อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ NEW คุณเท่านั้นที่รู้ว่า 'บัวหลวง’ งดงามอย่างไร และคุณเท่านั้นที่จะรู้ว่า ‘เส้นทางสู่บัวหลวง’ มอบอะไรให้
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และซีเอ็ดค่ะ
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2565
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
18 กรกฏาคม 2565
 
All Blogs
 
ตอนที่ 13 Stand Clear X ยืนห่าง ๆ ไม่งั้นจะรักฉัน โดย ภูระริน (รีไรท์เพิ่มตอน)





13

มารุตสะพายกระเป๋าเดินมาที่หน้าบ้านเงียบ ๆสายตาของมารดาและพี่สาวมองเขาอย่างห่วงใยแต่ก็ไม่มีคำพูดใด ๆออกมา ชายหนุ่มวางกระเป๋าลงที่พื้นก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะรับประทานอาหารเช้า คุณกฤษณาตักข้าวให้ลูกพูนจาน

“จะไปไหนลูกหอบผ้าหอบผ่อน ? ”

“ไปค้างที่ร้านครับ คงสักอาทิตย์ แม่ไม่ต้องห่วงนะ เม้งให้นายก้อนไปนอนเป็นเพื่อน ให้นายยงยุทธหยุดเมียแกท้องแก่…สงสาร” ชายหนุ่มก้มหน้าก้มตารับประทานอาหาร รู้ว่าบิดาฟังอยู่จึงไม่จำเป็นต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต

“ไม่นอนไม่ได้เหรอลูก ? ”

“หลานเฮียติดผู้หญิง ไม่มีคนเฝ้าร้าน เม้งอยู่เขาก็หลบไปข้างนอกเรื่อย”

“พวกไม่มีความรับผิดชอบ” บิดาของมารุตพูด ชายหนุ่มไม่ได้สบตาใครเขาตั้งใจกินข้าวเหมือนเอร็ดอร่อยหนักหนา

“พี่มดไปหาบ้างได้ไหม ? พี่เม้งไม่เคยไปค้างที่ไหนพี่มดคิดถึง” มาดานึกหดหู่ขึ้นมาจริง ๆทำให้มุกดาอดยิ้มไม่ได้เพราะปกติอีกคนชอบโวยวาย พี่สาวคนโตของเธอจะพูดจาหวานหูเมื่อต้องการขออะไรจากน้องชายเท่านั้น

“ไม่ดีหรอกพี่โตแล้ว พี่มดไปนั่งเฝ้าที่อู่ดูไม่ดีครับ”

“อ้าว ! ฉันพี่แกนะ ! ”

มุกดายิ้มร่าเพราะเห็นคนสติแตกในทันทีที่ถูกขัดใจ มาดาเหมือนป๋าไม่มีผิด !

“อยากให้คนว่าไปนั่งเฝ้าผู้ชายก็เอา เฮียจะมาดูทุกวันพี่มดจะมาเฝ้าทำไม ? ”

“งั้นพี่มุกเอาข้าวไปส่งได้ใช่ไหม ? ”

“ไม่ใช่นักเรียน ไม่เอา”

“แม่…ไปได้ไหมลูก ? ”

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาทุกคนรวมทั้งบิดาก่อนจะถอนใจเฮือกใหญ่ !

“ผมไม่ได้ไปรบนะครับ ปีนี้จะ 20แล้วด้วย สักวันก็ต้องออกจากบ้าน” บรรยากาศเงียบสงบลงทันที ทุกคนแทบไม่ขยับตัว

“กลับมาวันพุธ…ถือว่าฉันขอ” บิดาของมารุตลุกขึ้นก่อนจะเดินจากไปทั้ง ๆที่ยังรับประทานอาหารไม่เสร็จ

“ทำไมครับ ? ” มารุตถามหน้าตึง เขาไม่ได้ยินเสียงบิดามานานแล้ว วันนี้เป็นครั้งแรกที่ท่านเอ่ยกับเขาต่อหน้า คนอย่างมารุตไม่มีวันจะปล่อยความสงสัยไว้กับตัว

“วันเกิดลูกฉัน”

