ความหวาดกลัวต่อการคัดลอกและหวงแหนในงานของตัวเองมี...แต่ก็ไม่มากเท่ากับความปรารถนาดีที่อยากให้คนอ่านของเรามีความสุขกับทุกตัวอักษรในทุกวัน
ขอบคุณที่เป็นคนอ่านของเราค่ะ Copyright Act B.E. 2537
Link นิยายที่เว็บอื่นๆ ขวามือล่างสุดค่ะ
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2561
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
13 ตุลาคม 2561
 
All Blogs
 
ตอนที่ 20 ของขวัญ โดย ภูปรดา

20.

“ฟังนะฝาง….เรือนฝางยังอยู่ที่เดิม ฝางอาจจะมองเห็นต่างจากคนอื่น แต่พี่เห็นทุกอย่างมาตั้งแต่เมื่อวาน และทุกวันพี่ก็จะอยู่กับฝาง”

“โกหก! คุณในเรือนก็เห็นเมฆลอยอยู่รอบห้อง”

อิงกาลหลับตาลงด้วยความจนใจ ด้วยไม่รู้จะปลุกเราทั้งคู่ให้ตื่นจากการถูกควบคุมจิตได้อย่างไร ความเย็นรอบตัวบีบให้เขาต้องเชื่อว่าที่นี่ไม่ใช่เรือนฝางแน่นอน! แต่เขาต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่ใช่ไร้สติอย่างตอนนี้! “บอก...พี่ได้ไหมครับ? เมื่อคืนที่หลับฝางไปไหนมา? อยู่ที่นี่หรือเปล่า?” เขาพยายามหาเหตุผล

“อยู่....เรือนกรรณิการ์เจ้าข้า” คนพูดสะอื้น อิงกาลพยายามตั้งสติ เลือดของเขาไหลออกมาเป็นระยะ ร่างบางที่เขากอดไว้แนบอกยังสั่นเทา ฝางไม่ได้แตะต้องกายเขาแต่ก็ไม่ได้หลบหนีการโอบกอด เธอนั่งพับเพียบเอนมาอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างว่าง่าย กลิ่นหอมหวานปะทะจมูกอย่างรวดเร็ว เขารู้....ขณะนี้คนที่กำลังเจรจาหาใช่ฝางไม่! “แล้ว…..ได้เจอใครไหม?”

“คุณปรุง....คุณปรุง” คนเล่าเล่าช้า

“แล้ว…..ท่านมาจากไหน?” อิงกาลไม่ได้สนใจสิ่งที่ร่างฝางพูด แต่เขาต้องรู้ให้ได้ว่าคนนี้เป็นใครและมีที่มาอย่างไร!

“วิมานหน้าเรือนกรรณิการ์เจ้าข้า”

“ควรเรียกว่าอย่างไรครับ?”

“อังควิ….ภา”

“แล้ว…ที่นี่ที่ไหนครับ?”

“วิมาน....องค์อุรณา”

อิงกาลกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะตั้งสติถามอีก “ใครหรือครับ?”

“เทวดาสีตวลาหก นามข้า”

“มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรครับ?”

“เมื่อครั้งเป็นอังควิภาในรุกขภูมิ ข้าถวายประทีป เครื่องหอม แลมาลา จึงได้เคลื่อนคล้อยสู่วิมานสีตวลาหกเทพ” คนเล่าหน้านิ่ง น้ำเสียงเย็นชาหากแต่ว่ารื่นหูนัก อิงกาลผละร่างฝางออกจากกายช้าๆ หวังจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงทุกการเคลื่อนไหว

“มี....ใครอยู่ที่นี่บ้าง?” อิงกาลก้มหน้ามองพื้นไม้ หมอกควันเย็นๆ ยังเด่นชัดในดวงตา “อันน์บริวารข้า…..นางจะมาเมื่อต้องการ”

อิงกาลหลับตาลงทันที น้ำใสๆ ไหลออกจากดวงตาอย่างสุดจะกลั้นไว้ได้ ความทรงจำที่เคยได้เห็นภาพในอดีตย้อนกลับมา ผู้หญิงที่ชื่อแม่จีบ นางผู้มีวิมานที่ชื่ออังควิภา นางผู้เป็นใหญ่ในเรือนที่เรียกว่าองค์ขาล และเขา.....อจลา ทุกคนเกี่ยวข้องกัน และวันนี้ก็ได้รู้จักชาติที่สองของอังควิภา ก่อนจะมาเป็นฝาง

อัศจรรย์เหลือเกินที่ได้รับรู้ หาใช่บารมีอะไรของตัวเองไม่ แต่เป็นเพราะความแค้นของผู้หญิงที่ชื่ออังควิภา นี่เขาต้องรับกรรมทางกายที่ต้องทรมานมาตั้งแต่ยังเด็กและต้องมารับรู้เรื่องพวกนี้ราวกับคนบ้าอย่างนั้นหรือ?!!

