ความหวาดกลัวต่อการคัดลอกและหวงแหนในงานของตัวเองมี...แต่ก็ไม่มากเท่ากับความปรารถนาดีที่อยากให้คนอ่านของเรามีความสุขกับทุกตัวอักษรในทุกวัน
ขอบคุณที่เป็นคนอ่านของเราค่ะ Copyright Act B.E. 2537
Link นิยายที่เว็บอื่นๆ ขวามือล่างสุดค่ะ
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2561
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
13 พฤศจิกายน 2561
 
All Blogs
 
ตอนที่ 31 ของขวัญ โดย ภูปรดา


31.

ฝางนั่งนิ่งเมื่อรถขับออกมาจากวัดแล้ว ไม่ว่าสายรุ้งจะถามอะไรก็ไม่ยอมตอบจนอีกคนจนใจ “พี่ๆ เดี๋ยวกินข้าวเย็นเสร็จเรารีบกลับบ้านเลยนะ แม่รุ้งไปรอที่บ้านนานแล้ว” คนวางแผนเก่งทำอะไรได้เรียบร้อย บางทีสายรุ้งก็คิดว่าตัวเองฉลาดมากเรื่องอย่างนี้ แม่ได้อยู่สบายขึ้น ถึงแกจะแต่งตัวราคาถูกนั่นก็เพราะแกเสียดายเงิน ไปขายของตลาดจะสวยอะไรนักหนา มองฝางไม่นานก็สนใจวิวข้างทาง

ฝางกำลังสับสนอย่างมาก อยากไปหาพี่ดำ อยากเจอพี่อันน์ด้วย ไม่มีใครที่พอจะพูดจาด้วยได้เลย ฝางกำลังรู้สึกกลัวในอำนาจของอังควิภา หล่อนเคยห้ามไว้ไม่ให้รักอิงกาล เคยสั่งไว้ให้ครอบครองเรือนกรรณิการ์และกำจัดผู้คนออกไป ฝางต้องแลกสินะ เมื่อได้บ้านกลับมาแล้วก็ต้องทำให้ทุกอย่าง พี่อันน์จ๋าฝางกลัว....



สายรุ้งนอนร่วมเตียงกับเธอวันนี้ ฝางรู้สึกเป็นอิสระแต่ก็ร้อนรุ่มเพราะอยากเล่าเรื่องที่ตัวเองเห็นมา เธอตัดสินใจไหว้พระสวดมนต์ อย่างน้อยการสมาทานศีล 5 ก่อนนอนก็คงช่วยให้จิตตัวเองสะอาด ถ้าโชคดีพี่อันน์คงมาหาได้

กลิ่นหอมกำจายอยู่ตรงหน้า แพรจีบสีจำปาอ่อนโบกพัดไปมาปกปักรักษาราวกับเป็นทาสผู้ภักดี “อย่ากังวลไปเลยเจ้าข้า องค์อังควิภาทำเพื่อเจ้าฝางและเพื่อตนเอง เป็นชะตาของเจ้าด้วยหนา” เสียงหวานปลอบประโลม ฝางลุกขึ้นนั่งทันทีเมื่อรู้สึกตัว แต่ดูเหมือนสายรุ้งกับเธอจะอยู่กันคนละโลกเพราะเจ้าตัวหลับสนิท

“พี่อันน์จ๋าเรื่องที่เห็นพอจะเข้าใจ แต่ทำไมฝางรู้สึกกลัวเหลือเกิน คนที่เคี้ยวหมากมีดอกไม้สีทองทัดข้างๆ หูเขากำลังจะหายไป ใจฝางบอกอย่างนั้น” อันน์ยิ้มกระจ่าง “การพลัดพรากเป็นของธรรมดา เจ้าฝางเคยพบมาแล้ว”

