E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และ ebooks.in.th ค่ะ
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2562
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
6 ตุลาคม 2562
 
All Blogs
 
ตอนที่ 16 บัวหลวง โดย ภูปรดา

16

ร่างบางค่อยๆ ปลดสไบจีบที่ห่มอยู่มาเหน็บไว้ที่อกเมื่อกลับเข้าหอนอนของตัวเอง สไบสีม่วงเมื่อครู่กลายเป็นผ้าแถบพันอยู่รอบตัว เผยไหล่ขาวงดงาม บ้านเมืองนี้ดีตรงที่แต่งตัวน้อยชิ้น ซินกุ้ยถือพัดโบกไปมาเบาๆ

“ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าจะเหมือนคนที่นี่ขึ้นทุกวัน ดูนั่งเข้า เหมือนนางรอง เขาว่าใกล้จะเข้าหน้าร้อนแล้วนะ”

“หม่อมฉันก็เห็นร้อนทุกวันเพคะ”

“ซินกุ้ยข้าชักหวั่นใจเรื่องแม่ตอง”

“เรียกคุณพี่ให้ติดปากสิเพคะ นางจะได้ไม่หาเรื่อง หม่อมฉันอกสั่นขวัญหายเวลาหล่อนอ้าปากเพคะ” สีหน้าของซินกุ้ยดูไม่ได้ชอบใจแม่ตองนัก

“คุณพี่….หล่อนกำลังจับผิดข้า แต่จับไปก็เท่านั้นเพราะอย่างไรเสียข้าก็ไม่เหมือนพวกเขา แต่ข้ารู้สึกเหมือนคุณเตยเป็นสหายที่ไว้ใจได้”

“เป็นสหายไม่ได้เพคะ เป็นคู่หมายของท่านหญิง หม่อมฉันว่าคนบ้านนี้เมืองนี้ก็เหมือนคนที่ต้าชิง ทุกคนก็ยังอยู่ในโอวาทของพ่อแม่และรักษาชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล”

“แต่ตอนนี้ข้าไม่ใช่คนของสกุลซู” หล่อนหันหน้าหนี เพราะเมื่อพูดถึงบ้านใจก็เสียกำลังไปมาก เท้าที่เปลือยเปล่านี้ยืนอยู่บนกระดานไม้ที่ขัดไว้จนเงา ความมืดและกลิ่นหอมของพันธุ์ไม้ในยามค่ำคืนอวลมาทางหน้าต่าง เสียงจิ้งหรีดร้องระงมคอยเตือนหญิงสาวเสมอว่าเธอไม่ได้อยู่ในต้าชิง

“อย่าทรงกังวลไปเลยเพคะ คุณแม่ท่านไม่ปล่อยให้ใครมารังแกเราได้ นางทิพย์อะไรนั่นคงไม่เท่าไหร่”

ซูอวี้ฮวามองอีกคนทันที “อย่าได้คิดจะหาเรื่องนะซินกุ้ย ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้ยอมผู้ใด คุณแม่ยังไม่ให้สู้กับแม่เทียน นั่นเพราะนางได้รับการสู่ขอมา แต่หาได้อนุญาตให้เราระรานเมีย….ของเขา” คนพูดเริ่มงงตัวเอง ในเมื่อตัวเองต่างหากกำลังจะเป็นเมียเอก ทำไมเราต้องเกรงที่จะพูด

“หม่อมฉันไม่ทำอะไรหรอกเพคะ จะพูดกันรู้เรื่องหรือไม่ก็ไม่รู้ ภาษาหล่อนเกรงจะไม่เหมือนเราๆ”

“เรื่องนี้ข้าก็อยากรู้ ว่าทำไมข้าถึงได้ฟังและพูดเหมือนคนสยามได้”

“เป็นชะตาเพคะ เราจมน้ำ เราผ่านภพชาติมาไกล เราจะเหมือนคนปกติได้อย่างไรเพคะ อีกอย่างทุกอย่างนั้นสวรรค์กำหนดเพคะ”

“แล้วสวรรค์ก็กำลังพร่ำบอกข้าว่า ผัวข้าไม่ธรรมดา” หญิงสาวส่ายหน้า “มาเสียไกล สุดท้ายก็หนีไม่พ้นต้องมาพบกับเมีย เมีย และเมียที่ข้าก็ต้องเป็นเมียเหมือนกับพวกหล่อน จะหนีไปโกนหัวบวชชี ข้าก็ยังไม่เห็นแม่ชีในอาราม ไม่รู้ว่าจะบวชได้หรือไม่”

“อย่าทรงวิตกไปเลยเพคะ ทรงเป็นพระชายาเอก หน้าไหนก็ทำอะไรท่านหญิงไม่ได้ คุณเตยก็ดูชอบใจท่านหญิงอยู่มาก ไม่อย่างนั้นจะยกขึ้นสูงกว่าใครหรือเพคะ”

“ข้ายังไม่รู้สึกอะไรกับเขาด้วยซ้ำ”

“ทรงกำลังเป็นห่วงคู่หมั้นทางต้าชิงหรือเพคะ ทรงบอกหม่อมฉันเองว่าเราเหมือนคนตายไปแล้ว จะไปห่วงทำไมเพคะ?”