มารดาของมารุตน้ำตาเอ่อขึ้นมาทันที สองมือของแม่วางช้อนลงก่อนที่มารุตจะได้ยินเสียงสะอื้นของท่าน ชายหนุ่มมองตามหลังบิดาในเครื่องแบบที่เดินจากไปก่อนจะหันมามองมารดานิ่ง ความรู้สึกหลากหลายวิ่งเข้ามาในหัวใจ ข้าวที่เคี้ยวอยู่ไร้รสชาติมารุตหันไปมองปฏิทินข้างฝา ลายมือของมุกดาเขียนไว้ตัวใหญ่

‘วันเกิดสุดหล่อ…มารุต’

มุกดาเอื้อมมือมาลูบบ่าน้องชายเบา ๆ “กลับมานะ…พี่มุกจะไปรับเอง”

มารุตไม่ตอบแต่สบตาพี่สาวคนที่สองนิ่ง “คนโตแล้วเขาไม่ดื้อหรอกนะมารุต พ่อแม่บอกอะไรต้องฟัง” มาดาหันหน้าหนีแอบเช็ดน้ำตาก่อนจะหันมาเชิดหน้าพูดต่อ

“พี่มดจะหยุดงานเพื่อน้องชายคนเดียวเชียวนะ”

“หยุดทำบ้าอะไร ? งานการไม่ทำเดี๋ยวก็โดนไล่ออก ! ”

“ก็เรื่องของฉัน ! ทำไมต้องมาหาว่าบ้าด้วยล่ะ ! ฉันแก่กว่าแกหลายปีเลยนะ ! ” มาดาเสียงดังเหมือนคนโมโห แต่ที่จริงแล้วเธอต้องการกลบเกลื่อนน้ำตาของตัวเอง

ดีใจเหลือเกินที่ป๋าจำวันเกิดน้องได้และยังเรียกว่า ‘ลูก’

“พี่เม้งป๋าขอไงลูก ไม่เห็นแก่ป๋าก็เห็นแก่แม่ รู้ใช่ไหมว่าแม่จะรอใส่บาตรด้วย ? ”

“ทุกปีเราก็ทำกันสองคน ผู้หญิงอีกสองคนที่นี่ไม่เคยตื่นทัน อีกคนยิ่งไม่ต้องพูดถึง” มารุตหมายถึงบิดาที่ไม่เคยดูดำดูดีกันมาหลายปีแล้ว

ทุกคนที่ฟังอยู่พูดอะไรไม่ออก !

“ก็ไม่ต้องสนคนอื่นถ้าลูกจำแบบนี้ แต่แม่รอนะเม้ง” ท่านเช็ดน้ำตาและสะอื้นหนักขึ้นเมื่อลูกชายคนเดียวลุกขึ้นถือกระเป๋า เข้าใจลูกชายหมดทุกอย่าง สิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนี้คือ ‘ขอร้อง’ “เม้ง ! แกอย่าอวดดีได้ไหม ? ! ” มาดาตะโกนไล่หลังน้อง

“มีดีให้อวดก็แล้วกัน ! พี่ไม่ชอบคนตื่นสายนะพี่มด ! ” มารุตตะโกนกลับมาเมื่อเดินพ้นประตูบ้านไปแล้ว

“ไอ้บ้า ! มารุตบ้า นี่มันแปลว่าอะไรมุก ? ! ” มาดาเริ่มร้องไห้เพราะไม่ต้องเก็บอารมณ์เศร้าปนสุขอีกแล้ว

“แปลว่าจะกลับมาค่า ! เบื่อพวกปากร้ายจริง ๆเลยแม่ สมแล้วที่เป็นลูกพ่อ”

คุณกฤษณายิ้มออกมาได้ก่อนจะลุกขึ้นมาลูบหลังมาดาลูกสาวคนโต “ไม่เป็นไรนะพี่มด แม่ดีใจจังเลยลูกได้ยินคำนี้จากปากป๋า พี่มดดีใจใช่ไหมลูก ? ”

“ดีใจสุด ๆเลยแม่ พี่มดไม่ได้ยินคำนี้มานานมากตั้งแต่เกิดเรื่อง ประโยคนี้ของป๋าเพราะที่สุดเลยค่ะแม่ แม่ใส่อะไรลงในแกงเนี่ย ? ! ” มุกดาเช็ดน้ำหูน้ำตาอย่างเป็นสุข

“นี่แน่ะ ! ใส่อะไรลงในแกง” มารดาเคาะหน้าผากลูกสาวคนโตเบา ๆก่อนจะหัวเราะออกมา วันนี้เป็นวันที่สุขเหลือเกินในรอบหลายปีที่ผ่านมา แม้มารุตจะต้องห่างบ้านแต่คำลาของป๋าเป็นเหมือนการเริ่มต้นใหม่ แม้ทุกคนจะไม่รู้ใจคนพูดเลยก็ตาม