“ไม่ใช่ค่ะ มันไม่เหมือนกัน แม่ป่วยพ่อป่วยเพราะสังขารดับสลายได้ สักวันก็จะได้เกิดใหม่ แต่คนๆ นั้นฝางรู้สึกว่าเขาจะหายไปไม่กลับมาอีก อังควิภาคนนั้นรู้สึกกลัวเหมือนฝางเลย เธอมองดอกไม้สีทองแล้วก็เจ็บปวดในใจ ฝางรู้สึกได้ ฝางอยากร้องไห้แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากร้องไห้จ้ะพี่อันน์” ดูเหมือนเจ้าตัวจะกำลังแสดงอำนาจให้ฝางได้ก้าวเข้าไปสู่อดีตอย่างเต็มตัว อันน์ก้มหน้าไม่อาจเอ่ยอะไรได้ ความรู้สึกของฝางจะต้องรุนแรงเทียบเท่านาง ยากจะมีผู้ใดห้ามได้ พระคุณเจ้าผู้ถือครองจีวรสีกรักนั้นยังมิอาจปกป้องฝางได้

“ผู้หญิงชื่อแม่จีบคือใครจ๊ะ? ดูเหมือนจะเป็นต้นเหตุทำให้เกิดเรื่องใหญ่โต” อันน์ส่ายหน้าด้วยมิอาจเปิดเผยความใดได้อีก หล่อนและบริวารกำลังจะต้องถือศีลอุโบสถในวันพระนี้เช่นกัน “อย่าใส่ใจเลยนะเจ้า พี่มาขอบใจที่ตั้งใจจะถือศีลให้ อังควิภานางจะไม่ทำอะไรพ่ออิงกาล อย่าได้ห่วงหา ขอให้ตั้งมั่นในการถือศีล 8 ตั้งแต่รุ่งอรุณมองเห็นสีใบไม้จนกว่าจะถึงรุ่งอรุณอีกวัน ตลอดเวลาหากแม้เหน็บหนาวก็ขอให้อดทน กรรมเก่าต้องชดใช้ กรรมใหม่อย่าได้ก่ออีกหนา ศีล 8 ที่ถือครองในวันอุโบสถหรือวันพระนั้น จะทำให้เกิดอานิสงค์มากว่าการถือครองสมบัติใดๆ ชั่วคราวในโลก หากแต่จะส่งผลให้เสวยสุขในสวรรค์ยาวนานดังเก่าก่อน” สิ้นเสียงหวานฝางก็ได้ยินเสียงคนเคาะประตูห้อง

พอเปิดออกมาก็ได้พบกับอิงกาล เขาดึงแขนฝางแล้วดึงมือลากลงจากตึกทันที “อะไรคะ?” ฝางพยายามแกะมือใหญ่ออกแต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล คนรับใช้หลบวูบเมื่ออิงกาลกึ่งลากกึ่งจูงฝางลงมา เมื่อมาถึงท่าน้ำอิงกาลก็หายใจหอบ สีหน้าของชายหนุ่มเหมือนคนกำลังโกรธสุดกำลัง “พระธุดงค์อยู่ที่ไหน? ไปหามาใช่ไหม?”

“ค่ะ ไปถวายเพลครั้งเดียวเอง ไม่เห็นเป็นไรเลย”

“คุณโสนออกมา!! ไปไล่ไอ้คนขับรถออกเดี๋ยวนี้ ไปยึดบ้านแม่รุ้งนั่นมาด้วย ทุกอย่างเป็นของพี่หมดแล้ว!!” เสียงอิงกาลตะโกนดังลั่น คุณโสนวิ่งออกมาจากประตูตัวสั่นทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน “ฉันบอกทุกคนไว้ตรงนี้เลยนะว่าห้ามขัดคำสั่งพาคุณฝางออกไปข้างนอก ไม่งั้นจะไม่มีที่ซุกหัวนอนสักคน!!!”

“ทำไมต้องอาละวาดขนาดนั้นคะ ก็แค่ไปทำบุญ” ฝางตะโกนใส่หน้าเขาทันที ด้วยไม่อาจทนเห็นกิริยาเกรี้ยวกราดนี้ได้อีก เขากำลังทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่

“นั่นสิ ไม่เห็นต้องโกรธเลยลูก แม่ฝางก็ต้องไปถือศีลที่บ้านยังไงก็ต้องแยกกันอยู่บ้าง แค่ไปถวายอาหารมันจะอะไรนักหนา ไหนบอกแม่มาทีว่าเป็นอะไร?” คุณนายไหมทองเดินออกมาใกล้ลูกชาย แต่เขายกมือปรามไว้ “คุณแม่เงียบ”