“ไม่ได้ห่วง แต่ข้ากำลังจะมีสวามีเป็นคนต่างบ้านต่างเมือง กว่าจะมาหาข้าได้เพียงครั้งเดียวก็ยากยิ่งนัก แม้บ้านเรากว้างขวาง ข้าก็ยังไปไหนไม่ได้ เขาจะมาอยู่ที่นี่ แล้วข้าจะได้ออกไปข้างนอกหรือ?”

“ทรงห่วงเที่ยวนั่นเอง หม่อมฉันได้ยินว่าท่านแม่จะให้ท่านได้ไปเรือนจีนนะเพคะ เราต้องได้ออกไปแน่นอน วันพรุ่งนี้คุณเตยจะพาเมียบ่าวมาด้วย หากมีโอกาสก็ลองขอท่านดูสิเพคะ เผื่อคุณเตยจะพาออกไปนอกบ้านได้”

ซูอวี้ฮวานั่งนิ่ง พรุ่งนี้จะได้พบกับเมียอีกคนของเขา เธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเจรจาอะไรกับนางอย่างไร บ้านไหนเมืองไหนก็คงหนีไม่พ้นเรื่องพวกนี้สินะ



คุณหญิงหงส์เดินนำหน้าเมื่อก้าวลงจากเรือนแล้ว ขบวนของเธอเดินมุ่งไปยังท่าน้ำฝั่งริมแม่น้ำ ซูอวี้ฮวาชะโงกดูบัวในสระระหว่างทางที่เดินผ่านสะพานบัว

เมื่อไปถึงท่าน้ำก็เห็นคุณเตยยืนอยู่ เขาหันมาเมื่อได้กลิ่นหอม ผู้หญิงคนหนึ่งห่มสไบสีขาว ใส่ผ้ายาวกรอมเท้า ซูอวี้ฮวามองหล่อนที่นั่งอยู่ที่พื้นศาลาท่าน้ำ คุณแม่นั่งลงที่ม้านั่งศาลา หล่อนก้มกราบแล้วเงยหน้าขึ้น คุณเตยไหว้คุณแม่แล้วนั่งลงตรงข้ามเรา

“หล่อนชื่อแม่ทิพย์ขอรับ อายุอานามก็เท่าคุณใหญ่”

“พ่อแม่หล่อนยังอยู่ไหม?” คุณหญิงหงส์ถาม

“ตายหมดแล้วเจ้าค่ะ” แม่ทิพย์ตอบ “ทิพย์มาอยู่ในคุ้มตั้งแต่พ่อแม่ตายจ้าว….เจ้าค่ะ”

“งั้นก็คงไม่กลับเชียงใหม่แน่”

“บ่ใคร่ปิ๊กบ้านจ้าว”

“พูดอย่างเราๆ เถอะ” คุณหญิงหงส์สั่ง

“เจ้าค่ะ ไม่อยากกลับเจ้าค่ะ ขอทิพย์อยู่ด้วยคนนะเจ้าคะ อย่างบ่าวก็ได้”

“หล่อนก็ได้เป็นเพียงบ่าว” ซูอวี้ฮวาพูด คุณหญิงหงส์หันไปดูหน้าลูกสาวทันที! พ่อเตยอมยิ้มแล้วก้มหน้า

“เอ่อ…..เจ้าค่ะคุณใหญ่”

“ฟังลูกข้าสั่งก็แล้วกัน ไอ้ที่เคยเป็นอะไรมาก่อน จะให้เหมือนเดิมหรือไม่ก็สุดแท้แต่เจ้าจะตรองดู เราเลี้ยงเจ้าได้ แต่คงยกเจ้าขึ้นไม่ได้”

แม่ทิพย์ก้มหน้า ริมฝีบางเม้มเข้าหากันอย่างเคยตัว “เจ้าค่ะ ทิพย์จะทำตามที่คุณหญิง คุณใหญ่และคุณเตยสั่งเจ้าค่ะ”

“ไม่ใช่ ต้องข้าสั่งเจ้าจึงจะทำได้”

