E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และ ebooks.in.th ค่ะ
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2562
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
10 ตุลาคม 2562
 
All Blogs
 
ตอนที่ 20 บัวหลวง โดย ภูปรดา

20

“ตาแก่นั่นน่ากลัวนักนะเพคะ” ซินกุ้ยพูดเมื่อกำลังขัดถูเท้าให้กับนาย น้ำอุ่นที่แช่ด้วยน้ำมันที่คนจากเรือนจีนส่งมาให้วันนี้ทำให้ห้องมีกลิ่นหอมอบอุ่น

“ไม่เห็นน่ากลัว ถือไม้เท้าแท้ๆ ยังไม่มีปัญญายืนเลย” ซูอวี้ฮวาหัวเราะ

“คุณตองพูดไว้ไม่ผิดนะเพคะ เขาหวังในตัวท่านหญิงอยู่มาก”

“คู่หมายข้าคงไม่ยอมง่ายๆ กระมัง ท่านแม่ว่าไม่ได้ปิดประตูน้ำ ก็คงเขานั่นแหละทำให้เกิดน้ำวน มันจะยากอะไรเพียงให้บ่าวดำน้ำแล้วลากเรือออกไปเสีย”

“ท่านหญิงดูสนิทชิดเชื้อกับคุณเตยมากขึ้นนะเพคะ ท่านมาทุกวันทีเดียวเมื่อตะวันตกดิน ทรงพอพระทัยเขาแล้วใช่ไหมเพคะ?”

“ข้าเลือกได้กระนั้นหรือ? เจ้าจำที่ซินแสพูดไม่ได้หรือว่าเราต้องรอให้สวรรค์เปิดทาง ระหว่างที่รอข้าจะไม่ยอมอยู่แต่ในเรือนอย่างคนป่วยเป็นแน่ การมีเรือนดูจะเป็นทางเดียวที่จะทำให้ข้าออกไปข้างนอกได้ และคนผู้นั้นดูจะเข้าใจอะไรได้ง่ายที่สุดแล้ว ต่างกับขุนนางเฒ่าผู้นั้น”

“หม่อมฉันได้เอาของจากเรือนจีนไปให้แม่เทียนมาด้วยเพคะ ฮูหยินอยากให้ข้าได้พบคนมากขึ้น จะได้ฟังเรื่องนั้นเรื่องนี้และได้ฝึกพูดจาอย่างคนสยามเพคะ”

“เรือนแม่เทียนอยู่ไกลไหม?”

“ไม่ไกลเพคะ เรือนใหญ่โตสมกับเป็นเมียรองเพคะ”

“แล้วนางไม่ตบเจ้าหรือ?”

“ไม่เพคะ หม่อมฉันเพียงเอาของไปให้แล้วก็รอของกลับมา เป็นอาหารเพคะ ฮูหยินฉลาดนัก ท่านสั่งให้ข้าเอาอาหารกลับมาให้ทันกินข้าว แม่เทียนนางจึงกักตัวหม่อมฉันได้ไม่นานเพคะ”

“ท่านแม่นางทำทุกอย่างเพื่อข้าจริงๆ ชาตินี้เห็นทีจะชดใช้บุญคุณไม่หมด ผ้าผ่อนที่เตรียมให้งานหมั้นก็ใหม่เอี่ยม ทั้งๆ ที่ข้าไม่ต้องพบปะผู้ใด เพราะเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ แต่ท่านก็ให้ข้าแต่งตัวไปวัดอย่างวิจิตร”

“ก็เพราะนางทิพย์ก็แต่งตัวอย่างวิจิตรไปวัดอย่างไรล่ะเพคะ หล่อนแต่งตัวเหมือนเครื่องแต่งตัวที่เจ้าแม่ของคุณเตยส่งมาให้เลยเพคะ”

“ก็คงเป็นเครื่องแต่งกายประจำเผ่ากระมัง ของแต่งตัวก็คงไม่กระไรนัก อย่าหาเรื่องนางนักเลย ยิ่งใกล้วันแต่งนางก็คงเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อยๆ”

“ทรงไม่เจ็บหรือเพคะ นี่เขาก็ร่วมบ้านด้วยกัน มีหรือจะไม่ไปหลับนอน”

