ความหวาดกลัวต่อการคัดลอกและหวงแหนในงานของตัวเองมี...แต่ก็ไม่มากเท่ากับความปรารถนาดีที่อยากให้คนอ่านของเรามีความสุขกับทุกตัวอักษรในทุกวัน
ขอบคุณที่เป็นคนอ่านของเราค่ะ Copyright Act B.E. 2537
Link นิยายที่เว็บอื่นๆ ขวามือล่างสุดค่ะ
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2561
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
11 ตุลาคม 2561
 
All Blogs
 
ตอนที่ 16 ของขวัญ โดย ภูปรดา



16.

หญิงสาวน้ำตาไหลพราก “ฝางเอง…คุณในเรือนออกมาจากความฝันเถอะนะคะ ได้โปรด….”

“นะคะงั้นเหรอ??!!” สายตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยคำถาม

“ค่ะ….ฝางเอง ตื่นเถอะนะคะ อย่าให้อำนาจใดๆ มีเหตุผลเหนือตัวเองเลย เราอยู่ในโลกของความจริง คุณในเรือนทรมานมามากแล้ว ปล่อยฝางไปเถอะนะคะ ถ้าทุกข์ใดๆ ที่เกิดขึ้นเกิดจากภพชาติของเรา ฝางก็ยินดีจะปล่อยคุณในเรือนไปเสียตั้งแต่วันนี้ ได้โปรดอย่าล่วงเกินกันอีกเลย” เสียงสะอื้นดังจนคนนอกห้องใจหาย

“ฝาง!! ฝางเป็นอะไรไหม คนดีของพี่?” เสียงดำดังเข้ามา

“ไม่เป็นไรจ้ะ ไม่เป็นไรพี่ดำ อย่าห่วง ฝางไม่เป็นไร”

ดำเอามือทาบอกด้วยห่วงนักหนา แต่คำพูดของน้องทำให้มีสติจึงยอมเดินกลับเข้าห้องเสีย อิงกาลดึงหล่อนเข้ามากอดอีกครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกได้ถึงตัวตนของฝางชัดเจน ชายหนุ่มยิ้มกว้าง น้ำตาไหลออกมาเป็นทางไม่รู้ตัว “ได้…..ขอบคุณที่เตือนสติ ขอบคุณนะฝาง”

“เรา....มาไกลเกินกว่าจะถอยกลับไปอดีตแล้วนะคะ ฝางอาจจะไม่รู้ทุกเรื่อง แต่เรามาเกี่ยวข้องกันเพราะคนอื่น ไม่ใช่เพราะตัวเราเอง ขอให้คุณในเรือนมีชีวิตใหม่ ขอให้คุณพระคุ้มครอง” คำปลอบโยนของหล่อนเต็มไปด้วยสติ อิงกาลหวังให้อีกร่างในกายของหญิงสาวได้ยิน อำนาจเบาบางลงแล้วหรือไร? เหตุใดผู้หญิงที่เขากอดอยู่จึงเอ่ยในสิ่งที่เขาไม่คิดว่าจะได้ยิน อิงกาลรีบเช็ดน้ำตาของตัวเองออก แล้วปล่อยให้หล่อนเป็นอิสระ “ดีจังเลย ดีที่เป็นฝาง”

หญิงสาวมองเขานิ่ง ความรู้เท่าทันตัวเองทำให้ฝางครองกายและจิตตนได้ยาวนาน ความปรารถนาดีที่ซ่อนไว้ไม่อาจบดบังได้อีก “ฝางไม่เป็นไร แต่คุณในเรือนคงเจ็บหนักไปอีกหลายวัน” เธอยกมือของตัวเองขึ้นมาดู เลือดของอีกคนยังซึมอยู่ที่ปลายเล็บ เสื้อของอิงกาลบางจนแรงจิกทำร้ายเขาได้

อิงกาลเอื้อมมือไปแตะที่หลังของตัวเองทันที หากแต่รอยยิ้มยังมีให้เห็น “ไม่เป็นไรหรอก แค่นี้เอง พี่ขอโทษนะที่ล่วงเกินฝาง พี่…..ควบคุมตัวเองไม่ได้”

“ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าวค่ะ ต่อไปไม่ทำอีกนะคะ”

ชายหนุ่มยิ้มออกมา “แล้ว….เราจะได้พบกันอีกไหมจ๊ะ?”

