ความหวาดกลัวต่อการคัดลอกและหวงแหนในงานของตัวเองมี...แต่ก็ไม่มากเท่ากับความปรารถนาดีที่อยากให้คนอ่านของเรามีความสุขกับทุกตัวอักษรในทุกวัน
ขอบคุณที่เป็นคนอ่านของเราค่ะ Copyright Act B.E. 2537
Link นิยายที่เว็บอื่นๆ ขวามือล่างสุดค่ะ
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2561
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
9 พฤศจิกายน 2561
 
All Blogs
 
ตอนที่ 28 ของขวัญ โดย ภูปรดา

28.

นายขมก้มลงกราบพระในโบสถ์ ก่อนจะหันไปหยิบถุงผ้าที่เตรียมมาจากบ้าน วันนี้เขาจะไปดูให้เห็นกับตาว่าบ้านเจ้าฝางมีอะไรกันแน่ ตั้งแต่แม่บัวตายไปก็ไม่ค่อยได้ไปเพราะแม่ฝางยังเล็กและนางดำก็หวงเหมือนไข่ในหิน

นายขมยังไม่เคยลืมภาพซ้อนที่เขาได้เห็นในร่างฝางคราวนั้น นางฟ้าไม่มีผิดเพี้ยนเป็นแน่ ก่อนหน้านี้เขาได้พยายามตรวจดวงชะตาแม่ฝางด้วยเห็นกันมาแต่เล็กแต่น้อย แต่หาได้รู้ความอันใดไม่ เคยปรึกษาหลวงพ่อนนท์ก็โดนไล่ตะเพิดราวกับเขาทำผิดอะไรใหญ่หลวงนัก มีวันนี้ได้เพราะความปรารถนาไม่เคยลดลง ข่าวลืออย่างนั้นหรือ? ไอ้ขมนี่แหละเจ้ากรมข่าวลือทีเดียว เขาพูดเพื่อให้ฝางแสดงตัวตน แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลในวันที่พบกัน

ตอนนี้โชคดีมากดูเหมือนชะตาจะเข้าข้างเพราะเพียงไม่กี่วันก็มีคนเจอดีจนได้ “ลูกขออภัยที่ทำผิดไปอยากรู้อยากเห็นเรื่องของคนอื่น แต่มันมีมูล การปลอบขวัญพวกคนทำถนนจะเป็นบุญนะขอรับ” นายขมปลอบตัวเอง ลมหอบใหญ่พัดมาจากต้นพิกุล นายขมมองมันอย่างสงบนิ่ง



“มาสิพ่อ ไม่ได้มาบ้านนี้เสียนาน เดินดีๆ นะพ่อขม” ดำหัวเราะ “เออๆ เอ็งก็พูดเหมือนข้าแก่พร้อมจะแซยิด แข้งขาข้ายังดี ความจำข้าก็ดี เสียแต่ไม่มีลูกเมีย” นายขมหัวเราะ ใครๆ ก็รู้ว่าแกโสด นายขมมีทุกอย่างแต่ไม่เคยแต่งงานได้สำเร็จ คบกับใครก็ไม่ได้นานและก็หนีไปแต่งงานก่อนหมด “อย่าคิดจะมีเลยพ่อขม เสียดายสมบัติ เก็บไว้กินตอนแก่ดีกว่า สาวๆ สมัยนี้มันไว้ใจไม่ได้หรอก”

“แก่อย่างเอ็งก็ใช่จะไว้ใจได้” นายขมเย้าแล้วหัวเราะ “ปากหรือนั่น ฉันไม่เอาหรอกลูกผัว อยู่เป็นคุณนายคนเดียวสบายจะตาย ว่าแต่ว่าฉันยังข้องใจไม่เลิกนะ พวกช่างมาทำถนนได้คืนสองคืน ทำไมคนมันลือกันไปขนาดนั้นได้”

นายขมอมยิ้ม “แม่ดำเอ๊ย วัดนะเอ็งคิดดูว่ามีกี่คนกี่ปาก กลับบ้านไปพูดต่อไปอีกกี่หลังคา อย่าไปโทษปากคนเลยว่ะ ความกลัวของเขาน่าห่วงกว่า”