“มิค…มีอะไรเหรอลูก อาทิตย์นี้หอบผ้าเข้าบ้าน ? ” บิดาถามทั้ง ๆที่มือยังพรวนดินต้นไม้อยู่ ลูกสาวคนเดียวของเขาหันมามองก่อนจะนั่งที่ม้าหินอ่อน หล่อนวางจานข้าวเหนียวมะม่วงลงตรงหน้า

“มิคคิดถึงพ่อสุด ๆอยากกลับบ้านมาก ๆค่ะ อยู่คนเดียวก็ไม่เหมือนอยู่ที่บ้านหรอกค่ะ บ้านคือวิมานของเรา” คนพูดเคี้ยวข้าวเหนียวมะม่วงตุ้ย ๆอย่างเป็นสุข

“พูดจาดีเดี๋ยวพ่อให้ยืมตังค์” ท่านหัวเราะเสียงดัง

“ไม่เอาหรอกค่ะ จริงๆ น้า ! มิคคิดถึงพ่อค่ะ” หล่อนหันมายิ้มให้บิดาตาหยี

“เชื่อก็บ้า ! ” บิดาของมิครายเดินไปล้างมือที่ก๊อกน้ำข้างรั้วก่อนจะเดินกลับมาหาลูกรัก “แต่ก็ดีแล้วล่ะลูกกลับมาบ้านบ้างแม่จะได้มีเพื่อนคุย จะมาอยู่กี่วันล่ะลูก ? ”

“ไม่ทราบค่ะ คงจนกว่าจะมีงานเข้ามาค่ะ ขออยู่ด้วยคนน้า ! ” มิครายอ้อน

“เล่นอะไรกันแต่เช้าพ่อลูก มิคไปตลาดกับแม่ไหมคะ ? วันก่อนพี่เต้ยถามหาแน่ะ” แม่บอกไปว่าลูกแม่หายสาบสูญ ไม่ก็อยู่ในกองบินโน่น ! ” ท่านพูดพลางหัวเราะ

“ไม่ได้ไปกองบินบ่อยซะหน่อย มิคแวะไปไม่กี่ครั้งเอง แม่พูดงี้มิคเสียหาย”

“อ้าว ! แม่พูดเล่นหรอก ขอโทษ ๆ ๆนะคะ ตกลงไปไหมตลาด ? ”

“ไม่ค่ะ มีอะไรต้องรื้อหน่อย แม่ไปเถอะค่ะ ถ้าเจอพี่เต้ยช่วยบอกเขามาที่นี่ค่ะ มิคไม่เดินตลาดร้อน ! ”

“ทำตัวเป็นคุณนาย น่าหยิกจริง ๆลูกฉัน ! ”

มิครายหัวเราะก่อนที่จะลุกขึ้นผลักมารดาให้ออกเดิน “อย่าบ่นมากค่ะ มีลูกคนเดียวจะบ่นไปทำไมกัน เหนื่อยเปล่า ๆกลับมาจะทอดไข่เจียวไว้รอนะคะ เมนูข้าวเที่ยงเป็นไงคะน่าสนใจไหม ? ”

“ให้พ่อทำเถอะลูก ฝีมือมิครายคงน่ากลัว พ่อกินปลากระป๋องอาจจะปลอดภัยกว่านะ” บิดาพูดจบก็เดินจากไปท่ามกลางเสียงหัวเราะของแม่ลูก



มิครายกลับมานั่งกินข้าวเหนียวมะม่วงต่อ หางตาของหญิงสาวมองไปที่อู่สร้างใหม่ข้างบ้านหลายความรู้สึกผ่านเข้ามาในหัวเมื่อท้องเริ่มมีอาหารมากขึ้น

คืนนั้นร่างโปร่งที่ยืนมองคือมารุตแน่นอน ทำไมรู้สึกดีใจจนบอกไม่ถูก ที่คิดว่าจะมาค้างกับพ่อแม่แค่ไม่กี่คืนแต่คำตอบที่ให้บิดาเมื่อครู่กลับกลายเป็นไม่มีกำหนด ? ! ร่างบางในเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนลุกขึ้นก่อนจะรวบช้อนอย่างใจเย็น หล่อนเดินไปข้างรั้วเงียบ ๆหวังจะมองหาใครบางคนในเช้าตรู่ ถ้าเขาอยู่ที่นี่คงดีไม่น้อย