ชายหนุ่มหันมาหาฝาง “เราไว้ใจใครไม่ได้เลยฝาง พี่ไม่เคยได้ข่าวว่ามีพระธุดงค์มาเหยียบแถบนี้เลยตั้งแต่เกิด หลวงพ่อนนท์เคยบอกว่าถ้าวันหนึ่งได้พบพระธุดงค์จีวรสีกรักให้อยู่ให้ห่าง พี่ไม่รู้ว่าท่านหมายความว่ายังไง แต่ถ้าฝางจะไปต้องไปพร้อมพี่เท่านั้น อย่าทำอีก อย่าได้มีใครพาคุณฝางไปพบพระธุดงค์อีก!!!” เสียงของอิงกาลทำให้ทั้งเรือนกรรณิการ์เงียบสงัด สายรุ้งที่ตื่นและวิ่งตามมายืนตัวสั่น ฝางไม่ยืนฟังอะไรอีกแต่เดินกลับขึ้นห้องทันที



“ทำไมต้องมาพูดที่ท่าน้ำ ทำไมพี่อิงไม่พูดกับแม่ฝางในห้องคะคุณป้า?”

“คงตั้งใจให้พวกคนรับใช้ได้ฟังพร้อมกัน พี่เขาสั่งอะไรก็ทำก็แล้วกัน แม่รุ้งหล่อนก็ด้วย อย่าตกใจไป รายนั้นเขาไม่ค่อยอาละวาดหรอก คราวนี้หนักหนานัก ทีหลังก็อย่าทำอีก ไอ้ที่จะยึดบ้านช่องก็อย่าห่วง ถ้ายึดฉันก็จะคืนให้ บ้านเท่าฝ่ามืออย่ามาทำน้ำตาท่วมโลกแบบนี้” สายรุ้งน้ำตาไหลพรากๆ เพราะรู้สึกผิด “คุณอิงคงโกรธมากเธอรักของเธอ” คุณโสนตะโกนขึ้นทันที “อย่ามาพูดเรื่องรักๆ แถวนี้นะ ฉันไม่ชอบ มันไม่เข้าหู มันเข้าไปในใจและฉันเจ็บ!!!” สายรุ้งพยักหน้ารับหงึกๆ คุณนายไหมทองส่ายหน้า



ฝางเก็บเสื้อผ้าบางส่วนเพื่อไปถือศีลที่บ้าน คืนนี้ต้องไปค้างที่บ้านเลยเพราะต้องตื่นมาเตรียมตัวตั้งแต่ตี 4 อิงกาลเดินเข้ามาเห็นเขาก็ไม่พูดอะไรกับเธอและฝางก็ไม่คิดจะพูดกับเขา สายรุ้งเห็นอาการทั้งสองคนแล้วก็รู้สึกกลัวทั้งคู่

“เราต้องไปคืนนี้นะคะคุณอิง พรุ่งนี้ถือศีลแต่เช้า ตั้งของไหว้ด้วยค่ะคุณนายบอก” อิงกาลไม่ตอบ เขารู้เรื่องนี้ดี และยังโมโหอยู่มากจึงไม่อยากพูด เขาปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไป ดูเหมือนใครบางคนกำลังลงมือทำอะไรเองหมด แต่ไม่ทำให้เขามองเห็นตัว เขาลอบมองฝางอยู่เงียบๆ หล่อนสงบนิ่งเพราะคงโกรธเขาเหมือนกัน อาการไม่พูดของฝางมัดใจเขามาตลอด บางทีการพูดของฝางอาจจะน่ากลัวเกินไปสำหรับเขา เพราะเขาไม่รู้ว่าใครพูด!