ข้อนี้ดำเห็นด้วยจึงได้แต่พยักหน้า “เอาจริงๆ นะฉันก็เคยเห็นอะไรผิดปกติอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้หนักหนา สมัยเจ้าฝางเด็กๆ มันพูดจาประหลาด แต่พอโตก็ไม่เป็นแล้วนะ เราคงลำบากกันจนผีสางนางไม้ไม่กล้าอยู่เพราะเวทนานะ”

นายขมตาโตขึ้นมาทันที “มันพูดเรื่องอะไร เล่าให้ข้าฟังที” ดำเล่าเรื่องสมัยที่ฝางพูดจาประหลาดให้นายขมฟัง และตอนที่ตัวเองไปขอให้บัวสร้างศาลพระภูมิเพราะมีคนบ่นออกมาจากตัวฝาง คราวนั้นโดนพี่บัวด่าไม่มีชิ้นดี แต่ไม่นานพี่บัวก็ให้คนมาสร้างศาลเล็กๆ ไว้ข้างรั้วฝั่งสวน

“แล้วทำไมแม่บัวเขาไม่สร้างไว้ข้างประตูวะ?” นายขมสงสัย “ก็เจ้าฝางมันชี้วันที่เขามาสร้างศาล มันว่าข้าจะอยู่ตรงนั้น” ดำเล่า ตอนนั้นพี่บัวถึงกับยืนตะลึง คนมาสร้างศาลยิ้มแล้วทำตามที่สั่ง ก่อนกลับจึงได้บอกว่า “ตามใจผู้อยู่เถิด” เราสองคนก็ไม่ได้คุยกันเรื่องนี้อีก เพราะฝางก็เหมือนจำอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ นายขมฟังจบก็เดินเข้าไปในสวนทันที ดำวิ่งตามเพราะใกล้จะมืดเต็มที

ศาลพระภูมิปูนสีขาวเก่าแก่ลงไปตามกาลเวลา แต่เจ้าของบ้านก็ใช้ไม้ล้อมไว้อย่างง่ายๆ ไม่ให้รกตาแม้จะอยู่ในสวน “เอ็งไหว้กันบ้างไหม? แบบถวายนั่นนี่”

“ก็แล้วแต่จะมีอะไรกินกัน ไม่ได้อะไรมาก มีของดีก็ไหว้ท่าน แต่ทำขนมกันบ่อยก็ได้ของหวานเสียล่ะมาก เบาหวานกินหรือเปล่าไม่รู้เนี่ย บาปหนักอีกนางดำ” ดำหัวเราะ แม้จะรู้ว่าไม่สมควรแต่ก็ไม่ได้หวาดกลัวอะไรเพราะไม่เคยมีปัญหา “ทำไมเหรอพ่อขม?” นายขมมองหน้าดำนิ่งไปนานกว่าจะพูดออกมา

“เจ้าที่แรงมาก คืนนี้พวกเอ็งอย่าออกมาข้างนอกนะ ข้าจะขอคุยกับท่านหน่อย ถ้าเห็นอะไรก็เงียบๆ ไว้ละกัน” คนพูดหน้าเครียดแล้วก็เดินนำกลับขึ้นเรือนไป

พอฟ้ามืดสนิทนายขมก็ใส่ชุดขาวนั่งอยู่กลางแจ้งกลางโถงเรือน ดำและคนอื่นๆ ยืนมองอยู่หน้าห้องนอน “เข้าไปพวกเธอ อย่าออกมานะ นอนๆ กันซะ” ดำสั่งสาวๆ ที่มาอยู่ด้วย ส่วนพวกผู้ชายก็ไปนอนอีกห้อง ยิ่งดึกยิ่งเงียบสงัด นายขมเปิดไฟฟ้าไว้เหมือนปกติ ไฟสีนวลอบอุ่นทำให้ไม่รู้สึกเคว้งคว้างนัก เจ้าตัวสวดมนต์ตามที่ร่ำเรียนมา ด้วยมีความรู้เรื่องการสวดมนต์และคำบริกรรมต่างๆ จากครูบาอาจารย์วัดป่าที่เขารู้จัก ขอให้ข้ามองเห็นท่านผู้สูงส่ง.....เขาร้องขอในใจ

ร่างอรชรงดงามห่มสไบจีบสีแดงฝาง นุ่งผ้าหน้านางกรอมเท้าสีเขียวใบไม้ปรากฏอยู่เสากลางเรือน หล่อนมีบ่าวเดินตามออกมาอีกสองนาง ทั้งสามยืนอยู่เบื้องหน้านายขม “ขึ้นเรือนมาด้วยเหตุใด?” เสียงหวานถาม