ซูอวี้ฮวาจ้องซินกุ้ยเขม็ง “เจ้าจะมีตาไว้มองดูมันก็ไม่แปลก หากแต่การเอาตานั้นไปเที่ยวมองชีวิตคนอื่น ติดตามคนอื่นเพื่อหวังจะให้เขาหันมาหาเรา ทำอย่างเรา คิดอย่างเรา เจ้าก็คิดผิด เจ้ากับข้าแม้เกิดแผ่นดินเดียวกันก็หาได้คิดเหมือนกันไม่ ข้าอยู่แต่ในเรือนหรือเพียงไปวัดตามที่ท่านแม่สั่ง ข้าก็ไม่เห็นว่าคุณเตยจะยกใครขึ้นเทียมข้าได้ แม่ทิพย์หล่อนมาก่อน จะให้ข้าฆ่านางให้ตายนางก็เป็นเมียแรกอยู่ดี!”

“อย่าทรงกริ้วหม่อมฉันเลยเพคะ หม่อมฉันผิดไปแล้วที่ทำให้ทรงวิตก ใจหม่อมฉันอยากกำจัดนางให้ออกจากบ้านเราไป ยิ่งไปเห็นเรือนของนางมาหม่อมฉันก็หวั่นใจ หากนางมีลูกก่อน เราจะแย่นะเพคะ” อีกคนไม่ได้ลดละที่จะทำให้ระวังตัว ซินกุ้ยไม่อยากให้ใครมาแตะต้องนายของนางแม้แต่นิดเดียว

ซูอวี้เข้าใจที่นางกำนัลกำลังเตือน แต่เธอก็ไม่ได้ใจเสีย เรื่องของผู้หญิงคนนี้มาเข้าหูได้ทุกวัน ในขณะที่เมียบ่าวคนอื่นๆ ก็ยังอยู่ดีมีสุขตามสภาพของเขา ข้าจะปล่อยเจ้าไปก่อนแม่ทิพย์ อย่าได้คิดแม้แต่จะสร้างปัญหา ข้าไม่ใช่คนที่เจ้าจะมาสุมไฟใส่ได้



วันนี้ซูอวี้ได้อยู่แต่ในห้องนอน ผู้ใหญ่ฝั่งคุณเตยส่งขันหมากและของหมั้นมาหลายหีบ ซินกุ้ยออกไปดูกับพี่รองแล้วก็เข้ามารายงาน

“หีบทองของหมั้นนี่นะ 20 หีบได้เพคะ”

“น้อยหรือมากล่ะพี่รอง?”

“มากสิเจ้าคะ ขนกันมิหวาดมิไหว ไหนจะเครื่องแต่งตัวอีก ผู้ใหญ่ท่านเจรจากันที่หอนั่ง บ่าวก็ไม่ได้ยินว่ามีอะไรอีก”

“ไม่เห็นอยากรู้” เสียงคนพูดฟังดูเศร้า ทั้งๆ ที่เป็นงานของตัวเอง นางรองมองอีกคนอย่างใช้ความคิด

“อีกอย่างนะเพคะ บ่าวเต็มบ้านเลยเพคะ ยืนราวกับทหารในวัง ล้อมเรือนไปหมดเลยเพคะ ขนาดแม่เทียน แม่พร้อมก็ไม่ได้ขึ้นมาเพคะ ยังเห็นชะเง้ออยู่ที่ศาลาเล็ก” ซินกุ้ยเล่า

“มีคนแต่งตัวเหมือนชาวล้านนามาด้วยเพคะ เอ๊ย! เจ้าค่ะ แหมข้าก็ติดกับเอ็งนางกุ้ย งานแต่งนี่เห็นทีจะมีคนมามากมาย”

“ผิดแล้วพี่รอง…..คุณเตยกับข้าตกลงกันแล้วว่าเราจะไม่เชิญแขกเหรื่อมากนัก ด้วยข้าอยากจัดพิธีจีนด้วย ดีเหลือเกินที่คุณเตยยอมข้า”

“บ่าวไม่ยักรู้มาก่อนนะเจ้าคะ”

“ข้ากับคุณเตยขอกับคุณแม่ ท่านก็เห็นสมควรเพราะข้าเป็นท่านหญิง ดีชั่วอย่างไรก็อยากกราบไหว้ฟ้าดินให้ถูกต้อง”

“แล้วกราบไหว้ฟ้าดินนี่ทำยังไงเจ้าคะ?”