เมื่อวันพระมาถึง ฝางลุกขึ้นมาอาบน้ำและใส่ชุดขาวแต่เช้ามืด “แหมเหมือนนางงามมากกว่าเหมือนคนถือศีลนะฝาง นุ่งผ้าถุงใส่เสื้อแขนกระบอก พี่ดำก็ช่างสรรหา” สายรุ้งยิ้มหวานด้วยความชื่นชม ฝางสวยหมดจดจริงๆ

“ไม่ใช่หรอก คุณนายไหมทองน่ะจ้ะ ท่านว่าก็แค่เสื้อผ้าถูกๆ ไม่ได้ตกแต่งอะไร ท่านตัดไว้นานแล้ว ฝางใส่ได้เลยให้มา”

“แม่ผัวฝาง อ่อ ! ว่าที่เท่านั้นยังๆ แกนี่ป๋าพอๆ กับลูกนะ ถูกๆ ของแกน่ะผ้าเมตรละเป็นพันมั้ง คุณนายไหมทองนะถ้าทำถูกใจแกแจกเงินแจกทองตลอดเลยนะฝาง พวกคนรับใช้เขาคุยกัน” รุ้งหัวเราะคิก “รุ้งอย่าไปหลงเงินทองของพวกเขามาก ไม่อยากพูดมากเดี๋ยวจะไปสวดมนต์สมาทานศีลแล้วนะ ฝางจะอยู่แต่ในห้องพระ สักแปดโมงก็ตั้งเครื่องไหว้กันนะจ๊ะ ว่าแต่มีอะไรบ้างวันนี้?”

“ก็คาวหวานปกติ เด่นเรื่องเดียวคือขนมถ้วยฟู พี่ดำทำไว้จ้ะ” ฝางพยักหน้ารับแล้วรีบเดินเข้าไปในห้องพระทันที



จุดธูปเทียนไหว้พระแล้วสมาทานศีล วันนี้กินข้าวเพียงมื้อเดียวก่อนเที่ยงและสวดมนต์ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เมื่อควันธูปลอยล่องความหนาวเหน็บก็กัดกินร่างกายฝางจากภายใน ฝางรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังแช่อยู่ในน้ำเย็น เสียงแทรกขึ้นมาในหัว “นั่งสมาธิเถิดเจ้า อุทิศบุญกุศลให้แก่ตระกูลพ่อ ตระกูลแม่ เจ้าฝางเกี่ยวพันด้วยกรรมเก่าแลห่วงหา เจ้ากรรมนายเวรและผู้ตกทุกข์ได้ยากรอบุญผู้มีเมตตา” เมื่อหลับตาลงฝางก็รู้สึกสบายตัวทันที หัวใจวูบหนึ่งคะนึงหาใครบางคน



เสียงไอดังมาจากข้างหลัง นางเอิบหันหน้ามาก็ถูกกอดรัด แก้มนวลหลบพัลวัน “พี่ไม้ก็!เห็นข้าไม่มีค่าอันใดก็อย่าได้ล่วงเกินนักเลย คืนนี้ก็มาอีกแบบนี้คุณจีบคงรวยไปยันชาติหน้า” นายไม้หัวเราะ “คุณปรุงเธอรักของเธอ นี่กลางวันมาหา คุณจีบก็เจรจาด้วยไพเราะเสนาะหู กลับไปก็สั่งให้เอามาอีกสามหีบ แต่ไม่บอกให้เธอรู้”

“จ้ะ แม่นายจวงก็หวังจะให้ดองกัน เรื่องรับหมั้นคุณรุ้งก็ตบตาไปอย่างนั้นเองจ้ะ เธอรู้จักลูกสาวเธอดี คุณจีบเพียงหลงไปชั่วครู่ประเดี๋ยวก็ถอนหมั้นเอง ถ้าได้ดองกับคุณปรุงจะมีแต่ความสุขกันทุกฝ่ายทีเดียว” นางเอิบก็อยากให้เป็นอย่างนั้น แม้จะรู้ว่ากำลังโป้ปดเพื่อของกำนัลของคุณปรุง หากรู้ว่าได้ของผ่านมือชายมาแล้วคงโกรธแทบรบพุ่งกันได้ “ฉันเอาข้าวมาให้พี่ ห่อไว้ทุกวัน เพราะไม่รู้ว่าพี่ไม้จะมาวันไหน แม้ไม่ได้มาคุมขนหีบก็ยังจะมีของกินอร่อยๆ ฉันคัดมาอย่างดีเลยนะ” หล่อนแกะข้าวห่อใบบัวออกมา มีหมูฝอยเชื่อมน้ำตาลและเนื้อเค็มย่างอยู่ในนั้น หนุ่มสาวนั่งลงพื้นดินผลัดกันป้อนใส่ปากอยู่ข้างยุ้งข้าว

