อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ NEW คุณเท่านั้นที่รู้ว่า 'บัวหลวง’ งดงามอย่างไร และคุณเท่านั้นที่จะรู้ว่า ‘เส้นทางสู่บัวหลวง’ มอบอะไรให้
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และซีเอ็ดค่ะ
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2564
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
11 มีนาคม 2564
 
All Blogs
 
ตอนที่ 28 : ขอให้รักของฉัน อยู่กับเธอตลอดไป เล่ม 1 - 3 โดย ภูระริน




28



เมื่อวันนัดหมายมาถึงและเดินทางกันมาจนถึงบ้านพักริมทะเลของกรกฎแล้ว โมรีและภูสิตาก็แยกย้ายกันเดินเข้าไปดูห้องพัก บ้านไม้ติดทะเลของกรกฎทาด้วยสีขาวสะอาดตา แม้จะดูไม่ค่อยใหม่ แต่ก็มีห้องนอนถึง 4 ห้องให้เลือกพักกันได้สบาย ๆ เพราะนัดกันมาแค่ 5 คน ปรเมษฐ์และเอกรินทร์ยังมาไม่ถึง เพราะออกเดินทางมาทีหลัง

“โมคุณพักห้องนี้ได้นะครับ ข้าง ๆ ภูสิตาเลย เผื่อตาลาเขาจะเอางานมาทำด้วย คุณจะได้ไม่กวนเขา และผมก็จะไม่กวนคุณเด็ดขาด” เขาหัวเราะ

“รู้แล้วย่ะ อย่าเข้ามาสุ่มสี่สุ่มห้าล่ะ ไม่งั้นค่าสินสอดของฉันจะราคาตก”

“ตาลโอเคไหม ชอบไหมครับ ? ” เขาถามเพราะเห็นเพื่อนไม่พูดไม่จา หญิงสาวนั่งมองออกไปภายนอกผ่านประตูกระจกที่กว้างขวางไปยังท้องทะเลเบื้องหน้า พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว ทำให้ภายนอกเริ่มมืด แต่ก็ยังมองเห็นผืนน้ำอยู่บ้าง

ภูสิตาหันมายิ้มให้ “จ้ะ ดีมาก”

“นี่ ๆ ยกให้มันดี ๆ หน่อยเอก กระเป๋าหญิงพังหมด” เสียงคุ้นหูดังเข้ามา ทำให้ทุกคนที่ได้ยินถอนใจยาว ยกเว้นภูสิตา หญิงสาวไม่ได้หันไปมองผู้มาใหม่เลยด้วยซ้ำ

“ฉันว่าแล้ว ยายตัวแสบต้องไม่พลาด ! ” โมรีกอดอกพลางส่ายหน้า

ภูสิตาหลับตาลงแล้ว หันออกไปภายนอกทันที

กระเป๋า 4 ใบมีตัวอักษรของยี่ห้อสินค้าชื่อดังบอกรสนิยมของผู้ใช้ถูกวางลงอย่างเสียไม่ได้ เพราะคนแบกมาคงรู้สึกเหนื่อยอย่างมาก “ไม่รู้เอามาทำไมเยอะแยะ ! อย่างกับจะไปเมืองนอก ไปทัศนศึกษาก็อย่างนี้ทุกทีนะหญิง เบื่อจริง ๆ ” เอกรินทร์บ่น

“ไม่ต้องมาบ่น ! ตัวเองตัวใหญ่ ทำตัวให้มีประโยชน์น่ะดีแล้ว บอลเขาก็ช่วยยกมาแล้ว ก็ช่วยกันแค่นี้ไม่ได้หรือไง ? ” สุนันทาพูดจบก็เบือนหน้าหนีภาพตรงหน้า