มีสติหน่อยอิงกาล มันไม่ใช่เวลาที่จะมาเสียใจหรือหวาดกลัว ไม่ว่าผีสางนางฟ้าเทวดาที่ไหนก็อยู่ในมือเราทั้งสิ้น รู้ให้หมดแล้วจงเป็นผู้ชนะเท่านั้น!!!

ฝางได้รับรู้เพียงบางส่วน ดูเหมือนนางผู้มากด้วยบารมีจะจงใจให้เขาได้เห็นอดีตมากกว่าฝางนัก ใช่! มันทำให้เขาสะเทือนใจ แต่หน้าที่ของเขาคือ ชนะในปัจจุบัน ไม่มีใครอยู่ในอดีตแล้ว แม้จะมีอำนาจมากแค่ไหน

ร่างของฝางเงยหน้าขึ้นมาสบตาอิงกาล ขนตาเป็นแพดำขลับยังชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำตา อิงกาลจ้องหน้าหล่อนนิ่ง วูบเดียวที่กระพริบตาลง อิงกาลเห็นใครบางคนมาอยู่ตรงหน้า กายนั้นงดงามนักหนา กำยำล้ำค่าแม้ไม่ได้ขยับกาย ผู้ชายตรงหน้านั้นคงไม่ใช่ใคร เจ้าของวิมานเมฆา องค์อุรณา!! เพียงวูบเดียวที่กระพริบตา ภาพตรงหน้าก็เลือนรางแล้วค่อยๆ จางหายไป อะไรเย็นๆ ที่มือทำให้เจ้าตัวลืมตา

“คุณแม่…” ชายหนุ่มเอ่ยเบา คุณนายไหมทองไม่ได้พูดอะไรออกมานอกจากใช้มืออังที่หน้าผากของลูกชายอย่างห่วงใย “เล่นสลบกันทั้งสองคน น่ากลัวนะคะคุณนาย ย้ายกลับบ้านเราดีไหมคะ?” นางฟื้นถาม

“คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ถ้าฉันย้ายลูกฉันไป แล้วแม่นางเอกข้างนอกไม่ยอมไปด้วย ฉันจะทำยังไงล่ะ?” คนพูดหน้านิ่งแต่หัวใจหล่อนร้อนรุ่มด้วยห่วงลูกชายเหลือเกิน “แกก็เห็นว่าหล่อนนิ่งยังกับก้อนหิน ลูกฉันเจ็บขนาดนี้หล่อนยังไม่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยซ้ำตั้งแต่ลุกขึ้นเองได้”

“จริงค่ะ ใจร้ายใจดำผิดมนุษย์หรือหล่อนจะเป็นคนตีหัวคุณอิงคะ?”

“ไม่หรอก แม่โสนเขารับผิดหมด ไม่ได้ตั้งใจกันน่ะ ดีแล้วที่ไม่เป็นอะไรมาก ไม่ต้องให้ถึงตำรวจให้เป็นเรื่องหรอก”

“คุณนายนี่ใจดีนะคะ ถ้าเป็นฟื้นคงไม่ยอม เกิดคุณอิงเป็นอะไรไปจะทำยังไง ไม่ไหวนะคะไม่ไหว!”

“นางฟื้น….ถ้าฉันเอาเรื่อง ลูกฉันก็จะเอาเรื่องฉันถ้าเขาลุกขึ้นได้ หลานฉันก็จะลำบาก และลูกนกลูกกาข้างนอกก็คงหมดอนาคต ยังไงเสียหล่อนก็อดทนอยู่กับลูกฉันมาตลอด แม้จะไม่ค่อยรักใคร่พี่อิงเหมือนที่พ่อนี่เขาหวงนักหวงหนาก็เถอะ”