“ฝางอยากมีชีวิตเป็นของตัวเอง คุณในเรือนก็ควรมีชีวิตของตัวเองนะคะ เราอย่าพบกันอีกเลย ที่ผ่านมาเป็นเพราะชะตา แต่วันเวลาที่เหลือเรากำหนดมันได้เอง อย่าก่อเวรก่อกรรมใดๆ ต่อกันอีกเลยนะคะ”

“พี่รู้สึกประหลาดที่ฝางพูดจาน่าฟัง แต่ที่รู้สึกชัดเจนที่สุดคือพี่เลือกไม่ผิด เข้าใจหรือไม่?” หญิงสาวถอยห่างออกไปทันที ฝางไม่ปรารถนาให้ใครใช้ทั้งคำพูดและรูปกายที่งดงามดึงตัวเองเข้าไปหาเขาได้อีก หากกำแพงนั้นมีใครมองเห็น มันก็สูงลิ่วเท่าท้องฟ้า บางคนอาจงดงามจนยากจะตัดใจ แต่ความจริงที่ย้ำคำว่า “เป็นไปไม่ได้” มันดังอยู่ในหูของฝางตลอดมา “ไม่เคยอยากเข้าใจ…..กลับไปเถอะนะคะ มันจบแล้ว” เธอเดินออกไปจากห้องทันที

อิงกาลไร้เรี่ยวแรงจะดึงรั้ง ชัดเจนหรือยังเมื่อหญิงอันเป็นที่รักไม่เคยต้องการเรา! ชายหนุ่มหลับตาลงยืนนิ่ง เสียงในหัวดังชัดขึ้นทันที “กลับมาที่เดิมอีกแล้วหรือ? กลับมาตรงที่ที่เขาไม่ต้องการอีกแล้วหรือ? ดีใจได้เพียงชั่ววูบที่ได้มองเห็นตัวตน ที่แท้ฝางก็ยังคงเป็นคนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง”

“กลับเรือนเถิดเจ้าข้า ที่นี่อันตราย” เสียงหวานดังก้องมาตามลม

“หนีก็ตาย อยู่ยังดีกว่าเพราะมีโอกาสได้สู้ครับพี่อันน์” เสียงทุ้มเย็นชา

“ใช้ภพชาติให้เป็นประโยชน์เถิดเจ้าข้า บทเรียนมีมาให้ระลึกได้ เพื่อให้นำมาแก้ไขปัจจุบัน อย่าดันทุรังเสียเลือดเสียเนื้ออีกเลย แรงพยาบาทจากจิตที่ว่าใสสะอาดยังทำให้เลือดตกยางออกได้ มีหรืออีกคนที่มีอำนาจมากกว่าจะปล่อยให้เป็นสุข?”

อิงกาลมองไปรอบกาย เขาปรารถนาจะให้ตัวเองมองเห็นองค์อังควิภา หากแต่ความปรารถนาไร้ผล! “พ่ออิง!” ดำวิ่งเข้ามาในห้องอย่างเป็นห่วง “ไอ้ฝางพายเรือออกไปแล้ว มีอะไรกันหรือ?”

“ทะเลาะกันครับ แต่ไม่มีอะไรแล้ว”

“เฮ้อ! ค่อยโล่งอก รายนั้นเดินหน้าตึงออกไปเลย ไม่รู้พายเรือไปไหน ไม่กล้าถาม”

“ทำไมไม่กล้าถามครับ?”

“ก็….ก็มองจากห้องพี่ สไบปลิวมาเลย ฝางเดินเหมือนบินได้ สไบสีกลีบบัวยังติดตาอยู่เลย กลัวที่สุดเลย ผีบ้านนี้แรงจริงๆ ให้ตายสิพับผ่า!!” คนพูดลูบแขนตัวเองป้อยๆ “เรื่องลึกลับในโลกนี้ เห็นทีจะเกิดในสองเรือนนี้เท่านั้น เวรกรรมอะไรกันนะ!!”