โมรีแอบเหยียดปากด้วยความหมั่นไส้อยู่คนเดียว เมื่อเห็นการแต่งตัวของเพื่อนรักสุดใจขาดดิ้นคนนี้ กางเกงขาสั้นสีขาวโชว์สัดส่วนได้รูป เสื้อสายเดี่ยวสีชมพูดสด สายเล็กจิ๋วแทบจะพยุงหน้าอกหน้าใจของเจ้าตัวไม่อยู่ ที่จริงหล่อนไม่มีอะไรให้โชว์หรอก แต่ดูเหมือนจะถูกดันออกมาจนเกินงามเสียมากกว่า ผมหยิกฟูนั่นก็ด้วย ทำให้เจ้าตัวดูแก่เกินวัย โมรีคิดแล้วก็เริ่มทักทายเพื่อนร่วมห้อง “ไม่เปลี่ยนเลยนะเพื่อนรัก เสื้อผ้าหน้าผม ยังแจ่มเหมือนเดิม แม่เจ้าโว้ย ! นี่จะมาฮันนีมูนเหรอจ๊ะ ? ทำไมข้าวของมากมายขนาดนี้เนี่ย ไหน ๆ เอาอะไรมามั่ง ? ” โมรีทำท่าเหมือนห่วงใยอีกคนเสียเต็มประดา หญิงสาวเดินวนไปรอบตัวและข้าวของของสุนันทา “มา ๆ เราช่วยเก็บนะจ๊ะ”

ปรเมษฐ์วางกระเป๋าตัวเองลงพร้อมกับกระเป๋าอีกใบของสุนันทา เขาเห็นภูสิตาหันหน้าออกไปข้างนอก ก็พอจะเดาได้ว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่ค่อยดีนัก มองอยู่สักพักก็นั่งลงมันที่พื้นหน้าประตูเสียเลย ปวดหัวจริง ๆ เขาคิด ได้แต่ก้มมองที่พื้นแทน

“ไม่ต้องยุ่งเลยโม ! เราเก็บเองได้ ไหน ๆ ใครอยู่ห้องไหน ? เราเลือกก่อนนะ”

สุนันทาเดินไปเปิดประตูห้องทุกห้องดู “นี่ของตาลใช่ไหม ? หญิงเอาห้องนี่นะตาลโทษที ตัวคงไม่เรื่องมาก เดี๋ยวเอาของออกให้นะ” สุนันทาเดินเข้าไปในห้องและกลับออกมาพร้อมกับวางกระเป๋าเดินทางของภูสิตาลงที่พื้นให้

ภูสิตาหันหน้าไปดูวูบเดียวก็หันหน้าหนี “อืม....  ” เธอพูดเบา ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมา ทำให้เพื่อน ๆ ที่ยืนดูอยู่มองหน้ากันอยู่เงียบ ๆ

โมรีเท้าสะเอวอย่างเหนื่อยใจพลางส่ายหน้า กรกฎยิ้มเจื่อน ในขณะที่เอกรินทร์นั่งหอบเพราะเหนื่อย ปรเมษฐ์แหงนหน้าขึ้นมองเพดาน ถอนใจยาว “โอเคครับท่าน !  ใครจะทำอะไรก็ทำไป หิวแล้ว กฎสั่งอะไรมากินที หญิงกฎเขาไม่ได้ชวนมา ตัวอย่ามาทำให้วุ่นวาย คิดดี ๆ ด้วยก่อนจะทำอะไร นี่ไม่ใช่ที่บ้าน” ปรเมษฐ์สั่งและหวังจะอธิบายให้คนหันหลังให้ฟังด้วย สุนันทาหน้างอเพราะรู้ว่าถูกเตือน

“ไม่เป็นไรหรอก ก็มาเที่ยวกัน เรายินดีต้อนรับเพื่อน ๆ เสมอ” กรกฎพูดพลางยิ้ม ทันใดนั้นเขาก็โดนโมรีฟาดเข้าที่ต้นแขนอย่างเต็มรัก ชายหนุ่มลูบแขนตัวเองเบา ๆ เข้าใจดีว่าเหตุใดจึงโดนตีจึงได้แต่ยิ้ม เรื่องแบ่งข้างนี่ไม่มีใครเกินโมรี

