ำศักดิ์เพื่อเจ้าอังควิภา!!”

“เพื่อตนเองเจ้าข้า แม้ข้ายอมเป็นข้ารองบาทตอนนี้ ข้าก็ต้องดับสูญด้วยหมดบุญ หากแม้นไม่เร่งสร้างบุญแล้ว จะไปจุติที่ใดหารู้ไม่”

“เปลี่ยนชะตาเสียบัดนี้อย่างไรเล่า หากเราเป็นคู่ผัวตัวเมีย ชะตาเจ้าจะเปลี่ยนอังควิภา เจ้ารู้ดีกว่าใคร!” เสียงนั้นทรงพลังดังก้องไปทั่วบริเวณ เหล่ารุกขเทวาชายหญิงต่างปรากฏขึ้นลอยล่องอยู่เหนือแผ่นดินเรือนกรรณิการ์ “ถอยออกไปพวกสู่รู้!” เสียงองค์อจลาสั่ง “วันนี้ข้าจะต้องเปลี่ยนชะตา หาไม่แล้วที่กลัวกันนักหนาก็จะหนีไม่พ้น อังควิภากับข้าต้องได้สมสู่กัน พวกเจ้าจะได้มิต้องหวาดหวั่นกันอีก”

รุกขเทวานางหนึ่งเอ่ย “เห็นทีจะยากหนาองค์อจลา แม้เราเปลี่ยนได้ก็หาเปลี่ยนชะตามนุษย์ได้ไม่ นางจวงทำบาปจะพรากผัวพรากเมียเขา มุสาหวังเอาของหมั้นของพ่อปรุง เอาลูกสาวมาใส่ตะกร้าล้างน้ำ เรือนนี้มิมีผู้ใดเหลือศีลอยู่แล้วทั้งนายทั้งบ่าว แม้แต่พวกมาปรุงเรือนก็สมสู่บ่าวด้วยกันเองเยี่ยงนางเอิบกับกับผัวมัน”

“จริงดังกล่าว เราเฝ้ามองพวกมนุษย์ผิดศีลอยู่ทุกโมงยาม หาดีมิได้สักคน” หลายๆ องค์ต่างแย่งกันเล่าเรื่องชั่วของนายและบ่าว ด้วยนับแต่แม่จีบหลงรักพ่อรุ้ง ก็ไม่มีวันไหนเลยที่หล่อนจะคิดดี ทำดี แม้แต่จะตั้งเครื่องไหว้พระภูมิแท้ๆ หล่อนยังคิดจะเอาผู้ชายมาสมสู่ไร้ยางอาย

“อย่าได้อื้ออึงไปเลยเจ้าข้า เรื่องของมนุษย์ท้ายที่สุดแล้วเราก็ต้องสุดแท้แต่เวรกรรม ข้าก็มิได้คิดจะทำเพื่อตนเอง จะยอมชดใช้ไปจุติใหม่เจ้าข้า”

“หล่อนไปเถอะแม่อังควิภา อย่าแปดเปื้อนด้วยสิ่งใดอีก ให้มันจบเสียแต่ครานี้ ไปจุติที่ใดก็ขอให้สูงส่งดังเก่า”

“เจ้ากำลังล่วงเกินเรา!!” องค์อจลาหันไปชี้หน้ารุกขเทวาผู้นั้นทันที

“หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ แม้วิมานองค์อจลาไม่ล่มตามกาลเยี่ยงนางในกาล

หน้า องค์เองก็จักสถิตอยู่ได้อีกไม่นาน จะมาหวังอะไรกับอำนาจของการเปลี่ยนชะตาให้ผู้คนได้หัวเราะเยาะทำไม เพียงบารมีของเจ้าทั้งสองรวมกันแล้วจะเปลี่ยนอะไรได้กระนั้นหรือ หาได้เป็นเช่นนั้นไม่!” อังควิภามิอาจทนฟังเรื่องใดได้อีก แสงสีขาวแทรกผ่านเหล่ารุกขเทวาเข้าวิมานตนทันที อิงกาลหายใจหอบเมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้น ฝนตกลงมาเสียงดังทำให้เขารีบปิดกระจก ภาพที่องค์อจลาผู้นั้นชี้นิ้วกราดตวาดผู้คน ทำให้เขามิอาจกลั้นน้ำตาไว้ได้ เราไม่เปลี่ยน เราไม่เปลี่ยนเลยอิงกาล ทำเหมือนกัน ทำเหมือนกันไม่มีผิด! คิดแต่จะชนะ คิดแต่จะเปลี่ยนทุกอย่างด้วยอำนาจ




Create Date : 20 พฤศจิกายน 2561
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2561 11:33:24 น. 0 comments
Counter : 228 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.