“พี่ดำครับ….ขนมถ้วยฟูนั่นใครทำ?” ชายหนุ่มชี้ไปที่ขนมถ้วยฟูอีกสองสามอันที่กระจายเกลื่อนอยู่บนเตียงนอนจากการที่เขาพยายามทำผิดต่อฝาง

“พี่ทำเอง ฝางมันชอบกิน กินมาตั้งแต่ยังเล็กแล้ว ทำไมหรือ?”

“กินแล้วมีเรื่องหรือเปล่า? เคยมีเรื่องไหมครับ?”

“ก็เคยนะ กินแล้วฝางจะพูดอะไรแปลกๆ แต่บางทีก็ไม่แปลก เจออะไรมาหรือ?”

“กินทุกวันไหมครับ?”

“ไม่ได้ทำทุกวันหรอก ถ้าเขาอยากกินเขาจะบอกเอง แต่บางทีพี่ดำก็ทำเพราะอยากกินเอง” คนเล่ายังทำหน้าสงสัย “เฮ้ย! จำได้แล้ว เรื่องขนมถ้วยฟูนี่แหละ พี่บัวเขาทำไหว้เทวดา เขาบอกว่าขอให้เทวดาปกปักรักษาลูก แล้ววันนั้นก็คลอดเจ้าฝาง แต่ว่ามันไม่น่าเกี่ยวอะไรกับการกินนะ ขนมพวกนี้พี่ก็กินทุกครั้ง ไม่ยักเป็นอะไร”

อิงกาลอมยิ้ม “ไม่เป็นไรครับ รู้แค่นี้ก็มีประโยชน์มากมาย ขอบคุณนะครับ พรุ่งนี้จะมาใหม่”

“กลับยังไงล่ะพ่อ? ไอ้ตัวดีเอาเรือไปแล้ว”

“เดินครับ อิงลานะครับ” ชายหนุ่มยกมือไหว้ดำแล้วเดินออกไปยังรั้วทันที



เมื่ออิงกาลกลับมาถึงเรือนกรรณิการ์ชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องครัวทันที “ให้คนไปเก็บของของเรา แล้วย้ายไปเรือนฝางวันนี้ เรียนคุณแม่ว่าจะไปอยู่เรือนฝางสักพัก”

“ได้ค่ะคุณอิง”

“เดี๋ยวนี้นะ ไปเดี๋ยวนี้! ขอยาทาแผลสดด้วย รอที่ห้องโถง” ชายหนุ่มสั่งแล้วเดินจากไป

“ไปชกต่อยกับใครมานะ คุณอิงนี่นะมีเรื่องกับคน? ไม่รู้เจ็บป่วยตรงไหน นี่แค่วันเดียวที่แม่ฝางจากไปก็มีเรื่องซะแล้ว กว่าจะถึงวันพระหน้ามิแย่หรอกหรือ?” คนพูดเอ่ยกับสาวใช้ในบ้าน ก่อนจะรีบสั่งให้ทุกคนไปช่วยกันขนของ



คนรับใช้ในบ้านและแม่ฟื้นช่วยกันเก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวอิงกาลอยู่ในห้องนอน เตรียมแยกใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ “ป้า! ป้าฟื้นว่าคุณอิงจะย้ายไปอยู่เรือนฝางนี่มีอะไรหรือเปล่า? ไหนป้าบอกว่าสัญญาเมียเก็บถูกยกเลิกแล้วไงล่ะ?”

“รายนั้นเขาขอไม่ทำงานแล้ว เขายอมยกบ้านให้คุณนาย แต่เรื่องย้ายนี่ข้าก็ไม่รู้ แกก็เห็นกับตาว่าเธอสั่งอย่างนั้น”

“ถึงเราจะหมดคู่แข่งอย่างแม่ฝางไปแล้ว แต่เจ้าตัวดันจะย้ายเข้าเรือนหล่อน ทั้งๆ ที่หล่อนก็ยังหาที่ซุกหัวนอนไมได้ เห็นทีคุณโสนจะแพ้ราบคาบ” สาวใช้ที่ยังสาวหัวเราะคิก

คนฟังส่ายหน้า “อย่าหาว่าข้านินทานายเลยนะ คุณอิงนี่ตรงยิ่งกว่าไม้บรรทัด เธอฉลาดเธอเรียนเก่งเธอเยือกเย็น ลองงานนี้สั่งขนาดนี้ เอ็งเตรียมตัวฟังเสียงบ้านแตกคืนนี้ได้เลย ถ้าหาลูกชายไม่เจอ!”