ภูสิตาไม่ได้สนใจใคร ลุกขึ้นมาเก็บกระเป๋าของตัวเองแล้วเดินไปอีกห้องทันที “ตาลเดี๋ยวกินข้าวนะ ! อีก 15 นาทีครับ” กรกฎร้องบอกพลางเดินจูงมือโมรีออกไปสั่งอาหาร “ตาล อย่าหลับนะแก เดี๋ยวเจอกัน” โมรีตะโกนบอกเพื่อนแล้วหันหน้าไปมองปรเมษฐ์และใช้หางตามองสุนันทาอย่างเบื่อหน่าย

ปรเมษฐ์ก้มมองพื้นอย่างจนใจ เมื่อเห็นคนรักเดินจากไป เขาเงยหน้าขึ้นมามองสุนันทาอย่างอดทน “อย่ามามองหญิงแบบนี้นะบอล ! ไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย บอลไม่รู้อะไร เวลาไปไหนกันหญิงก็ทำแบบนี้ ตาลเขาก็ยอมทุกทีนี่นา ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย ไม่เอาละ ! หญิงไปอาบน้ำดีกว่า แล้วเจอกันค่ะ” สุนันทาจะก้มลงมากอดปรเมษฐ์ แต่เขารีบลุกขึ้นยืนเสียก่อนพลางส่ายหน้าเตือน

ไร้เสียงจากชายหนุ่ม แต่สำหรับสุนันทามันคือคำเตือนที่น่ากลัวที่สุด หญิงสาวหันไปมองเอกรินทร์ที่ยังนั่งหอบไม่หยุด แล้วก็สะบัดหน้าหนีทันที

ทำไมบอลไม่ยอม ? ! เพราะไอ้อ้วนนั่นแน่ ๆ มารความสุข !



ภูสิตาเข้าห้องมาแล้วก็นั่งลงบนเตียงนุ่ม เธอไม่ได้เปิดไฟในห้อง มองเห็นเพียงแสงไฟเหลืองนวลจากโคมไฟดวงใหญ่สวยงามที่ตกแต่งอยู่รอบ ๆ บ้านพัก นั่งนิ่งอยู่นานเพราะรู้สึกโกรธและเหนื่อยหน่ายกับการกระทำของสุนันทา เธอทำอะไรซ้ำ ๆ ซาก ๆ แบบนี้มาตลอด ทำไมต้องแย่งทุกอย่าง ?

ความอบอุ่นโอบล้อมกายเธอมาจากเบื้องหลัง ไม่มีผู้ใดมองเห็นภาพแห่งปาฏิหาริย์ในเวลานี้ ใบหน้างดงามของปรเมษฐ์ซบหน้าลงที่ต้นคอระหงของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน “โกรธก็พูดอะไรออกมาบ้างสิครับ ผมก็พึ่งรู้ว่าคุณยอมเขามากขนาดนี้ ให้อภัยเขาเถอะนะคนดี จะได้หมดเวรหมดกรรมกันไปนะ”

“อืม”

ปรเมษฐ์ลุกขึ้นเดินมาตรงหน้าภูสิตา ก่อนจะนั่งพับเพียบลงที่พื้นแล้วจับมือเธอไว้ “เราไม่ชอบให้ตัวพูดอะไรสั้น ๆ แบบนี้เลย”

ภูสิตาชักมือตัวเองกลับมาแล้วมองตาคนรักอย่างจนใจ เขาดูเป็นห่วงเธอเหลือเกิน ความเงียบของเธอทำให้ปรเมษฐ์รับรู้ได้จริง ๆ หญิงสาวยิ้มเจื่อน