นายขมลืมตาขึ้นมาก้มลงกราบทันที “กระผมชื่อนายขมขอรับ เป็นห่วงแม่ฝางกับแม่ดำเพราะคนเขาลือกันว่าที่นี่มีผีสางนางไม้ขอรับ” ร่างนั้นมองเขานิ่ง หล่อนงามมาก งามจนนายขมหายใจไม่ออก ด้วยภาพนั้นตราตรึงและงดงามเหลือเกิน “ผีบ้านผีเรือนเขาก็อยู่ของเขา หาที่ใดว่างเปล่าไม่มีเจ้าของไม่ เอ็งก็รู้” คนพูดข่มนายขมอย่างเห็นได้ชัดด้วยสูงศักดิ์กว่าอย่างมิต้องสงสัย

“กระผมทราบขอรับ แต่มันลือกันไปทำให้ถนนหนทางอาจจะไม่เสร็จเพราะไม่มีคนยอมอยู่ขอรับ” เสียงหวานหัวเราะดังกังวานผิดวิสัยอันน์ แต่หล่อนก็พยายามข่มมันไว้ “เอ็งก็ไปบอกพวกมันเสียว่าให้เร่งทำบุญกรวดน้ำให้แก่เขา หรือมีบุญใดที่เอ็งมองเห็นว่าสมควรก็บอกพวกมันไป อย่ามาเหยียบเรือนข้าเพียงเพราะอยากรู้อยากเห็น!” เสียงนั้นเกรี้ยวกราดขึ้นมาทันใด ทำให้นายขมถึงกับหน้าซีด

“กระผมกราบขออภัยขอรับ กระผมผิดที่สู่รู้ แต่ก็เป็นห่วงแม่ฝางจริงๆ ขอรับ ท่านคงรู้ว่ากระผมเห็น....อะไรมา” คนพูดปากคอสั่น

“เอ็งก็ลองตรองดูว่าการนั้นควรหรือไม่ ผู้ที่เอ็งเห็นหาใช่ข้าไม่ แลไม่ใช่ผู้ที่เอ็งจะไปสวดมนต์เรียกท่านออกมาได้ ถ้าเอ็งจะพูดจะสร้างบุญใดๆ เอ็งต้องทำกับคน!! อย่าได้คิดจะลบหลู่เพียงเพราะเอ็งอยากรู้!!” บ่าวคนหนึ่งของอันน์เอามือมาแตะที่ข้อศอกนาง ด้วยเห็นว่าเหมาะควรกับการได้สั่งสอนแล้ว หล่อนก้าวออกมาแล้วเอ่ยกับนายขม “เอ็งไปบอกแม่ฝางให้ทำบุญเถิด ให้หล่อนมาถือศีล 8 ในวันพระที่นี่หนึ่งครั้งต่อเดือนให้ได้ แลตั้งสำรับคาวหวานพอควร ส่งบุญให้เจ้าที่เจ้าทางและผีบ้านผีเรือน แม่ฝางมิได้ขัดสนใดๆ แล้วตอนนี้ ถึงเวลาต้องสร้างบุญที่ได้รับความเมตตามาตลอด” ร่างนั้นหันไปมองรอบๆ บ้าน “เอ็งออกมา!!” หล่อนสั่งใครสักคน เมื่อนายขมหันไปจึงได้เห็นหญิงสาวห่มสไบสีเขียวและผ้าถุงสีนวล มองปราดเดียวก็เดาได้ว่าต่ำศักดิ์กว่าทั้งสามคน มือหล่อนถือไต้ที่กำลังลุกโชนให้แสงสว่างเสมือนหนึ่งเดินออกมาจากที่มืด “บอกไปว่าเอ็งจะเอาอะไร!”