“คุณก็….รู้ใจลูกไปหมด ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่ยอมตบแต่งให้หมดเรื่องไปเสียล่ะคะ? แต่งทั้งสองคนไปเลย มันต้องมีสักคนที่ยอมเป็นรองนะคะฟื้นว่า”

คุณนายไหมทองหัวเราะออกมาทันที “ผิดหมดนางฟื้น ไม่มีใครยอมเลยสักคนต่างหาก!” อิงกาลแม้จะหลับตานิ่ง แต่เขาได้ยินทุกประโยคที่มารดาและนางฟื้นสนทนากัน หัวอกลูกทำไมจะไม่รู้ว่าแม่รักนักหนา แต่ชะตาที่ฟ้าสร้างมายากจะแก้อดีตได้ ชายหนุ่มกำผ้าปูที่นอนแน่น ตอนนี้ต้องอยู่กับปัจจุบัน ต้องคิดเรื่องปัจจุบัน ไม่อย่างนั้นเขาจะต้องแพ้! เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น พลบค่ำแล้ว ณ เรือนฝางในเวลานี้ ร่างบางร่างหนึ่งเดินนำหน้าออกไปทางประตู สไบนางพลิ้วปลิวตามสายลม บ่าวสองคนนุ่งโจงกระเบนหาบสาแหรกเดินตาม เท้าของทั้งสามไม่ติดกระดาน อิงกาลเหงื่อซึม “ปัจจุบัน” ที่เขาไม่อาจอยู่กับมันได้อย่างปกติเกิดขึ้นอีกแล้ว! “เอาของไปครบหรือไม่?” อันน์หันหน้ากลับมาถามบ่าวของนาง “ครบเจ้าข้า” เสียงบ่าวทั้งสองตอบกลับ อิงกาลรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังดูภาพในอดีต หากแต่มันเกิดขึ้นตรงหน้า สีสันของแพรพรรณทั้งสีสดสีโศกมันบอกชัดว่าทุกอย่างคือเรื่องจริง!

“ดีมาก ข้าจะไปวิมานองค์เรืองรอง พวกเอ็งอยู่เรือนนี้ก็รักษาของกันให้ดีๆ” อันน์หันหน้ามาทางเตียงนอนของอิงกาล มีบ่าวอีกสี่ห้าคนกำลังร้อยมาลัยกันอย่างขะมักเขม้น ชายหนุ่มมองตามร่างของอันน์ก่อนจะหลบสายตาหล่อน เมื่อหันมาอีกทางเห็นมารดาและป้าฟื้นยังสนทนากันอยู่ แต่อิงกาลไม่ได้ยินเสียงของคนทั้งสอง เขาไม่ได้ฝันแน่นอน! “พ่ออิง……..” เสียงอันน์เรียก

“ครับ….” เขาขานรับ

“มาไกลเกินจะแก้ ดูแลกันให้ดีๆ มีแต่เจ้าสองคนเท่านั้นที่จะเจรจาเพื่อแก้ปัญหาได้ อย่าห่วงรัก อย่าดึงเกลียด ยึดไว้ได้อย่างเดียวคือความเมตตานะเจ้าข้า” คนพูดยิ้มหวานปลอบประโลมยิ่งนัก “เจ้าฝางแพ้หัวใจคน ส่วนอีกคนจะมุ่งพาไปสู่วันที่แห่งต้นเหตุ ภาพอันใดล้วนแล้วแต่มีที่มา อย่าได้หาเหตุผล อำนาจและบารมีนางล้นฟ้า อย่าได้คิดจะสู้ เจ้าไม่มีวันชนะ!” สิ้นเสียงอันน์ภาพตรงหน้าก็หายวับไปกับตา เสียงสุดท้ายในหัวใจของเขาผุดขึ้นมาก่อนจะหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย “คุณปรุง......”



ฝางนั่งอยู่หน้ากองไฟที่จุดไว้ไล่ยุงข้างๆ เรือน โดยมีสายรุ้งและดำนั่งอยู่รอบๆ กองไฟเช่นกัน “เราจะนอนกันใต้ถุนบ้านเลยดีไหมฝาง? “ สายรุ้งถามพลางหัวเราะ

“ก็ดีเหมือนกันนะ ไม่อยากขึ้นไปข้างบน” หล่อนยิ้มตาหยี

“ดีจังเลยที่ฝางดูสดชื่นขึ้น สลบไปตั้งนานตั้งแต่พี่อิงโดนแม่นั่นตีหัว แล้วอยู่ดีๆ ฝางก็ลุกขึ้นมาหน้านวล ผิดกับแม่คุณโสนนั่น มากับหมอ หน้าซีดเป็นไก่ต้มเลยล่ะ” สายรุ้งหัวเราะอย่างเป็นสุข