“เดี๋ยวพี่รองก็ได้เห็นนะ” ซินกุ้ยยิ้ม “ข้ารู้สึกว่าร้อนขึ้นทุกวัน อยากจะกระโดดน้ำในคลองเสียจริงๆ “

“เอ็งไม่กลัวหรือ? ตอนมาก็เห็นตัวเปียกมา เอ็งก็คงตกน้ำนั่นแหละ หากเอ็งคิดว่าน้ำจะพาเอ็งกลับบ้านกลับช่องได้ ข้าว่าเอ็งคิดผิด”

ซูอวี้ฮวามองหน้านางรองนิ่ง หรือข้าจะลองดูสักครั้ง!



กลิ่นน้ำมะตูมหอมจับใจเมื่อซูอวี้ฮวาพักดื่มน้ำ วันนี้เธอเรียนหนังสือกับซินแสที่หอนั่ง หลังงานหมั้นเธอต้องเรียนรู้อะไรอีกมากก่อนจะเข้าพิธีแต่งงานอย่างคนสยาม แปลกดี แต่ก็รู้สึกสนุกไม่น้อย ซินกุ้ยคอยรับใช้อยู่ไม่ห่าง

“ยิ่งเรียนรู้มาก ข้าก็ยิ่งสงสัยมากว่าทำไมข้าฟังและพูดภาษาของสยามได้” ซูอวี้ฮวาวางถ้วยน้ำลง คุณแม่เข้าใจสรรหา ท่านไม่ใช้แก้วใสอย่างที่เคยใช้ หากแต่ใช้ถ้วยชาอย่างของจีน มีฝาปิด มีลวดลายงดงาม หญิงสาวหยิบจันอับในจานเล็กๆ กินคู่กับน้ำมะตูมแทนน้ำชา

“กระหม่อมว่าเพราะสวรรค์กำหนดพะย่ะค่ะ และการที่ท่านหญิงมาที่นี่ต้องมีคนรู้เห็นเป็นแน่ หากอยู่ดีๆ หายไปจากจวน เพียงแต่เราไม่อาจจะรู้ได้”

“หรือข้าอาจจะตกน้ำตายไปแล้ว แล้วที่มานี่ก็คือวิญญาณ”

ซินกุ้ยหน้าเสีย หันรีหันขวางแล้วขยับเข้ามาใกล้ๆ นายตัว “หม่อมฉันกลัว ท่านหญิงพูดอะไรก็ไม่รู้”

“เรานี่แหละวิญญาณล่ะ” ซูอวี้ฮวาหัวเราะ “กราบไหว้ฟ้าดินนี่แหละ ข้าจะได้ถามบรรพชนว่าข้าตายหรือยัง” หญิงสาวยังหัวเราะไม่หยุด

“กระหม่อมเตรียมเกี้ยวไว้ให้แล้ว อยากทำทุกอย่างให้สมพระเกียรติพะย่ะค่ะ แม้อยู่ต่างบ้านต่างเมืองก็ควรรักษาธรรมเนียมจีน”

“เกรงจะเป็นที่เอิกเกริกไป เรือนนี้แม้มีแค่ไม่กี่คน แต่คนเดียวพูดก็ลือไปทั่วสารทิศได้ ข้าไม่อยากให้ใครสนใจข้านัก คนมองเราอยู่มาก อย่าทำเลย แล้วเรื่องม้าข้าเป็นอย่างไรบ้าง?”