หญิงที่ปรากฏขึ้นพร้อมไต้นั่งพับเพียบลงอย่างเรียบร้อย “เจ้าข้า.....พ่อขมขอให้เร่งไปบอกผู้คน อย่าได้ตัดไม้สุ่มสี่สุ่มห้า เดิมฉันอยู่ริมรั้วมาช้านาน หากแต่พวกชายโฉดเหล่านั้นแผ้วถางไร้ความยำเกรง ทำให้ต้องระเห็จมาอยู่บนดินใต้ถุนเรือน ทุกประตูทุกที่ ทุกยอดไม้มีทั้งเจ้าที่ รุกขเทวดาและผีบ้านผีเรือน หากจะขอให้ฉันจากไปก็ขอให้บอกกล่าวกันก่อน ฉันอยู่ที่แผ่นดินนี้มาช้านาน อย่าได้หักหาญน้ำใจกันนัก” สีหน้าคนพูดเศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัด หล่อนงามแต่ก็ดูเศร้าหมอง

“คงจะยากนะแม่ ความเจริญมันเข้าสู่บ้านเมือง จะหาเหตุใดไปขวางได้”

“ฉันรู้ แต่ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทำร้ายผู้ใด ขอเพียงบอกให้เตรียมตัว ไม่ใช่มาขับไล่เยี่ยวรดราดไม่มียำเกรง ขอให้บอกพวกที่ตัดไม้ฝางว่าไปบวชให้ฉันเสีย 7 วัน ไม่เช่นนั้นจะอยู่ไม่เป็นสุข” คนพูดหน้านิ่ง “หากทำแล้วและฉันมีบุญมากพอก็พอจะให้ลาภได้บ้าง วันนั้นมาถึงเขาก็จะได้ลาภดังปรารถนา”

“กลับไปเถิด หล่อนก็รอไปก็แล้วกันแม่พู่” เสียงอันน์ตัดบท แม่พู่ที่ว่าพนมมือไหว้ทั้งไต้ที่ยังถืออยู่ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินหายไปในความมืด ร่างของอันน์หันหน้ากลับมาอีกทาง ก่อนมืองามจะชี้กราดไปรอบตัว “ส่วนพวกเอ็ง!! หากไปอื้ออึงอยู่ท่าน้ำให้คนเอาไปลืออีก ข้าจะไล่ไปจากที่นี่ให้หมด!!!” เสียงสตรีสูงศักดิ์ดังกังวานและน่าหวั่นเกรงเป็นที่สุด นายขมหันไปก็ได้พบร่างผู้หญิงในชุดไทยโบราณนับสิบคนสไบแพรหลากสีและผ้าถุงสีหม่นละลานตา พวกหล่อนหลบวูบตัวสั่น ไม่ปรากฏว่าพวกนางออกมาจากที่ใด “ท่านเจ้าข้า เราก็อยู่ของเรา หาได้ไปรบกวนผู้ใดไม่” หญิงนางหนึ่งพูดออกมาแม้หวาดหวั่นยำเกรง “หาไม่แล้วจะมีผู้ใดได้ยินเสียงพวกเจ้า!!!” แม่อันน์เวลานี้เหมือนพายุที่กำลังพิโรธ “ไปเตรียมตัว! หากแม่ฝางยอมมาถือศีลให้ที่นี่ จักได้มีวิมานของตนเสียที หาไม่แล้วก็เร่ร่อนหายอดไม้สิงสถิตไม่ได้ เดินดินกันให้คนอื้ออึง พวกเจ้าจะหาลาภสักการะได้อย่างไร หากทำให้ผู้คนหวาดกลัว!!??”

ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา นางเหล่านั้นหน้าเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด บ่าวอีกนางของอันน์เอ่ย “ไปเถิด หากสงบปากสงบคำสวดมนต์สร้างกุศลให้ตนบ้าง ก็พอจะอยู่ได้ หากอยากมีวิมานเร็วๆ ก็ให้เร่งสร้างลาภสักการะ แม่ฝางกำลังมีบุญนักหนา หล่อนจะทำได้ทุกอย่าง ส่วนเอ็งพ่อขม ไปทำดังที่กล่าวเถิด เอ็งอยากได้บุญก็จะได้บุญ เอ็งอยากสร้างบาปก็จะได้บาปอันจะเกิดจากปากตัวเอง เอ็งจงเลือก”

ร่างทั้งสามหายวับไปกับตาต่อหน้านายขม เสียงกรีดร้องดังขึ้นทันทีในห้องนอนที่กลุ่มคนรับใช้นอนอยู่ เสียงฝีเท้าของคนวิ่งกรูกันออกมา ร่างทั้งสี่วิ่งปะทะกับร่างของนายขมที่นั่งอยู่ ทำให้ล้มกันระเนระนาด “อะไรกันๆๆๆ” เสียงนายขมตะโกน นางอ้นวิ่งไปกอดเสาเรือนทันที “ก็ไฟดับน่ะสิ อยู่ดีๆ ไฟดับ” สีหน้าคนพูดไม่ดี ราวกับคนจะร้องไห้ “นายขมทำอะไร ทะเลาะกับผีเหรอ ทำไมเป็นอย่างนี้!!”