ประตูหน้าต่างบนเรือนทุกปิดลงเมื่อมองเห็นทั้งหมดแล้ว นางจวงพึงใจในพ่อปรุงอยู่มาก ดังนั้นบ่าวของเขาก็ไม่ได้ถูกดูแคลน หล่อนเลือกใช้นางเอิบเพราะมันเป็นคนเดียวที่รักแม่จีบมากที่สุด ไม่ว่าจะโดนตบตีแค่ไหนก็ยังวิ่งตามนายของมัน มันซื่อตรงและไว้ใจได้มากที่สุด หลังพวกขนหีบและไม้กระดานมาปรุงเรือนเพื่อตบตาคนกลับไป นางเอิบก็จะทำหน้าที่ที่หล่อนสั่งมันไว้ทุกคืน

แสงระยิบระยับปรากฏขึ้นเหนือแผ่นดิน ร่างกำยำสง่างามมองไปที่หน้าต่างและข้างยุ้งข้าว มนุษย์เหล่านี้กำลังทำตามกิเลสและเดินทางตามชะตาของตน องค์อจลารู้ดีว่านางจวงกำลังทำเพื่อลูกสาวคนเดียวของหล่อน แม้รู้ว่าความพินาศกำลังจะมาเยือน แต่ก็ไม่อาจช่วยเตือนสติผู้ใดได้ น้ำไหลไปได้ทุกที่ กิเลสก็อย่างนั้น รอยแย้มสรวลที่มุมปากของผู้มีบารมีมากซ่อนความนัย



ฝางลืมตาขึ้นเมื่อเสียงนาฬิกาปลุกเตือนให้ลงไปไหว้ศาลพระภูมิ ฝางตั้งใจอุทิศบุญให้กับพี่อันน์และเจ้าที่คนอื่นๆ รวมทั้งผีบ้านผีเรือนด้วยใจที่บริสุทธิ์ เสียงอนุโมทนาสาธุดังอยู่รอบๆ กายฝางและทุกคนในบ้านที่มายืนไหว้เจ้าที่ด้วยกัน แต่ไม่มีผู้ใดได้ยิน ฝางอยากเล่าให้พี่อันน์ฟังว่าตัวเองเห็นอะไรบ้างในสมาธิ แต่รู้สึกว่ากำลังถูกอะไรบางอย่างดลใจให้เก็บงำ คางที่เชิดขึ้นเองผิดธรรมดา ไม่ใช่เพราะหลงในบุญที่ตนทำ หากแต่ความงดงามและยิ่งใหญ่ของใครบางคนกำหนด

ฝางมองเห็นสไบจีบสีกลีบบัวพาดบ่าตัวเองอยู่ เครื่องทรงชฎาระยิบระยับโดดเด่นเมื่อหลับตา ใจเธอบอกตัวเองว่านี่เครื่องทรงเต็มยศขององค์อังควิภา!!! หล่อนครอบงำฝางได้เต็มตัวอย่างมิต้องสงสัย!!! ฝางรู้สึกราวกับตัวเองกำลังลอยล่องเดินกลับขึ้นเรือน



“ไม่ไปดูแม่ฝางถือศีลหน่อยหรือลูก?” คุณนายไหมทองถามเพราะเห็นลูกชายเงียบมาตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้วันพระฝางไม่อยู่ แม้ไม่มีอาการใดๆ ก็ยังเป็นห่วงลูกจับใจ “เขาทำบุญถือศีลไปหาก็เป็นบาปน่ะสิคุณแม่ ฝางได้ศีลขาดกันพอดี ไม่อยากให้เขาเห็นแม้แต่เงาของลูก ไม่ไว้ใจกิเลสตัวเอง” เขาตอบหน้าตาเฉยพลางดูเอกสารในมือ “คืนนี้คงไม่มีอะไร อิงสบายดีคุณแม่อย่ากังวลเลยครับ ห่วงก็แต่คุณโสนบ่นว่าหายใจไม่ค่อยออกมาตั้งแต่หัวค่ำ บอกให้เรียกหมอก็ไม่ยอม”