“อีกไม่นานจะได้พะย่ะค่ะ”

คุณหญิงหงส์เดินเข้ามาพร้อมกับกระบุงที่บ่าวหอบมา บ่าววางลงก็ทำให้เห็นของกินรูปร่างแบน มีเปลือกสีเหลือง บางลูกก็เกือบกลม ซูอวี้ฮวาคลานไปดูใกล้ๆ “ลูกตาลเป็นลูกไม้อย่างหนึ่ง แม่จะเอามาลอยแก้ว”

“มันจะลอยแก้วได้อย่างไรเจ้าคะ โถแก้วของเราใหญ่นัก จะเอามาลอยได้อย่างไร?” ซินกุ้ยชี้ไปที่โถแก้วที่ใส่ของกินเล่นสำหรับกินกับน้ำชาให้ท่านหญิง มีผ้าขาวบางรัดปิดปากโถไว้ บางโถงดงามด้วยฝาเป็นแก้วเจียระไนรูปร่างแปลกตา บ่าวเอามาวางเรียงไว้ให้เลือกทุกวัน บางโถใส่ขนมรูปร่างเหมือนดอกไม้ที่เรียกว่าดอกลำดวน บางโถเป็นเครื่องจันอับหลายอย่าง ทั้งถั่วตัด งาตัด วุ้นแท่ง น้ำตาลเคี่ยวเป็นรูปดอกไม้บ้าง กลมบ้าง เหลี่ยมบ้าง และมีฟักเชื่อมแห้งด้วย

ของหวานเมืองสยามละลานตานักในสายตาของซินกุ้ย หล่อนหวงของกินพวกนี้ยิ่งกว่าของแต่งตัวเสียอีก ที่ถูกใจนักก็คือกลิ่นหอมของเทียนอบขนม ไม่ว่าจะเปิดโถกี่ครั้งก็ชื่นใจไปเสียทุกครั้ง ผู้คนที่นี่อยู่กันอย่างมีธรรมเนียมและยังช่างคิดช่างทำไปเสียทุกสิ่ง ของทุกอย่างทั้งของกินของใช้งดงามและมีกลิ่นหอม

“เกรงเจ้าจะเบื่อขนมกาละเปา กินแต่แป้งเปลี่ยนไส้เป็นผักทำเป็นของเจมาหลายวัน อร่อยหรือไม่แม่ก็ไม่รู้เพราะไม่เคยกินเหมือนบ้านเมืองเจ้า เรือนจีนก็ทำอย่างที่เคยๆ ทำกันมา คงคล้ายของบ้านเมืองเจ้าอยู่บ้าง”

“ไม่เบื่อหรอกเจ้าค่ะ ข้ากินได้ทุกอย่าง แล้วต้องลอยแก้วกินหรือเจ้าคะลูกไม้นั่น กินเลยไม่ได้หรือ?”

“กินเลยก็ได้ แต่ต้องเอาเปลือกออกก่อน คำว่าลอยแก้วหมายถึง เอาลูกไม้รสออกเปรี้ยวบ้าง จืดชืดบ้างมาเชื่อมมาปรุงด้วยน้ำตาลให้มีรสดียิ่งขึ้น น้ำตาลที่ใช้เชื่อมใช้แช่นั้นก็ไม่ได้เคี่ยวให้เหนียว หากแต่ทำให้ละลายแล้วเอามาแช่ลูกไม้อีกที น้ำที่เอามาทำก็แช่ดอกมะลิหรือดอกชมนาดไว้ให้มีกลิ่นหอม หากอยากได้กลิ่นหอมมากๆ ก็เอาโรยลงชามแก้วไป กินหน้าร้อนจะสดชื่นนัก ประเดี๋ยวบ่าวก็ยกขึ้นมา นี่แม่จะให้บ่าวส่งไปเรือนพ่อเตย”

ของหวานตรงหน้าหาได้มีหน้าตาเหมือนเจ้าลูกตาลที่หญิงสาวเห็นไม่ มันถูกแกะสลักให้เป็นดอกไม้บ้างหรือตัดขวางให้เป็นริ้วพอคำ มีรูตรงกลาง เนื้อลูกตาลนั้นใสงดงามนักเมื่อลอยอยู่ในน้ำที่มีดอกมะลิลอยอยู่ ซูอวี้ฮวายิ้มเจื่อนแล้วเลื่อนชามขนมแก้วเล็กๆ ที่ใส่ลูกตาลลอยแก้วให้ซินกุ้ย ก่อนจะส่ายหน้าอย่างระอาในความเข้าใจผิดของนางและตนเอง

ซินกุ้ยก้มหน้ายิ้มเขินอายไม่พูดจา



“คุณพี่เจ้าขา!!!” เสียงแม่พร้อมดังขึ้นเมื่อก้าวขึ้นเรือนมา

แม่เทียนกำลังปอกมะปรางริ้วอยู่ก็รามือ “ผีบ้านผีเรือนข้ากระเจิงหมด เสียงดังอะไรนักหนา” หล่อนตำหนิ ก่อนจะรับไหว้อีกคน “มีอะไรกับฉัน?”