“ไม่รู้สิ….รู้สึกแข็งแรงชอบกล เราก็คิดซะว่ามาอาศัยเขาอีกสักวันสองวัน แล้วก็จะไปซะที” ฝางยิ้มเจื่อน “แล้วพ่ออิงล่ะฝาง?” พี่ดำถามเสียงเบากว่าปกติ หล่อนดูเป็นห่วงเป็นใยคนข้างบนเหลือเกิน “ยังไงก็อยู่ให้พ้นวันพระนี้ก็ยังดี รักษากันมานาน อย่าให้ทรมานทั้งๆ ที่หัวแตกอยู่เลยนะ เราก็เป็นต้นเหตุทำให้เขาถูกตีด้วย”

“ฝางเนี่ยนะ?” หญิงสาวชี้ที่จมูกของตัวเอง

“ก็ใช่แหละ จริงนั่นแหละ ใช่ไหมรุ้ง?”

“จ้ะ จริงจ้ะ พี่อิงเนี่ยน่ารักนะ เสียดายเขาไม่มองรุ้งเลย อ้าปากก็เรียกหาแต่ฝาง เดินได้ก็วิ่งตามแต่ฝาง เดินไม่ได้ก็ให้คนอื่นวิ่งตามฝางแทน อ๊า!!” หล่อนปิดปากตัวเองทันที หญิงสาวลืมตัวเกือบจะเล่าเรื่องการรับสินบนของตัวเองเสียแล้ว

“อะไรของรุ้ง? ที่เรียกหาฝางเพราะเขารักตัวกลัวตายหรอกน่า แปลกจังเลยพี่ดำ วันนี้ฝางรู้สึกสบายตัวจังเลยจ้ะ”

“เออ ดีแล้ว ตัวร้อนไหม? ไหนดูซิ!” ดำจับที่แขนหล่อนพลางลูบไปมาอย่างห่วงใย

“สบายใจจังเลยนะพวกปลวกเพลี้ย” คุณโสนเดินกอดอกเข้ามาพลางแสยะปากใส่ “ดีนะมีบ้านให้อยู่ฟรี แถมยังยกพวกมากินฟรีได้อีกด้วย ไม่เคยส่องกระจกชะโงกดูเงาหัวกันบ้างเลย!”

ฝางเงยหน้ามองหล่อนนิ่ง ก่อนจะลุกขึ้นยืน “คุณโสนนี่สวยมากเลยนะคะ แต่ปากสกปรกมาก” ฝางยิ้มให้หน้าซื่อ “นางฝาง!!!!” คุณโสนยกมือจะตบอีกคนทันที แต่สายรุ้งวิ่งมารวบมือหล่อนไพล่หลังได้ทัน “แหมๆๆๆ สวยดีและมือไวด้วยนะจ๊ะ ไม่ทันหรอกค่ะคุณโสน ยืนฟังเทศน์สักครู่นะคะ” สายรุ้งหัวเราะ

“ปล่อยฉันนะ มือแกสกปรก นางลูกแม่ค้า!!”

“โหย…ปากหรือนั่น!! เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น ดูถูกคนทุกลมหายใจเข้าออก น่าจับถ่วงน้ำจริงๆ เลย!”สายรุ้งพูดทีเล่นทีจริงพลางหัวเราะ ในขณะที่ควรจะโกรธอย่างที่สุด แต่คนไม่ได้เรียนหนังสืออย่างสายรุ้งกลับทำให้สถานการณ์ตรงหน้าผ่อนคลาย ฝางยืนกอดอกทันทีเมื่อผ่อนลมหายใจออกจากปาก “สอนกันยากนะรุ้งเรื่องควรไม่ควร แต่คุณโสนคะ ถ้าอยากหลับสบายที่เรือนนี้ก็ช่วยอยู่เงียบๆ สงสารคู่หมั้นตัวเองบ้าง เขากำลังไม่สบาย และช่วยอะไรคุณไม่ได้ด้วย”

“ใครจะนอนที่นี่! ฉันไม่อยู่! บอกให้ปล่อยไงนางรุ้ง!!”