“แล้วป้าจะไม่ไปเรียนท่านหรือ?”

“ท่านไม่อยู่ ถือว่าข้าไม่ผิด และข้าไม่อยากขัดใจคุณอิง”

“ทำไมล่ะ?”

“ข้าเห็นเธอทรมานมามาก ความสุขของเธอมีนิดเดียวเท่านั้นตั้งแต่เกิดมาเป็นคน แววตาเธอมีความสุขเฉพาะเวลามีแม่ฝางอยู่ข้างๆ ใครจะหาว่าข้าเข้าข้างก็เชิญ เมียบ่าวเมียเก็บใครจะว่ายังไงก็ว่าสิ ข้าจะยอมคุณอิงเธอได้ ถ้าเป็นแม่ฝางมาอยู่ที่นี่”

“หูย! หล่อนดีตรงไหนกัน? อย่างกับตุ๊กตาผี วันๆ ไม่พูดอะไรเลย จนก็จน ป้าก็เรียกของป้าว่าเมียเก็บเอง อยู่ดีๆ มาเข้าข้างกันซะงั้น”

“ถ้าเอ็งไม่เคยเห็นผีอย่างข้า เอ็งอย่ามาพูด!”

“ทำไม?! ยังไง!! ป้าเคยเห็นผีเหรอ?”

“เออ…อยู่ท่าน้ำก่อนคุณอิงมานั่นไง ห่มสไบสีกลีบบัวนั่งร้องไห้อยู่ เห็นหลังไวๆ จะวิ่งเข้าไปดู หายไปซะงั้น ไม่รู้เศร้าโศกอะไรนักหนาบ้านนี้ แม้แต่ผีบ้านผีเรือนยังร้องไห้ ข้าห่วงคุณอิงยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ถ้าแม่ฝางอยู่ด้วยก็คงไม่มีเรื่องน่ากลัวอะไร ดูเอาเถอะนี่แค่จะยกเลิกกัน มาให้ข้าเห็นขนาดนี้ ข้าก็กลัวสิ”

“ใครเอาเรือกลับมา?” เสียงชายหนุ่มถามเมื่อเดินเข้ามาในห้องนอน

“อ่อ! ไม่เห็นคนพายมาค่ะ เห็นแต่มาจอดเทียบท่าอยู่ก่อนคุณอิงมา”

“ป้าไม่บอกคุณอิงไปล่ะ?”

“บอกอะไร? บอกมาให้หมด” อิงกาลสั่ง

“ป้าแกเห็นผีที่ท่าน้ำค่ะคุณอิง ห่มสไบสีกลีบบัวร้องไห้อยู่คนเดียว”

ชายหนุ่มเชิดหน้าขึ้นทันที มาเองถึงนี่ เห็นทีจะเปล่าประโยชน์นะขอรับ!! ชายหนุ่มพูดในใจ “ให้คนเอารถออก ไปเรือนฝางเดี๋ยวนี้!”



ความเย็นรอบกายทำให้ร่างกายของฝางตื่น เธอลูบแขนไปมาด้วยความรู้สึกหนาวเย็นนัก “เรือนกรรณิการ์?!!” ฝางหันไปมองรอบๆ ตัวจึงได้พบว่าตัวเองนั่งพิงเสาเรือนริมน้ำอยู่ หากแต่เมื่อมองเข้าไปยังตัวตึกของเรือนกรรณิการ์ ภาพซ้อนก็แทรกเข้ามาในหัว ตึกฝรั่งครึ่งปูนครึ่งไม้ถูกซ้อนทับด้วยเรือนไทยอยู่เบื้องหน้า คนบนเรือนมองมา หากแต่มองผ่านเธอไป