มิครายไม่ต้องยืดตัวมากมายเพราะรั้วที่กั้นไว้สูงไม่มาก แม้รั้วไม่ได้ปิดทึบหากแต่ยังดีที่ต้นไม้ข้างรั้วของเธอสูงพอสมควร กิ่งก้านทำให้ร่มรื่นและอำพรางตัวบ้านได้บ้าง

“จะมาค้างเหรอ ? เป็นลูกจ้างนี่นาใครจะให้นอน” หล่อนพูดเบา บิดาของเธอเล่าว่าร้านนี้เป็นของเถ้าแก่คนหนึ่งในตลาดมาซื้อไว้และมีลูกจ้าง 2-3 คนหากที่เห็นคืนก่อนเป็นมารุตจริงเขาก็คงเป็นลูกจ้างคนหนึ่ง

“ไม่มีมะม่วงให้สอยนะครับในรั้วนี้” เสียงทุ้มทัก มารุตนั่งซักรองเท้าผ้าใบอยู่ข้างรั้วอีกด้าน เจ้าตัวนั่งอยู่ข้าง ๆแท็งก์น้ำมิครายจึงไม่ทันได้สังเกตเห็น

“เม้ง ! เม้งจริง ๆ ด้วย ! ” น้ำเสียงอีกคนฟังดูดีใจยิ่งนัก

“ใช่ พี่หาใครอยู่ ? ” เขาถามหน้าซื่อแม้จะรู้ดีว่าหล่อนหาใคร

“อ้อ ! ไม่เห็นใครที่นี่เลยลองสำรวจน่ะค่ะ ไม่คิดว่าเม้งจะอยู่ที่นี่ด้วย วันก่อนพี่มิคเห็นแวบ ๆแต่ไม่แน่ใจ” มิครายเอานิ้วไขว้กันไปด้านหลังก่อนจะยิ้มให้มารุตอย่างงดงาม หล่อนโกหกคำโต

“เหรอฮะ ? พี่พึ่งมาอยู่ได้ไม่กี่วันหรอก มาเฝ้าร้านให้เฮียครับ” เขาลุกขึ้นก่อนจะยกรองเท้าตากไว้บนแท็งก์น้ำใหญ่ ขายาว ๆ ที่โผล่ออกมาจากกางเกงยีนตัดขาคู่นั้นเรียวงามจนมิครายอดชื่นชมในใจไม่ได้

"หมวดเผ่ามาส่งพี่ก็เห็นครับ” เขาหันมายิ้มให้หน้าซื่อก่อนจะเดินเข้ามาหาที่รั้ว “หิวแล้วไปหาอะไรกินกันไหม ? ”

“เอ่อ…พี่เม้งอยากกินอะไรล่ะ ? ”

“อยากกินโจ๊กร้อน ๆที่ตลาด”

“ไม่เอาดีกว่าเม้ง ไปกินต้มเลือดหมูที่หลังสวนบัวดีกว่านะ แถวๆ นี้แหละพี่ไปเอารถเดี๋ยวเม้งรอที่นี่นะเดี๋ยวมาค่ะ” ไวเท่าความคิดมิครายวิ่งไปทันทีทิ้งให้อีกคนยืนกะพริบตาปริบ ๆชายหนุ่มยิ้มก่อนจะเดินกลับไปเปลี่ยนเสื้อ



“เม้ง…อายุเท่าไหร่นะคะปีนี้ ? ” มิครายถามเมื่อกำลังขับรถอยู่

“จะ 20 แล้วถามทำไม ? ”

“พูดไม่เพราะเลยเราเนี่ย ครับพูดเป็นไหมเนี่ย ? ! ” มิครายตำหนิพลางหัวเราะ

“เป็น…แต่ไม่พูด”

“ร้ายกาจ ! พี่มิคเคยคิดนะว่า เม้งโตขึ้นจะต้องน่ารักและเป็นขวัญใจสาว ๆเพราะพี่เม้งน่ารักตอนเป็นเด็กน่ะนะ โตขึ้นไม่คิดว่าจะดูเฉยชาแบบนี้ค่ะ”

สายตาอีกคนมองหล่อนอยู่เงียบ ๆอายุที่ห่างกันทำให้มิครายยกตัวเองไว้เป็น ‘พี่’ จนเกิดช่องว่างที่น่ากลัวสำหรับมารุต หากแต่ความรู้สึกของชายหนุ่มบอกชัดมันไม่เหมือนกับที่นั่งอยู่กับพี่มุกในรถของป๋าสักนิด ! มิครายน่าดูและถูกชะตาเป็นที่สุดสำหรับเขา จะให้รู้สึกเหมือนพี่สาวได้อย่างไรกัน ? !