แม่ทิพย์เงยหน้าขึ้นทันที หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าไว้มวยผมเหมือนเธอ หากแต่แต่งตัวอย่างชาวสยาม ใบหน้างามนั้นจ้องมาที่เธอเขม็ง

“เจ้าค่ะ” แม่ทิพย์รับคำ

“ก็ตามที่คุณใหญ่บอกนะขอรับคุณหญิง ขอเพียงเรือนเล็กๆ ให้หล่อนอยู่ อย่างอื่นกระผมจะให้ไอ้คงจัดหาให้หล่อนเอง ข้าวปลาหล่อนทำเองได้ เพราะคุ้นกับอาหารทางเหนือมากกว่า”

ซูอวี้ฮวามองหน้าพ่อเตยไม่นานก็เอ่ย “รู้ไหมว่าการกินอาหารที่บ้านคนอื่น ต้องกินอย่างเขา ไม่ว่าเจ้าหรือไพร่ หากนับเนื่องตามธรรมเนียมก็ต้องกินของเหลือจากนายตัวเอง”

คุณหญิงหงส์กะพริบตาปริบๆ ลูกสาวของท่านกำลังพูดถึงบ้านเมืองตัวเองเป็นแน่ คุณหญิงจึงกระแอมเบาๆ เพื่อเตือนหล่อน “เอาเถอะ! ปกติแล้วพวกในเรือนครัวก็ทำแจกจ่ายทุกเรือนอยู่แล้ว หากจะมีครัวของตัวเองก็ดูแลเอง ขาดเหลืออะไรก็ไปเก็บเอาในสวน คนมันจะกินไปห้ามมันไม่ได้หรอกลูก ปากท้องสำคัญ แม่เห็นใจ”

ซูอวี้ฮวาสบตามารดา แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการใดๆ หล่อนยังมองไปที่หญิงสาวคนนี้ “เจ้าจะไม่ได้เห็นข้า ข้าจะไม่ได้เห็นเจ้า”

คำสั่งของอีกคนดังเหมือนแม่ทิพย์ถูกคนตะโกนใส่หู! ทั้งๆ ที่หล่อนพูดจากเยือกเย็นและเบา สีหน้าของคุณใหญ่เรียบเฉย หล่อนน่ากลัวเหลือเกินเพราะแววตาไม่ได้มีความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย หล่อนดูจะไม่ได้รู้สึกรู้สาด้วยซ้ำว่าเรานั้นเป็นเมียแรก! หญิงสาวหันไปหาคุณเตยหวังจะให้เขาช่วย ชายหนุ่มมองหล่อนแล้วก็นิ่ง หัวใจของเขาไม่มีเธอเลยแม้แต่นิดเดียว

“พี่จะให้แม่ทิพย์มาอยู่ที่นี่หลังงานแต่ง”

แม่ทิพย์กลั้นน้ำตาไว้แทบไม่ไหว เขาไม่ให้เธอเหยียบบ้านนี้วันแต่งงาน

“ลูกไม่มีอะไรจะพูดแล้วเจ้าค่ะ” ซูอวี้ฮวาหันไปหามารดา

“แต่แม่มี…..นางทิพย์ฟังข้า เมื่อมาคราวหน้า จะต้องขึ้นที่ท่าน้ำบ่าวไพร่ ท่านี้และท่าศาลาใหญ่อย่าได้เหยียบ หล่อนจะเข้ามาในเขตเรือนใหญ่หาได้ไม่ หากจับได้จะต้องออกไปจากบ้านนี้ เข้าใจหรือไม่?”

แม่ทิพย์ก้มหน้า น้ำตาไหลออกมาทันที

“อย่ามาสำออยมีน้ำหูน้ำตา หล่อนจะพื้นเสียหรือเสียใจก็ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงธรรมเนียมบ้านเราได้ แม่เทียนเมียรองก็ไม่ได้ขึ้นเรือนใหญ่ หาใช่ข้าเกรงกลัวคนจะจับได้ว่าข้ามีแม่บัวไม่ แต่ข้าไม่เคยให้ผู้หญิงคนใดร่วมเรือน” คุณหญิงหงส์มองไปที่แม่ทิพย์ ใจท่านไม่มีใครรู้ ซูอวี้ฮวารู้ดีว่าหัวอกเมียนั้นเป็นอย่างไร พระชายารองมารดาของเธอก็ได้พบพระชายาเอกเพียงไม่กี่ครั้ง