“ปล่อยก็ได้จ้ะ กลัวติดโรคเหมือนกัน ขอโทษน้า มือหนักไปหน่อย”

“นี่! พวกหล่อนจะเอายังไง?! หูแตกหรือไงก็บอกแล้วว่าเราหมั้นกันแล้ว ยังจะมาอยู่ให้รกบ้านนี้อีกทำไม? ไสหัวออกไปให้หมดเสียตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า ไม่อายคนเขาหรือไง ได้ขึ้นชื่อว่าขายตัวแลกบ้านน่ะ!!!”

“แรงไปคุณโสน” ฝางปราม “อยากไปเหมือนกันค่ะ แต่คุณในเรือนไม่ให้ไป สงสารเขา อดทนหน่อยนะ ถ้ารักเขาก็รอให้พ้นวันพระนี้ก็ยังดี เขาไม่เคยนอนเรือนฝางนานๆ ถ้าฉันไม่อยู่ก็อาจจะแย่”

“ก็แกมันมาร! เป็นผีเสียเอง แกไปมันก็จบเรื่อง!”

“แล้วแต่จะคิด แต่ไม่ไป เข้าใจไหมคะ?” ฝางจ้องหน้าหล่อนเขม็ง “หน้าตาก็สวยงาม ทำตัวให้งามให้เหมาะกับเขาหน่อย สบายใจได้ ฉันกับเขาไม่มีอะไรกัน แต่เขาต้องการให้ฉันอยู่ก็แค่นั้น!”

ดำนั่งฟังนิ่ง ไม่ได้คิดจะห้ามปรามใคร หล่อนรู้สึกอ้างว้างนักในยามที่อิงกาลหลับใหล ไม่มีชายหนุ่มอยู่ในบริเวณนี้ ณ ตอนนี้ฝางเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง ไม่มีสิ่งใดที่จะช่วยแก้ไขความอึดอัดในเวลานี้ได้จริงๆ หรือ? เราอยู่ในภพปัจจุบัน เหตุใดกันคนที่มองไม่เห็นตัวจึงได้เป็นผู้ขับเคลื่อนทุกเหตุการณ์

ฝาง….บางทีรู้ตัว บางทีไม่รู้ตัว ทำอย่างไรจะให้น้องรักเป็นตัวของตัวเองได้นานที่สุด “ฝาง…วันนี้นอนห้องพี่ ไปกันเถอะ ไปกันรุ้ง” ดำไม่รอช้า ลุกขึ้นไปตักน้ำในโอ่งเล็กๆ ที่อยู่ใต้ถุนเรือนสาดใส่กองไฟให้ดับลงทันที ฝางและสายรุ้งว่าง่าย เดินตามกันขึ้นเรือนทันที ฝางได้กลิ่นไอแห่งความเย็นเมื่อกำลังก้าวขึ้นบันไดเรือน หล่อนหันไปมองที่ประตูรั้วจึงได้เห็นพี่อันน์พร้อมบริวาร “เป็นตัวของตัวเองนะเจ้าข้า ใช้ปัญญาแก้ปัญหาทุกอย่าง อย่าใช้อารมณ์เด็ดขาด ไม่นานนักจะกลับสู่เรือน” แสงระยิบระยับสะท้อนเข้าดวงตา ก่อนที่ทั้งสามร่างจะหายไปต่อหน้าต่อตา ฝางยืนนิ่งรวบรวมสติ หน้าที่ในตอนนี้ของเราคือ ต้องออกจากเรือนนี้เสียที!

“อะไรฝาง? มองอะไร?” สายรุ้งถาม

“เจ้าที่…..”

คนที่ยังยืนอยู่ข้างล่าง วิ่งเบียดทุกคนขึ้นเรือนทันที “หลีกไปพวกปลวกเพลี้ย!!”

“โหย…..แม่หญ้าคา บาดคนไปทั่วแล้วยังรกนะยะ ปลวกเพลี้ยอะไรสวยขนาดนี้ ด่ามาได้!” สายรุ้งหัวเราะพลางส่ายหน้า เธอเข้าใจความแตกต่างของมนุษย์เพราะถูกข่มเหงและดูถูกมาจนชาชิน แต่คำใดๆ ไม่อาจจะทำร้ายสายรุ้งและแม่ได้ ด้วยเราเชื่อว่าเรามีค่าต่อกันและกัน นั่นก็เพียงพอแล้ว



“อิง….หิวไหมลูก?”คุณนายไหมทองถามเมื่อเห็นลูกชายขยับตัว

“ให้ฝางเอาข้าวมา ทุกคนออกไปให้หมด” ชายหนุ่มสั่งก่อนจะหันหลังให้มารดา

“แต่!”