“รู้สึกเหนื่อยใจจัง ทำไมต้องทนก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน เราโกรธมากรู้ไหม ตั้งแต่เรื่องน้ำมนต์นั่นแล้ว แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงให้หญิงเปลี่ยนความคิดได้ หญิงชอบทำตัวเหมือนเด็ก ๆ ที่คอยแย่งของเล่นกันตลอดเวลาเลย”

ปรเมษฐ์ยิ้มให้อย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นคนรักเริ่มอ่อนลง เวลาที่เธอเล่าอะไรให้ฟัง เขารู้สึกเหมือนได้เป็นเจ้าของเธอแต่เพียงผู้เดียว ชายหนุ่มขยับตัวคุกเข่าลุกขึ้นไปกอดเธอไว้ “หญิงอาจจะแย่งอะไร ๆ ของตัวไปได้ แต่ไม่มีวันเอาตัวและหัวใจของเราไปจากตัวได้ จำไว้นะภูสิตา” หญิงสาวยิ้มอยู่ในความมืดอย่างอุ่นใจ เพียงไม่กี่คำจากปากของปรเมษฐ์ดับทุกข์ได้ในบัดดล



“หายไปไหนมาคะ ? หาแทบตาย” สุนันทาถามเมื่อปรเมษฐ์เดินมาที่โต๊ะอาหาร ชายหนุ่มนั่งลงตรงข้ามเธอที่มุมโต๊ะอาหาร เขานั่งข้าง ๆ กรกฎ

ถัดไปเป็นที่นั่งของโมรี กรกฎรินเครื่องดื่มให้เพื่อนแทนคำทักทาย เพราะรู้ว่าแถวนี้มีคนคอยซักไซ้ให้อยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว “แหม ! หญิงล่ะก็ คนเขาก็ต้องมีเรื่องส่วนตัวกันมั่ง จะให้รายงานตัวตลอดเวลาก็ไม่ใช่ เขาไม่ใช่นักโทษเสียหน่อย” โมรีพูดไปพลางเริ่มลงมือรับประทานอาหาร

“ใครคุยกับโมมิทราบ ? ” สุนันทาจ้องหน้าโมรีเขม็ง

โมรีทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เพราะเห็นภูสิตาเดินมาถึงพอดี เพื่อนรักนั่งฝั่งเดียวกับเธอ ปล่อยให้เอกรินทร์นั่งคู่กับสุนันทาเพียงสองคนอีกฝั่งหนึ่ง “กินข้าวเถอะตาล พูดมากไปลมจะเข้าท้องตายเปล่า ๆ ไม่เป็นอันทำอะไรกันพอดี ไม่รู้ใครฉลาดขนาดนี้ สั่งอาหารไว้ล่วงหน้าแต่ทำเหมือนไม่ได้สั่ง รวยมากฉลาดด้วย” โมรีหัวเราะคิก เธอตั้งใจชมกรกฎแต่ไม่อยากพูดตรง ๆ หญิงสาวจัดช้อนจานให้เพื่อนรักโดยไม่ได้สนใจสุนันทา

แล้วทุกคนก็ต้องตกใจเมื่อได้ยินเสียงช้อนกระแทกใส่จานดังแสบแก้วหู !

ปรเมษฐ์มองหน้าคนก่อเรื่อง แต่สุนันทาทำไม่รู้ไม่ชี้ โมรีแสยะปากอยู่คนเดียว แล้วกินข้าวต่อ ยายคนนี้กำลังจะแผลงฤทธิ์เข้าให้แล้ว โมรีคิด

“เอาน่า ! กิน ๆ ไปเถอะ เสียบรรยากาศจริง ๆ คุณนายพวกนี้” เอกรินทร์บ่น พลางง้างก้ามกุ้งกินอย่างเอร็ดอร่อย “เออบอล ! แล้วพระเบสสึก เมื่อไรวะ ? ”

“ก็อีกไม่กี่วันหรอก สึกแล้วก็ต้องรีบไปออสเตรเลียทันที”