“ก็มีเยอะนะสาว ๆแต่ไม่ได้สนใจใคร บางทีก็รำคาญคนมอง” เขาเล่าเนือย ๆ

“ย่ะ ! หล่อเลือกได้ พี่มิคได้ยินมาว่าเราน่ะหล่อเหมือนดาราเกาหลีเชียวน้า ! ”

“เว่อร์ ! พี่เป็นคนไทยจะไปเหมือนคนเกาหลีได้ไง ละครยังไม่ดูด้วยซ้ำเขาเรียกชื่ออะไรกันก็ไม่รู้แค่หันไปก็กรี๊ดไม่เข้าใจเลย” สีหน้าคนพูดจริงจังเหมือนปรับทุกข์

“มารุต…เรานี่เครียดน้า ! บางทีมีคนชอบก็ดีนะคะ สนุกดีออก มีคนดูแล ปกป้องและใส่ใจ”

“ถึงได้มีแฟนเป็นทหาร ? ”

“ไม่ใช่ค่ะ ที่คบเขาเราก็ต้องดูนิสัยใจคอด้วย ดูใจมาพอสมควรและมีชีวิตที่เข้ากันได้ เรื่องอาชีพเป็นแค่เรื่องหนึ่ง เขามีเกียรติตรงที่พยายามเรียนมาจนได้ขนาดนี้ อันนี้ต้องถือว่าเป็นข้อดี”

“ทุกอาชีพมีเกียรติหมดทำไมเลือกทหาร ? ”

“มันบังเอิญหรอกน่าเด็กน้อย ! ” มิครายหัวเราะร่วน

“คนทันสมัยอย่างพี่มิคไม่น่าสนใจผู้ชายแบบนั้น”

มิครายอมยิ้ม “ถึงแล้ว ! หิวไม่ใช่เหรอกินข้าวกันน้า ! ”



ระหว่างที่รับประทานอาหารมิครายสังเกตอีกคนอย่างละเอียด มารุตสร้างกำแพงปกป้องตัวเองด้วยท่าทางที่เฉยชา แววตาของชายหนุ่มฟ้องความขี้เล่นเมื่อเขาหันไปมองเด็กที่วิ่งหนีมารดาเมื่อจะถูกป้อนข้าว ข้าวสวยและต้มเลือดหมูร้อน ๆหอมกรุ่นทำให้บรรยากาศรอบตัวดูสดใส ยิ่งคนตรงหน้า ‘น่ามอง’ ขนาดนี้มิครายยิ่งรู้สึกดี

“เย็นหมดแล้วคนอยู่นั่นแหละ ไม่เห็นกินเลย”

“จริง ๆพี่มิคกินมาแล้วค่ะ กินข้าวเหนียวมะม่วงขืนกินลงไปอีกก็ตายล่ะงานนี้”

มารุตมองหน้าอีกคนพลางอมยิ้ม “อยากคุยกับพี่ใช่ไหม ? ”

“ค่ะ…แล้วไง ? ”

“กินแล้วก็น่าจะบอกว่ากินแล้ว ไม่เห็นต้องมาทั้ง ๆที่ไม่ได้หิว”

“ก็เราบอกหิวก็เลยออกมาด้วย ผิดตรงไหน ? ”

“เลิกกับหมวดเผ่าได้ไหมครับ ? ”

“ทำไม ? ” มิครายถามหน้าเครียด เสียงเด็กชายตัวเล็ก ๆร้องไห้เพราะถูกมารดาตีลั่นไปทั่วร้าน หากแต่ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มหญิงสาวคู่นี้สนใจไปมากกว่าที่มองเห็น

“ลองคบกับพี่ได้ไหม ? ” มารุตเงยหน้าขึ้นสบตาหล่อน

คำถามของชายหนุ่มต่างวัยทำให้มิครายพูดอะไรไม่ออก หากเป็นคนอื่นหล่อนคงลุกขึ้นเดินหนีแต่คนคนนี้ทำให้ทุกเงื่อนไขที่มีในชีวิตดูจะอ่อนกำลังลง “เม้งคะ…พี่มิคไม่ใช่เด็ก ๆอนุญาตให้ถามใหม่จะคิดว่าไม่เคยได้ยิน”