ฝางลุกขึ้นยืน แน่ใจว่าความมืดในยามนี้จะไม่มีใครมองเห็นตัวเอง แสงไฟจากตึกฝรั่งสะท้อนมาในบางวูบ คนรับใช้ของอิงกาลมองมาเช่นกัน หากแต่พวกหล่อนกลับทำเหมือนมองไม่เห็นหญิงสาว คนมีสติชูแขนทั้งสองข้างทักทายแต่ก็ยังไม่มีใครมองเห็นฝาง “เรือนไทยนั่นที่ไหนกันนะ?” เธอถามตัวเองเบาๆ ความแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นในชีวิตหล่อหลอมให้เจ้าตัวคุ้นเคยกับมันจนความหวาดกลัวหายไปหมดสิ้น “ลองคนที่เรือนกรรณิการ์ไม่เห็น คนบนเรือนไทยนั่นก็คงไม่เห็น” ฝางยิ้มอย่างดีใจ “ดีเลยจะได้ทัวร์ให้ทั่วทุกภพ หรือจะเป็นเรือนพี่อันน์กัน?”

บางคราคุ้นตาราวกับเคยเห็นเรือนไทยนี้ แต่ความทรงจำของฝางก็เลือนรางราวกับถูกซ่อนไว้ กลิ่นหอมอบร่ำฟุ้งเมื่อมีเสียงคนเดินใกล้เข้ามา “ชมจันทร์หรือเจ้าข้าคุณจีบ?” เสียงสตรีนางหนึ่งพูดขึ้น ฝางจะวิ่งไปหลบคนที่กำลังมา หากแต่ชนกับใครบางคนเข้าอย่างจัง!

“แย่แล้ว!” หญิงสาวร้องเสียงหลง รีบเอามือปิดปากตัวเองแน่นเมื่อนึกขึ้นมาได้ ร่างบางล้มลงที่พื้นดินเย็นเฉียบ เธอเงยหน้าขึ้นอย่างหวาดกลัว

“ลุกขึ้นมาสิเจ้า” เสียงหวานไพเราะบอก ฝางเงยหน้าขึ้นเห็นสไบสีกลีบบัวส่องสว่างใส่ดวงตา หญิงสาวยกมือไหว้ “ขอโทษด้วยค่ะ ฝางไม่ได้ตั้งใจ”

“อย่ากลัวไปเลย มันเป็นเพียงความฝัน ไม่มีใครเห็นเจ้า”

ฝางยิ้มตาหยี ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม “ดีใจที่ได้พบค่ะ ฝางเคยเห็นท่านมานาน แต่ไม่รู้จักเลย” องค์อังควิภายิ้มให้อย่างเมตตา “ตามมาเถิด”

“แต่! คุณคนนั้น!” ฝางชี้ไปที่ร่างบางระหงและบ่าวที่กำลังเดินมายังท่าน้ำ

“นั่นแม่จีบ ลูกสาวเจ้าของเรือนกรรณิการ์ตรงหน้าเจ้าอย่างไรเล่า”

แม่จีบงามนักในความรู้สึกของฝาง หล่อนเดินช้าทอดน่องราวกับกำลังฝัน “ตั้งแต่ญาติข้ามาเยือน ข้ารู้สึกเหมือนได้พบกับแสงจันทร์ที่งดงามทุกคืน เอ็งเห็นคุณรุ้งหรือไม่? งดงามใช่หรือไม่?”

“งามเจ้าข้า งามทั้งทรัพย์งามทั้งองค์เลย” นางเอิบเสริม

หญิงสาวยิ้มอย่างภูมิใจ “จริงของเอ็ง! เห็นทีข้าจะต้องออกเรือนก็คราวนี้”

“คุณท่านเห็นดีเห็นงามแล้วหรือเจ้าข้า พบกันไม่นาน จะดีหรือเจ้าข้า?”

“หากเราคิดตรงกัน ก็ไม่มีอะไรมาห้ามข้าได้” แม่จีบยิ้มอย่างมีความสุข องค์อังควิภาสบตาฝาง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ “เห็นหรือไม่? ต่างกันที่ใดระหว่างแม่กับลูก”

“แม่กับลูก? ใครคะ?” ฝางถาม

“แม่จีบหล่อนคือคุณนายไหมทอง ต่างกันหรือไม่กับอิงกาล?”