“หรือคุณแม่จะให้ตำรวจมาลากคุณโสนออกไป?!”

คุณนายไหมทองหน้างอ หล่อนลุกขึ้นจากเตียงนอนทันที “เออ! มาขู่แม่ แม่โสนเขาไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ฉันก็เพิ่งรู้ว่าเลี้ยงลูกมาแล้วมันจะเห็นผู้หญิงดีกว่าแม่ตัวเอง ดีกว่าคู่หมั้นตัวเอง!!”

“หมั้นเองก็แต่งเองสิ!”

“พี่อิง!!!” คุณนายไหมทองตะโกนลั่นห้อง

“ฟังนะคุณแม่…บ้านนี้เป็นของหมั้นลูกให้ฝาง ใครไม่เกี่ยวลงจากเรือนไปให้หมด อย่ามาเหยียบอีก!” อิงกาลหันหน้ามาสบตามารดานิ่ง

“อิงกาล…..สติไปไหนหมด?!”

“ตัดใจเสียเถอะคุณแม่….แล้วทุกอย่างจะจบด้วยตัวของมันเอง”

“ไม่มีทาง! ฉันเป็นแม่แกนะ!!”

“งั้นก็เอาใจมาใส่ใจฝาง….ไม่ใช่เอาใจใส่แต่ตัวเอง”

“แล้วแม่ฝางเป็นใคร? ทำไมฉันต้องสนใจมัน!!”

“เขาคือชีวิตลูกของคุณแม่!”

ไร้เสียงจากทั่วแผ่นดิน ไม่มีเสียงใดๆ จากผืนฟ้า สี่ชีวิตภายนอกห้องได้ยินทุกถ้อยคำชัดเจน นางฟื้นคลานถอยออกจากที่ๆ นั่งอยู่ออกมาอยู่ข้างๆ ประตูห้อง กลัวเหลือเกินว่าคุณนายไหมทองจะไม่อาจอดทนกับสิ่งที่หล่อนได้ยินเต็มสองหู

อิงกาลสบตามารดาอยู่อีกไม่นานก็ค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน “จะไปไหน?” คุณนายไหมทองระงับอารมณ์อย่างที่สุดเมื่อเอ่ยปากถาม

“จะไปเปิดประตูให้ครับ”

“ไม่ต้อง……ฉันไปเอง” คุณนายไหมทองไม่รอช้า หล่อนก้าวออกจากประตูไปทันที เมื่อพบทุกคนอยู่ตรงหน้าจึงได้เชิดหน้าขึ้น “แม่ดำ หาข้าวปลาดีๆ ให้เขากิน ดูแลเขาดีๆ ด้วย เงินทองฉันจะให้คนเอามาให้ รักษาเขาจนกว่าจะหาย ถือว่าฉันขอร้อง ส่วนแม่ฝาง ฉันรู้จักแม่บัวดี หล่อนคงคิดเหมือนแม่เมื่อครั้งที่ฉันขอร้องให้ดูแลพ่ออิง”

“คุณป้า!!” คุณโสนร้องลั่น เมื่อความพ่ายแพ้มาเยือน

“หายป่วยแล้วค่อยแต่งแม่โสน”

หัวใจพองโตขึ้นมาทันที คุณโสนยิ้มหน้าบาน เชิดหน้าใส่ทุกคน

ฝางมองหน้าคุณโสน “เห็นทีต้องรอชาติหน้านะเจ้า”

“หล่อนพูดจริงหรือแม่ฝาง?” คุณนายไหมทองถาม สีหน้าของหล่อนจริงจังและต้องการฟังแต่เรื่องจริงเท่านั้น

“อะไรคะ?” ฝางถามหน้าซื่อ

“ฉันถามว่าหล่อนจะแต่งกับอิงกาลจริงหรือเปล่า?”