“วันขึ้นปีใหม่เราจะทำข้าวแช่กันเหมือนเดิมใช่ไหมเจ้าคะ?”

“ท่านเจ้าคุณจะไปวัดทำบุญกับคุณหญิง ข้าก็ได้ไปด้วย ยังไม่เห็นสั่งความมาว่าจะให้ทำข้าวแช่หรือไม่ ปีนี้ท่านมีลูกสาว เห็นทีจะเลี้ยงกันบนเรือนใหญ่ ซึ่งข้าก็อาจจะไม่ได้ไป” คนพูดหน้าตึง ก่อนจะปอกมะปรางริ้วต่อไป

“คุณพี่จะวิตกไปทำไมเจ้าคะ เราก็ไม่ได้ขึ้นเรือนนั้นอยู่แล้ว แล้วตอนนี้ก็กำลังจะมีลูกเขย ต่อไปบ้านเราคงได้ครื้นเครงกันเป็นแน่เพราะมีทั้งไทย จีนและคนล้านนาเดินอยู่ในบ้าน คงสนุกนักนะเจ้าคะ” แม่พร้อมหัวเราะ

“หล่อนกำลังคิดชั่วอยู่ล่ะสิ”

“ตายแล้ว!! คุณพี่นี่รู้ใจฉัน อิฉันได้ยินมาว่านางทิพย์ผู้นั้นเที่ยวไปป่าวประกาศว่าตัวเป็นเมียแรกในวัดในวา คุณหญิงหงส์ถึงกับพื้นเสียจะรื้อเรือนหล่อนทิ้ง แต่ไม่รู้อย่างไรต่อจึงได้เงียบไป พ่อเตยมาหาคุณใหญ่เกือบทุกค่ำเลยนะเจ้าคะ”

แม่เทียนยิ้ม “หล่อนนี่หูตาไว ฉันว่าจะไม่พูดแล้วเชียว เขารู้กันทั้งนั้นเรื่องนี้ ข้ามไปพระนครก็คงได้ยิน เอ็งคอยดูเถอะวันปีใหม่นี้อะไรจะเกิดขึ้น ข้าสังหรณ์ใจว่าคุณหญิงหงส์จะฟาดหัวฟาดหางครั้งใหญ่ก่อนงานแต่งลูกสาว เหตุด้วยนางทิพย์มันหยามนัก” แม่เทียนหัวเราะลั่น



ผ้าผ่อนที่ถูกวางจัดไว้งดงามนัก เสื้อกระบอกหาใช่สีพื้นอย่างที่เคยได้ใส่ คุณแม่ให้ช่างฝรั่งตัดเสื้อให้ ผ้าแพรเนื้อดีสีขาวในตัวผ้ามีไหมสีชมพูเล็กๆ แทรกทำให้เสื้อดูอ่อนหวานยิ่งกว่าเดิม ของแต่งตัวก็วิจิตรทั้งเข็มขัด สร้อยและสร้อยข้อมือ หากแต่ไม่ได้ใหญ่เทอะทะ ดูจะเป็นชุดเข้ากันด้วยมีอัญมณีไล่สีเหมือนกันทั้งชุด

“ของแต่งตัวพวกนี้เป็นของหมั้นนะลูก ยังมีอีกมาก แต่แม่เลือกชุดนี้ให้เจ้าใส่ไปวัด เราเป็นคนธรรมดา อย่าได้แต่งตัวเทียมเจ้าเทียมนาย แม้พ่อแม่มียศศักดิ์เจ้าก็ต้องระวัง เรื่องเกี้ยวเจ้าซินแสกงบอกว่าเจ้าไม่ต้องการ”