นายขมลุกได้ก็รีบจุดเทียนทันที เขาเดินไปกดเปิดปิดไฟไปมาแล้วแสงสว่างก็เกิดขึ้นทันที เขาพอจะเข้าใจว่าเกิดจากความพิโรธของนางผู้สูงศักดิ์ที่เรียกว่าเจ้าที่ ไม่มีเสียงตอบใดๆ แก่พวกที่มาอยู่ด้วยกันตรงนี้จากปากนายขม และแม่ดำก็ไม่ออกมาให้เห็น พอรุ่งเช้านายขมก็หายไปเสียแล้ว เด็กๆ รับใช้พูดกันอยู่ในครัว ดำยืนฟังแล้วก็ได้แต่นิ่ง คงต้องไปถามเจ้าตัวเองที่วัด เพราะนายขมเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน



นางอ้นหอบตะกร้าอาหารคาวหวานลงจากรถยนต์คันใหญ่ของคุณนายไหมทอง อีกคนเดินปราดๆ ขึ้นศาลาแม้อายุจะล่วงเลยไปมากแล้ว ชาวบ้านบนศาลายกมือไหว้ทักทายตามปกติ สายตาของคุณนายไหมทองมองหานายขม เจ้าตัวเดินเข้าไปหาเป้าหมายทันที “นางอ้นเอาอาหารไปใส่โตกพระแล้วไปรอข้างล่าง เป็นอย่างไรบ้างพ่อขมเมื่อคืน เห็นนางอ้นมันเล่าฟืนไฟดับ” หล่อนยิ้ม นายขมรู้ดีว่าคุณนายไหมทองรู้ทุกอย่างว่าเขาสนใจเรื่องฝาง “ก็เป็นดังเข้าใจคุณนาย บ้านนั้นเจ้าที่แรง เขาขอให้แม่ฝางมาถือศีล 8 ให้ที่บ้านในวันพระอย่างน้อยเดือนละครั้ง นอกนั้นพวกคนทำถนนไปลบหลู่ถึงกับต้องบวชให้เชียวคุณนาย ฉันไปบอกพวกมันแล้ว ต้องหยุดงานกันทีเดียวแล้วเร่งบวชให้ น่าเกรงขามนักที่นั่น” คนพูดมีสีหน้าเคร่งเครียด แต่คนฟังยังยิ้มที่มุมปาก “ฉันว่าพ่อขมอยากบอกอะไรมากกว่านั้นอีกกระมัง”

นายขมพยักหน้ารับแต่โดยดี “คุณนาย....เจ้าที่ไม่ได้มีคนเดียวนะ ไอ้ที่ฉันเคยสงสัยว่าอะไรอยู่กับแม่ฝาง ไม่ใช่คนเดียวกันกับที่บ้านแม่ฝาง เขาว่ารายนั้นใหญ่มาก หาใครเอาชนะไม่ได้ ลบหลู่ไม่ได้ ไอ้ฉันก็เคยเห็นข้างหลัง รู้แต่ว่างามมากเป็นนางฟ้านางสวรรค์ทีเดียว ฉันว่าคุณนายต้องหันมามองแม่ฝางแล้วล่ะ มิน่ามันถึงได้รักษาพ่ออิงของคุณนายได้มาตั้งแต่ยังเด็ก”

“งั้นการให้แม่ฝางมาถือศีลก็เป็นเรื่องดี แต่มันก็เท่ากับฉันต้องจับแยกจากลูกฉันตั้งหนึ่งวันพระ อะไรจะเกิดขึ้นก็ยากจะรู้”