ฝางหันหน้าไปหาพี่ดำ เธอไม่รู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป ดำมีสติครบถ้วน แน่ใจว่าน้องรักกำลังโดนใครบางคนครอบงำเป็นระยะๆ “อ่อ คุณนายอย่าถือสามันเลย เด็กมันพูดเล่นเท่านั้นแหละจ้ะ ไปๆ พวกเธอไปทำกับข้าวดีกว่านะ คุณนายฉันจะดูแลให้นะจ๊ะ ลาล่ะจ้ะ” ดำรีบยกมือไหวแล้วดุนหลังสายรุ้งและฝางให้เดินเข้าไปในครัว ทิ้งแขกให้จากไปเอง



ฟ้ามืดลงหลังจากที่อิงกาลหลับไป ลืมตาขึ้นรู้สึกเจ็บปวดหัวใจราวกับถูกมีดกรีดเมื่อนึกถึงมารดา เขารู้ดีว่าท่านเจ็บปวดยิ่งนักกับการกระทำของเขา “แม่รู้ทุกอย่าง แต่แม่ก็เลือกที่จะขัดขวางงั้นหรือ?”

“ก็เหมือนที่แม่จีบหล่อนรู้ทุกอย่าง แต่หล่อนก็เลือกที่จะทำร้ายจิตใจคนและท่านเองก็ทำไม่ต่างกันอย่างไรเล่า” เสียงใครบางคนลอยมาตามสายลม องค์อังควิภาหัวเราะอย่างมีความสุขที่ได้สะท้อนผลแห่งกรรมให้คนได้เห็น อิงกาลมองไปรอบห้อง หากแต่มองไม่เห็นใคร เขาไม่พูดอะไรออกมาเพราะรู้ดีว่าความในใจของตัวเองถูกล่วงรู้ทั้งหมด ชายหนุ่มก้าวออกจากที่นอนเชื่องช้า พอดีกับที่ดำเดินเข้ามาหา “หิวแล้วสินะ เดี๋ยวให้ฝางเอาข้าวเข้ามานะพ่อ”

“ครับ ขอบคุณครับ แต่พี่ดำครับ พรุ่งนี้ช่วยทำอะไรให้หน่อย”

“อะไรหรือ?”

“อิงอยากลองกินขนมถ้วยฟู”

“ได้สิ! เดี๋ยวทำให้กิน หมักแป้งข้าวหมากไว้เหมือนกัน แปลกดีที่พ่ออิงอยากกินพอดีเลย จะได้รีบทำให้นะ คุยกันดีๆ นะ รู้สึกเขาเข้าๆ ออกๆ ร่างเจ้าฝางอยู่” ดำกระซิบ “ว้า! ข้าจะกระซิบทำไมวะ มีใครจะไม่ได้ยินบ้าง เล่นกับใครไม่เล่น เฮ้อ! ชีวิตนางดำเกิดอะไรขึ้นเนี่ย” หล่อนหัวเราะแล้วก็รีบวิ่งออกไปจากห้อง

อิงกาลมองไปรอบกาย เขารู้ดีว่ากำลังเล่นกับอะไรอยู่ การสงบสติอารมณ์จะทำให้ตัวเองมีพลัง ชายหนุ่มเชื่ออย่างนั้น ฝางเดินถือถาดใส่อาหารเข้ามา เธอสบตาเขาแล้ววางถาดลงที่พื้น “ที่นี่ต้องนั่งกินข้าวที่พื้น ไหวไหม?”

“ได้สิ กินด้วยกันนะฝาง” เขาฝืนยิ้ม

“ไม่ล่ะ ไม่ได้ตักมาเผื่อตัวเอง กินไปเถอะ”

“ค่ะ….หายอีกแล้วนะ” อิงกาลท้วง

“ก็พูดปกติ ทำไมต้องดุ?!” หล่อนหน้างอ

ชายหนุ่มเดินมานั่งขัดสมาธิลงแล้วเริ่มลงมือตักข้าวเข้าปาก “หยุด! อย่าไปไหนนะ นั่งตรงนี้สิ มีอะไรจะคุยด้วย” เขาตบที่พื้นไม้เบาๆ เพื่อเรียกให้หล่อนนั่งลง ฝางว่าง่ายไม่อิดออด หล่อนนั่งพับเพียบลงตรงหน้า

“อะไรล่ะ?”

“ได้ยินใช่ไหมเรื่องหมั้น?”

“ใช่….แหวนมีเพชรเต็มไปหมด” ฝางก้มหน้าพูด

“ไม่ใช่อันนั้น เรื่องหมั้นของเรา”

“ใครเขาหมั้นกันบ่อยๆ?”