ฝางก้มหน้านิ่ง ตอนนี้พอจะเข้าใจ ความฝันกำลังบอกอดีตของคนรอบตัว และคนนำทางดูเหมือนจะไม่เอ็นดูแม่จีบนัก “เราฟังเขาพูด จะดีหรือคะ?”

“จะเป็นไรไป เราเห็นทุกอย่างเสมอมา ด้วยมีวิมานอยู่ในเขตแดนนี้มาช้านาน” คนพูดเย็นชาและทรงอำนาจอย่างบอกไม่ถูก ความงามของสตรีนางนี้ราวกับภาพเนรมิต หล่อนงดงามกว่าแม่จีบนั่นเป็นร้อยเท่าพันเท่า ฝางนึกสงสารคนทั้งคู่ที่จู่ๆ กลับต้องมายืนคุยกันในที่ๆ มีคนอื่นอยู่ด้วย และเจ้าตัวก็ไม่รู้เรื่องเลย ฝางมองเห็นสองร่างค่อยๆ เดินจากไป เสียงเจรจาขาดหายราวกับถูกปิดกั้นทันที “เมื่อไม่อยากได้ยิน ก็จะไม่ให้ได้ยิน” ความในใจของฝางดูเหมือนจะไม่รอดพ้นจากอำนาจของอีกคน องค์อังควิภายิ้มให้หล่อนอย่างเมตตา “การใดดีก็ดูไว้เป็นเยี่ยงอย่าง หากการใดเห็นว่าไม่งามเราก็จะไม่ให้เห็น”

“ท่าน....พาฝางมาทำไมคะ?”

“ดูตรงหน้าสิเจ้า งดงามใช่หรือไม่เรือนกรรณิการ์?”

“ค่ะ สวยมาก สวยกว่าตึกฝรั่งในปัจจุบัน”

“เราและเขาผู้ที่เจ้าเรียกว่ามนุษย์ ต่างดำเนินชีวิตของตนตามหน้าที่ หากแต่มีอีกหลายอย่างที่ทำให้เรามาเกี่ยวข้องกัน มีผู้หนึ่งเป็นที่รักและศรัทธาของเราอยู่บนเรือนนั้นนามว่าองค์ขาล ท่านมากด้วยศีลและบารมีแม้จะต่ำศักดิ์กว่าเรา บารมีท่านกำลังจะหมดเพราะใครบางคน”

“จะตายหรือคะ?” ความรู้สึกฝางบอกอย่างนั้น “คนเราจะตายเพราะหมดเวรหมดกรรมหรือชะตาไม่ใช่เหรอคะ?”

“นั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่ปัญหาคือคนที่มุ่งร้าย เขาคือคนที่เจ้ารู้จักดี”

“ฝางรู้จักแต่ปัจจุบัน นอกนั้นก็เกินจะเชื่อ แต่ดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อท่านพามาถึงที่นี่ ถ้าตอนนี้คืออดีต ฝางก็ไม่รู้จะแก้ยังไง”

อีกคนหัวเราะร่วน “เข้าใจเจรจานักเจ้า ฟังเราเจ้าฝาง อย่าได้ยอมให้เวรกรรมเกิดขึ้นซ้ำจากหัวใจตัวเอง” ฝางยืนนิ่ง ลึกๆ พอจะเข้าใจ ผู้หญิงคนนี้เป็นศัตรูกับคนในเรือนกรรณิการ์แน่นอน! องค์อังควิภาหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า ในใจของคนตรงหน้าโอนเอียงอย่างเห็นได้ชัด ความระลึกได้ขาดช่วงยาวนานเกินไป หล่อนหาได้ใส่ใจความสูญเสียของเราไม่ หล่อนจำไม่ได้แม้แต่องค์ขาล “รู้สึกอย่างไรกับแม่จีบ?” อีกคนถามย้ำทั้งๆ ที่รู้ได้ด้วยตนเอง

“เธอสวยจังเลยค่ะ” ฝางยิ้มกว้าง แววตาของหล่อนใสซื่อบริสุทธิ์เหลือเกิน

“กระนั้นหรือ?” คนถามอมยิ้ม

“ค่ะ ท่านก็งามมาก งามมากกว่าแม่จีบค่ะ”