“เจ้าค่ะ….ข้าเห็นว่ามันจะเป็นที่เอิกเกริกด้วยบัดนี้ไม่ได้มีเพียงตัว คุณเตยแม้เข้าใจอะไรได้ง่ายๆ หากแต่ก็ยังไม่ได้มียศศักดิ์ เป็นเพียงเจ้าพนักงาน มีการเปลี่ยนแปลงในราชการของสังกัดที่เธอทำงานอยู่จากกรมมาเป็นกระทรวง การเข้าไปรับราชการของเธอยังไม่เรียบร้อยนัก หากลูกแต่งงานใหญ่โตเห็นจะไม่งาม”

“เปลี่ยนมาได้ราว 4 ปีแล้ว จากกรมเป็นกระทรวง มีการแต่งตั้งเสนาบดีเป็นผู้บังคับบัญชากระทรวง พ่อเจ้าออกจากราชการมานาน และเราก็ยังเรียกกรมพระกลาโหมด้วยความเคยชิน เรากำลังก้าวเข้าสู่ความเปลี่ยนแปลงยิ่งกว่าคราวที่พลิกแผ่นดินเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองส่วนกลางจากระบบจตุสดมภ์เป็นกรม ตอนนี้เรากำลังจะก้าวออกไปสู่ภายนอกเพราะการคุกคามจากประเทศมหาอำนาจตะวันตกบีบให้ต้องทำ” คุณหญิงหงส์ถอนหายใจ ก่อนที่ท่านก้มลงไปหยิบหีบใบเล็กที่วางอยู่ แล้วหยิบแหวนวงหนึ่งสวมใส่นิ้วให้เธอ

“เพราะเราด้อยกว่าเขา ทั้งล้าหลังในหลายๆ ด้านและยังล้าหลังในระบอบการปกครองรวมทั้งกฎหมายด้วย เขาจึงถือเป็นข้ออ้างหวังจะมาช่วยจัดการให้ เราไม่อยากเป็นเมืองขึ้นของใคร จึงเลี่ยงสงครามรบพุ่งด้วยวิธีการแบบสันติ เจ้านายท่านไม่ได้ทำสัญญากับประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ทำกับประเทศมหาอำนาจในข้อตกลงแบบเดียวกันหลายประเทศ ให้ประเทศเหล่านั้นถ่วงดุลย์กันเสียเอง สิ่งที่เจ้ากำลังจะได้เห็นในแผ่นดินนี้จะมีแต่ความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี พระพุทธเจ้าหลวงทรงพระปรีชานัก”

“ลูก….พอจะเข้าใจสวรรค์ว่าเหตุใดจึงส่งข้ามาที่นี่”

คุณหญิงหงส์มองหน้าซูอวี้ฮวานิ่ง

“ความเข้าใจเมื่อครั้งอยู่บ้านว่าตัวข้าเองยิ่งใหญ่ แต่เมื่อก้าวออกมาเป็นเพียงคนธรรมดา ไร้สกุลไร้ตำแหน่ง ข้าก็เป็นเพียงคนที่ต้องเปลี่ยนแปลงตามสภาพ ทุกอย่างที่ได้เห็นที่นี่ ทำให้ข้าเห็นความพยายามของผู้คนทุกชนชั้น”

“ความเปลี่ยนแปลงบางคราก็เป็นของดี บางคราก็เป็นเหตุแห่งทุกข์โศก แต่ไม่นานทุกอย่างก็จะดีขึ้น แม่รอวันที่จะได้มีชีวิตอย่างนี้มานานนัก หากการก้าวข้ามภพมาของเจ้าเป็นเหตุให้เจ้าทุกข์ ก็ขอให้ได้เห็นข้อดีของมันว่าเจ้าเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของแม่เสียแล้วในบัดนี้” คุณหญิงหงส์จับมือลูก น้ำตาท่านไหลออกมา หากแต่ท่านก็ยังยิ้ม

ซูอวี้ฮวาไม่ได้พูดอะไรออกมา หญิงสาวสบตาคุณหญิงหงส์นิ่ง ปล่อยให้ม่านนำตาแห่งความปีติและเศร้าใจในเวลาเดียวกันปลอบโยนตัวเอง




Create Date : 10 ตุลาคม 2562
Last Update : 10 ตุลาคม 2562 11:51:24 น. 0 comments
Counter : 186 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.