“อิงกาลนี่แหละจะทำ จริงๆ ต้องขอพี่ดำเพราะเป็นญาติผู้ใหญ่คนเดียว แต่พี่ต้องถามเราก่อน นอกจากบ้านแล้วอยากได้อะไรอีกไหม? “ ชายหนุ่มถามพลางเคี้ยวข้าวอย่างสงบ

“หมั้นไปทำไมล่ะ?”

“เราต้องช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องภพชาติ เราอยู่ยุคไหนแล้วฝาง? ทำไมต้องยอมให้ใครก็ไม่รู้มากำหนดความเป็นความตายทุกวันพระ พี่ไม่ใช่เด็กๆ อีกแล้ว และฝางต้องช่วย”

“ทำไมต้องเป็นเรา?”

คำว่า “เรา” ทำให้อิงกาลสะอึก เขาเริ่มไม่แน่ใจว่าคุยกับใครอยู่ “ขอดูมือหน่อย” ฝางแบมือขวาให้ดูทันที อิงกาลคว้ามือหล่อนไว้ก่อนจะดึงหล่อนเข้ามากอด ฝางพยายามดิ้นรนหากแต่สู้แรงเขาไม่ไหว “อยู่นิ่งๆ” มือใหญ่ของอิงกาลเอื้อมดึงสายสร้อยพระเส้นใหม่ที่มารดาคล้องให้ตอนหลับข้ามไปสวมคอให้ฝางทันที อะไรบางอย่างแผ่กระจายพลังครอบคลุมร่างบางไว้ ฝางรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นทั้งจากกายของชายหนุ่มและสิ่งศักดิ์สิทธิ์จากสร้อยพระ

“ไม่ว่าผีหรือเทวดา ไม่ว่าบังคับหรือดลใจกันอยู่ที่ไหน ฝางจะรอดพ้นได้เพราะสติและความรักความปรารถนาดีของพี่ คุณพระรักษานะ เราเดินมาไกลเกินกว่าจะถอยหลัง” ชายหนุ่มกระซิบเบาที่ใบหูของฝาง เขากอดหล่อนไว้แน่นด้วยความรู้สึกทั้งหวาดกลัวและหวงแหน

“อะไรนะ?” ฝางแรงดันร่างของอิงกาลออกห่างอีกครั้ง

“ก็…..ให้สร้อยเฉยๆ ไม่มีอะไร ส่วนของหมั้นพี่จะจัดให้ทุกอย่าง บ้านนี้ก็จะคืนให้เป็นของหมั้น ดังนั้นไม่ต้องไปอยู่บ้านใครนะครับ หรือต่อให้อยากไปจริงๆ ฝางก็ต้องเจอพี่อยู่ดี”

“ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ?”

“บ้านที่จะไปเช่ามันเป็นของพี่” คนพูดยิ้มจาง นึกสงสารฝางไม่น้อย หล่อนหน้าซื่อและดูท่าทางตกใจไม่น้อยเมื่อได้ยิน เจ้านกน้อยจะหอบผ้าหนีไปนอนที่ไหนได้ เมื่อทุกที่ที่หล่อนจะไปกลับกลายเป็นสมบัติของอิงกาลทั้งสิ้น

“มีที่ไหนที่คุณในเรือนไม่ได้เป็นเจ้าของ ฝางจะไปอยู่ที่นั่น” หล่อนยังขัดขืน

“ฝาง….พี่มีสมบัติมากกว่าที่ตัวเองรู้อีกนะ ไม่ได้โอ้อวดแต่มันจริง พี่รู้แล้วว่าฝางจะไปอยู่ที่ไหน หรือต่อให้ไม่รู้พี่ก็จะไปซื้อมันให้หมด” สายตาของชายหนุ่มไร้มารยาใดๆ ความจริงที่เขาเอ่ยออกมาทำให้ฝางรู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของแผ่นดิน หรืออาจจะเป็นเจ้าของหัวใจเราด้วยหรือ? อ่อนแอนักฝาง ถูกอำนาจเงิน อำนาจความผูกพันครอบงำอย่างนั้นหรือ? หากแม่ยังอยู่ เราจะเชิดหน้าหนีคำอ้อนวอนเหล่านี้ได้แน่นอน ศักดิ์ศรีหายไปไหนหมด ทำไมรู้สึกว่าตัวเอง “ไร้ราก!”


Create Date : 13 ตุลาคม 2561
Last Update : 13 ตุลาคม 2561 17:57:22 น. 0 comments
Counter : 63 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.