องค์อังควิภายิ้มกว้าง หากแต่แววตาของเจ้าตัวเต็มไปด้วยความนัยที่ซ่อนไว้มากมาย “หากเป็นเช่นนั้น วันนี้ก็อย่าเพิ่งขึ้นเรือนเลย ขอให้ความงดงามที่เจ้ามองเห็นเป็นดั่งประทีปน้ำมันหอมที่ยังติดโพลงอยู่อย่างปกติ แต่เมื่อมันกลายเป็นไฟที่ลุกโชนเผาไหม้ทุกสิ่งให้ย่อยยับเมื่อใด เจ้าจะเข้าใจเรามากกว่านี้” ลมแรงหอบร่างฝางให้ห่างจากกายนาง ความรู้สึกทั้งปวงดับวูบลงทันที!



เมื่อรถยุโรปของอิงกาลเข้ามาจอดในเขตรั้วเรือนฝาง รถกระบะอีกคันก็ตามเข้ามา คนงานของเขาขนข้าวของเครื่องใช้ของเจ้าตัวขึ้นเรือนฝางทันที “อะไรกันล่ะพ่อ?!” ดำถามเมื่อกำลังวิ่งลงมาจากเรือน “จะมาขออยู่ด้วยสักพักครับพี่ดำ ฝางอยู่ไหนครับ?”

“หลับอยู่ในห้องจ้ะ ไม่รู้กลับมาตอนไหน พี่ดำวิ่งไปดูมาเมื่อกี้”

“ดีครับ ให้นอนไป ผมขอนอนห้องที่ว่างอยู่”

“ได้ๆๆ แล้วคุณนายไม่ว่าเหรอพ่อ?”

“คุณแม่ออกไปธุระ อีกเดี๋ยวถ้ารู้เรื่องคงตามมาครับ” ชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องนอนของฝางทันที ร่างบางหลับใหลไม่รู้ตัว “ตื่นมาได้บ้านแตกแน่!” เขาหัวเราะเมื่อกำลังนึกถึงเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น

“พ่ออิง…คุณนาย….มา” ดำเดินเข้ามาบอก สีหน้ากังวลนัก

“ใจเย็นๆ ครับ” อิงกาลเดินเข้ามาจับบ่าทั้งสองของดำอย่างเป็นห่วง “อิงจัดการเอง” ชายหนุ่มยิ้มตาหยีก่อนจะก้าวออกจากห้องไป คุณนายไหมทองยืนกอดอกอยู่ที่ชานกลางเรือน แสงไฟสะท้อนสีหน้าของอีกคนไม่ชัดนัก

“เคยเห็นแต่ผู้หญิงหอบผ้าหนีตามผู้ชาย นี่อะไรกัน?!”

อิงกาลหัวเราะลั่น “คุณแม่!! ว่าไปโน่น”

“ก็พูดมาสิ จะทำอะไร บ้านนี้ของตัวก็เข้าใจหรอก แต่ย้ายเข้ามาตอนที่เจ้าของเก่ายังอยู่ มันงามแล้วหรือ? แม่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ลดตัวขนาดนี้เลยหรือพ่ออิง?”

อิงกาลอมยิ้ม “ครับ…..”

“อย่ามาพูดเล่น ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ก็ไล่หล่อนออกจากเรือนเดี๋ยวนี้!”

“ไม่ครับ….อิงอยู่ของอิง ไม่เกี่ยวกับเจ้าของเรือนเก่า ไปไล่เขาไม่ได้และไม่ทำ!” คนพูดเสียงแข็ง อิงกาลไม่ได้รู้สึกหวั่นเกรงมารดาเลยสักนิดเดียว


“อิงไม่ไล่ แม่ไล่เอง!”

“คุณแม่หยุด!” ชายหนุ่มไม่ได้ลดเสียงลงสักนิด เขาตะโกนดังเท่าๆ กับที่หัวใจของตัวเองต้องการ

“พ่ออิง!”




Create Date : 11 ตุลาคม 2561
Last Update : 11 ตุลาคม 2561 9:28:35 น. 0 comments
Counter : 68 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.