“หากคุณเตยจะกลับเรือนเลยฉันก็ขอตัว” ซูอวี้ฮวายกมือไหว้

“กระผมถือของฝากจากคุณแม่มาขอรับ เป็นหีบต้องให้คนขนขึ้นเรือน ส่วนแม่ทิพย์หล่อนจะกลับบ้านเดี๋ยวนี้กับเรืออีกลำขอรับ”

“งั้นก็ให้ขนขึ้นเรือนใหญ่ไปเถิด วันนี้ท่านเจ้าคุณอยู่ พ่อเตยจะได้กราบท่านด้วย รับข้าวเย็นกับท่านเถอะ นี่ก็ใกล้จะค่ำแล้ว เอาเรือไปส่งนางบ่าวนี่เสีย” คุณหญิงหงส์สั่งแล้วก็ลุกขึ้นเดินนำไปทันที

พอทุกคนเดินจากไปแล้วไอ้คงก็เดินขึ้นมาจากเรือ สั่งให้พวกบ่าวที่เหลือขนหีบสองใบขึ้นเรือนใหญ่ตามเจ้านายไป

แม่ทิพย์ยังนั่งร้องไห้สะอื้นอยู่ “ใคร่ปิ๊กบ้าน”

“อ้าว! เมื่อกี้ยังบอกไม่อยากกลับ พูดกลับไปกลับมา”

“คนลืมกำพืด”

“ว่าไผนางทิพย์?”

“ไผใคร่รับก็รับไป”

“นี่หนาแม่ทิพย์ หล่อนไม่รู้จักธรรมเนียมบ้านอื่น หล่อนก็ต้องปรับตัว เป็นเมียบ่าวบ้านอื่นเผลอๆ ไม่มีเรือนด้วยซ้ำ นี่คุณเตยเธอเมตตาขอคุณหญิงกับคุณใหญ่ทางอ้อม เฮ้อ! ยังจะมาหาเรื่องท่าน”

“เอ็งก็รู้นี่ว่าข้ากับคุณเตยเป็นผัวเมียกัน จะให้ข้าทำใจได้อย่างไร ก่อนนั้นก็เป็นเพียงคนต่างบ้านต่างเมืองในคุ้ม กำพืดก็พอๆ กับข้า” หญิงสาวเสียงดังเพราะทั้งร้องไห้ไปพูดไป

“ผิดแล้วทิพย์ การที่ท่านส่งคุณเตยเข้าคุ้ม ไม่ใช่เพราะคุณเตยต่ำต้อย แต่เพราะเจ้าคุณท่านกำลังยกหลานท่านให้เจ้านายในคุ้มปกป้อง ท่านไม่ได้ต่ำต้อยหนา แม้เมื่อกลับมายังไม่มีบรรดาศักดิ์ท่านก็มีเชื้อสายลูกพระยาและเจ้าในคุ้ม ถ้าไม่ใช่พระญาติจะได้รับการดูแลขนาดนี้เหรอ เอ็งมันสามหาวที่หมิ่นท่าน ข้ารู้แล้วว่าทำไมเอ็งไม่ได้ถูกยกขึ้นทั้งๆ ที่เป็นเมียท่านมาตั้งแต่เป็นสาว เพราะเอ็งมันเป็นจะอี้”

“จะได???!!!” หล่อนตวาด

“ง่าว” ไอ้คงพูดแล้วก็ส่ายหน้า “ลงเรือไปเลยนะ ไม่ก็โดดน้ำตายเสียตั้งแต่ตอนนี้ ถ้ายังไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เอ็งจะได้รู้จักธรรมเนียมบ้านอื่น อย่าให้ข้าพูด เรือนไหนที่ยังเฆี่ยนกันอยู่ต่อให้เอ็งเป็นเมีย เอ็งก็ไม่รอด! เอ็งไม่รู้หรอกว่าบ้านนี้มันมีกี่เรือน! เพราะข้าก็ไม่รู้!”

ไอ้คงเดินมาไกลแล้ว แต่ยังได้ยินเสียงกรีดร้องของแม่ทิพย์มาจากท่าน้ำ หล่อนคงโกรธเหลือกำลัง ดีที่เจ้านายขึ้นเรือนไปนานแล้ว ไม่งั้นไอ้คงคงได้โดนคุณเตยด่าที่ไม่ห้ามปรามแม่ทิพย์ ปล่อยให้ออกฤทธิ์ออกเดช



พ่อเตยก้มกราบเจ้าคุณแผน “ยังคิดอยู่ว่าจะขึ้นเรือนมาไหม” ท่านพูดแล้วก็ส่งพลูยาวให้ พ่อเตยไหว้แล้วรับพลูมากัดแล้วเคี้ยวอย่างที่เคยกินมา