“เห็นบ่นว่าเหม็นๆ อะไรของเขาทุกวัน ไปด่าพวกในครัวหาว่าเผาอะไรไม่ระวัง แม่ก็ไม่เห็นได้กลิ่น แม้แต่กลิ่นยาสูบแม่ก็ไม่ได้กลิ่น สงสัยจะป่วยจริงๆ แม่โสน”

อิงกาลไม่ได้สนใจเรื่องใดเลยตอนนี้ เขารู้ดีว่าอังควิภากำลังกำทุกชะตาไว้ในมือ ก็แค่เล่นตามน้ำไป อย่างน้อยหล่อนก็ไม่ทำร้ายฝางและเขา

พอตกดึกดำก็นอนกระสับกระส่าย สายรุ้งหลับไปนานแล้ว มีเพียงเสียงกรนของหล่อน ไม่นานนักดำก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนวิ่งอยู่ข้างนอก ใจหล่อนหล่นไปอยู่ตาตุ่มเพราะไม่มีทางที่ใครจะลุกมาวิ่งเวลานี้ได้ แต่คนอย่างนางดำไม่มีทางจะเก็บความสงสัยไว้ในอก ฉันจะต้องดูให้ได้ว่าใครมันออกมาวิ่งกลางดึก ดำค่อยๆ แง้มประตูออกแล้วก็ได้เห็นภาพที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็น!

“แม่พู่หล่อนได้ผ้าผ่อนใหม่งามจริง” หญิงในชุดไทยห่มสไบจีบและนุ่งโจงกระเบนกำลังเชยชมหญิงงามคนหนึ่งอยู่กลางบ้าน อีกหลายคนเดินกันเหมือนสวนสนามเข้าออกเสาเรือนต้นนั้นต้นนี้ราวกับอยู่ในตลาด บ้างหอบห่อผ้าราวกับได้ของใหม่ถูกใจ น้ำตาดำไหลพรากออกมาทันที “นี่....ละหนอเขาเรียกตัวบุญเดินกันให้ครึ่ดวิ่งกันอย่างดีใจ ฝางเอ๊ยทำบุญใหญ่ให้ผีบ้านผีเรือน วันพระไหนมาถือศีลนางดำคงไม่ต้องหลับต้องนอน แม่จะเอาน้ำมันจันทน์มาทา เอาทองมาปิด ไม่ตอกตะปูให้เจ็บให้ปวดกัน บูชาเสาเรือนกันให้เป็นกิจจะลักษณะเชียว”

“หากหล่อนอยากได้ลาภ ยอมเลี้ยงเพลพระสักห้ารูปก็จะดีใจมาก” เสียงใครบางคนแทรกขึ้นมา ดำหันหลังกลับมาช้าๆ ตัวสั่นชนิดที่ควบคุมไม่ได้ มือทั้งสองของดำพนมเข้าหากันอย่างไม่ต้องมีใครสอน

“ลาภยังไงละเจ้าคะ?” ดำหลับตาปี๋แต่ก็ยอมหันมาสู้

“สองขาหรือเงินทองดีเล่า?” คนถามหัวเราะคิก “ลืมตาเถิด ข้ามิทำร้าย” ดำสะอื้นในอกแต่ก็ยอมลืมตาเพราะความอยากรู้ ภาพหญิงสาวห่มสไบสีขาว นุ่งโจงกระเบนสีขาวยืนโน้มตัวก้มลงมามองดำอย่างเมตตา ผมยาวหอมกรุ่นเหมือนดอกไม้สวรรค์ “อย่ากลัวไปเลย ข้ามาจากภูมิเทวดา มาขอบใจในข้าวปลาแลอาหาร ขนมถ้วยฟูของหล่อนฝีมือไม่เคยตกมาแต่ไหนแต่ไร อีกไม่นานดอกหนาจะให้ลาภเอ็ง” ดำก้มกราบและไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาอีกเลย

บุญไม่เพียงปรากฏในโลกมนุษย์ หากแต่หาที่สิ้นสุดมิได้ กิริยา วาจาและใจมีผู้มองเห็น ดำรู้แจ้งก็วันนี้


Create Date : 13 พฤศจิกายน 2561
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2561 22:29:20 น. 0 comments
Counter : 71 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.