“กลับไปอีกทำไมวะ ก็เรียนจบแล้วนี่หว่า ? ” เอกรินทร์กินไปพูดไป

“จริงด้วย” กรกฎเสริม

“ต้องไปทำธุระให้พ่อน่ะ นี่ภูสิตาก็จะไปด้วยไม่ใช่เหรอ ? ”

ภูสิตาไม่ทันได้คิดว่าเขาจะถาม จึงอึกอักไม่ได้ตอบคำถามในทันที

“เรื่องเรียนต่อ พ่อบอกว่าทางโน้นน่าสนใจนะ ถ้าตาลจะไปเรียนสักคอร์สก็น่าจะดีกับงานของคุณ” ปรเมษฐ์ช่วยอธิบายให้ พลางพยักหน้าให้ภูสิตาพูดอะไรเสียบ้าง แต่ก็ไม่ทันคนตรงข้าม “งั้นเหรอ ? จะได้โกอินเตอร์กับเขาเสียทีสินะ” สุนันทาพูดพลางยิ้มเยาะ โมรีวางช้อนเสียงดังทันที ! “นี่ ! เงียบ ๆ ได้ไหม ? ไม่มีใครพูดกับหล่อนนะหญิง”

ภูสิตาเคี้ยวข้าวอยู่ ได้แต่เอื้อมมือไปจับมือเพื่อนไว้ไม่ให้ใครเห็น มือของโมรีเย็นเฉียบเพราะความโกรธแต่ก็อดทนไว้

“หญิงแนะนำได้นะ ตาลก็ไม่บอกกันก่อนจะได้ช่วย ตัวเรียนแค่ขีด ๆ เขียน ๆ เพ้อเจ้อไปวัน ๆ ง่ายจะตาย” สุนันทาลอยหน้าลอยตาพูด

ปรเมษฐ์ชำเลืองไปดูหน้าคนรักที่นั่งอยู่ฝั่งเดียวกันแล้วก็เย็นใจ เจ้าตัวยังคงไม่มีอาการใด ๆ ให้เห็น “จินตนาการกับเพ้อเจ้อมันต่างกันนะหญิง” ปรเมษฐ์รีบค้านเพราะรู้สึกว่าหญิงสาวพูดแรงเกินไป

“ไม่เห็นต่าง ก็แค่เขียน ๆ เล่า ๆ หาแก่นสารไม่ได้ไปเรื่อย ๆ ”

“มันจะมากไปแล้วนะหล่อน ! เขียน ๆ มันหนักหัวใครไม่ทราบ” โมรีเริ่มเสียงดัง

“ก็ไม่หนักนะ แค่พูดถึงไง ความจริงไม่น่าเรียนต่อมาตั้งแต่ต้น ไม่เห็นจะได้ใช้”

“ฉันว่านะหญิง เอาน้ำนี่ไปล้างสมองเธอหน่อยก็ดีนะ จะได้เลิกกัดชาวบ้านเสียที เผื่อจะฉลาดขึ้นมาบ้าง ฉันยกให้เลย ! ” โมรียกแก้วน้ำสีแดงสดสาดใส่สุนันทาทันที

“แกจะบ้าหรือไงโม ใครไปว่าอะไรแก ? ! ” สุนันทาร้องถามเสียงหลง เสื้อผ้าหล่อนเปียกปอนนิดหน่อย ไม่นานนักหญิงสาวก็สาดน้ำเปล่าแก้วของเธอกลับมาใส่โมรีทันทีเช่นกัน ทำให้ภูสิตาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เปียกไปด้วย โมรีลุกขึ้นยืน จะยกน้ำอีกแก้วสาดใส่เพื่อนคู่แค้น แต่ภูสิตาลุกขึ้นจับไว้ได้ทัน “พอแล้วโม” ภูสิตาลูบหน้าตัวเองที่เปียก มืออีกข้างหยิบแก้วน้ำของตัวเองแล้วยกขึ้นสูงทันที