“แม่บัวเขียนรูปเจ้า เห็นว่าไม่ถือสาหาความ”

“ขอรับ กระผมไม่ถือ คุณใหญ่เก่งนักที่ทำเรื่องที่สตรีทั่วไปทำไม่ได้”

“มีอีกมากที่นับเนื่องว่าเป็นข้อดี และก็ยังมีข้อเสียอีกมากที่ต้องยอมรับกัน” ท่านหัวเราะ “อันที่จริงฉันก็ไม่ได้อยากให้ลูกออกเรือนเร็วนัก แต่เมื่อชะตาเจ้าและหล่อนต้องกัน แถมยังได้พบกันในวัด ข้าก็พอจะทำใจได้”

“เป็นพระคุณขอรับ”

แม่บัวและคุณหญิงนั่งอยู่ไม่ห่าง คุณหญิงดูหีบที่บ่าวหามขึ้นมาแล้วจึงพูด “ของฝากอะไรของแม่แก้วถึงกับมาเป็นหีบ”

“กระผมไม่ทราบขอรับ”

“นางรองเอ็งเปิด” ท่านสั่ง

“จำพวกของแห้งเจ้าค่ะ มีมะตูมฝานตากแห้ง มีกระเจี๊ยบแห้ง มีลำไยแห้งด้วยนะเจ้าคะ อีกหีบนี่ก็เป็นเนื้อตากแห้งกับส้มสูกลูกไม้เจ้าค่ะ”

“แม่แก้วหล่อนกลัวลูกหล่อนอดอยากหรือกระไร ต้องส่งของพวกนี้มา” คุณหญิงหงส์หัวเราะ

“มีหนังสือมาด้วยเจ้าค่ะ” นางรองยื่นกระดาษพับหนึ่งให้คุณหญิง

“เอาให้คุณบัวอ่าน” เจ้าคุณแผนสั่ง

ซูอวี้ฮวาสบตาท่านทันที หล่อนจะอ่านได้อย่างไรในเมื่อไม่ใช่คนสยาม! พอรับมาหญิงสาวก็เปิดดู หล่อนมองตัวหนังสือพวกนั้นอยู่นาน ในหัวของหญิงสาวหาได้อ่านมันออกไม่ เจ้าคุณแผนเพ่งไปที่ลูกสาวของท่านนิ่ง

พ่อเตยมองมา เขาจ้องเธอเขม็ง

“ลืมหรือลูก? อาการป่วยของเจ้าคงทำให้เจ้าจำได้บ้าง จำไม่ได้บ้าง แต่ยังดีที่ยังอ่านหนังสือจีนได้ เดี๋ยวพ่อจะฟื้นความจำให้เจ้า และให้ซินแสมาสอนเจ้าอีกนะ ต่อให้ต้องใช้เวลาเจ้าก็ทิ้งไม่ได้ เข้าใจหรือไม่?”

ซูอวี้ฮวาลดกระดาษในมือลงวางไว้ที่ตัก หญิงสาวก้มหน้านิ่ง ขุนนางผู้นี้ฉลาดล้ำ ท่านกำลังปกป้องเธอและหาทางให้เธอได้มีชีวิตอยู่อย่างที่เคยเป็น และยังพยายามจะเพิ่มพูนความรู้ให้ ความเงียบในหัวใจของหญิงสาวเต็มไปด้วยความศรัทธาในผู้คนที่นี่ อันฮูหยินผู้เป็นแม่นั้น “กำจัด” ศัตรูให้เธออย่างแยบคาย ผู้หญิงคนนั้นหูตาไม่ธรรมดา หล่อนซ่อนหน้ากากไว้ในใบหน้าอันอ่อนเยาว์และงดงามนั้น กิริยาหล่อนอ่อนช้อยเหมือนเรือนร่างที่งดงามนั้น หากแต่เงาของหล่อนบอกชัดว่าหล่อนมีทิฐิแรงกล้า เมื่อหล่อนกล้าพูดคำว่า “ไม่อยากกลับ”

หัวใจของซูอวี้ฮวาวิ่งกลับไปยังจวนสกุลซู ราวกับมันอยู่ตรงหน้า




Create Date : 06 ตุลาคม 2562
Last Update : 13 ตุลาคม 2562 15:41:07 น. 2 comments
Counter : 87 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณวลีลักษณา


 
แวะทักทาย จะตามอ่านวันหลังนะคะ


โดย: วลีลักษณา วันที่: 6 ตุลาคม 2562 เวลา:23:44:18 น.  

 
ขอบคุณคุณวลีลักษณานะคะ


โดย: Handmade วันที่: 7 ตุลาคม 2562 เวลา:18:29:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.