“ฉันว่าต้องเสี่ยงแล้วคุณนาย ถ้าแม่ฝางมีบุญมากเผลอๆ นาลูกคุณนายก็หายป่วยได้เลยทีเดียว ได้เมียแบบนี้ ไอ้ฉันก็รู้มาว่าย้ายไปอยู่บ้านแล้ว ถือฤกษ์ถืออะไรแต่งงานกันเงียบๆ แล้ว ก็ไม่อยากพูดมาก ก็อยากบอกคุณนายไว้เท่านั้น”

คุณนายไหมทองเชิดหน้าขึ้นทันที ไอ้ที่คิดไว้ว่าจะมาปฏิเสธให้ชาวบ้านรู้ก็เห็นทีจะไม่เข้าท่า ถ้าหากต้องแลกกับการรักษาลูกก็ต้องยอม “เขาก็หมั้นกันตามสมควร ยังไม่ได้ตบแต่งหรอก ยังไม่ได้เข้าหออะไรด้วย แม่ฝางมีแม่รุ้งไปอยู่ด้วย แม่โสนก็อยู่กับฉันตลอด ไม่มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นหรอก แม่ฝางเป็นคนมีบุญหล่อนไม่ทำอะไรไม่ดีเป็นแน่ แม่บัวก็ฝากฝังกันไว้ก่อนตาย ฉันก็ไม่หักหาญน้ำใจเด็กหรอก”

“แล้วแม่โสนเล่าคุณนาย?”

“ลูกฉันเลือกแม่ฝาง ก็ต้องตามน้ำไป แต่แม่โสนเขาก็ไม่ได้รังเกียจอะไร เขามาปรนนิบัติฉันอย่างหลาน อย่าไปพูดไปเกินกว่านี้ มันจะบาปเอานะพ่อขม” หล่อนกดอีกคนไว้ “หากอยากรู้อะไรมากกว่านี้เราก็ต้องเสี่ยงกันทุกคน ไอ้ฉันก็มองหาทางรักษาลูก ส่วนพ่อขมจะมองหาอะไรก็สุดแล้วแต่เถอะ ฉันก็จะช่วยเท่าที่ทำได้” บางอย่างก็ต้องแลก นี่กระมังที่เขาเรียกสมน้ำสมเนื้อ หนีเสือปะจระเข้ ไอ้ฆ้องปากแตกอยู่นี่ไม่มีผิดตัว แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่

“ฉันดีใจที่คุณนายเข้าใจนะ ไอ้ฉันก็แค่อยากรู้อยากเห็นตามประสาคนมีวิชาติดตัว ดีชั่วยังไงก็แม่ก็ได้ประโยชน์หนา” นายขมหัวเราะอย่างพอใจ

“งั้นก็ไม่ต้องไปบอกแม่ฝางให้มากความ ฉันจะไปบอกเขาเองและจัดการลูกชายฉันด้วย วันพระหน้าแม่ฝางก็คงไปทันที” คุณนายไหมทองไม่รีรอ ไม่อยากจะเสวนาด้วยให้มากความไปกว่านี้ แม้ใจจะรู้ดีว่าตัวเองได้ประโยชน์แต่กลับรู้สึกเสียหน้าอย่างบอกไม่ถูก แม่โสนเลยต้องกลายเป็นเพียงคนอื่น แต่แม่ฝางได้ขึ้นชื่อว่าคู่หมั้นอย่างเสียไม่ได้ หล่อนเป็นห่วงแม่โสนอยู่เหมือนกัน แต่ก็ต้องยอมจำนน

เมื่อทำบุญเสร็จคุณนายไหมทองก็เดินผ่านหน้าโบสถ์ กลิ่นหอมอะไรบางอย่างลอยมาติดจมูก นางอ้นเดินนำหน้าไปแล้ว กลิ่นดอกไม้หอมประหลาดมาจากที่ใดกัน หางตาของหล่อนมองเห็นสไบสีทองอร่ามระยิบระยับอยู่ที่โคนต้นพิกุลใหญ่ จ้องอยู่นานจนต้องกระพริบตาเตือนตัวเอง!

“เอ็งจะชักช้าอีกนานไหมนางเอิบ ข้าบอกให้รีบเดิน!!” เสียงผู้หญิงมาจากที่ไหน? คุณนายไหมทองหันหลังไปมองหน้าโบสถ์ พลันสายตาก็เห็นเงาผู้คนเดินขวักไขว่


Create Date : 09 พฤศจิกายน 2561
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2561 19:54:34 น. 0 comments
Counter : 99 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.