“พอได้ไง ! ก็มันปากไม่ดีนี่นา กัดไม่เลือกเวลาแบบนี้ มันต้องโดนเสียบ้าง เอาแก้วมานะตาล ! ” โมรีจะแย่งแก้วน้ำจากมือเพื่อนรัก

“พอจ้ะ พอแล้วนะ” หญิงสาวรู้ว่าโมรีไม่ไหว จึงได้ทำถึงขนาดนี้

สุนันทาเห็นท่าไม่ดีจะจับแก้วน้ำของเอกรินทร์สาดต่ออีก แต่ปรเมษฐ์ลุกขึ้นออกไปยื้อแก้วไว้เช่นกัน “พอแล้วหญิง เล่นเป็นเด็ก ๆ ไปได้”

“ไม่รู้ล่ะ หญิงไม่ยอม ยายโมมันต้องเจอแบบนี้ ปล่อยนะบอล ! ” เธอแผดเสียง ชายหนุ่มพยายามจะจับมือเธอให้หยุด แต่สุนันทาก็ยื้อจะสาดน้ำใส่โมรีอีก “ปล่อยนะ” น้ำในแก้วกระฉอกออกมาโดนปรเมษฐ์เหมือนกัน แต่เขาสูงกว่าทำให้ควบคุมเธอได้ง่ายหน่อย เอกรินทร์ไม่ห้ามอะไร เขารู้ฤทธิ์สองคนนี้ดี

ชายหนุ่มยิ้มร่าด้วยความตื่นเต้น “ปล่อยเลยบอล ! เอาให้ตายกันไปข้าง ทะเลาะกันไม่เคยเบื่อเลยคู่นี้ ข้าชินแล้ว นี่แค่น้ำ หนังสือก็ขว้างกันมาแล้ว เอาเลยสาว ๆ ไม่แม่นอย่าเลิกนะโว้ย บอล ๆ ปล่อยเลย เขาไม่กล้าทำให้เจ็บกันหรอก กลัวไม่สวย ปล่อยเลยบอล” ชายหนุ่มผายมือเชื้อเชิญให้สาว ๆ ลุยกันไปเลยพลางหัวเราะ “เอา ๆ เต็มที่ คิดเสียว่าเล่นสงกรานต์” เขาหัวเราะเสียงดังเปิดเผย ขัดแย้งกับสถานการณ์อย่างที่สุด

กรกฎหันรีหันขวาง ไม่รู้จะห้ามยังไง ดีที่แขกในร้านอาหารของเขาไม่ค่อยมี มีแค่โต๊ะเดียว แค่ชายหนุ่มสองคนเท่านั้น ทั้งสองแค่นิ่งดูแล้วยิ้ม ๆ เขาจึงไม่ได้ทำอะไร

“อย่าครับโม พอแล้ว”

“หุบปากเลยค่ะ ไปห้ามมันโน่น ! ” โมรีหันหน้ามาหาเขาไม่นาน เธอก็รีบเอื้อมมือไปหยิบน้ำอีกแก้วของกรกฎมา เพราะภูสิตาไม่ยอมปล่อยแก้วน้ำให้

“เข้ามาเลยหญิง ! ฉันจะสาดแกด้วยน้ำเขียว ๆ นี่ด้วย จะได้หายบ้า ! ” พอจะหันหน้ามาสาดน้ำ ก็ได้ยินเสียงสุนันทากรีดร้อง “ว้าย ! ช่วยด้วยบอล หญิงแสบตา”