“เป็นแฟนกับพี่ได้ไหม ? ”

“เรากำลังพูดเล่นกันใช่ไหมมารุต ? ”

“เปล่าค่ะ ! พูดจริง ๆ คนอย่างมารุตไม่เคยพูดเล่น” น้ำเสียงเขาน่าฟังทำเอาอีกคนถึงกับกลืนน้ำลาย มารุตพูด ‘คะขา’ ก็เป็น !

“เม้งครับ”

“ครับ…พี่พูดจริง ๆนะ หมวดเผ่าน่ะพี่ไม่สนหรอก ยศสูงกว่านี้ก็ไม่สน จะทำให้พี่มิคมีความสุขที่สุด วันนี้พี่ไม่มีอะไรยืนยันนอกจากคำพูดแต่วันหน้าจะมี ถ้าไม่แน่ใจก็ยังไม่ต้องเลิกกับหมวดเผ่าก็ได้ พี่มาทีหลังรู้ตัวดีแค่อยากให้พี่มิครู้ว่ามีพี่อีกคนที่หวังดี”

“เม้งทำอย่างนี้แล้วได้อะไร ? ”

“จุดหมายไง ถ้าพี่ไม่มีจุดหมายในแต่ละวันก็จะผ่านไปเฉย ๆที่ผ่านมาบอกไม่ได้เพราะยังเด็กแต่นี่โตเกินกว่าจะเรียกว่าเด็กแล้ว”

“แต่เม้งก็ยังเด็กกว่าพี่มาก”

“ใครสน ? ! ลุกขึ้นสิใครสูงกว่ากัน ให้หมวดเผ่าอีกคนด้วย ! ”

หญิงสาวหลับตาลงเรียกสติตัวเองกลับมา ดวงตายาวคู่นี้ลากหัวใจหล่อนไปไกลด้วยคำถามและคำยืนยันที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ยิน จะทำอย่างไรกับหัวใจในตอนนี้ ?

“ลูกระวังหน่อย กินข้าวครับจะได้โตไว ๆน้า จะได้ขับเครื่องบินไง” เสียงผู้หญิงคนนั้นบอกลูกชายตัวเล็กพลางป้อนข้าวให้ ทั้งมิครายและมารุตหันไปดูพร้อม ๆกันโดยไม่ได้นัดหมาย

“หึ ! ไปไหนก็ไม่พ้นทหารวุ้ย ! ” มารุตหัวเราะในลำคอก่อนจะยิ้มจางให้มิครายเขาไม่ปรารถนาจะได้ยินคำตอบใด ๆแล้วเพราะบรรยากาศรอบตัวไม่เป็นใจ สีหน้าของหล่อนก็ดูกล้ำกลืนไม่แพ้กัน

“พี่อิ่มแล้วกลับไปทำงานดีกว่าครับ พี่มิคจะไปไหนต่อก็เชิญนะครับ เดี๋ยวพี่นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างกลับเองได้ พี่จ่ายเองไม่ต้องเลี้ยง ขอบคุณที่มานั่งเป็นเพื่อนกินข้าว”

“โกรธเหรอเม้ง ? ”

“เปล่า ! ” ชายหนุ่มส่ายหน้า ก่อนจะลุกขึ้นเดินจากไปทันที

มิครายหลับตาลงเมื่อร่างโปร่งเดินจากไป เขาแวะจ่ายเงินค่าอาหารแล้วไม่หันหลังกลับมามองเธออีกเลย หรือจะรอฟังคำตอบไม่ไหว ? หรือจะแพ้คำว่า ‘ทหาร’ ? ใจมารุตคิดอย่างไรมิอาจรู้ได้แต่หญิงสาวรู้ใจตัวเองดี

ทุกคำพูดของมารุตอัดแน่นในสมอง ลมหายใจของหญิงสาวร้อนผ่าว




Create Date : 18 กรกฎาคม 2565
Last Update : 18 กรกฎาคม 2565 10:57:56 น. 1 comments
Counter : 341 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณnewyorknurse


 


โดย: สมาชิกหมายเลข 7137581 วันที่: 23 กรกฎาคม 2565 เวลา:0:48:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537


New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.