โมรีหันหน้าไปหาภูสิตาทันที เพื่อนรักยืนถือแก้วน้ำว่างเปล่า สงบนิ่ง ผมเผ้าที่เปียกชุ่ม ไม่ได้ทำให้ผิวผ่องมัวหมอง ภูสิตายืนสงบเต็มไปด้วยอำนาจ สายตาเจ้าตัวจ้องมองมือใหญ่ที่จับมือของสุนันทาอยู่ เขาแทบจะโอบกอดหญิงสาวเลยทีเดียวเพราะแย่งแก้วน้ำกัน ภูสิตาหายใจหอบ “อิ่มหรือยัง ? ไปอาบน้ำกันใหม่ดีไหมหญิง ? หรือจะเอาน้ำมนต์ ? ” ภูสิตาถามด้วยน้ำเสียงเป็นปกติ แล้ววางแก้วน้ำลง

ปรเมษฐ์รีบปล่อยมือสุนันทาทันที แล้วถอยออกมาจากเธอ เขารู้ดีว่าทุกอย่างกำลังเข้าสู่ความเป็นที่สุดของมันแล้ว แววตาของภูสิตาที่มองมาเหมือนยิ้มให้เขา แต่ปากเจ้าตัวไม่ได้ขยับแม้แต่นิดเดียว สุนันทาตกใจจนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยืนหายใจหอบอยู่ตรงนั้น โมรียิ้มอย่างมีชัย แม้จะเปียกเหมือนกัน หญิงสาววางแก้วน้ำในมือเธอลงพลางอมยิ้ม “ไปอาบน้ำกันตาล อยู่นาน ๆ โทรมหมด ดูยายหญิงสิ ดูไม่ได้แล้ว ยายปีศาจน้ำแดง” พูดจบโมรีก็เดินจูงเพื่อนรักอ้อมมาหาสุนันทา “นี่ ! ฉันว่ารองพื้นของเธอไม่กันน้ำนะหญิง เสียแรงที่เรียนเมืองนอกเมืองนา ใช้ของไม่เลือกนี่นา น่าเห็นใจจริง ๆ เลยจ้ะ” หญิงสาวพูดพลางเอานิ้วชี้มาป้ายที่แก้มของสุนันทาเบา ๆ อย่างสะใจ สุนันทาสะบัดหน้าหนี แล้ววิ่งหนีไปทันทีเพราะรู้สึกเสียหน้า

ปรเมษฐ์นั่งลงที่เก้าอี้ทันที สองมือใหญ่คลึงขมับตัวเองทั้งสองข้าง แล้วประสานมือไว้ที่ต้นคอ เหนื่อยใจจริง ๆ เขาไม่ได้พูด แต่ท่าทางเหนื่อยล้านั้นทำให้คนมองอยู่ดูออก เอกรินทร์หัวเราะเสียงดัง “โดนมั่งก็ดี ! นาน ๆ จะได้เห็นของดี กรรมการนาน ๆ จะทำงานที สนุกจริง ๆ โว้ย ! ” เขาพูดแล้วนั่งลงรับประทานอาหารต่อ

“อะไรนะ กรรมการเหรอเอก ? ” กรกฎถามพลางหันหน้าไปหัวเราะกับปรเมษฐ์อย่างผ่อนคลาย

“ใช่ไง ภูสิตาไม่รบกับใครง่าย ๆ นะจะบอกให้” เอกรินทร์พูดพลางหัวเราะ

“คิดอย่างนั้นเหรอ นี่เราจะอยู่เที่ยวกันได้กี่วันวะเนี่ย ? ” ปรเมษฐ์ถาม

“เออนั่นสิ ! กรรมการลงสนามเองแบบนี้ แกว่าไอ้หญิงจะรอดอยู่ได้กี่วัน ? ” คนถามหัวเราะร่วนพลางลูบพุงพลุ้ยของตัวเองไปมาอย่างสบายอารมณ์

ปรเมษฐ์ไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มเจื่อน ใครจะอยู่กันได้กี่วัน เขาเองก็ไม่รู้ แต่เขานี่สิ

คืนนี้จะเจออะไร ?


Create Date : 11 มีนาคม 2564
Last Update : 11 มีนาคม 2564 22:31:50 น. 0 comments
Counter : 324 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537


New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.